พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 59 ความรักใคร่
ตอนที่ 59
ความรักใคร่
หลังจากนั้นไม่นานมู่อวี้เฉิงก็เดินเข้ามาข้างในห้องโถงและเดินตรงมาหาผู้เฒ่ามู่
สีหน้าของมู่อวี้เฉิงอ่อนยวบลงทันทีเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านข้างผู้เฒ่า
เขาคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไปแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น? ที่ออกไปข้างนอกมาตั้งเนิ่นนานเนี่ยไปทะเลาะกับชาวบ้านเขามาเหรอ?”
ผู้เฒ่ามู่มองดูบาดแผลบนริมฝีปากและหยอกล้อด้วยน้ำเสียงยืดยาว
“แต่เหมือนจะไม่ได้ถูกตีมานะ เหมือนถูกตัวอะไรกัดมามากกว่า…”
ผู้เฒ่ามู่พูดขณะมองดูริมฝีปากของเขาด้วยความสนใจอย่างมาก ก่อนจะแสร้งทำเป็นเดาถูกในตอนสุดท้าย
มู่อวี้เฉิงเผลอเหลือบมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนอยู่ข้างชายชรา
ดวงตาของทั้งสองประสานเข้าหากัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชำเลืองมองบาดแผลบนริมฝีปากแล้วจึงลดระดับสายตาลงหันไปมองทางอื่น
เธอบังเอิญกัดริมฝีปากเขาโดยไม่ได้คิดอะไรมากนัก ทว่าตอนนี้บาดแผลดังกล่าวกำลังป่าวประกาศกิจกรรมที่พวกเขาทั้งสองเพิ่งทำลงไป
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าเธอเบือนหน้าไปทางอื่นจึงยกมือขึ้นถูริมฝีปากบริเวณที่ถูกกัดเบา ๆ จนกระทั่งความรู้สึกแสบร้อนหายไป
“ปู่พูดถูกมั้ยล่ะ?”
ผู้เฒ่ามู่สังเกตเห็นท่าทางของพวกเขาทั้งสองจึงยิ้มเยาะให้กับคำพูดของตัวเอง
มู่อวี้เฉิงเม้มปากและไม่ตอบอะไร
เนื่องจากก่อนหน้านี้กิจกรรมเต้นรำถูกเลื่อนออกไป ครู่หนึ่ง ตอนนี้เพลงเต้นรำจึงถูกขับขานขึ้นอีกครั้ง
ทุกสายตาจับจ้องมาทางมู่อวี้เฉิง รอให้เขาขึ้นมาเต้นรำบนฟลอร์เป็นลำดับแรก
ผู้เฒ่ามู่ที่เห็นเช่นนั้นจึงหันไปส่งยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“เหมี่ยวเหมี่ยว ตอนนี้พิจารณาปัญหาว่ายังไงบ้างล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวงุนงง
“ปู่ว่าเธออย่าไปคิดถึงเรื่องนี้เลย ออกไปเต้นรำกับอวี้เฉิงเถอะ” ชายชราหยิบไม้ค้ำขึ้นมาชี้ไปทางฟลอร์เต้นรำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบตอบสนองด้วยการพูดปฏิเสธโดยไม่ลังเล
“คุณปู่ ฉันลืมมันไปหมดแล้ว คุณซ่งน่าจะเหมาะกว่า ไปชวนคุณซ่งเถอะค่ะ”
เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะเผชิญหน้ากับมู่อวี้เฉิงอย่างไรดี
ผู้เฒ่ามู่ทำหน้าบูดบึ้งหลังจากได้ยินคำตอบ
“หมายความว่ายังไง? ที่บอกว่าหนูซ่งเหมาะสมกว่าคืออะไร? ปู่ว่าเธอนั่นแหละเหมาะสมที่สุด!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางจริงจังของชายชราและไม่รู้ว่าจะตอบโต้อย่างไร
“อย่าให้ทุกคนรอนาน รีบออกไปซะ” ผู้เฒ่ามู่ไม่รีรอให้เธอตอบรับ เขาพูดและหันกลับมาดึงตัวเธอไปอยู่ข้างหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าปฏิเสธชายชรา แต่กว่าเธอจะรู้ตัวเธอก็ตกเข้ามาอยู่ในอ้อมอกที่คุ้นเคยแล้ว
กลิ่นหอมของมู่อวี้เฉิงลอยมาติดจมูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวจนทำให้เธอเสียสมาธิไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นมาในทันใด
