พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 54 ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่งงาน
ตอนที่ 54
ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่งงาน
เดิมทีโจวเพ่ยฮวาแค่ใจร้อนจึงพูดจาโผงผางออกไป แต่หลังจากตระหนักได้แล้วเธอกลับรู้สึกว่าความคิดของตัวเองนั้นสมบูรณ์แบบ
ทว่าถงกัวฮุยกลับนิ่งไปนาน
“ที่รัก คุณลังเลอยากจะปล่อยมันไปเหรอคะ? คุณอย่าลืมสิคะว่านังนั่นมันทำให้ตระกูลถงของเรากลายมาเป็นแบบนี้”
โจวเพ่ยฮวารู้สึกประหม่าคิดว่าเขาไม่เต็มใจจะลงมือทำตามแผนการจึงรีบเอ่ยถามว่า “คุณจะปล่อยให้อวิ๋นเหยียนแต่งงานแล้วถูกไอ้สารเลวนั่นปู้ยี่ปู้ยำเอาหรือไง?”
เธอเป็นลูกสาวของเขา และถงกัวฮุยก็หวงแหนเธอมาก ไม่ต้องการทำให้เธอน้อยอกน้อยใจ
แต่ตอนนี้เขาไม่มีอำนาจอะไรเลย
เขาวางแผนเรื่องงานแต่งงานมานานแล้ว และตระกูลถงไม่สามารถทำให้ตระกูลหลี่ขุ่นเคืองได้
วิธีการที่โจวเพ่ยฮวาพูดถึงน่าจะได้ผล ดังนั้นคงจะถึงเวลาต้องใช้เงินสักที!
หากตระกูลถงมั่งคั่ง เขาคงจะไม่ต้องขายลูกสาวกินแบบนี้
“พ่อคะ ถ้าหนูต้องแต่งงานกับเขา หนูยอมตายดีกว่า!” ถงอวิ๋นเหยียนร้องไห้สะอึกสะอื้น
หัวใจของถงกัวฮุยอ่อนยวบลงเมื่อเห็นเช่นนั้น เขาขมวดคิ้วและพูดถึงปัญหาสำคัญ
“ที่คุณบอกว่าจะจ้างคนมาลงมือ คิดว่าตอนนี้ตระกูลถงมีเงินอยู่เท่าไหร่ สามารถจ้างใครมาทำแทนได้บ้าง?”
หากจ้างคนที่ไร้ฝีมือมา ถึงตอนนั้นเขาคงจะต้องสูญเสียทุกอย่าง
หลังจากพูดจบ บรรยากาศภายในห้องผู้ป่วยก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ
ถงกัวฮุยขมวดคิ้วขณะมองดูลูกสาวตัวน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้น ถึงอย่างนั้นภายในใจกลับคิดหาทางออกไม่เจอ
แต่จู่ ๆ โจวเพ่ยฮวาก็ก้าวเข้ามาด้วยดวงตาที่สดใส “เงินไม่ใช่ปัญหา เราบอกให้ผู้จัดการหลี่ส่งเงินสินสอดมาให้เราก่อนซะก็สิ้นเรื่อง ทุกอย่างจะได้เป็นไปตามที่วางแผนไว้ และพวกเขาจะได้ไม่ต้องจัดขั้นตอนการแต่งงานอะไรมากความ”
ให้ผู้จัดการหลี่ส่งเงินมาก่อน…
ถงกัวฮุยยังคงลังเลเล็กน้อย
ถงอวิ๋นเหยียนที่อยู่ด้านข้างเห็นว่าเขาลังเลคิดจะปฏิเสธ เธอจึงรีบพูดเสนอ “พ่อคะ งั้นหนูจะไปคุยกับผู้จัดการหลี่ว่าไม่ต้องจัดงานแต่งแล้วแค่ส่งเงินสินสอดมาให้เราก็พอ เขาเคยเจอหนูไม่ถึงสามครั้งด้วยซ้ำ เดี๋ยวถึงตอนนั้นก็คงจะคิดว่า นังถงเหมี่ยวเหมี่ยวมันเป็นคนเรียกร้องเงินเองนั่นแหละ”
ที่ผ่านมาล้วนเป็นการพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์
เธอสามารถทำได้ทุกอย่างตราบใดที่ไม่ต้องแต่งงานกับตาแก่คนนั้น
ถงกัวฮุยที่กำลังทุกข์ทรมานเพราะไม่รู้ว่าจะพูดคุยกับผู้จัดการหลี่อย่างไรพบว่าถงอวิ๋นเหยียนได้หาทางแก้ปัญหาให้เขาแล้ว
และครั้งนี้เขาไม่ได้ปฏิเสธ
“งั้นก็ตามนี้ อวิ๋นเหยียนไปขอเงินกับผู้จัดการหลี่ซะ เดี๋ยวพ่อจะไปหาคนที่ไว้วางใจได้มาจัดการเรื่องนี้”
ถงอวิ๋นเหยียนยิ้มกว้างทันที เธอพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาผู้จัดการหลี่
เธอติดนิสัยออดอ้อนมาตั้งแต่เด็ก สามารถเกลี้ยกล่อมให้ผู้จัดการหลี่มีความสุขได้ด้วยคำพูดยั่วยวนแค่ไม่กี่คำและทำให้เขาโอนเงินมาทันทีที่วางสายลง
และเรื่องราวต่าง ๆ ก็จบลงเพียงเท่านี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่รู้ตัวว่าตัวเองจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากอีกครั้ง
เธอพาเสี่ยวเป่าไปสวนสนุกในวันหยุดที่แสนจะหาได้ยาก
คราวเมื่อเธออยู่ต่างประเทศ เธอมักจะยุ่งมากจนลืมเวลาและลืมพาเสี่ยวเป่าออกไปเที่ยวเล่น
มีแค่ลู่ซีจวี๋กับท่านประธานที่คอยพาเขาออกไปกินข้าวเป็นครั้งคราว
เรียกได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวเป่าได้มาเที่ยวเล่นที่สวนสนุก
“หม่ามี้ ผมอยากไปเล่นอันนั้น! มันเจ๋งมากเลย!”
เสี่ยวเป่าวิ่งไปข้างหน้าสุดขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจ้องมองแผ่นหลังของเขาราวกับตกอยู่ในภวังค์ จากนั้นเขาก็วิ่งกลับมาดึงมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมามีสติอีกครั้งและจ้องมองไปยังทิศทางที่เขาชี้แล้วพบว่าเครื่องเล่นกำลังโลดโผนลงมา
“ไม่ได้ มันอันตรายเกินไป รอเสี่ยวเป่าโตกว่านี้ก่อนคอยไปเล่น”
เธอรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่ตอนที่มองดูมัน
ทว่าเสี่ยวเป่าไม่ย่อท้อกับการถูกปฏิเสธ เขาหันหลังกลับและวิ่งออกไปหาเครื่องเล่นที่ถูกใจอีกครั้ง
ช่วงเวลานี้มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในสวนสนุกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งถึงเที่ยงวันแล้วเสี่ยวเป่าก็ยังไม่ได้เล่นเครื่องเล่นที่ชื่นชอบสักอย่าง เขาจึงกลับเข้ามากินข้าวเที่ยงทั้งที่รู้สึกผิดหวัง
“เสี่ยวเป่าคนเก่ง เดี๋ยวตอนบ่ายป้าพาไปหาเครื่องเล่นสนุก ๆ ต่อ”
เยี่ยชวงอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดเวลา เธอรู้สึกขบขันปนสงสารที่เห็นเสี่ยวเป่าวิ่งเข้าไปหาตู้ขายตั๋วด้วยความตื่นเต้นและเดินกลับออกมาด้วยสภาพหดหู่ใจทุกครั้ง
โชคดีที่เสี่ยวเป่าเป็นคนง่าย ๆ สภาพจิตใจจึงกลับมามีพละกำลังเหมือนเดิม
พวกเขาทั้งสามคนกำลังลุกขึ้นเดินออกจากร้านอาหาร แต่จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้น
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและเห็นชื่อมู่อวี้เฉิงปรากฏอยู่บนหน้าจอ
ตั้งแต่วันที่มู่อวี้เฉิงมาค้างคืนด้วยพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูสายเรียกเข้าอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจกดรับสายในที่สุด
“มีธุระอะไรคะ?” เธอรีบพูดขึ้นก่อนโดยคิดว่าต้องการจะจบบทสนทนาให้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกันมู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงทางการของเธอ
“ตอนนี้สะดวกคุยมั้ยครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองและเห็นว่าเยี่ยชวงจับ เสี่ยวเป่าเอาไว้อยู่
“ฉันพาเสี่ยวเป่ามาเที่ยวสวนสนุก เสียงดังหน่อยนะคะ คุณมีเรื่องอะไรก็พูดมาเลย เสี่ยวเป่ารอฉันอยู่”
เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะใช้เสี่ยวเป่าเป็นเกราะกำบัง
มู่อวี้เฉิงได้ยินเสียงเธอจากปลายสายอย่างคลุมเครือ ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้ทำให้เธอลำบากใจและพูดอธิบายจุดประสงค์
“มะรืนนี้จะครบรอบวันเกิดเจ็ดสิบปีของคุณปู่ และคุณปู่รู้ว่าคุณกลับมาแล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเขาพูดถึงผู้เฒ่าตระกูลมู่
เธอยังจำได้ดีว่าตอนที่เธอหมั้นกับมู่อวี้เฉิง ท่านผู้เฒ่าใจดีกับเธอมาก หลังจากเข้าพิธีหมั้นแล้วเขาเป็นเพียงคนเดียวในตระกูลมู่ที่คอยดูแลเธออย่างดี
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะส่งของขวัญเป็นคำทักทายแทนฉันไปให้แล้วกัน” เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ทว่าน้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับรุนแรงขึ้น
“คุณปู่อยากเจอคุณ ผมว่าคุณมาเองน่าจะดีกว่านะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการปฏิเสธ เธอจะไปที่บ้านตระกูลด้วยฐานะอะไร? อดีตคู่หมั้นของมู่อวี้เฉิงที่หายตัวไปเมื่อห้าปีก่อนเหรอ?
“ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลมู่และเราเป็นแค่คู่ค้ากันเท่านั้น การไปที่นั่นจะทำให้คนหวนนึกถึงเรื่องเมื่อห้าปีที่แล้วเปล่า ๆ”
เมื่อถึงเวลานั้นงานเลี้ยงวันเกิดของท่านผู้เฒ่าคงจะเต็มไปด้วยคำติฉินนินทา และเหตุการณ์ดังกล่าวดูจะน่าเกลียดเกินไป
เธอคิดว่ามู่อวี้เฉิงจะยอมแพ้แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะเยาะดังมาจากปลายสาย
จากนั้นเสียงของมู่อวี้เฉิงก็ดังขึ้น
“ก็ใช่ แต่คุณติดหนี้คำอธิบายเรื่องเมื่อห้าปีก่อนกับคุณปู่อยู่”
ช่วงเวลาที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหายตัวไป ท่านผู้เฒ่าเป็นกังวลมากกว่าใคร ๆ
ขณะที่คนอื่นมัวกังวลเกี่ยวกับชื่อเสียงของตระกูลมู่ แต่ท่านผู้เฒ่ากลับกังวลถึงความปลอดภัยของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เมื่อคิดอย่างนั้น มู่อวี้เฉิงก็อดนึกถึงเรื่องส่วนตัวของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ เรื่องส่วนตัวที่ทำให้เธอถึงกับยอมสละทุกอย่าง
เธอจะกล้าบอกเรื่องนั้นกับคุณปู่หรือเปล่า?
“ก็ได้ค่ะ เข้าใจแล้ว ฉันจะไปที่นั่น”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบไปนานหลายนาทีและเธอไม่สามารถปฏิเสธคำพูดของมู่อวี้เฉิงได้
ท่านผู้เฒ่าคือคนเดียวที่เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เธอติดหนี้ท่านผู่เฒ่ามู่ทั้งคำอธิบายและคำขอโทษ
หลังจากวางสายลง อารมณ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดำดิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด
จนเยี่ยชวงรีบก้าวเข้ามาหา “คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว และเงยหน้าขึ้นมาแสดงสีหน้าสดใสอีกครั้ง
พวกเธอทั้งสองเล่นอยู่กับเสี่ยวเป่าตลอดทั้งบ่าย
จนกระทั่งภายในสวนสนุกมีจำนวนคนน้อยลง เสี่ยวเป่าจึงได้เล่นอย่างมีความสุขสักที
จวนถึงเวลาต้องกลับบ้าน เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเป่าไม่พอใจอย่างมาก
“หม่ามี้ ครั้งหน้าไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้มั้ย? เพื่อนในห้องบอกว่าเคยไปกันมาแล้ว และทุกคนบอกว่าสนุกมาก!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มตอบรับ
เสี่ยวเป่าคอยพูดบรรยายความรู้สึกในวันนี้ให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเยี่ยชวงฟัง ทำให้พวกเธอทั้งสองหัวเราะชอบใจมีความสุขกันมาก
และไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่ารถยนต์คันหนึ่งกำลังขับไล่ตามรถของพวกเธอมาอยู่