พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 53 สายเกินแก้
ตอนที่ 53
สายเกินแก้
ฝูงชนบนทางเดินที่เฝ้าดูความตื่นเต้นเงียบเสียงลงทันทีเมื่อเห็นทักษะฝีมือที่โหดเหี้ยมของเยี่ยชวง
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นยังไงบ้างคะ?”
เยี่ยชวงไม่ได้สนใจบรรยากาศแปลกประหลาดรอบตัว แต่กลับก้าวไปดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวข้างหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ พวกคุณมาได้ทันเวลาพอดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มขอบคุณ
เสี่ยวเป่าที่มองดูเหตุการณ์อยู่รีบวิ่งออกมาจากทางด้านหลังของถงเมี่ยวเหมี่ยว วิ่งเข้าไปจับมือของเยี่ยชวงด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ป้าเยี่ยชวงเก่งที่สุดเลย!”
ถึงแม้ว่าเยี่ยชวงจะไม่ได้เจอเสี่ยวเป่ามานานแล้ว ถึงอย่างนั้นเธอกลับตอบรับอย่างเป็นกันเองเมื่อได้ยินคำพูดชมเชย
“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะปกป้องเสี่ยวเป่ายังไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดจะหัวเราะไม่ได้เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขา
“ว่าแต่ทำไมมาถึงกันเร็วจังคะ?” เธอถาม
เยี่ยชวงลูบผมนุ่มสลวยของเสี่ยวเป่าและยิ้มตอบรับ “พวกเราบังเอิญมาทำภารกิจที่จีนพอดี จริง ๆ กำลังจะเตรียมตัวกลับแล้ว แต่จู่ ๆ ก็ได้รับคำสั่งให้มาที่นี่ด่วน”
เธอพูดขณะบีบแก้มเสี่ยวเป่าเบา ๆ รอยยิ้มค่อย ๆ ฉีกกว้างขึ้น “โชคดีที่มาทันเวลา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรกับคำพูดของเธอ
เยี่ยหานที่อยู่อีกด้านหนึ่งขมวดคิ้วเมื่อเห็นทั้งสามคนพูดคุยกันกะหนุงกะหนิง
“คุณหนู ผมควรทำยังไงกับเขาดีครับ?” เขาเตะถงกัวฮุยเบา ๆ อีกสองครั้ง
แต่ถงกัวฮุยกลับไม่ตอบสนอง และดูเหมือนว่าจะสลบไปแล้วจริง ๆ
“เรียกรถพยาบาลมาพาเขาออกไป”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองและรีบเบือนหน้าไปทางอื่น เธอไม่ต้องการเห็นหน้าถงกัวฮุยเลยด้วยซ้ำ
เยี่ยหานตอบรับ โน้มตัวลงไปอุ้มเขาขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว จากนั้นจึงลากถงกัวฮุยเข้าไปในลิฟต์
เสียงพูดคุยบริเวณทางเดินหายไปสักพักแล้ว และไม่มีใครตอบโต้อะไร
กู้ชิงฉวยโอกาสนี้ขับไล่พวกพนักงานออกไปก่อนจะเดินเข้าไปโค้งคำนับยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ผู้จัดการถง ฉันขอโทษนะคะ ฉันทำงานพลาดจนปล่อยให้เขาบุกเข้ามาได้”
หากรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะเข้ามาสร้างปัญหา กู้ชิงคงจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งเขาไว้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือ “มันไม่ใช่ความผิดของคุณ คุณเป็นผู้หญิงจะไปสู้แรงเขาได้ยังไง”
ทว่ากู้ชิงยังคงรู้สึกผิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้พูดปลอบเธอและปล่อยเธอออกไป
หลังจากนั้นไม่นานเยี่ยหานที่จัดการกับถงกัวฮุยก็กลับมา
เยี่ยหานอดจะสายหัวไม่ได้เมื่อเห็นเยี่ยชวงนั่งเล่น อยู่ข้าง ๆ เสี่ยวเป่า
“มาคุยเรื่องงานกันสักที”
เยี่ยชวนปริปากพูดขณะลุกขึ้นมายืนข้าง ๆ เขาด้านหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“คุณเหมี่ยวเหมี่ยว ทางเราคิดเอาไว้แล้วค่ะว่าจะให้พี่ชายฉันเป็นคนตามไปรับไปส่งเสี่ยวเป่าที่โรงเรียนทุกวัน ส่วนฉันจะเป็นคนปกป้องรับผิดชอบความปลอดภัยของคุณเอง”
พละกำลังของเยี่ยหานมีมากกว่าของเยี่ยชวน ดังนั้นเขาจึงเหมาะสมกับการปกป้องเสี่ยวเป่ามากกว่า
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธ
แต่ทันทีที่เธอพูดจบ เยี่ยชวงกลับยิ้มและพูดว่า “พวกเราคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ คำสั่งของคุณลู่คือการปกป้องพวกคุณทั้งสองคน”
หากพวกเขาพากันไปปกป้องเสี่ยวเป่าหมด พวกเขาก็จะไม่สามารถปกป้องทั้งสองคนตามคำสั่งได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงทำได้เพียงตอบตกลง
เธอไม่สามารถทำให้พวกเขาทั้งสองขัดคำสั่งของลู่ซีจวี๋ได้ และเธอก็เชื่อว่าเยี่ยหานสามารถปกป้องเสี่ยวเป่าได้ดี
คืนนั้นถงกัวฮุยฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาล
เขาปวดแขนอย่างรุนแรง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริษัทของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมื่อตอนกลางวันยังคงปรากฏชัดเจนอยู่ในใจของเขา และถงกัวฮุยก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำ
ขณะที่เขากำลังคิดโทษถือโกรธ โจวเพ่ยฮวากับ ถงอวิ๋นเหยียนก็เดินเข้ามาจากทางด้านนอก
สีหน้าสบายใจของทั้งสองคนค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความวิตกกังวล
“พ่อ เกิดอะไรขึ้นคะ? ใครทำพ่อ?”
ถงอวิ๋นเหยียนเดินเข้าไปข้างหน้ามองดูแขนที่ถูกพันด้วยผ้าก๊อซทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า
โจวเพ่ยฮวาติดตามเข้ามาติด ๆ “ฉันจำได้ว่าคุณแวะไปขอเงินนังถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาอยู่โรงพยาบาลได้?”
หากไม่กล่าวถึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะดีกว่านี้ แต่ทันทีที่เธอพูดออกไปอย่างนั้นบรรยากาศรอบตัวถงกัวฮุยก็มืดมนลงทันใด
“ที่รักมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ? นังชั่วนั่นคงไม่ได้ทำอะไรคุณใช่มั้ย?”
โจวเพ่ยฮวาประหลาดใจเมื่อเห็นท่าทางขุ่นเคืองของเขาจึงพ่นน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยเกินจริงออกมา
“จะมีใครอีกถ้าไม่ใช่มัน? นังเนรคุณเอาแต่ช่วยเหลือคนอื่น ไม่รู้จักช่วยเหลือตระกูลถงซะบ้าง ส่งเราไปสถานีตำรวจแถมตอนนี้ยังมาหาเรื่องทุบตีกันอีก!”
แม่ลูกสองคนไม่ได้พูดขัดจังหวะถงกัวฮุยและคอยฟังเขาพูดพร่ำบ่น
“ทำกันถึงขนาดนี้เชียวเหรอ ไม่ได้การล่ะฉันจะโทรแจ้งตำรวจ ให้ตำรวจมาลากคอมันไปมันจะได้ไม่มาเพ่นพ่านอีก!”
โจวเพ่ยฮวาพูดขณะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
ถงกัวฮุยหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าพวกเธอทั้งสองคนคุยกันไม่หยุด
ขณะที่โจวเพ่ยฮวาเตรียมพร้อมจะกดโทรออก
ถงกัวฮุยก็ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “วางโทรศัพท์ลง จะโทรหาตำรวจทำไม โทรแล้วจะมีประโยชน์อะไร?”
“ก็ถึงบอกว่าให้หาคนมามัดมันไว้ไง!” โจวเพ่ยฮวายังคงยืนกรานคำเดิม
ถงอวิ๋นเหยียนที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาจับจ้องไปที่ถงกัวฮุยด้วยความคาดหวัง
หากลักพาตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาได้ เธอก็จะไม่ต้องเข้าร่วมพิธีงานแต่งที่จะจัดขึ้นภายในอีกไม่กี่วัน
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าถงกัวฮุยจะปฏิเสธข้อเสนอของพวกเธออีกครั้ง
“ครั้งล่าสุดเราก็ทำไปแล้วไง อีกอย่างคุณรู้ได้ไงว่า นังถงเหมี่ยวเหมี่ยวมันจะไม่ระมัดระวังตัวกว่าเดิม? คิดว่าหาใครสักคนมาจับมันมันง่ายนักเหรอ?” ถงกัวฮุยพูดขณะมองดูแขนที่บาดเจ็บสาหัสด้วยความขมขื่น
เขาไม่สามารถต่อกรกับคนชุดดำทั้งสองได้จริง ๆ
“งั้นจะทำยังไง? อีกสองวันก็จะต้องแต่งงานกับ ผู้จัดการหลี่แล้ว เราตกลงกันไว้แล้วนี่” โจวเพ่ยฮวาพร่ำบ่น
ถงอวิ๋นเหยียนไม่ต้องการแต่งงาน และเธอที่อยู่ในฐานะแม่ไม่ต้องการบีบบังคับลูกเช่นเดียวกัน
เดิมทีวันนี้ถงกัวฮุยเพียงต้องการเดินทางมาแจ้ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ไปเข้าร่วมงานแต่งงาน แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วก็น่าจะไม่มีโอกาสเป็นเช่นนั้น
บรรยากาศภายในห้องผู้ป่วยเงียบไปครู่หนึ่ง
ทั้งสามคนกำลังคิดหาวิธีการตามแนวทางของตัวเอง
ถงอวิ๋นเหยียนลดระดับสายตาลงไม่กล้ามองหน้า ถงกัวฮุยแม้ว่าภายในใจจะคาดหวังก็ตาม
ผู้จัดการหลี่มีพุงใหญ่เป็นคนอ้วนท้วนและแก่กว่าเธอมากจนเธอไม่อยากแต่งงานด้วย
แต่ว่าถ้าตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ไป เธอที่เหลืออยู่คนเดียวในตระกูลถงก็จะต้อง…
“แต่เราบอกทางตระกูลหลี่ไปแล้วว่าจะส่งตัวลูกสาวไปแต่งงานด้วย ถ้าเกิดไม่ได้ผล เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไหว้วานอวิ๋นเหยียน”
ถงกัวฮุยถอนหายใจและมองดูลูกสาวตัวน้อยที่อยู่ข้าง ๆ เตียงด้วยความรัก
ถงอวิ๋นเหยียนที่เห็นแก่ตระกูลถงจะต้องเข้าใจเขา
แต่คำพูดดังกล่าวกลับเป็นเหมือนกับเสียงฟ้าผ่าที่ดังก้องอยู่ในหูของถงอวิ๋นเหยียน
เธอลืมควบคุมอารมณ์ตัวเองไปครู่หนึ่ง รีบคว้ามือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสของถงกัวฮุยขึ้นมาอย่างประจบประแจง
“พ่อคะ หนูไม่อยากแต่งงานกับตาแก่นั่น หนูยังเด็กอยู่เลย แถมผู้จัดการหลี่ก็เป็นคนบ้ากาม ถ้าเกิดหนูแต่งงานกับเขาเข้าไปแล้ว…”
ถงกัวฮุยไม่มีทางเลือกอื่น การแต่งงานในครั้งนี้เป็นความหวังเดียวของตระกูลถง และถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกลำบากใจกับลูกสาวสุดที่รัก แต่เธอก็ยังต้องเข้าร่วมพิธีงานแต่งงานอยู่ดี
“แม่! แม่รีบคิดหาวิธีช่วยหนูทีสิคะ…”
ถงอวิ๋นเหยียนเห็นว่าถงกัวฮุยเงียบไปจึงร้องขอความช่วยเหลือจากโจวเพ่ยฮวา
โจวเพ่ยฮวาเริ่มรู้สึกกังวลเมื่อเห็นลูกสาวร้องไห้ครวญคราง
“ที่รักคุณเต็มใจจะให้อวิ๋นเหยียนแต่งงานจริง ๆ เหรอคะ?”
“งั้นคุณบอกมาสิว่าเราต้องทำยังไง?”
ถงกัวฮุยเริ่มอารมณ์เสีย
“ถ้ามันไม่ได้ผลงั้นเราก็จ้างคนไปลักพาตัวมันมา เอายากรอกปากแล้วส่งมันขึ้นเตียงกับผู้จัดการหลี่ไปซะ พอถึงตอนนั้นต่อให้มันไม่ยอมเดี๋ยวมันก็ยอมเองแหละ!” โจวเพ่ยฮวาโพล่งออกมาด้วยความสิ้นหวัง