แขกผู้มีเกียรติมากมายกำลังมองดูมู่อวี้เฉิงประคองเธอเอาไว้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่สามารถผลักเขาออกได้และตกอยู่ในสภาพชักเย่อกันไปมาอยู่ในฟลอร์เต้นรำ
บทเพลงค่อย ๆ บรรเลงขึ้นมา
แขกทั้งหลายพากันเข้ามามุ่งดูการแสดงของทั้งสอง
ภายใต้แสงนุ่มนวล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีผิวพรรณขาวผ่องดุจดั่งหิมะ ใบหน้าเนียนละเอียดราวกับนางฟ้าที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์ ริมฝีปากบางสีแดงก่ำทำให้เธอดูเย้ายวนมากขึ้น
มู่อวี้เฉิงจับมือเธอเอาไว้ ร่างกายกำยำสูงหล่อไม่เคยละสายตาไปจากใบหน้าของเธอและค่อย ๆ แสดงถึงความรักใคร่ออกมา
พวกเขาล้วนเป็นกิ่งทองใบหยกที่ถูกสร้างมาคู่กันในสายตาของแขกทั้งหลาย
“วันนี้เป็นวันเกิดของคุณปู่ มาทำให้คุณปู่มีความสุขกันเถอะ”
มู่อวี้เฉิงที่กำลังเต้นรำอยู่บนฟลอร์สัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้างของคนตรงหน้าจึงโน้มตัวลงไปพูดกระซิบกับเธอ
ลมหายใจอุ่น ๆ ปะทะเข้ากับใบหูจนใบหูของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนไปเป็นสีแดง
มู่อวี้เฉิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าฉันไม่อยากให้คุณปู่มีความสุข แล้วฉันจะมาเต้นรำกับคุณเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องเขม็ง
“ถ้ายังซี้ซั้วทำอะไรอีกฉันจะลงไปจริง ๆ ด้วย!”
มู่อวี้เฉิงมีความสุขเมื่อได้ยินคำขู่ของเธอ
เขาเงยหน้ามองผู้คนรอบกายและพบว่าแขกทุกคนสามารถมองเห็นบาดแผลบนริมฝีปากได้อย่างชัดเจน
“คิดว่าผมยังจะทำอะไรซี้ซั้วอีกเหรอ? คุณเล่นกัดแรงขนาดนี้ ถ้ามองดี ๆ ใครก็ต้องสังเกตเห็น”
หลังจากแสดงบาดแผลแล้ว มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลงและพูดหยอกล้อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย
ก่อนหน้านี้เธอแค่ชำเลืองมองจึงเห็นรอยบาดแผลไม่ชัดเจนนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจเมื่อเห็นลักษณะของรอยบาดแผล
เธอออกแรงขนาดนี้เชียวเหรอ? บาดแผลดูลึกมาก
และมีทีท่าว่าจะไม่หายในเร็ววัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดจินตนาการว่าถ้าหากมู่อวี้เฉิงเดินเข้าบริษัทไปด้วยบาดแผลเช่นนี้ ทั้งบริษัทจะต้องเกิดความปั่นป่วนอย่างแน่นอน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจินตนาการถึงฉากดังกล่าวและอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงค่อย ๆ มืดมนลงเมื่อเห็นท่าทางการแสดงออกของเธอ
จังหวะการเต้นรำของทั้งสองคนค่อย ๆ สอดคล้องกันมากขึ้น ก่อนจะออกจากฟลอร์ไปพร้อมกับเสียงปรบมือ
ในช่วงท้ายของงานเลี้ยง ดาวเด่นจากทุกสายอาชีพเข้ามากล่าวอำลาผู้เฒ่ามู่แล้วขอตัวกลับออกไป
ผู้เฒ่ามู่ยิ้มแย้มขณะอำลาแขกทั้งหลาย จากนั้นจึงหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังจะมาอำลา
“เดี๋ยวก่อน ปู่มีเรื่องจะคุยกับเธอ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวย่อมไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้
ซ่งอวี่ซีที่อยู่ไม่ไกลนักสังเกตเห็นว่าผู้เฒ่ามู่ขอให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ต่อจึงรีบเดินเข้ามาหา
“คุณปู่มู่ หนูยังไม่อยากกลับเลยค่ะ!”
