cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 123 ข่าวร้าย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 123 ข่าวร้าย
Prev
Next

บทที่ 123 ข่าวร้าย
บทที่ 123 ข่าวร้าย

คำถามนั้นทำให้เซี่ยเหมิงถึงกับตกตะลึง และถามตัวเองว่าถ้าเขาเป็นเฉินซีและตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ …เขาคงไม่ให้อภัยกับสิ่งที่เซี่ยจ้านทำลงไป

แต่เขายอมไม่ได้!

เขาเป็นบุตรชายคนโตของตระกูลเซี่ยที่เป็นหนึ่งในหกตระกูลใหญ่แห่งเมืองทะเลสาบมังกร เหตุใดถึงเทียบตัวเองกับเฉินซี และยังต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราเช่นนี้

น่าขันสิ้นดี!

ใครเคยเห็นศิษย์ของกองกำลังมหาอำนาจมาผูกมิตรกับขอทานข้างถนนบ้างเล่า

ใครเคยเห็นพญาอินทรีที่ผงาดบนท้องฟ้ากังวลว่ามดน้อยจะรู้สึกอย่างไร

ด้วยสถานะของเขา ตัวตน และเกียรติยศของตระกูลจะไม่ยินยอมให้เซี่ยจ้านทำเช่นนี้ ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยแม้แต่จะคิด จึงเอ่ยถามเสียงเย็นชา “เจ้าต้องการอะไร”

“คุกเข่าลงและโขกศีรษะ ทำอย่างที่รับปากไว้” เฉินซีเน้นคำพูดทีละคำ

เซี่ยเหมิงหัวเราะเย้ยหยัน จนแผลเป็นรอยตะขาบบนใบหน้าซีกซ้ายบิดเบี้ยว “แน่ใจแล้วหรือว่าจะทำอย่างนี้”

“เฉินซี! ช่างมันเถอะ เจ้าก็ชนะแล้ว… ขืนเอาเรื่องต่อไปจะไม่เกิดผลดีแก่ตัวเจ้าเอง แต่หากยังยืนยันที่จะเอาเรื่อง พวกเราพร้อมที่จะสนับสนุนเจ้าเต็มที่” ตู้ชิงซีและอีกสองคนพลันก้าวขึ้นไปบนลานประลองทันที

การปรากฏตัวของคนทั้งสามทำให้ผู้บ่มเพาะที่มาสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณนั้นต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าเฉินซีก็มีความสัมพันธ์กับสามคนนี้!

“ตู้ชิงซี ต้วนมู่เจ๋อและซ่งหลิน ฐานะทางสังคมของทั้งสามคนไม่ได้ด้อยไปกว่าเซี่ยเหมิงเลยแม้แต่น้อย!”

“น่าสนใจจริง ๆ! วันนี้มีแต่เรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นทั้งนั้น! แค่ช่วงประเดี๋ยวเดียวสี่คนจากหกตระกูลใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นมา ทำให้การประลองครั้งนี้กลายเป็นเรื่องยากในรอบพันปีทีเดียว”

“ไม่แปลกใจเลยที่เด็กนั่นจะกล้าพูดกับเซี่ยเหมิงเช่นนั้น เขาก็มีคนหนุนหลังที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยเช่นกันนี่เอง!”

ในความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทุกคนตะลึงงันมากกว่าที่เห็น เหยียนชิงหนี่แห่งนิกายกระบี่เมฆาพเนจรเป็นผู้แรกที่ออกมาไกล่เกลี่ยเพื่อช่วยเหลือน้องชายกับพี่สาวที่ไม่มีคนหนุนหลังคู่หนึ่ง จากนั้นเฉินซีก็เข้ามาพัวพัน หลังจากที่ได้รับชมการปะทะคารมระหว่างทั้งสองฝ่าย ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกันว่านี่น่าจะเป็นจุดสำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนี้

ทว่าเซี่ยเหมิงผู้ไม่เคยเปิดเผยตัวนานนับสิบปีก็โผล่ออกมาโดยไม่มีใครคาดคิด ตามด้วยอัจฉริยะสามคนจากสามตระกูลใหญ่ที่ออกมาแสดงท่าทีหลังจากนั้นไม่นาน…

ทุกฉากทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลั่งไหลเข้าสู่ความคิดของคนในที่นั้นอย่างหนักหน่วง เหมือนกระแสน้ำที่ซัดสาดเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเหตุให้พวกเขาถึงกับจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จนแทบเสียสติเลยก็ว่าได้

“จริงด้วย… พี่ใหญ่เฉินซี ข้ากับน้องไม่ถือโกรธคนพวกนั้นแล้ว อย่าให้ท่านต้องมาลำบากเพราะพวกเราเลย” มู่เหยาจับมือน้องชายและพากันก้าวขึ้นไปบนลานประลอง ยามนี้สีหน้าของนางบ่งชัดว่ารู้สำนึกในบุญคุณเจือความวิตกกังวล

ในใจของเฉินซีรู้สึกโล่งอก แต่ภายนอกที่เห็นเขายังคงมีสีหน้าสงบนิ่งเหมือนเคย

เขารู้อยู่แล้วล่ะ… ไม่ว่าจะเป็นพวกตู้ชิงซีหรือมู่เหยาและมู่เหวินเฟย ทุกคนต่างทำไปเพราะเห็นแก่เขาอย่างจริงใจทั้งสิ้น แต่เป็นตนเองต่างหากที่ทำใจยอมรับสถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้!

ทำไมเมื่ออีกฝ่ายยอมอ่อนข้อให้แล้ว ข้าต้องยอมรับอย่างนั้นหรือ?

เหตุใดเวลาที่มู่เหยากับมู่เหวินเฟยต้องการขอโทษ แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากทุกคน

ชายหนุ่มเข้าใจดีถึงความแตกต่างทางสถานภาพ ตัวตนและความแข็งแกร่งของพลัง ระหว่างมดตัวน้อยกับยักษ์ แต่กระนั้นเขายังรังเกียจกติกาบ้าบอที่ทำให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้

เป็นเพราะมีกฎกติกาเหล่านี้ คนชั่วช้าเลวทรามถึงยังมีชีวิตอยู่ไปได้อีกนับร้อยปี แต่คนที่ตั้งใจทำดีเพื่อผู้อื่นกลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถกลางถนน ไม่มีความยุติธรรม ไม่มีความดีและความชั่ว ทุกอย่างตัดสินได้ด้วยความแข็งแกร่ง!

ชีวิตหนึ่งทำเพื่ออีกชีวิตหนึ่งและชดใช้หนี้ชีวิตด้วยอย่างนั้นหรือ ผลกรรมกับการจองเวร เวียนว่ายตายเกิดอย่างนั้นหรือ ตราบใดที่คนคนหนึ่งแข็งแกร่งอย่างแท้จริง คนคนนั้นจะมัวเมาไปกับการเหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด! ใครจะนึกยำเกรงและคอยห่วงใย

เดือดดาลหรือไม่ เฉินซีคงต้องยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เหตุการณ์เช่นนี้มีให้เห็นทั่วไปทั้งในสวรรค์และโลกมนุษย์ ซึ่งรังแต่จะขยายออกไปตลอดเวลา และเขาไม่สามารถแก้ไขความเป็นไปของกฎกติกาที่ดำเนินมาหลายปีดีดักได้ด้วยตัวเอง

กระนั้นเขาก็ไม่ปรารถนาจะปล่อยเซี่ยจ้านไปเฉย ๆ เขาไม่ใช่วีรบุรุษผู้กล้าที่เอ่ยอ้างอำนาจสวรรค์มาตัดสินด้วยความยุติธรรม แต่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนข้างตัวของเขาเอง

อย่างไรก็ตาม เหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้แผนการของเฉินซีไม่เป็นผลอย่างสิ้นเชิง

“เฉินซีอย่างนั้นหรือ… เฉินซีไหน” ดูเหมือนเซี่ยเหมิงจะฉุกคิดขึ้นได้ ดวงตาหรี่ลงขณะถามออกไปด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย

ผู้ชมต่างให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลังจากได้ยินคำกล่าว บางคนที่มีหัวคิดฉับไวได้หวนนึกถึงเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อสองสามวันที่แล้ว …และทำให้ตื่นตะลึงไปทั้งเมืองทะเลสาบมังกร

“เฉินซี! เขานั่นแหละเฉินซี!”

“เขาคือชายที่ฆ่าผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำหกคน และคนขอบเขตแกนทองคำหยินหยางอีกหนึ่งคนของตระกูลซู!”

“ไม่น่าแปลกใจ… ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาเอาชนะในการประลองยกที่สองได้ ที่แท้ก็เป็นเขานี่เอง!”

…

ตอนนี้ทุกคนพลันตกอยู่ในความโกลาหล!

ทุกสายตาจ้องมองไปที่เฉินซีเป็นตาเดียว แน่ชัดว่าพวกเขาอยากจะเห็นว่าเด็กหนุ่มคนนี้แกร่งกล้าน่ากลัวเพียงใด

“ที่แท้พี่ใหญ่เฉินซีก็เป็นคนที่น่าเกรงขาม!” มู่เหยากับมู่เหวินเฟยได้ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังอื้ออึงรอบตัวแล้ว สายตาชื่นชมของทั้งสองก็มองไปยังเฉินซี

“เป็นเจ้านี่เอง” เซี่ยเหมิงเขม้นมองเฉินซีอย่างเคร่งขรึม เมื่อคนยิ่งมีชื่อเสียงมาก เขาย่อมแผ่อำนาจบารมีเหนือผู้อื่น ไม่ว่าคนผู้นั้นจะมั่นใจในพลังแข็งแกร่งของตัวเองสักเพียงใด การเผชิญหน้ากับตัวตนที่สามารถฆ่าคนขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง ก็ต้องชั่งน้ำหนักถึงผลที่ตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงหากจะต้องต่อสู้กับชายหนุ่ม

“อะไรกัน ข้าเมื่อก่อนกับตอนนี้มีอะไรที่แตกต่างไปอย่างนั้นหรือ” ขณะที่ชายหนุ่มมองเซี่ยเหมิงที่เปลี่ยนความคิดไปอย่างกะทันหัน เฉินซีก็เอ่ยเยาะเย้ยอย่างไม่ปกปิด

“เจ้าทำให้คนตระกูลซูทั้งตระกูลขุ่นเคืองและยังต้องการคุกคามตระกูลเซี่ยของข้าหรือ” เซี่ยเหมิงใบหน้าหมองคล้ำขณะย้อนถามอย่างเย็นชา

“ในเมื่อข้ากล้าฆ่าซูเหลิ่ง ข้าก็กล้าฆ่าเจ้าได้เหมือนกัน อยากลองดูหรือไม่” เฉินซีโต้กลับอย่างใจเย็น

ใบหน้าของเซี่ยเหมิงไหววูบแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เขาไม่ต้องการหลงกลคนวิกลจริต ยังไม่นับว่าเจ้าคนวิกลจริตนั่นกำลังถูกตระกูลซูตอบโต้อย่างบ้าระห่ำ คงไม่คุ้มกันถ้าต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

อีกทั้งพวกตู้ชิงซีที่อยู่เคียงข้างเฉินซี ทำให้เขารู้สึกกลัวเอาเรื่องเหมือนกัน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าการเผชิญหน้ากับเฉินซีคงไม่เป็นผลดีแน่

“สหายน้อย ข้าต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้พวกเจ้ายอมเห็นแก่หน้าตาของข้าและลบล้างเรื่องราวนี้เสีย” ขณะนั้นมีเสียงโอบอ้อมอารีของคนชราดังขึ้น สุ้มเสียงที่ให้ความรู้สึกคล้ายว่ากำลังถูกสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน และไม่อาจกระตุ้นความคิดที่จะต้านทานให้เกิดขึ้นได้แม้แต่น้อย

“คารวะผู้อาวุโสเนตรลิขิต!” เวลานี้แม้จะไม่เห็นเจ้าของเสียงทันที แต่ผู้บ่มเพาะทุกคนต่างรีบผุดลุกขึ้นยืนทำความเคารพ โดยประสานกำปั้นพร้อมกับค้อมกายคำนับไปยังท้องฟ้าไกลลิบ สถานที่แห่งนั้นจึงปรากฏเป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง

“ผู้อาวุโสเนตรลิขิต เป็นนักพรตที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังศาลาชุมนุมเซียน เขามีพลังบ่มเพาะที่ยากจะหยั่งถึง กระทั่งบรรดาผู้นำกองกำลังมหาอำนาจทั้งหลาย เมื่อพบปะกับเขายังต้องสุภาพนอบน้อม” น้ำเสียงเย็นเยียบดั่งสายธารของตู้ชิงซีดังเข้ามาในโสตประสาทของเฉินซี แวบแรกที่ได้ยินเขาก็ตะลึงไปเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็เข้าใจทันที ‘นักพรตเนตรลิขิตคนนี้ดูท่าว่าจะเป็นบุคคลที่น่ายำเกรงแห่งเมืองทะเลสาบมังกรเช่นกันสินะ’

“คุณชายเฉินซี ทางศาลาชุมนุมเซียนขอชดเชยให้ท่านด้วยตราสัญลักษณ์แทนคำขอโทษ ผู้ดูแลศาลาชุมนุมเซียนแจ้งว่ายินดีต้อนรับ หากท่านให้เกียรติมาเป็นแขกของภัตตาคารชุมนุมเซียน ของเราเจ้าค่ะ” สาวต้อนรับหน้าตาสะสวยและท่าทีสุภาพเรียบร้อยก้าวขึ้นมาบนลานประลองอีกครั้ง พร้อมกับถือหีบหยกไว้ในมือบอบบาง

“ข้าไม่ได้ทำอะไรและไม่สมควรได้รับสิ่งนี้ กรุณานำกลับไปเสีย” เฉินซีส่ายหน้าปฏิเสธ “เรื่องที่เกิดขึ้นจะจบที่นี่ ข้าไม่คิดใส่ใจกับเรื่องขี้ปะติ๋วพวกนี้ และหวังว่าคุณชายเซี่ยเหมิงจะทำตามคำพูดของตัวเอง” แม้แต่เจ้าของสถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานเริงรมย์อันดับหนึ่งแห่งเมืองทะเลสาบมังกรยังออกหน้าเพียงนี้ เฉินซีจะทำอะไรได้นอกจากหยุดและยอมอ่อนข้อ

“ฮึ! คำพูดของข้า… เซี่ยเหมิงเป็นแค่เรื่องขี้ปะติ๋วอย่างนั้นหรือ” เซี่ยเหมิงคำรามลั่นก่อนจะสะบัดแขนเสื้อและกลับออกไป

“คุณชายเฉินซี ถ้าไม่ยอมรับของกำนัลนี้ไว้ ผู้ดูแลศาลาชุมนุมเซียนคงต้องไล่ข้าออกแน่เจ้าค่ะ” หญิงต้อนรับหน้าสวยทำหน้าน่าสงสาร ขณะมองเฉินซีด้วยสายตาเว้าวอน

เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้คิ้วเข้มของตู้ชิงซีขมวดเข้าหากันทันที ก่อนที่นางจะยื่นมือออกไปรับกล่องหยกมาถือไว้ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะช่วยเจ้าให้รับเอาไว้ก็แล้วกัน”

สาวต้อนรับเบิกตามองอย่างตกตะลึง พลันเหลือบมองไปทางตู้ชิงซีและเบนสายตามองไปยังเฉินซี ก่อนจะเม้มปากกลั้นยิ้ม จากนั้นนางจึงตัดสินใจว่าจะไม่รบกวนพวกเฉินซีอีกต่อจึงถอยกลับไป

สายตาของสาวต้อนรับก่อนจะออกไปนั้น ทำให้ตู้ชิงซีรู้สึกหัวใจกระตุกวูบ กระทั่งเกิดความอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าร้อนผ่าวที่ใบหน้า

“รีบไปกันเถอะ เวลาตกเป็นเป้าสายตาของคนมากมายเช่นนี้น่าอึดอัดจะตาย” ชายหนุ่มกระแอมเล็กน้อยก่อนจะเดินลงจากลานประลอง พลันหันไปเรียกมู่เหยากับมู่เหวินเฟยขณะที่จะเดินออกจากศาลาชุมนุมเซียน

“นี่ เจ้าจะไม่เปิดดูสักหน่อยหรือว่าในหีบหยกมีของล้ำค่าอะไร” ตู้ชิงซีที่เดินตามมาทันเฉินซีทักขึ้น

“ไม่เป็นไร เจ้าจะเอาไปเปิดดูก็ได้” เสียงของชายหนุ่มตอบเรื่อย ๆ

“ข้าหรือ… ตกลง” หญิงสาวชะงักนิดหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดูเหมือนคำพูดของเฉินซีจะทำให้นางมีความสุขอย่างมาก กระนั้นตู้ชิงซีก็ไม่ได้เปิดหีบหยกแต่กลับสอดเอาไว้ในเสื้อแทน จากนั้นแววตากระจ่างใสเสมองไปไกลคล้ายว่านึกถึงอะไรบางอย่าง

“ต้วนมู่ ข้าว่าเจ้าถอนตัวเสียเถอะ จะได้ไม่กระทบกับความเป็นพี่เป็นน้องของพวกเรา”

“ไอ้บ้า! ข้าบอกที่ไหนว่าจะตีกับเฉินซีเรื่องผู้หญิง ให้ตายสิ ข้าแค่… จะแวะร่ำสุราสักหน่อย”

“ก็ได้… ข้าไปเป็นเพื่อน”

“พี่น้องที่แสนดี!”

“พี่น้องตลอดกาล!”

ซ่งหลินกับต้วนมู่เจ๋อต่างโอบบ่าของกันและกัน ขณะใช้วิธีสื่อสารกันผ่านกระแสปราณ ตลอดทางผ่านจึงดึงดูดสายตาของผู้คนมากมายที่แสดงความสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ

…

ชายหนุ่มเพิ่งจะเดินออกมาจากศาลาชุมนุมเซียนไม่นาน ขณะนั้นเองเฉินซีก็เห็นเซี่ยเหมิงกำลังยืนเอ้ออระเหยมาแต่ไกล พลันหัวคิ้วขมวดเข้าหากัน หรือว่าคนผู้นั้นไม่ยอมถอนตัว

“อย่างห่วงเลย ข้าพูดแล้วไม่คืนคำ” อีกฝ่ายทำท่าว่านึกขึ้นได้ สีหน้ายิ้มน้อย ๆ ของเซี่ยเหมิงจึงดูกระหยิ่มปริ่มเปรมขณะพูดว่า “ข้ารอให้พวกเจ้ากลับออกมาเพราะเผอิญว่านึกขึ้นได้กะทันหัน จึงจำเป็นต้องรีบมาบอกให้รู้”

“ว่ามา”

“ตอนนี้น้องชายของเจ้าเป็นศิษย์ของนิกายกระบี่เมฆาพเนจรใช่หรือไม่” เซี่ยเหมิงถามไปทันที

ใบหน้าของเฉินซีซีดเผือดและสามารถเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรได้ทันที ตอนที่อยู่ที่พำนักของเซียนกระบี่ในดินแดนรกร้างใต้พิภพ ครั้งหนึ่งเขาเคยเหนือกว่าและเอาชนะซูเฉินพี่ชายของซูเจียว ซึ่งเป็นศิษย์สายในของผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติที่ยิ่งใหญ่แห่งนิกายกระบี่เมฆาพเนจรได้

เวลานี้เขาทำให้ตระกูลซูขุ่นเคืองใจ หากตระกูลซูจะตอบโต้อย่างสาสม แน่ชัดล่ะว่าจะต้องโยงไปถึงน้องชายของเขา!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ …สีหน้าของเฉินซียิ่งหมองคล้ำมากขึ้น

“ดูเหมือนเจ้าจะคิดได้แล้วสินะ” เซี่ยเหมิงยกยิ้มหยันขณะกล่าวต่อมา “แต่มีข่าวร้ายบางเรื่องที่เจ้ายังไม่รู้ น้องชายของเจ้าเป็นอัจฉริยะเหนือชั้นในเต๋าแห่งกระบี่แห่งนิกายกระบี่เมฆาพเนจร หลังจากที่เข้าร่วมในการเทียบอันดับมังกรซ่อนปีนี้แล้ว ฉะนั้นเมื่อเขาประสบความสำเร็จ เขาจึงจะมีโอกาสที่จะได้เป็นหนึ่งในศิษย์ชั้นนำของนิกายกระบี่เมฆาพเนจร แต่หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกลางคันคงพลาดโอกาสซึ่งน่าเสียดายเป็นอันมาก”

ทันทีที่พูดจบ ร่างของเซี่ยเหมิงสั่นไหวไปมาก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำและค่อยเลือนหายไปอย่างเชื่องช้า

“อย่าวิตกไปเลย ไม่ว่าตระกูลซูจะมีสถานะสูงส่งเพียงใด พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรผลีผลามกับนิกายกระบี่เมฆาพเนจรแน่” เสียงกล่าวทำนองปลอบใจของตู้ชิงซีดังขึ้นข้างตัว

“แต่ถึงอย่างไรจะต้องเกิดปัญหาไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน” ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วง “ฟังจากที่เซี่ยเหมิงพูดเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าตระกูลซูกำลังจะใช้กลอุบายต่ำช้าที่จะจัดการกับน้องชายของข้าในการเทียบอันดับมังกรซ่อนเป็นแน่ เห็นทีข้าจะต้องรีบบอกน้องข้าให้รู้ตัวก่อน”

หญิงสาวพยักหน้าตอบ “อืม เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว ถ้ามีปัญหาหนักใจให้รีบบอกมาอย่าได้ลังเล”

“ไม่น่าจะมีปัญหา สุดท้ายแล้วข้าจะเข้าร่วมการเทียบอันดับมังกรซ่อนด้วย และเมื่อถึงตอนนั้นก็น่าจะช่วยน้องชายได้” เฉินซียิ้มน้อย ๆ พยายามทำสีหน้าให้ดูผ่อนคลายที่สุด

“สหาย… ไม่ว่าเจ้าจะพบกับความยากลำบากสักแค่ไหน พวกเราพร้อมที่จะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเจ้า อีกอย่างเจ้าไม่ต้องคิดมาก” ต้วนมู่เจ๋อขยับเข้ามาใกล้พลางเอ่ยว่า “เดิมทีวันนี้ข้าตั้งใจไว้ว่าจะเลี้ยงมื้อค่ำเพื่อต้อนรับเจ้า แต่ในที่สุดพวกเราก็อดลิ้มรสฉลองเก้ามหาสมบัติของหัวหน้าเยว่จนได้ และกลายเป็นว่าต้องมาเจอกับเรื่องน่าทุเรศพวกนี้ ไป… ไป! ไปหาสุราดื่มกันดีกว่า” ชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับ ในใจรู้สึกขึ้นมาราง ๆ ว่าการมาปรากฏตัวที่ศาลาชุมนุมเซียนของตนในวันนี้ ไม่ได้ห่างไกลจากล้างแค้นของตระกูลซูสักเท่าใดเลย

“สหายเต๋าเฉินซี ข้ามาขอบใจที่เจ้าให้ความช่วยเหลือมู่เหยาและน้องชายของนาง” ขณะที่เฉินซีและคนอื่นกำลังโดยสารรถลากเทพหกกิเลนเพื่อกลับออกไปนั้นเอง เหยียนชิงหนี่ในเครื่องแต่งกายสีเขียวหยกเดินมาแต่ไกล

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 123 ข่าวร้าย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved