พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 57 หนี้คำอธิบาย
ตอนที่ 57
หนี้คำอธิบาย
แต่งงานกับซ่งอวี่ซีเหรอ?
บรรยากาศรอบตัวมู่อวี้เฉิงเริ่มน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น
“ผมไม่เคยพูดอะไรแบบนั้น”
ถึงแม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหนีจากกันไป แต่เขากลับไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นเลย
หลังจากคำพูดของมู่อวี้เฉิงสิ้นสุดลง สีหน้าที่เรียบเฉยของซ่งอวี่ซีก็พังทลายลงจนเหลือเพียงสีซีดเผือด
ทำพูดของเขาทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีท่าทางไม่แยแสเปลี่ยนไปเช่นกัน
เมื่อห้าปีที่แล้วเธอยังจำตอนที่ซ่งอวี่ซีบุกมาหาที่บ้านได้ดี
ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดของเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะไม่หนีหายไปเงียบ ๆ แบบนี้
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงเรื่องโกหกของซ่งอวี่ซีเท่านั้น คำพูดหลวงหลอกที่ทำให้ชีวิตเธอต้องพลิกผันมาหลายปี
เธอควรตำหนิความไร้ยางอายของซ่งอวี่ซีหรือตำหนิตัวเองที่ไม่ยอมเชื่อใจมู่อวี้เฉิง?
การแสดงออกของทั้งสองคนเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ดวงตาของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงและเขยิบเข้าไปหาซ่งอวี่ซีด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“ไปเอาความคิดที่ฉันจะแต่งงานด้วยมาจากไหน อธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ย?”
ซ่งอวี่ซีตกใจกับท่าทางกดดันของเขามาก เธอตื่นตระหนกจนเผลอถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับต้องการความช่วยเหลือ
เธอมองดูผู้เฒ่ามู่ทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า
ผู้เฒ่ามู่ตกใจมากแต่กลับไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร เขาส่ายหน้าและถอนหายใจเมื่อเห็นเธอร้องขอความช่วยเหลือ
ทำให้ซ่งอวี่ซีไร้ที่พึ่งพา
“อวี้เฉิง ฉัน ฉันแค่…”
เธอต้องการใช้ความรักเป็นข้ออ้างในการขอโทษ แต่สายตาเย็นชาของมู่อวี้เฉิงที่จ้องมองมาทำให้เธอพูดไม่ออก
ขณะที่พวกเขาติดอยู่ในทางตัน เจี้ยงไต้เอ๋อที่อยู่ไม่ไกลนักสังเกตเห็นสถานการณ์แปลก ๆ จึงเรียกหาคุณพ่อซ่ง
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมสีหน้าของอวี้เฉิงดูน่ากลัวขนาดนั้น?”
เจี้ยงไต้เอ๋อยิ้มและรีบเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่าง มู่อวี้เฉิงกับซ่งอวี่ซีเพื่อปิดกั้นสายตาของมู่อวี้เฉิงที่จ้องมองมาทางลูกสาว
“อวี่ซีไปทำอะไรไร้สาระให้อวี้เฉิงโกรธอีกล่ะ? รีบขอโทษอวี้เฉิงซะสิ”
เธอพูดอย่างเรียบง่ายและดึงซ่งอวี่ซีมาข้างหน้า
เมื่อพ่อแม่มายืนอยู่ข้าง ๆ ซ่งอวี่ซีแทบจะไม่สามารถปิดบังสีหน้าตื่นตระหนกจากมู่อวี้เฉิงได้เลย
เธอพูดขอโทษเสียงแผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยินภายใต้การจ้องมองเร่งเร้าของเจี้ยงไต้เอ๋อ
“อวี้เฉิง ใจเย็น ๆ นะ ไม่ว่ามันจะเป็นความผิดอะไรอวี่ซีก็จะน้อมรับไว้เอง พวกเธอสองคนโตมาด้วยกัน เธอก็น่าจะรู้ว่าอวี่ซีเป็นคนยังไง ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรหรอก”
ตระกูลซ่งไม่สามารถทำให้ตระกูลมาโกรธเคืองได้ ดังนั้นเจี้ยงไต้เอ๋อจึงทำได้เพียงตำหนิคนของตัวเอง
คุณพ่อซ่งที่อยู่อีกฝั่งเดินยิ้มเข้าไปหาผู้เฒ่ามู่
ผู้เฒ่ามู่เห็นว่าพวกเขาเดินเข้ามาจึงไม่อยากสร้างปัญหามากความ รีบเปิดปากช่วยพูดในที่สุด
“อวี้เฉิง เอาไว้ค่อยมาคุยกันอีกที แกพาเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปเดินเล่นก่อนเถอะ”
มู่อวี้เฉิงไม่ตอบสนอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเดินเข้าไปข้างหน้าและเป็นฝ่ายเชิญชวนเขาก่อน
“ที่นี่น่าเบื่อจัง คุณพาฉันออกไปเดินเล่นหน่อยได้มั้ยคะ?”
วันนี้เป็นวันเกิดของผู้เฒ่ามู่ เธอไม่อยากให้ผู้เฒ่ามู่ตกอยู่ในสภาพอับอาย
มู่อวี้เฉิงที่ได้ยินเสียงเธอหันไปมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วจึงหันกลับออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“คุณปู่ งั้นพวกหนูขอตัวก่อนนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกและรีบเดินตามมู่อวี้เฉิงออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามมู่อวี้เฉิงมาจนถึงสวนด้านหลัง เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่จู่ ๆ คนตรงหน้ากลับหันหลังกลับมา
แสงไฟในสวนสลัว ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเขาได้ชัดเจน
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขากลับเดินก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอก้าวถอยหลังชนเข้ากับกำแพงโดยที่ไม่รู้ตัว
มู่อวี้เฉิงเดินก้าวเข้าไปข้างหน้าเพื่อดักทางคนตรงหน้าเอาไว้
บรรยากาศระหว่างสองคนดูคลุมเครือมากขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมือขึ้นมาผลักเขาออกแต่กลับไร้ประโยชน์
“มู่อวี้เฉิง คุณจะทำอะไร!” เธอถามออกไปด้วยความโกรธจัด
มู่อวี้เฉิงหลับตาลงพยายามระงับความโกรธเอาไว้ข้างใน
“คุณไม่คิดว่าคุณติดหนี้คำอธิบายเรื่องเมื่อห้าปีที่แล้วกับผมมั่งเลยเหรอ?”
สุดท้ายแล้วเธอก็หนีปัญหานี้ไม่พ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยอมแพ้และเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“คุณยังจะต้องการคำอธิบายอะไรอีกล่ะ?”
เธอไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนั้นแล้วเธอจะอธิบายให้คนอื่นฟังได้อย่างไร?
บอกเล่าเขาถึงความทุกข์ทรมานทั้งหมดในหลายปีที่ผ่านมาว่ามันเกิดขึ้นจากการที่เธอโง่เขลาเชื่อคำพูดของซ่งอวี่ซีงั้นเหรอ?
“เพราะซ่งอวี่ซีใช่มั้ย?”
มู่อวี้เฉิงเค้นคำถามออกมาทีละคำ
“หากวันนี้พวกเธอไม่มาเจอหน้ากันที่นี่ เธอจะเก็บงำความลับไปถึงเมื่อไหร่?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบ
คำตอบของเธอคือใช่แล้วยังไงล่ะ? ในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันบานปลายมาถึงจุดนี้แล้ว
ถึงว่าตอนนั้นซ่งอวี่ซีจะไม่มาหาเธอ แต่พิจารณาจากลักษณะนิสัยของมู่อวี้เฉิงแล้ว เธอคงไม่สามารถอดทนอยู่บ้านหลังนั้นที่เขาทำราวกับว่าเป็นโรงแรมได้หรอก
มู่อวี้เฉิงไม่เคยมีความรักต่อเธอเลย ส่วนเธอก็แค่รอเวลาจากไปเท่านั้น
ขณะที่กำลังพิจารณาขั้นตอนสุดท้าย ซ่งอวี่ซีก็แค่เข้ามาช่วยเร่งทุกอย่างให้มันรวดเร็วขึ้นเท่านั้นเอง
“ตอบ!” มู่อวี้เฉิงเขยิบเข้ามาใกล้และโน้วตัวปะทะเข้ากับดวงตาเย็นชาของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“มาพูดเอาตอนนี้มันจะได้อะไรขึ้นมา? ต่อให้ในตอนนั้นไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้ฉันก็คงทนอยู่ไม่ไหวหรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบี่ยงหน้าออกไปด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาที่จ้องมองมาขณะพูดตอบไม่ตรงคำถาม
จู่ ๆ มู่อวี้เฉิงก็เอื้อมมือออกไปจับคางเธอ บังคับให้เธอหันหน้ามาสบตาเขา
“คุณกำลังหนีปัญหาอยู่” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงฟังดูโกรธจัด
“ที่ตอนนั้นคุณหนีไปเพราะคิดว่าซ่งอวี่ซีกำลังจะแต่งงานกับผม”
สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวบ่งบอกว่าเขาพูดถูก
“ไม่แปลกใจเลยที่ท่าทางก่อนหน้านั้นคุณดูแปลก ๆ คุณโทษที่ผมนอกใจระหว่างเราหมั้นกัน”
เขาปริปากพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่ได้ตอบรับอะไรเลย
จนทำให้เขากัดฟันแน่นจนเห็นสันกรามชัดเจน
มู่อวี้เฉิงมองดูท่าทางดื้อรั้นของเธอและหวนนึกถึงครั้งแรกที่พวกเขาพบเจอกันอีกครั้ง
ตอนที่พวกเขาเจอหน้ากันครั้งแรก ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางตัวเป็นศัตรูกับเขามาก
เขาน่าจะสังเกตเห็นมันตั้งแต่ก่อนหน้านี้
“ทำไมคุณไม่มาถามผมล่ะ?” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงอ่อนยวบลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเยาะ
เธอจะถามได้ยังไง?
หลังจากหมั้นหมายกันมู่อวี้เฉิงกลับมาบ้านเพียงแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เธอต้องรอเขากลับมาบ้านซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จึงคอยถามเขางั้นเหรอ?
เธอสามารถตั้งคำถามกับภาพถ่ายที่ซ่งอวี่ซีแสดงให้ดูได้หรือไม่?
ก่อนหน้าที่เธอถูกตระกูลถงใช้เป็นเครื่องมือในการหาเงิน เธอจะกล้าตั้งคำถามกับเขาได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้นเธอกำลังตั้งท้องเสี่ยวเป่าอยู่ เธอจะกล้าเสี่ยงถามออกไปไหม?
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคุณเอาแต่โทษผมอย่างเดียวเลยใช่มั้ย?” มู่อวี้เฉิงถาม
นอกจากจะทำตัวแปลก ๆ แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังดูเกลียดชังเขามาก
แต่เมื่อได้พูดความจริงออกไปแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับดูโล่งใจมากขึ้น
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้ว ตอนนี้ทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง แบบนี้ไม่ดีเหรอคะ?”
“เพื่ออะไร” มู่อวี้เฉิงขัดจังหวะเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ
“คุณไม่เข้าใจอะไรเลย นอกจากคุณแล้วผมไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนไหนอีก มันยังเป็นเหมือนเดิมเหมือนที่คุณเคยอยู่ที่นี่ และผมก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย”
น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่คลุมเครือ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
แต่ทำไมเขาจะต้องอธิบายด้วย…
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว คุณเข้าใจผิดมาหลายปีแล้ว คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเหรอ?”
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่น้ำเสียงของชายตรงหน้าอยู่เพียงใกล้แค่เอื้อม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมามีสติอีกครั้ง ถึงอย่างนั้นเธอไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไรเมื่อใบหน้าขนาดใหญ่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
ริมฝีปากของมู่อวี้เฉิงประทับเข้าที่ริมฝีปากบาง