เธอแสดงสีหน้าออดอ้อนรีบเดินเข้าไปคว้าแขนของผู้เฒ่ามู่ด้วยความเอาอกเอาใจ
ผู้เฒ่ามู่ขมวดคิ้วพยายามหลีกเลี่ยงเธอ ก่อนจะหันไปมองทางคุณแม่ซ่งคุณพ่อซ่งที่อยู่ไม่ไกลและพูดเสียงทุ้มว่า “ค่อยแวะมาหาวันหลังแล้วกัน แต่ตอนนี้กลับไปก่อนเถอะ มันดึกแล้วพ่อแม่เธอรออยู่”
มือของซ่งอวี่ซีลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ขณะที่สีหน้าเริ่มบูดบึ้ง
เห็นได้ชัดว่าวิธีการเหมือนกัน แต่ทำไมผลลัพธ์กลับแตกต่าง?
มันดึกแล้วแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังอยู่ต่อได้ แล้วทำไมเธอถึงอยู่ต่อด้วยไม่ได้?
“อวี่ซีกลับเถอะลูก” เจี้ยงไต้เอ๋อสังเกตเห็นท่าทางของ ผู้เฒ่ามู่จากระยะไกล และเดินเข้าไปหาซ่งอวี่ซีกลับออกมา
หลังจากนั้นไม่นานแขกทั้งหลายในวิลล่าก็สลายตัวหายไปจนหมด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นฝ่ายริเริ่มถามก่อน “คุณปู่มีอะไรจะคุยกับหนูเหรอคะ?”
ราวกับว่าผู้เฒ่ามู่เพิ่งนึกเรื่องราวอะไรบางอย่างออกจึงพยักหน้าและพาเธอเดินขึ้นไปบนห้องทำงานที่ชั้นบน
ทั้งสองเข้ามานั่งตรงข้ามกัน
“เมื่อห้าปีก่อนเธอจากไปโดยไม่บอกลากันสักคำ ปู่เป็นห่วงกลัวว่าเธอจะตกอยู่ในอันตราย แต่ไหน ๆ เธอก็กลับมาแล้วปู่จะไม่ถามอะไรมากความก็แล้วกัน”
ผู้เฒ่ามู่วางไม้ค้ำลงและหันไปมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประทับใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เธอไม่ได้ตระหนักถึงความหมายของคำพูดชายชราแม้แต่น้อย
“แต่ปู่อดจะถามเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้ ปู่เฝ้าดูพวกเธอสองคนเติบโตขึ้นมาด้วยกัน เพราะงั้นปู่ก็หวังว่าเธอจะบอกความจริงกับปู่มา”
ชายชราพูดเปลี่ยนเรื่องและแสดงท่าทางราวกับผู้บังคับบัญชา
จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะแสดงท่าทางจริงจัง
“คุณปู่เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ตอนนี้มาพูดถึงก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกค่ะ และหนูเองก็ไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้ว”
“ก็ไม่แน่” คำตอบของผู้เฒ่ามู่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับคำพูดของมู่อวี้เฉิง
“มันอาจจะกลายเป็นอดีตสำหรับเธอ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เธอเพียงคนเดียว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากไปโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความเห็นของสาธารณชนที่มีต่อตระกูลมู่
เธอไม่รู้เลยว่าครั้งหนึ่งมู่อวี้เฉิงเคยอยู่ในอันดับต้น ๆ ของความเห็นคนส่วนมาก แต่เขากลับกลายมาเป็นตัวตลกเมื่อเธอหนีหายไป
เมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงของชายชราดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีเบื้องลึกเบื้องหลัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยความงุนงง
“เหมี่ยวเหมี่ยว ปู่ก็ไม่อยากจะทำแบบนี้นักหรอก แต่เธอติดหนี้คำอธิบายปู่กับอวี้เฉิงอยู่จริง ๆ”
ชายชราหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตและจ้องมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าจริงจัง