cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 122 การยืนกรานของเฉินซี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 122 การยืนกรานของเฉินซี
Prev
Next

บทที่ 122 การยืนกรานของเฉินซี
บทที่ 122 การยืนกรานของเฉินซี

ฟิ้ว!

เนื่องจากการปกป้องของม่านแสงที่ปกคลุมอยู่ในสนามประลอง มันจึงเหมือนสระน้ำที่ถูกปิดสนิทกำลังพวยพุ่งอย่างไม่รู้จบ และในไม่ช้าก็จะเต็มด้วยวารีทิพย์เก้าอนธการที่หนาวเหน็บถึงกระดูก

ขาของถังสวี่ถูกมวลน้ำท่วมมิด แต่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง กระบี่เทพเก้าหยินในมือของเขาเคลื่อนตามคลื่นที่ซัดสาดไปโดยรอบ ทำให้ม่านแสงรอบ ๆ สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและส่งเสียงครั่นคร้าม

คลื่นที่น่าตกตะลึงได้โหมกระหน่ำและพวยพุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้า

ในขณะนี้ ถังสวี่เป็นเหมือนเทพแห่งวารีที่ปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันไร้ขอบเขต ทำให้ผู้ชมทั้งหมดบนที่นั่งต่างก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก

“จงเลิกต่อต้านซะ อย่างที่ข้าเคยบอก เจ้ามันไม่คณามือข้า!!” ในขณะที่มองไปยังเฉินซีที่กำลังถูกธารน้ำถาโถมและกำลังจะจมในไม่ช้า ใบหน้าอันแสนธรรมดาของถังสวี่เผยความพึงพอใจออกมา ความขมขื่นที่เฝ้าบ่มเพาะมากว่าสิบปีในดินแดนมืดมิดและหนาวเย็น ซ้ำยังต้องทนต่อความเจ็บปวดอันแสนสาหัสถึงเก้าปี ก็เพื่อต้องการแสดงความสามารถท่ามกลางความสนใจของผู้คนไม่ใช่หรือ?

กึก!

ในขณะนี้เองที่ร่างของเฉินซีหยุดนิ่งกะทันหัน จากนั้นเขาก็ก้มศีรษะลงไปในมวลน้ำ สายตาที่จับจ้องอยู่ของถังสวี่ฉายแววประหลาดใจ

“คนผู้นี้คิดฆ่าตัวตายหรือ? วารีทิพย์เก้าอนธการเป็นถึงแก่นแท้ของวารีที่อยู่ลึกลงไปถึงสองพันจั้ง ภายใต้ดินแดนที่เยือกเย็นและมืดมิดจนเสียดกระดูก ตราบใดที่ผู้บ่มเพาะปราณภายในสัมผัสมันเพียงเล็กน้อย พวกเขาจะถูกแช่เป็นน้ำแข็งและสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ทั้งหมด คนผู้นี้กำลังรนหาที่ตายหรือ”

ถังสวี่รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างเย็นชาขณะก้าวไปข้างหน้า และกระบี่เทพเก้าหยินที่ดุร้ายก็พุ่งเข้าหามวลน้ำ

ตู้ม!

ธารน้ำที่ไหลเชี่ยวพุ่งออกมาจากก้นสระ ขณะที่วังน้ำวนขนาดมหึมาทั้งแปดสายซัดสาดเข้าหากัน จนเกิดเสียงคำรามของมังกรร้ายทะยานออกมาจากภายใน แรงดูดและแรงหมุนของวังน้ำวนทั้งแปดสายได้ประสานเข้าด้วยกัน จนก่อตัวเป็นพลังทะลุทะลวงอันแหลมคมที่ทำให้ใจสั่นไหวและรู้สึกหวาดกลัว

ภายในใจกลางของวังน้ำวนมีกระบี่ท่องปรภพทั้งแปดเล่มอยู่ทุกหนทุกแห่ง พวกมันเป็นเหมือนทวยเทพที่ควบคุมวังน้ำวน และปราณกระบี่อันแหลมคมที่พวยพุ่งออกมาจากมันก็อยู่ในระดับที่น่าตกตะลึง

แรงดูด!

แรงหมุน!

ปราณกระบี่อันแหลมคม!

เมื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว พวกมันก็กลายเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งสามารถบดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และโจมตีถังสวี่จากทุกทิศทุกทาง

ถังสวี่ตกตะลึงในทันใด เมื่อพบว่าตนเองสูญเสียการควบคุมวารีทิพย์เก้าอนธการ ขณะที่พวกมันกลับถูกควบแน่นเป็นวังวนโดยกระแสปราณที่น่าสะพรึงกลัวทั้งแปดสายเพื่อโจมตีเขา!

ปัง! ปัง! ปัง!

เมื่อวังน้ำวนแรกโจมตีเขา กระบี่เทพเก้าหยินขนาดมหึมาราวกับตกอยู่ในมือของอสูร มันแตกออกทีละนิดก่อนที่จะกลายเป็นวารีทิพย์เก้าอนธการที่ถูกกลืนหายไปทั้งหมด ทำให้พลังของวังน้ำวนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งส่วน

“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้” ถังสวี่คำรามด้วยความโกรธ เขารีบหมุนเวียนปราณจ้าววิญญาณไปทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกายที่สูงสิบจั้งของเขาโปร่งแสง และปลดปล่อยพลังอันน่าเกรงขามออกมา ด้วยการถูฝ่ามือของเขา ทำให้กระบี่เทพเก้าหยินก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นชายหนุ่มก็ฟันไปยังวังวนที่กำลังโจมตีเขา

ปัง!

กระบี่เทพเก้าหยินแตกเป็นเสี่ยง ๆ และถูกกำจัดออกไป ก่อนที่ถังสวี่จะต้านทานได้อีกครั้ง วังวนทั้งแปดก็ถาโถมลงมาราวกับสัตว์ร้ายที่กระหายเลือดจนกลืนกินร่างของถังสวี่จากศีรษะไปถึงเท้า

ฟ่อ! ฟ่อ! ฟ่อ!

กระแสปราณทั้งแปดหมุนวนในทิศทางตรงกันข้ามขณะที่บดเข้าหากัน และแรงกดดันที่เกิดจากพวกมันได้บดขยี้ร่างของถังสวี่ ให้กลายเป็นผุยผงจนสลายไปอย่างสมบูรณ์

ตราบใดที่ศีรษะและหัวใจของผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลที่ฝึกฝนทักษะขัดเกลากายาเทพอสูรไม่ได้ถูกแทงทะลุ ผู้บ่มเพาะก็สามารถงอกแขนขาได้ใหม่และฟื้นตัวได้

ในระหว่างการต่อสู้ก่อนหน้านี้ เฉินซีได้สังเกตเห็นบางอย่าง …หลังจากที่กระบี่ท่องปรภพทั้งแปดเล่มสับศีรษะของถังสวี่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่คนผู้นี้กลับฟื้นฟูร่างกายของตนเองได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้เฉินซีจะไม่เข้าใจถึงความลับที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังสิ่งนี้ แต่เฉินซีก็ยังคอยเฝ้าหาจุดอ่อนของมันอยู่ตลอดเวลา

วิธีการใช้วังวนเพื่อทำลายถังสวี่ในตอนนี้ คือวิธีการกำจัดศัตรูที่เฉินซีคิดออกเป็นอย่างแรก กระบี่ท่องปรภพทั้งแปดเล่มถูกใช้ออกด้วยกระบวนท่าวายุทลายสุญญะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนท่าอันทรงพลังที่สุดของเคล็ดวิชากระบี่หยั่งรู้วาตะลอยละล่อง และมันได้ตัดการเชื่อมต่อระหว่างถังสวี่กับวังวนวารี จากนั้นเขาก็รวบรวมวังวนทั้งแปดที่มีเต๋าแห่งสายลม ให้พวกมันบดขยี้ร่างกายของถังสวี่เป็นผุยผง!

ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ หากถังสวี่ยังรอดไปได้ เฉินซีคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเปิดเผยตัวตนในฐานะผู้ขัดเกลากายาและใช้กระบวนท่าฝ่ามือมหาดาราออกไป

โชคดีที่ทุกอย่างที่เฉินซีกังวลไม่ได้เกิดขึ้น

บนสนามประลอง วังวนและธารน้ำสลายไปแล้ว กระบี่ท่องปรภพทั้งแปดเล่มต่างลอยคว้างอยู่ข้างชายหนุ่ม ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีย่ามใบหนึ่งหล่นลงมาที่พื้นและร่างของถังสวี่ที่ถูกบดขยี้เป็นผุยผงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

“ชนะสองในสามยก ตอนนี้ข้าชนะไปแล้วสองยก เซี่ยจ้าน เจ้าไม่คิดจะคุกเข่าขอโทษหรือ?” เฉินซีเก็บย่ามที่อยู่บนพื้นขึ้นมา จากนั้นหันกลับมาเผชิญหน้ากับเซี่ยจ้านที่อยู่ด้านล่างสนามประลอง

เนื่องจากการตายของถังสวี่ ทั่วสนามประลองจึงตกอยู่ในความเงียบงัน ในขณะนี้แม้ว่าเสียงของเฉินซีจะแผ่วเบา แต่ยังคงดังก้องอยู่ในหูผู้ชม

“ผู้บ่มเพาะทักษะขัดเกลากายาเทพอสูรตายแล้วจริง ๆ หรือ?”

“วิชากระบี่ของเด็กคนนี้ทรงพลังยิ่งนัก! พลังของวังวนทั้งแปดสายในตอนท้ายน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน…”

“วิเศษ! วิเศษมาก! ผู้บ่มเพาะปราณภายในสามารถฆ่าผู้บ่มเพาะกายาได้! การต่อสู้เช่นนี้หาได้ยากในรอบร้อยปี!”

…

“เยี่ยมมาก!” ต้วนมู่เจ๋อตบมืออย่างดุเดือด เขารู้สึกตื่นเต้นจนใบหน้แดงก่ำและคำรามออกมาเสียงดัง จนผู้บ่มเพาะที่อยู่รอบข้างต่างหันมามอง

“ข้าคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเฉินซีจะกลายเป็นคนที่ทรงพลังได้ขนาดนี้ ทันทีที่ออกเคลื่อนไหว มันก็กลายเป็นกระบวนท่าสังหาร” แววตามุ่งมั่นของตู้ชิงซีส่องประกายผิดปกติ และมุมปากที่เย็นชาของนางก็ยกยิ้มด้วยความยินดี

“เจ้าคงไม่ตกหลุมรักเขาใช่ไหม” ซ่งหลินหยอกล้อด้วยรอยยิ้ม

“ไสหัวไปซะ!” ต้วนมู่เจ๋อกับตู้ชิงซีกล่าวออกมาพร้อมกัน เพียงแต่คนหนึ่งมีความขมขื่นซ่อนอยู่และไม่เต็มใจ ส่วนอีกคนเขินอายและไม่สบายใจ เพียงเท่านั้น ซ่งหลิงก็เข้าใจและไม่ได้กล่าวอะไรอีก

…

“ท่านพี่ พี่ใหญ่เฉินซีชนะแล้ว!” ใบหน้าเล็ก ๆ ของมู่เหวินเฟยกลายเป็นสีแดง และเขากระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น

“อืม ข้าก็เห็นเช่นกัน” กำปั้นของมู่เหยาที่แต่เดิมกำแน่นก็ค่อย ๆ คลายออกอย่างผ่อนคลาย และใบหน้ารูปไข่ที่บริสุทธิ์และงดงามก็ยากจะปกปิดความสุข

ความสุขบนดวงหน้าสวยงามของนางก็ยากที่จะปกปิด

…

ขอบเขตเต๋าแห่งการรู้แจ้ง กระบี่ท่องปรภพระดับมนุษย์ขั้นสุดยอด วิชากระบี่และวิชาตัวเบาอันลึกซึ้ง ในบรรดาคนรุ่นเยาว์ของกองกำลังมหาอำนาจต่าง ๆ ในเมืองทะเลสาบมังกร มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่เทียบกับเขาได้ ช่างน่าเกรงขาม!

‘ข้าไม่เคยนึกเลยว่าข้าหลี่คุนจะตัดสินผิดเช่นกัน…’ บนที่นั่งด้านบน ชายชราที่มีเงาปกคลุมทั้งร่างทอดถอนใจอย่างแผ่วเบา ถ้าหากเฉินซีเห็นเขาในตอนนี้ เฉินซีจะรับรู้ได้ถึงความประหลาดใจของเขาได้อย่างแน่นอน ว่าชายชราคนนี้ก็คือชายชราลึกลับที่นั่งอยู่หลังโต๊ะในห้องโถงใหญ่ของผู้พิทักษ์วิญญาณแห่งราชวงศ์ต้าซ่งคนนั้น

…

ม่านแสงบนสนามประลองถูกเปิดออกและข้ารับใช้หญิงที่มีใบหน้างดงามก็ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะกล่าวเสียงดังว่า “ฝ่ายของนายน้อยเซี่ยจ้านแพ้ในยกที่สอง” จากนั้นนางก็หันไปมองเซี่ยจ้านและถามว่า “นายน้อยเซี่ย ท่านยังต้องการประลองในยกที่สามอีกหรือไม่”

ในขณะนี้ สีหน้าของเซี่ยจ้านซีดเซียวและมืดมน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวดุร้าย ราวกับว่าเขาปรารถนาจะฆ่าฟันอีกฝ่ายให้ราบเป็นหน้ากลอง ณ เดี๋ยวนั้น

ด้วยเงื่อนไขที่จะต้องชนะทั้งสามรอบ สถานะของฝ่ายเขาจึงยังคงมั่นคงอยู่ แต่ใครจะนึกถึงว่าเจ้าเฉินซีจะเอาชนะหลินเส้าฉีที่เป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นแปดดาราด้วยกระบวนท่าเดียว ในตอนนี้เฉินซียังสังหารถังสวี่ที่เป็นผู้บ่มเพาะกายาขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสามดาราด้วยความเหนือชั้นกว่าได้?

เหตุใดถึงเป็นเยี่ยงนี้?

เซี่ยจ้านหวนนึกถึงเงื่อนไขที่ได้ตกลงกับเฉินซีไว้ก่อนการต่อสู้ และเมื่อนึกถึงการที่ต้องคุกเข่าลงและขอโทษพี่น้องคู่นั้นที่ไม่มีแม้แต่ต้นตระกูล ความเดือดดาลก็พลันปะทุขึ้นในใจ อย่างไรก็ตามภายใต้การจับจ้องของผู้คน เขาไม่อาจกลับคำได้ มิเช่นนั้นตระกูลเซี่ยคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

‘ข้าควรทำอย่างไรดี?’

ท่าทางของเซี่ยจ้านกระวนกระวาย และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

“เจ้าอยากกลับคำหรือ? มองไปรอบ ๆ สิ ทุกสายตาล้วนจับจ้องมาที่เจ้า และถ้าจะกลับคำพูดก็ไม่เป็นไร แต่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเจ้าคงจะป่นปี้” เฉินซีกล่าวอย่างเฉยเมย

“บัดซบ! เจ้า…” ท่าทางของเซี่ยจ้านดุร้ายขึ้น เขาโกรธจนตาแทบถลนและจ้องเขม็งไปยังเฉินซี เซี่ยจ้านไม่ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าสับไอ้เด็กน่ารังเกียจนี่ออกเป็นชิ้น ๆ!

“โอ้ แม้แต่เซี่ยจ้านยังถูกต้อนให้อยู่ในสภาพเช่นนี้ ดูเหมือนว่าควรจะสงบปากไว้น่าจะดีกว่า”

“แน่นอน ตอนนี้เขาไม่มีทางถอย ข้าสงสัยว่าเซี่ยจ้านจะทำอะไร”

“ฮึ่ม! เซี่ยจ้านควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง เขามักจะเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ และไม่ให้เกียรติแก่ผู้ใด ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีตระกูลเซี่ยหนุนหลัง เขาคงถูกฆ่าตายไปนานแล้ว”

เสียงมากมายดังกระทบโสตของเขาและเป็นเหมือนใบมีดกรีดหัวใจของเซี่ยจ้าน ทำให้เขาโกรธจนร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด

ตั้งแต่เด็ก …เขาเคยทุกข์ใจเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?

ไอ้บัดซบ!

พวกเจ้าทุกคนช่างบัดซบ!

ดวงตาของเซี่ยจ้านกลายเป็นสีแดงฉาน เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกขณะกระโจนเข้าสู่สนามประลอง สายตาจ้องมองเฉินซีที่อยู่ตรงข้ามและเอ่ยเสียงลอดไรฟัน “ข้าจะต่อสู้กับเจ้าในยกที่สาม หากข้าตาย ข้าก็ไม่จำเป็นต้องขอโทษ แต่ถ้าเจ้าตาย… มันคงไม่ได้ดีไปกว่านี้และข้าจะทรมานพี่น้องคู่นั้นให้เหมือนตกนรกทั้งเป็น!!!”

ขณะนี้ทุกคนเห็นว่าเซี่ยจ้านเสียสติไปแล้ว ถ้อยคำที่เขากล่าวนั้นแน่วแน่และไร้ความปรานี และสถานการณ์จะจบลงก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตเท่านั้น

“ดูเหมือนว่าเจ้ายังไม่ตระหนักถึงความเป็นจริง ในเมื่อกำลังจะตาย ข้าจะทำให้ความปรารถนาของเจ้าเป็นจริง” จิตสังหารวูบขึ้นในแววตาของเฉินซี อันเนื่องมาจากคำพูดสุดท้ายของเซี่ยจ้าน!

การต่อสู้ปะทุได้ทุกเมื่อ และบรรดาผู้บ่มเพาะที่นั่งชมต่างก็ปิดปากเงียบขณะจ้องมองไปที่สนามประลอง ‘…นายน้อยของตระกูลเซี่ยอาจถูกฆ่าตายระหว่างการต่อสู้ในครั้งนี้ และนี่เป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง!’

“เซี่ยจ้าน ลงมาซะ!” ในขณะนี้เองที่เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานไปทั่วลานประลอง ทันใดนั้นเกิดเสียงฟิ้วดังขึ้นและมีร่างหนึ่งพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว

รูปร่างของคนผู้นี้สูงโปร่งกำยำ อีกทั้งยังสูงกว่าเซี่ยจ้าน บนศีรษะมีเรือนผมที่ยาวหนาพาดอยู่บนบ่า ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรอยแผลเป็นซึ่งดูคล้ายกับตะขาบที่แก้มซ้าย และมันยังเพิ่มกลิ่นอายป่าเถื่อนและดุร้ายให้กับเขา

“เซี่ยเหมิง!”

“เซี่ยเหมิงนี่เอง ตั้งแต่สิ้นสุดการจัดอันดับมังกรซ่อนครั้งล่าสุด ก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นเขาอีกราวกับหายไปในอากาศ แต่ตอนนี้กลับปรากฏตัวแล้ว!”

“ฮ่า ๆ ในที่สุดก็มีการแสดงดี ๆ ให้ดูแล้ว!”

เมื่อพวกเขาเห็นคนผู้นี้ ผู้ชมต่างส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจ

“ท่านพี่!” เซี่ยจ้านร้องออกมาอย่างแผ่วเบาและก้มหน้าลงด้วยความละอาย การถูกผู้อื่นต้อนให้อยู่ในสภาพเช่นนี้และต้องให้พี่ชายของเขาต้องออกหน้า มันช่างน่าละอายจริง ๆ

“ถ้าวันนี้เจ้าไม่ก้าวเข้าสู่สนามประลอง ข้าคงไม่ออกมายุ่งเกี่ยวกับเจ้าแน่” เสียงของเซี่ยเหมิงทั้งดุดัน รุนแรงและทรงพลัง

เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มว่า “ถือว่าโชคดีที่เจ้าไม่ได้ทำให้ข้าต้องผิดหวัง ลงไปซะ เรื่องที่เกิดขึ้นปล่อยให้ข้าจัดการเอง”

เซี่ยจ้านพยักหน้ารับ จากนั้นจึงจากไป ขณะที่เดินก็รู้สึกว่าความกลัวถาโถมเข้ามา ‘หากเลือกที่จะคุกเข่าและขอโทษเร็วกว่านี้ ข้าคงถูกตระกูลเซี่ยขับไล่ไปแล้วใช่หรือไม่’

“การต่อสู้ครั้งนี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป ในนามของน้องชายข้า ข้าขออภัยต่อท่านและพี่น้องคู่นั้น” สายตาของเซี่ยเหมิงมองไปที่เฉินซี และกล่าวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าขอรับประกันได้ว่าจะไม่มีผู้ใดจากตระกูลเซี่ยคอยสร้างปัญหาให้กับพวกเจ้าทุกคนอีก เช่นนี้นับว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

ผู้คนพยักหน้าเห็นด้วย การที่ทำให้เซี่ยเหมิงประกาศจุดยืนดังกล่าว ย่อมเป็นการประนีประนอมครั้งใหญ่ที่สุดของตระกูลเซี่ย ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีทางออกและไม่จำเป็นต้องตัดสินความเป็นความตายอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทุกคนกลับคาดไม่ถึงว่า …เฉินซีจะไม่เห็นด้วย!

“ก่อนหน้านี้ น้องชายของเจ้าบีบให้สหายของข้าตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง เขาเคยคิดที่จะขอโทษและปล่อยพวกเขาไปหรือไม่? แล้วถ้าข้าแพ้ในการต่อสู้ เจ้านึกภาพออกไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา” เฉินซีกล่าวช้า ๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง

ใบหน้าของเซี่ยเหมิงมืดมนลงและกล่าวถามอย่างเฉยเมย “แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด? กล่าวเงื่อนไขของเจ้ามา แล้วข้าจะชดเชยให้ ตราบใดที่มันไม่มากเกินไป”

“ข้าแค่อยากจะถามเจ้าคำถามหนึ่ง” น้ำเสียงของเฉินซีค่อย ๆ เย็นชา เนื่องจากนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขายังจำแววตาที่สิ้นหวัง ทำอะไรไม่ถูก หวาดกลัว และวิตกกังวลของมู่เหยากับมู่เหวินเฟย ทำให้โทสะปะทุขึ้นในอก อีกทั้งยังคุกรุ่นและปรารถนาที่จะระบายออกมา “หากเป็นเจ้า เจ้าจะยอมปล่อยเขาไปเช่นนี้หรือไม่”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 122 การยืนกรานของเฉินซี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved