cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 121 ต่อสู้กับถังสวี่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 121 ต่อสู้กับถังสวี่
Prev
Next

บทที่ 121 ต่อสู้กับถังสวี่
บทที่ 121 ต่อสู้กับถังสวี่

ทั่วบริเวณเข้าสู่ความเงียบโดยพลัน!

เหล่าผู้บ่มเพาะต่างตกตะลึงกับเคล็ดวิชาตัวเบาของเฉินซีที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด และมีบางคนที่พอจะมีสายตาเฉียบแหลมก็สังเกตได้ว่าเคล็ดวิชานั้นบรรลุถึงขอบเขตเต๋าแห่งการรู้แจ้งแล้ว!

เต๋าแห่งการรู้แจ้งคือความเข้าใจและการรับรู้ถึงเต๋าแห่งสวรรค์

ในเส้นทางของการบ่มเพาะ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเกิดมาพร้อมกับสถานะหรือภูมิหลังเลิศล้ำเพียงใด และไม่ว่าอาจารย์จะทุ่มเทในการชี้แนะและถ่ายทอดความรู้เพียงใด หากคนผู้นั้นไม่สามารถเข้าใจเต๋าแห่งสวรรค์อย่างลึกซึ้ง การบ่มเพาะไม่เพียงแต่จะถดถอยเท่านั้น แต่ยังไม่อาจกลายเป็นเซียนสวรรค์ไปตลอดชีวิต

เพราะถ้าใครต้องการเป็นเซียนสวรรค์ คนนั้นจะต้องผ่านการทดสอบของทัณฑ์สวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้ และยิ่งมีความเข้าใจเกี่ยวกับเต๋ามากเท่าใด โอกาสที่จะเอาชนะทัณฑ์สวรรค์ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ไม่ต้องกล่าวถึงคนบางคนที่เป็นอัจฉริยะ กล่าวตามปกติ ความเข้าใจเกี่ยวกับเต๋าแห่งสวรรค์ของผู้บ่มเพาะทั้งหมดในโลกสามารถเห็นได้จากบางแง่มุม

ผู้บ่มเพาะขอบเขตสร้างรากฐานบ่มเพาะอย่างยากลำบากและหมั่นเพียร เพื่อที่จะทะลวงอุปสรรคในตัวเองและได้รับความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับของเต๋าแห่งสวรรค์ สิ่งนี้เรียกว่าขั้นพื้นฐาน

ผู้บ่มเพาะขอบเขตก่อกำเนิดดูดซับปราณวิญญาณจากสวรรค์และโลก จากนั้นทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับแหล่งที่มาของปราณวิญญาณ และนี่เป็นขั้นสูง

ผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลได้สร้างรากฐานของมหาเต๋า โดยหลอมรวมเข้ากับโลก และขอบเขตที่พวกเขาไล่ตามคือขั้นเอกภาพ

ในขณะที่เต๋าแห่งการรู้แจ้งถูกแทนที่ด้วยขอบเขตเต๋าแห่งการต่อสู้ ที่ผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำต่างแสวงหา!

เป็นเพราะเหตุนี้ เมื่อเห็นว่าเฉินซีเข้าใจขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นเต๋าแห่งการรู้แจ้งแล้ว จึงทำให้ผู้บ่มเพาะเหล่านั้นต่างตกตะลึง

“ผู้เยาว์คนนี้คือใครกัน?”

“อนาคตของเด็กคนนี้ต้องไร้ขีดจำกัดอย่างแน่นอน!”

“จงรีบไปสืบมา สืบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเด็กคนนี้ไม่ว่าจะสำคัญหรือเล็กน้อยแค่ไหน อัจฉริยะเช่นนี้ควรค่าแก่การที่พวกเราจะทุ่มสุดตัว!”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง บนที่นั่งระแวกสนามประลองก็ระเบิดความโกลาหลทันที ผู้คนถกเถียงกัน และมุ่งความสนใจไปที่เฉินซีที่อยู่ในสนามประลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูเหมือนจะต้องการดูให้ชัดเจนว่าเขาเป็นคนแบบไหน

“ขอบเขตเต๋าแห่งการรู้แจ้ง! ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้าจะทำเรื่องโง่เขลาลงไป…” บนที่นั่ง เหยียนชิงหนี่รู้สึกแปลก ๆ นางบ่นพึมพำขณะที่มองไปที่เฉินซี

“เจ้าเฉินซีคนนี้ผิดปกติเกินไป เหตุใดข้าถึงรู้สึกเหมือนไม่รู้จักเขาทุกครั้งที่ได้พบ ให้ตายเถอะ พวกเราที่เหลือจะเอาตัวรอดได้อย่างไรเมื่อเขาเป็นเช่นนี้!” ต้วนมู่เจ๋อกัดฟันขณะกล่าว

“เขาผิดปกติจริง ๆ นั่นแล” ตู้ชิงซีและซ่งหลินเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

แม้ว่าทั้งสามคนจะกล่าวเช่นนี้ แต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความยินดี ถึงแม้ชัยชนะของเฉินซีจะทำให้พวกตนรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง แต่สิ่งนี้ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเป็นเกียรติ

“พี่สาว! ข้าต้องการคำนับพี่ใหญ่เฉินซีเป็นอาจารย์!” จู่ ๆ มู่เหวินเฟยก็กล่าวด้วยท่าทางแน่วแน่

“อ่า… เจ้าไม่อยากไปที่นิกายกระบี่เมฆาพเนจรแล้วหรือ?” มู่เหยาตกตะลึง จากนั้นก็ครุ่นคิดขณะที่กล่าวว่า “หากพี่ใหญ่เฉินซีเต็มใจรับเจ้าเป็นศิษย์ก็ถือเป็นพรจากสวรรค์อย่างแท้จริง อนิจจา พวกเราไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เฉินซีจะเต็มใจหรือไม่”

“เจ้าโง่! เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังของอีกฝ่ายเป็นเช่นไร แต่กลับเป็นคนเริ่มที่จะโจมตีก่อน นี่ไม่ใช่การรนหาที่ตายหรอกหรือ” ที่อีกด้านหนึ่งของสนามประลอง เซี่ยจ้านคำรามด้วยเสียงต่ำ “ถังสวี่ จงไปจัดการซะ! เจ้าเด็กคนนั้นแค่รวดเร็วเพียงเล็กน้อย จงระมัดระวังให้ดีและเมื่อรวมกับทักษะแปรสภาพกายาของขอบเขตตำหนักอินทนิลระดับสามของเจ้า ย่อมฆ่ามันได้อย่างแน่นอน!”

ถังสวี่พยักหน้าที่ยังคงสงบนิ่ง ดูเหมือนว่าสถานการณ์รอบข้างจะไม่ส่งผลต่ออารมณ์ของเขาแต่อย่างใด

“ข้า… ข้ายอมรับ… ยอมรับความพ่ายแพ้!” บนสนามประลอง หลินเส้าฉีที่ถูกบีบคอรวบรวมกำลังเพื่อเปล่งเสียงที่ขาด ๆ หาย ๆ

“ไสหัวไปซะ! ถ้าเห็นเจ้าช่วยคนชั่วกดขี่คนอื่นอีก ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน” เฉินซีโยนหลินเส้าฉีลงจากสนามประลองราวกับทิ้งขยะ

“ฝ่ายของนายน้อยเซี่ยจ้านเป็นผู้แพ้ในรอบแรก” ข้ารับใช้หญิงผู้งดงามเดินขึ้นไปบนสนามประลอง สายตาที่นางจ้องมองไปที่เฉินซีกำลังสั่นไหว “นายน้อย ขอแสดงความยินดีสำหรับชัยชนะในรอบแรก”

ชายหนุ่มยิ้มตอบและกล่าวว่า “มาเริ่มรอบที่สองกันเถอะ”

“อ้อ นายน้อยหมดความอดทนแล้ว” ข้ารับใช้หญิงยิ้มอ่อนหวาน ทำให้นางดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก จากนั้นกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ลานประลองและกล่าวด้วยเสียงชัดเจน “รอบที่สองได้เริ่มขึ้นแล้ว”

ตึก! ตึก! ตึก!

ทันทีที่ข้ารับใช้หญิงเดินลงมาจากสนามประลอง ก็มีเสียงฝีเท้าที่ดูเหมือนช้าแต่เร็วราวกับเสียงกลองประหลาดก้าวไปยังสนามประลอง

ตึก! ตึก! ตึก!

ทันใดนั้น บริเวณโดยรอบของสนามประลองก็เงียบสงัดลง เมื่อทุกคนรู้สึกว่าหัวใจเต้นพ้องไปกับเสียงฝีเท้านี้ จนถึงจุดที่ปราณแท้ พลังชีวิต และเลือดในกายพลุ่งพล่าน ทำให้ดวงจิตแห่งเต๋าแทบจะสูญเสียการควบคุม

สำหรับผู้ที่มีความแข็งแกร่งและค่อนข้างอ่อนแอ ใบหน้าของพวกเขาวูบไหวด้วยความเศร้าโศก ยิ้มแย้ม และงุนงงราวกับตกอยู่ในสภาวะที่ผิดปกติ

ท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่แปลกประหลาดนี้ ชายในชุดขนนกถังสวี่กำลังเดินขึ้นไปที่สนามประลอง และเมื่อหยุดการเคลื่อนไหว เสียงฝีเท้าแปลกประหลาดก็หายไป ทำให้ผู้คนที่กำลังเฝ้าดูอยู่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจโล่งอก

ต่อจากนั้น การจ้องมองของทุกคนก็พุ่งไปที่ถังสวี่ เนื่องจากคำถามมากมายผุดขึ้นมาว่า …คนผู้นี้คือใคร? เขามาจากที่แห่งใด? บ่มเพาะเคล็ดวิชาอะไร? แค่เพียงเสียงฝีเท้าของเขาเท่านั้น แต่กลับทำให้ผู้อื่นสูญเสียการควบคุมตนเองได้?

หวือ!

มหาค่ายกลสมดุลลึกล้ำของสนามประลองถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง และมันก่อตัวเป็นม่านแสงเข้าปกคลุมเฉินซีและถังสวี่ไว้

“ข้าบ่มเพาะวิชากายาวารีทศทิพย์ เมื่อตอนแปดขวบ ข้านั่งสมาธิเป็นเวลาเก้าปีภายในสถานที่อันมืดมิดและหนาวเหน็บแห่งดินแดนทางเหนือสุด และใช้วารีทิพย์เก้าอนธการเพื่อขัดเกลาร่างกายจนบรรลุขอบเขตตำหนักอินทนิลระดับสาม ร่างกายนี้อ่อนนุ่มเหมือนสายน้ำ แต่แข็งดั่งเหล็กกล้า ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะเร็วแค่ไหน แต่ถ้าไม่แข็งแกร่งพอ มันก็ไร้ประโยชน์” ใบหน้าเรียบเฉยของถังสวี่ไม่มีความผันผวนแม้แต่น้อย

“ยิ่งกว่านั้น ข้ายังได้บ่มเพาะพลังอิทธิฤทธิ์ ร่างแปลงสวรรค์ และกระบี่เทพเก้าหยิน เมื่อทั้งสองรวมกันก็สามารถ…”

เฉินซีโบกมือขึ้นขัดจังหวะ “เจ้ามาเพื่อคุยกับข้าหรือ?”

เขารู้โดยทันทีว่าถังสวี่ต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อทำให้จิตใจของเขาหวาดกลัวและก่อเกิดมารในใจ ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของเขาเป็นอย่างมาก

แต่น่าเสียดายที่ถังสวี่ไม่รู้ว่าเฉินซีฝึกจินตภาพรูปปั้นเทพเจ้าฝูซีทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งได้เผชิญกับการต่อสู้ที่ยากลำบากมามากมาย จนทำให้ดวงจิตแห่งเต๋าแข็งแกร่งและมั่นคง ดังนั้นคำกล่าวไม่กี่คำเขาก็ไม่สะทกสะท้านหรอก

สิ่งสำคัญที่สุดคือเฉินซีฝึกทักษะแปรสภาพกายาเช่นเดียวกัน และสิ่งที่บ่มเพาะก็คือวิชาร่างแปลงดาราสังหารเอกภพ ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาการบ่มเพาะที่ไม่มีใครเทียบ มันสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ดังนั้นความเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของทักษะแปรสภาพกายาจึงลึกล้ำกว่าผู้บ่มเพาะธรรมดา และความพยายามของถังสวี่ที่ต้องการข่มขู่เขานั้นช่างดูไร้เดียงสาและน่าขบขันยิ่งนัก

เห็นได้ชัดว่าถังสวี่รู้สึกตกตะลึงด้วยไม่คาดคิดมาก่อนว่าปฏิกิริยาของเฉินซีจะเฉยเมยถึงเพียงนี้ เขาส่ายศีรษะไปมา “การประเมินศัตรูต่ำเกินไปจะทำให้เจ้าต้องตาย”

“เจ้าเป็นผู้ชายหรือ” จู่ ๆ เฉินซีก็ถามขึ้น

ถังสวี่ตอบกลับ “แน่นอน” จากนั้นเขาก็ตะคอกด้วยความโกรธว่า “เจ้ากำลังว่าข้าไม่ใช่ผู้ชายหรือ?”

เฉินซียักไหล่ “ข้าก็คิดว่าเจ้าไม่ใช่ผู้หญิงเช่นกัน”

“เจ้ากล้าเรียกข้าว่าขันทีเหรอ” ใบหน้าของถังสวี่ถมึงทึง

ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว ขันทีที่ไม่มีความกล้า และรู้เพียงเล่ห์เหลี่ยมกับกลอุบายเล็กน้อยเท่านั้น”

“เจ้ากำลังรนหาที่ตาย! ร่างแปลงสวรรค์!” ถังสวี่ตะโกนออกมา ขณะเดียวกันมีไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างกาย ดูเหมือนจะกลายร่างเป็นแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว ในขณะที่กลิ่นอายพลันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากนั้นกลายเป็นยักษ์ที่สูงราว ๆ สิบจั้งแล้ว

ยักษ์ตนนี้ดูเหมือนจะกำเนิดจากสายน้ำ แขนขา ศีรษะ และตัวของมันหลั่งไหลเป็นธาราสีดำ พลังปราณอันเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกไปในอากาศ กลั่นตัวเป็นเกล็ดหิมะที่พัดพาประกายแสงอันเย็นเยียบ อีกทั้งเมื่อมันอยู่ที่ด้านหน้าเขา เฉินซีก็ดูเหมือนคนตัวเล็กจ้อยไปถนัดตา

สิ่งนี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ ร่างแปลงสวรรค์ มันทำให้ร่างกายสูงมากกว่าสิบจั้งได้ และช่วยให้ความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่ความว่องไวกลับไม่ลดลงแม้แต่น้อย

และเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่ทรงพลังยิ่งนัก ในสมัยโบราณ เทพกับอสูรส่วนใหญ่จะบ่มเพาะทักษะขัดเกลากายาเทพอสูร เพื่อให้สามารถใช้พลังได้มากขึ้นในระหว่างการต่อสู้

อีกทั้งเมื่อร่างแปลงสวรรค์ได้รับการบ่มเพาะจนถึงขีดสุด คนผู้นั้นขยายร่างจนสูงราวกับภูเขาถึงสองพันจั้ง และทุกการเคลื่อนไหว ความแข็งแกร่งนั้นก็เพียงพอจะทลายภูเขาและแยกแม่น้ำ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

“กระบี่เทพเก้าหยิน!” ถังสวี่กลายร่างเป็นยักษ์ที่มีความสูงกว่าสิบจั้งตะโกนออกมา จากนั้นกระบี่ขนาดมหึมาพลันปรากฏขึ้น ตัวกระบี่ถูกปกคลุมด้วยชั้นอักขระที่หนาแน่นและลึกซึ้ง ยิ่งไปกว่านั้นบนคมมีดที่ยาวสองจั้งปล่อยระลอกคลื่นโปร่งใสเป็นดวง ๆ

ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงร่างแปลงสวรรค์ใด ๆ เพราะมันสามารถทำให้ผู้ขัดเกลากายาครอบครองร่างกายและพลังที่เพิ่มพูน ในขณะที่กระบี่เทพเก้าหยินนี้ถูกควบแน่นจากปราณจ้าววิญญาณ สามารถแสดงปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ชายหนุ่มนิ่งงันด้วยความอัศจรรย์

พลังอิทธิฤทธิ์ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ และด้วยสิ่งนี้ผู้ขัดเกลาร่างกายจึงไม่จำเป็นต้องใช้สมบัติวิเศษใด ๆ อีก เพราะพลังโจมตีของพวกมันเพียงพอที่จะเข่นฆ่าศัตรูได้!

“จงตายซะ!” ถังสวี่ตวัดกระบี่เล่มโตลงไป ก่อให้เกิดมวลคลื่นแหลมคมมากมาย และส่งเสียงกรีดแหลมโหยหวน จนทำให้สนามประลองสั่นสะเทือน!

ซู่!

เฉินซีใช้เคล็ดวาตะเหินทะยานเพื่อหลบไปทางด้านข้าง และในเวลาเดียวกันกระบี่ท่องปรภพทั้งแปดเล่มก็พุ่งตรงไปที่ศีรษะของถังสวี่ออกไปอย่างรวดเร็ว

ฉัวะ! ฉัวะ!

ถังสวี่ไม่ได้หลบหลีก ทำให้กระบี่ท่องปรภพทั้งแปดเล่มสับเข้าที่ศีรษะทันที อย่างไรก็ตามของเหลวที่ไหลทะลักกลับมาหลอมรวมตัว ที่ค่อย ๆ เป็นรูปร่างศีรษะบนคอของเขาอีกครั้ง ชายผู้นี้ไม่ได้รับอันตรายใด!

“หืม?” ชายหนุ่มตกตะลึงและก่อนที่เขาจะรู้ตัว กระบี่เทพเก้าหยินก็จู่โจมเข้ามาพร้อมกับคลื่นนับพัน ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหลบไปทางด้านข้าง

“คิดจะหลบหรือไร หืม? ลองดูสิว่าจะหลบไปได้กี่น้ำ?” ถังสวี่ระเบิดหัวเราะ ร่างของเขาส่ายไปมาในขณะที่เหวี่ยงกระบี่เทพเก้าหยินเพื่อกวาดออกไปในแนวนอน

สนามประลองนี้มีพื้นที่เพียงร้อยจั้ง และเมื่อถังสวี่เหวี่ยงกระบี่ มันแทบจะปกคลุมทั้งสนามประลองแล้ว! คลื่นม้วนตัวไปทุกหนทุกแห่งพร้อมกับเสียงโหยหวน และทำให้พื้นที่ที่เฉินซีพอจะหลบได้แคบลงไปอย่างมาก

ฟิ้ว!

บนพื้นดิน กระแสน้ำสีดำพวยพุ่งขึ้นด้วยความเร็วที่พอจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และได้เปลี่ยนสนามประลองให้กลายเป็นแอ่งน้ำขนาดมหึมาอย่างรวดเร็ว

ไอเย็นอันมืดมิดได้ปล่อยกลิ่นอายเย็นยะเยือก ราวกับกรงเล็บจำนวนมากที่ฉีกกระชากม่านแสงที่ปกคลุมสนามประลองโดยรอบ จนเกิดเสียงเสียดหู

นี่คือพลังของทักษะขัดเกลากายาเทพอสูรหรือ?

บนที่นั่ง ดวงตาหลายคู่เบิกโพลงมองไปที่ถังสวี่ผู้เป็นเหมือนเทพอสูรที่ยืนอยู่กลางสนามประลอง ร่องรอยของความประหลาดใจที่ไม่อาจปกปิดปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ช่างทรงอำนาจ!

ในบรรดาการบ่มเพาะแบบเดียวกัน ทักษะขัดเกลากายาเทพอสูรสามารถบดขยี้ทักษะการบ่มเพาะปราณ คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริง!

“เฉินซีจะเป็นอะไรไหม?” ต้วนมู่เจ๋อกล่าวด้วยความกังวล แม้ว่าจะรู้ว่าเฉินซีสามารถฆ่าผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำ หรือแม้แต่ผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง แต่เมื่อเห็นถังสวี่สำแดงฤทธิ์เดชที่ไม่อาจเอาชนะ เขาอดกังวลใจไม่ได้

“ไม่!” ท่าทางของตู้ชิงซีเป็นกังวลระคนสงสัย แต่นางก็กล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม “เจ้าไม่เห็นหรือว่าเฉินซีกำลังเสาะหาจุดอ่อนของเขา และพร้อมที่จะโจมตีทุกเมื่อ”

ที่อีกด้านหนึ่งของสนามประลอง เซี่ยจ้านที่มีกำลังใจสูงขึ้น เขาปรบมือและกล่าวชมเชย “ดีมาก! ดีมาก! ทักษะขัดเกลากายาเทพอสูรนั้นทรงพลังอย่างแท้จริง! ฮ่า ๆๆ!”

ชู่ว!

ร่างของเฉินซีราวกับสายลมที่ล่องลอย ในขณะที่หลบการโจมตีของกระบี่ขนาดมหึมาและกระแสน้ำโดยรอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้จะดูอันตราย แต่ยังหาทางรอดระหว่างช่องโหว่เล็ก ๆ ได้เสมอ

ในใจของเขาขณะนี้ กลับเฝ้าสังเกตวิธีที่พลังอิทธิฤทธิ์ของถังสวี่โจมตี และนี่เป็นครั้งแรกที่ต่อสู้กับผู้บ่มเพาะที่มีปราณจ้าววิญญาณกับพลังอิทธิฤทธิ์ นั่นทำให้เขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้

เมื่อได้รับโอกาสเช่นนี้มา เขาจะปล่อยให้หลุดรอดไปได้อย่างไร?

“ความสูงที่ปกคลุมม่านแสงเหนือลานประลองราว ๆ สองร้อยจั้งเท่านั้น ขอข้าดูหน่อยสิว่าจะหลบได้อีกนานแค่ไหน!” ขณะที่เขายืนอยู่ในสนามประลอง กระแสน้ำก็พุ่งสูงขึ้นราวกับว่าถังสวี่ยืนอยู่ในอาณาเขตของเขาเอง

กระบี่เทพเก้าหยินที่เขาเหวี่ยงไปนั้นก่อให้เกิดคลื่นซัดสาดราวกับมังกรผงาด และส่งเสียงคำรามราวกับพยัคฆ์ ในขณะที่พวกมันซัดกระแสน้ำจำนวนมหาศาล เพื่อไล่ตามร่างของเฉินซีอย่างใกล้ชิดไม่หยุดยั้ง

เฉินซียังคงนิ่งเงียบ แต่ความเข้าใจค่อย ๆ กระจ่างชัด ‘ฝ่ามือมหาดาราของข้าที่ครอบครองปราณขั้นปฐพีที่ห้ากับปราณขั้นพฤกษาที่สองแล้ว แล้วยังมีวิถีดาราอยู่ด้วย เมื่อเทียบกับกระบี่เทพเก้าหยินที่ควบแน่นจากวารีทิพย์เก้าอนธการ เห็นได้ชัดว่ามันเหนือกว่าหนึ่งขั้น…’

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 121 ต่อสู้กับถังสวี่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved