cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 122 การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 122 การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (1)
Prev
Next

บทที่ 122: การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (1)

ยวีกั๋วฮุยชะงักไปเล็กน้อย

เขายังไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปทันที แต่กลับวางถ้วยชาในมือลงและจัดแว่นตาของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า “คุณฉิน…พึงรู้เอาไว้นะว่าทุกอย่างที่คุณพูดในวันนี้จะถูกบันทึกไว้ในฐานของมูลของ SRC ในรูปแบบของวิดีโอ”

ฉินเย่พยักหน้าหนักแน่น ในขณะที่ยังสบตากับยวีกั๋วฮุยไปด้วย

ไม่กี่วินาทีต่อมายวีกั๋วฮุยจึงพยักหน้าเบา ๆ ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมกว่าเดิม “ถ้าเช่นนั้นก็เชิญพูดมาเถอะ”

“มันจะมากเกินไปแล้ว!” ในเวลานี้ กลุ่มคนจำนวนห้าคนกำลังนั่งดูภาพจากกล้องของห้องสังเกตการณ์อยู่ที่ชั้น 1 และชายในชุดปฏิบัติการสีขาวสามคนก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกันด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก

หลินฮั่นรู้สึกราวกับว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองเขาอยู่ มันเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีพลังมากนั้น แต่เขาแค่รู้สึกอึดอัดและคล้ายกับถูกมองอย่างทะลุปรุโปร่งภายใต้สายตาที่ดูลึกลับคู่หนึ่ง ชายหนุ่มกระแอมออกมาเบา ๆ ขณะที่กลับมาสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้า “มีอะไร? เกิดอะไรขึ้น?”

“รหัส S9527… เขา…ไม่รู้จักขอบเขตของตัวเอง!” ชายผู้หนึ่งในกลุ่มปฏิบัติการทั้งสามที่มีใบหน้าราวกับรูปปั้นแกะสลักเอ่ยออกมาเสียงดังขณะที่เดินไปรอบ ๆ ห้องอย่างร้อนใจ “ผู้เฒ่ายวีใจดีถึงขนาดที่เอ่ยเตือนเขาแล้วว่าทุกสิ่งที่เขาพูดในวันนี้จะถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของ SRC แต่เขาก็ยังยืนยันที่จะทำตามใจตัวเองเนี่ยนะ?! จบแล้ว…ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว!”

“คุณหมายความว่าอย่างไร?” หลินฮั่นเอ่ยถามขณะยกมือขึ้นมาเกาศีรษะของตนอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

และก็เป็นซู่เฟิงนี่เองที่ตอบคำถามของเขา “เขาหมายความตามที่พูดนั่นแหละ ผู้เฒ่ายวีเพียงถามด้วยความสุภาพเท่านั้น เป็นธรรมดาที่ผู้เห็นเหตุการณ์ที่จะมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่เขาไม่ควรทำก็คือ…การพูดสิ่งที่ตัวเองต้องการในสถานที่แบบนี้”

“คนอีกฝ่ายที่เขาคุยด้วยเป็นใคร? เขาไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นนักวิชาการวิญญาณที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบนผืนแผ่นดินจีน ฉินเย่ได้แก้ไขปัญหาที่รบกวนหัวข้อการวิจัยของเขา และมันก็คงจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงเชิญฉินเย่มาที่นี่เพื่อบันทึกการรายงานของเขาแบบนี้ เขาเพียงอยากจะยืมมือของฉินเย่เพื่อเพิ่มมุมมองของตัวเองเท่านั้น”

“เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว ด้วยระดับขั้นของผู้เฒ่ายวี รายงานนี้จะต้องถูกส่งตรงไปที่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรแน่ ๆ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับฉินเย่ที่จะสร้างความประทับใจอย่างไรล่ะ….”

หลินฮั่นที่ยังไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนของคนพูดนักจึงถามต่อว่า “ไม่ใช่ว่าการพูดความคิดเห็นของเขาจะยิ่งสร้างความประทับใจหรอกเหรอ?”

ซู่เฟิงส่ายหน้า “ไม่ ความคิดเห็นของเขาจะไปเทียบกับของ SRC ได้อย่างไรกัน? ก็เหมือนกับการที่มือสมัครเล่นที่มาแสดงฝีมือของเขาต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญนั่นแหละ พวกระดับสูงจะคิดอย่างไรเมื่อเขาทำเรื่องผิดพลาดแบบนี้ขึ้น? ไม่จำเป็นต้องเดาเลยด้วยซ้ำ พวกเขาก็จะพูดว่า เด็กนี่ไม่เลวเลย แต่เขามีความทะนงตนเกินไป และทันทีที่พวกเขาประเมินฉินเย่ออกมาแบบนี้ อนาคตของฉินเย่ก็อาจจะถูกจำกัดอยู่เพียงเท่านี้”

“ความประทับใจแรกนั้นคือสิ่งที่จะฝังรากลึกอยู่ภายในใจของผู้คน มันอาจจะดูไม่มากนัก แต่ทันทีที่รายงานของฉินเย่ถูกสั่งไปที่ฝ่ายบริหารระดับสูงอีกครั้ง มันจะดึงความทรงจำเกี่ยวกับความประทับใจแรกของเขาขึ้นมาทันที เว้นเสียแต่….”

เขามองหน้าจออย่างมีความหมายขณะที่หลินฮั่นพึมพำออกมาเบา ๆ “เว้นเสียแต่…เขาจะพูดอะไรที่แปลกใหม่และเปิดหูเปิดตาหรือ?”

ซู่เฟิงพยักหน้า จากนั้นก็ส่ายศีรษะอีกครั้ง

“พูดนั้นง่ายกว่าทำ” เขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “SRC…คือป้อมปราการแห่งทฤษฎีและคลังปัญญาของจีนที่คอยให้การสนับสนุนการทำสงครามกับเหล่าภูตผี การที่จะทำให้พวกเขาประหลาดใจด้วยข้อมูลใหม่ ๆ…จึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก ยากมาก ยากมาก ๆ”

บนห้องในชั้น 2

“ถ้าเช่นนั้นผมก็จะพูดความจริงบางอย่างให้คุณฟัง” ฉินเย่รู้ดีว่าเมื่อใดที่เขาควรจะหยุดและเมื่อใดเขาควรจะไปต่อ และด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้ดีว่าข้อมูลที่ตนได้ให้กับอีกฝ่ายไปนั้นเพียงพอที่จะมอบความประทับใจมิรู้ลืมให้กับฝ่ายตรงข้ามแล้ว

เด็กหนุ่มมิได้รับรู้ถึงความร้อนใจของผู้ที่กำลังมองดูเขาจากห้องที่ชั้น 1 เลยสักนิด สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าอาร์ทิสนั้นมีข้อมูลเชิงลึก และความรู้เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในที่นี้จะต้องอับอาย!

เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ “จากมุมมองความคิดของผม…ในโลกนี้มีดวงวิญญาณอยู่หลายประเภท และพวกมันก็มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน และก็ก่อให้เกิดภัยคุกคามในระดับที่แตกต่างกันสำหรับพวกเราทุกคนด้วย!”

แววตาของยวีกั๋วฮุยหม่นลงเล็กน้อย และภายในใจของเขารู้สึกผิดหวังขึ้นมา

การบันทึกวิดีโอยังคงดำเนินต่อไป และมันก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะกอบกู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนแรกเขาแอบหวังลึก ๆ ว่าคนตรงหน้าจะพูดข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ แต่…สถานการณ์ในตอนนี้ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของเขาเช่นกัน

คนอื่น ๆ อาจจะไม่รู้ว่าพวกเขาใช้ระบบแบบใด แต่สำหรับคนวงในแล้ว เขารู้ดีว่าวิดีโอที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบโดยผู้ฝึกตนขั้นตุลาการนรกจากทั้ง SRC รวมถึงหน่วยสอบสวนพิเศษ

ความหวังของเขาในตอนนี้ก็คือการได้รับข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ จากฉินเย่มากกว่า

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเงียบที่ชวนอึดอัด ฉินเย่จึงยิ้มออกมาและเอ่ยว่า “ศาสตราจารย์ยวีครับ สิ่งที่ผมจะพูดก็คือ…ขอบเขตของความอันตรายที่จะเกิดขึ้นนี้อาจอยู่เหนือจินตนาการที่คุณคิดก็ได้”

“อย่างเช่น?”

“อย่างเช่น…วิญญาณแห่งฝันร้าย”

ทันทีที่คำพูดพวกนี้ออกมาจากปากของฉินเย่ ดวงตาที่หม่นแสงของยวีกั๋วฮุยพลันลุกโชนไปด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง สิ่งแรกที่เขาทำก็คือการค้นหาในฐานข้อมูลที่อยู่ภายในหัวของตัวเองเมื่อได้ยินชื่อนั้น

ไม่มี…

ไม่มี! ไม่มีเลย!

มันเป็นข้อมูลใหม่!

“นี่คุณ….ไม่ได้แต่งมันขึ้นมาใช่ไหม?” เขาถามอย่างเคลือบแคลงใจ

ฉินเย่นั้นยังอายุน้อยเกินไป

“…ขอโทษด้วย ผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น แต่การจำแนกวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้หลังจากการรวบรวมข้อมูลที่มากพอและทดสอบสมมติฐานที่จำเป็นเท่านั้น หรือพูดอีกอย่างก็คือ คุณต้องหาข้อสันนิษฐานที่มีอยู่ หาผลลัพธ์และข้อพิสูจน์ที่จำเป็น ซึ่งด้วยอายุของคุณ….” ชายสูงวัยจงใจละส่วนที่เหลือของประโยคเอาไว้

อายุแค่ 18 จะผ่านชีวิตมามากสักแค่ไหนกัน?

ฉินเย่ยิ้ม

หนทางที่ดีที่สุดในการเป็นสุนัขเลียแข้งคืออะไร?

ตามธรรมดาแล้วหลายคนคงจะตอบว่าต้องเลียเจ้านายจนกว่าเขาจะไล่…แต่ไม่! มันคือการเลียโดยให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจมากที่สุด และเลียในจุดที่เขาต้องการมันมากที่สุดต่างหาก!

และเมื่อคนตรงหน้าเป็นนักวิชาการ อีกฝ่ายย่อมต้องแพ้ให้กับความรู้และข้อมูลเชิงลึกอย่างแน่นอน

คุณไม่รู้เหรอ?

ขอโทษที ผมไม่ได้พูดถึงพวกคุณผู้อ่าน ผมกำลังพูดถึงคนใน SRC ทั้งหมด…อะแฮ่ม…เมื่อเทียบกับความรู้มากมายของนรกที่ถูกสั่งสมมาเป็นเวลาหลายพันปี SRC ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวิญญาณเลยแม้แต่นิดเดียว!

เหยื่อได้รับติดกับที่เขาวางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว….

“มีอย่างหนึ่งที่ผมไม่ได้บอกคุณก่อนหน้านี้ อันที่จริง ผมได้ถามวิญญาณดวงสุดท้ายในเหตุการณ์นี้ถึงที่มาของเธอ” เขาเอ่ยเสียงเบา “นี่จึงทำให้ผมได้รู้ว่าวิญญาณตนนั้น แท้จริงแล้ว เป็นบรรพบุรุษของซงเจียฝางเอง เธอได้ตั้งท้องและถูกทำร้ายจนเสียชีวิตภายในซ่องโสเภณี และมันก็เป็นความอาฆาตแค้นภายในใจของเธอที่ทำให้เธอกลายเป็นวิญญาณอาฆาตในเวลาต่อมา”

“ตอนนี้ภายในหัวของผมกำลังสมมติฐานที่แปลกประหลาดมาก ๆ อยู่อย่างหนึ่ง” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายสูงวัย “ถ้าหาก…สายเลือดของดวงวิญญาณสามารถถูกปกปิดและถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ล่ะ?”

ถูกต้องแล้ว สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกไปก่อนหน้านี้ก็คือเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการกระตุ้นที่ทำให้เกิดวิญญาณมรดกสายเลือด

การเลีย…จำเป็นจะต้องทำอย่างช้า ๆ ไม่ใช่เหรอ? มันคงรู้สึกไม่ดีนักหากขาดจุดเปลี่ยนของเรื่องก่อนที่จะถึงจุดสุดยอด

แววตาของผู้เฒ่ายวีจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างตกตะลึง เขาแทบจะลุกขึ้นยืนอยู่แล้วด้วยซ้ำ!

ช่างเป็นความคิดที่แปลกใหม่จริง ๆ!

วิญญาณและวิทยาศาสตร์นั้นเป็นสองสาขาวิชาที่ SRC พยายามบูรณาการมาตลอดหลายปี พวกเขาพยายามอย่างหนักในการพัฒนาอาวุธและอุปกรณ์ที่สามารถใช้กับวิญญาณโดยเฉพาะ หน้าไม้ที่เคยใช้ที่เมืองเป่าอันก่อนหน้านี้ก็คือสิ่งที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้น…แม้แต่ SRC เองก็ไม่เคยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างวิญญาณและคนเป็นมาก่อน!

วิญญาณ…สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากความตาย…

และในเมื่อเป็นอย่างนั้น…ทำไมวิญญาณจะไม่สามารถซ่อนตัวอยู่ภายในร่างของมนุษย์ได้?

“DNA…จิตวิญญาณ…วิญญาณ…” ผู้เฒ่ายวีหลับตาลง ภายในหัวของเขาเริ่มทำงานด้วยความเร็วสูงสุด ใบหน้าของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย

ทุกอย่างกำลังจะเชื่อมเข้าด้วยกัน…

กลับลงมาที่ห้องสังเกตการณ์ที่อยู่ชั้น 1 ชายในชุดปฏิบัติการสีขาวทั้งสามต่างจ้องมองหน้าจอด้วยสีหน้าตกตะลึงและปากที่อ้ากว้าง

“เกิดอะไรขึ้น?” หลินฮั่นและซู่เฟิงจับแขนของคนทั้งสามอย่างร้อนใจ “เขาพูดอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่…” หนึ่งในสามหันกลับมา ร่างของเขาสั่นเทาเล็กน้อย ขณะที่แววตาเต็มไปด้วยความล้ำลึกราวกับว่าความสงสัยและปริศนาที่ซับซ้อนของเขาได้รับการเปิดเผยแล้ว “เขา…เขาแค่พูดในสิ่งที่สุดยอดมาก ๆ”

ชายอีกคนหนึ่งอ้าปากค้างก่อนจะถามว่า “ด้วยคำพูดเพียงเท่านี้…ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่น ๆ แล้ว!”

หลินฮั่นและซู่เฟิงที่ได้ยินเช่นนั้นหันไปมองหน้ากันด้วยสีหน้าแปลกประหลาด และก็เป็นซู่เฟิงที่พึมพำออกมาเบา ๆ “อย่างที่ฉันเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ หากฉินเย่ได้จุดประกายหรือข้อมูลใหม่ ๆ มาสู่พวกเรา…ความพยายามเหล่านี้ก็จะเป็นถนนที่ปูทางไปสู่สายอาชีพของเขาในอนาคต”

“แต่มันก็เป็นดาบสองคม การอยู่เงียบ ๆ และเต้นไปตามคำสั่งของผู้เฒ่ายวีนั้นเป็นตัวเลือกที่เป็นกลางที่สุด แต่…เขาเลือกที่จะทำให้ตัวเองกลายเป็นที่สนใจในวิดีโอที่จะถูกส่งให้กับฝ่ายบริหารระดับสูง หากเขาสามารถนำข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ มาได้…วันหนึ่ง เขาก็อาจจะกลายเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงที่เดินอยู่ในหมู่คนธรรมดาอย่างโจวเซียนหลงก็เป็นได้”

ชายหนุ่มมองหลินฮั่นด้วยสายตาที่เคร่งขรึมกว่าเดิม “เขาจะไม่ได้เป็นแค่อาจารย์อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของกองกำลังของประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำในการต่อต้านกองกำลังจากโลกใต้พิภพ! น้องหลิน พวกเราเองก็อยู่ในวงการนี้มาเกือบจะ 20 ปีแล้ว แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเคยเห็นใครที่ปีนป่ายขั้นตำแหน่งด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อย่างนี้มาก่อนหรือเปล่า? เรากำลังพูดถึงคนที่สร้างความสั่นสะเทือนให้แม้แต่กับพวกระดับสูงเอง!”

นี่มันเทียบได้กับการได้เลื่อนเป็นระดับผู้ว่าการระดับเมืองที่ติดอันดับหนึ่งในสิบกองกำลังในจีนหลังจากไม่กี่วันที่ก่อตั้งเมืองขึ้นไม่มีผิด ความประทับใจแรกของเขาจะฝังรากลึกอยู่ในใจของพวกผู้บริหารระดับสูงตลอดไป

มันอาจจะดูไร้ประโยชน์ในตอนนี้ แต่มันจะมีประโยชน์ขึ้นมาทันทีเมื่อฉินเย่เริ่มดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ประจำสาขา หรืออาจจะ…รองผู้อำนวยการเลยก็ได้!

“หืม? คุณฉิน? ฉันได้อ่านข้อมูลของเขาแล้ว เขาเป็นคนที่มีข้อมูลเชิงลึกอยู่มากจนน่าเหลือเชื่อเลยล่ะ มันก้าวเข้าสู่ยุคสมัยของเขาแล้วสินะ”

“หืม คุณฉินกำลังจะได้รับตำแหน่งรองผู้อำนวยการหรือ? ฉันเคยเห็นวิดีโอของเขาก่อนหน้านี้ ไม่เลวเลย”

ทันทีที่คำพูดดังกล่าวหลุดออกมาจากปากของผู้ฝึกตนขั้นตุลาการนรกพูดออกมาอย่างนั้น คนทั้งหมดก็แทบจะมีข้อสรุปเดียวกัน

ชายในชุดปฏิบัติการคนสุดท้ายนวดคลึงบริเวณขมับของตัวเองเบา ๆ ในขณะเดียวกัน ใบหน้าของเขาก็แดงขึ้นเล็กน้อย “การวิจัยล้วนเกิดจากวินาทีแห่งปัญญา เหมือนอย่างนิวตันกับแอปเปิลของเขา และวันนี้…ฉันก็ได้เห็นแสงสว่างแล้ว!”

การพูดคุยในชั้นที่ 1 มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รับรู้ กลับมาที่ห้องบันทึกเสียงบทชั้นที่ 2 รอยยิ้มของผู้เฒ่ายวีได้หายไปแล้ว และเขาก็สบตาฉินเย่นิ่ง ๆ “นั่นเป็นสมมติฐานที่ชาญฉลาดมาก”

“หัวข้อวิจัยนั้นเกิดจากแรงบันดาลใจ 1% การคาดเดาและตั้งสมมติฐาน 49% และการทำงานอย่างหนักอีก 50%”

“และสิ่งที่คุณเพิ่งพูดออกมาก่อนหน้านี้ก็คือ 1% ที่หาได้ยากและมีค่าที่สุด!”

ชายทั้งสามในชุดปฏิบัติการที่อยู่ชั้น 1 ต่างอ้าปากค้างอย่างพร้อมเพรียงกัน

ผู้ที่รู้จักกับผู้เฒ่ายวีจะรู้ดีว่าคำชื่นชมพวกนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินเลยแม้แต่ครั้งเดียวในช่วงตลอดสามปีที่ผ่านมา

ถ้วยชาของชายสูงวัยได้เย็นชืดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ฝึกตนขั้นนักล่าวิญญาณจากก่อนหน้านี้เดินเข้ามาและเอ่ยถามเบา ๆ “ศาสตราจารย์ครับ คุณต้องการ…”

“ไม่” ยวีกั๋วฮุยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “ห้ามใครเข้ามาถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากฉัน คุณฉิน เชิญว่าต่อได้เลย”

นี่แหละคือสิ่งที่เขาเรียกว่าการเลียที่ดี

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มลงรายละเอียดมากขึ้น “ตอนที่ผมอยู่ในเขตไล่ล่าที่ ‘สาบสูญ’ ก่อนหน้านี้ ผมพบว่าดวงวิญญาณดวงนั้น ที่จริงแล้วเป็นบรรพบุรุษของซงเจียฝางเอง หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าวิญญาณบรรพชน หากไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่าเธอได้หลบซ่อนตัวอยู่ในสายเลือดของซงเจียฝาง มันก็ไม่มีทางที่เธอจะสามารถปรากฏตัวขึ้นที่นั่นได้ ดังนั้นผมจึงอนุมานคร่าว ๆ เอาไว้”

“ข้อแรก มีความเป็นไปได้สูงว่าวิญญาณพวกนี้จะเกิดจากร่างของผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่กลายเป็นผีในขณะที่พวกเธอยังมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์ นอกจากนี้ ผู้หญิงคนดังกล่าวจะต้องตั้งท้องที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองก่อนที่เธอจะกลายร่างเป็นภูตผี”

“ข้อที่ 2 สายเลือดของพวกเขาจะถูกกระตุ้นด้วยเงื่อนไขเฉพาะบางอย่างเท่านั้น ผมให้ชื่อปรากฏการณ์นี้ว่า วิญญาณมรดกสายเลือด”

“วิญญาณมรดกสายเลือด…” ยวีกั๋วฮุยเอ่ยทวนคำดังกล่าวและพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ฉลาดมาก”

ฉินเย่เรื่อยม้วนสายเบ็ดขึ้นมา “ผมมั่นใจว่าคุณคงจะรู้อยู่แล้วว่าพวกวิญญาณที่เกิดมาจากมรดกทางสายเลือดนั้นมีความพิเศษเพียงใด จากสมมติฐานของผม การบรรจบกันอย่างไม่น่าเชื่อของเงื่อนไขที่จำเป็นในการก่อตัวของวิญญาณพวกนั้น ย่อมหมายความว่าการปรากฏตัวของพวกมันมีอยู่เพียงร้อยละศูนย์จุดศูนย์อะไรสักอย่างเท่านั้น จากจำนวนประชากรวิญญาณทั้งหมด และวิญญาณพวกนี้ก็เป็นภัยคุกคามกว่าวิญญาณในเขตไล่ล่าอื่น ๆ ที่พวกเราเคยเผชิญหน้ามาเสียอีก!”

ชายสูงวัยพยักหน้าเล็กน้อย สิ่งที่อีกฝ่ายพูดก็เป็นการอนุมานของเขาเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่การอนุมานของเขานั้นไม่ได้สมบูรณ์แบบเท่าของฉินเย่

ยิ่งเขาฟังสิ่งที่เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าสมมติฐานและการคาดเดาของเขาได้รับการยืนยันมากขึ้นเท่านั้น และมันยังเป็นการยืนยันที่ผ่านการยืนยันและพิสูจน์มาแล้วด้วย แม้ว่าฉินเย่จะไม่ได้พูดสิ่งเหล่านี้เพื่อให้เขาสบายใจ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าเหลือเชื่อ

มันเป็นเรื่องยากมากที่จะคนที่มีความเข้าใจในเรื่องเดียวกันแบบนี้

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองกำลังได้ข้อมูลเชิงลึกที่ลึกมาก ๆ ผ่านจากการรายงานของเด็กอายุ 18 ปี เกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าในเขตไล่ล่าพิเศษ! ผู้เฒ่ายวีตกตะลึงเล็กน้อย แต่เขาก็รู้สึกตัวและฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างตั้งใจ

ฉินเย่ยังคงเอ่ยต่ออย่างสบาย ๆ ว่า “และมันก็เป็นเพราะสิ่งนี้ที่ทำให้ผมนึกถึงวิญญาณแห่งฝันร้าย”

สายตาของเขาสบเข้ากับยวีกั๋วฮุย “ศาสตราจารย์ครับ ผมแทบจะมั่นใจเลยว่ามันยังมีตัวตนที่ทรงพลังมาก ๆ อยู่ในหมู่วิญญาณทั้งหมด พวกมันเป็นวิญญาณที่มีอัตราการเกิดน้อยจนน่าเหลือเชื่อ แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกมันเกิดขึ้น ระดับพลังและความอันตรายของพวกมันจะเหนือกว่าวิญญาณร้ายธรรมดาเป็นอย่างมาก! ผมจึงอยากที่จะให้ทาง SRC และหน่วยสอบสวนพิเศษปฏิบัติหน้าที่กันอย่างระมัดระวัง ยกตัวอย่างเช่นวิญญาณแห่งฝันร้าย มันจะต้องถูกกำจัดไปในทันทีที่มันปรากฏตัว!”

“และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ…พวกมันสามารถก้าวขึ้นไปอยู่ขั้นภูตผีคลุ้มคลั่งได้ในระยะเวลาเพียงแค่สามปีเท่านั้น!”

ดวงตาของยวีกั๋วฮุยเป็นประกายขึ้นขณะที่เขาสบตากับฉินเย่ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า “ภูตผีคลุ้มคลั่ง?”

“วิญญาณขั้นตุลาการ” ฉินเย่เอ่ยด้วยเสียงเย็นยะเยือก

และเอ่ยต่อว่า “ในขณะที่เขตไล่ล่าอื่นยังคงดิ้นรนเหมือนกับดวงวิญญาณมือใหม่ ภูตผีพวกนี้…สามารถสร้างพายุฝนฟ้าคะนองปกคลุมทั้งมณฑลให้ตกอยู่ในความหวาดกลัวได้!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 122 การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved