cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 123 การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 123 การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (2)
Prev
Next

บทที่ 123: การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (2)

“คุณไปเรียนเรื่องพวกนี้มาจากที่ไหนกัน?” ผู้เฒ่ายวีเปิดฝาถ้วยน้ำชาและถามออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

ฉินเย่ยิ้ม “ผมเป็นเด็กกำพร้าครับ เลยได้เดินทางไปที่ต่าง ๆ มาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะว่าผมเกิดมาพร้อมกับดวงเนตรแห่งนรก [1] ผมเลยได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างจากการเดินทาง คำว่า ‘วิญญาณแห่งฝันร้าย’ คือคำที่ผมคิดขึ้นมาเองเพราะว่า….มันน่ากลัวราวกับฝันร้าย ที่แพร่หลายและไม่มีรูปร่าง

เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และหลับตาลงราวกับกำลังนึกถึงความทรงจำที่นานแสนนาน “มีครั้งหนึ่ง ตอนที่ผมอยู่ที่หลุมหลบภัยทางอากาศที่พวกคนจรจัดและคนเร่ร่อนมารวมตัวกัน ตอนนั้นผมยังเด็กมากและหวาดกลัวเกินกว่าที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา ซึ่งมันก็เป็นตอนนั้นเองที่ผมพบว่า…มันยังมีคนอีกคนหนึ่งที่มีปัญหาในการนอนหลับเช่นกัน อันที่จริงต้องพูดว่าเขามักจะฝันร้ายซ้ำ ๆ มากกว่า”

“ทุกครั้งที่เขาตื่นขึ้นมา เขาจะตะโกนเสียงดังว่า ‘มีผี…มีผีกำลังจะตามมาฆ่าฉัน!’ หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มซูบผอม คุณอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ แต่คนเร่ร่อนอย่างพวกเราใช้ชีวิตกันแบบหาเช้ากินค่ำ และไม่มีใครว่างมากพอที่จะใส่ใจคนอื่นได้นัก แม้กระทั่งพวกเราต้องคอยระวังไม่ให้ใครมาแย่งอาหารไปด้วยซ้ำ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผม…ถึงหลบซ่อนตัวดีมาก มากจนมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเปิดเผยตำแหน่งของผมได้”

ผู้เฒ่ายวีมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างครุ่นคิด “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณถึงนึกถึงหลุมหลบภัยอย่างนั้นเหรอ?”

“หลุมหลบภัยแห่งนี้ถูกสร้างมานานมากแล้ว มันไม่ได้มีบันทึกอยู่ในแบบแปลนของอาคารจากเมื่อ 30 ปีก่อนด้วยซ้ำ นอกจากนี้ หลุมหลบภัยพวกนี้ยังอยู่ลึกลงไปจากพื้นดินถึง 12 เมตร ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับปกติ มันอาจจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของคนจีนก็เป็นได้ และนี่ก็คงจะเป็นเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมาพวกเราถึงไม่ค้นพบถึงการมีอยู่ของมัน”

ฉินเย่ไม่คิดเลยว่าความเก่งกาจในการหลบซ่อนตัวของเขาจะสามารถช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดที่อาจเกินขึ้นในเรื่องที่เขาเล่าได้ เขาจึงกลบเกลื่อนมันไปว่า “กลับมาต่อจากที่ผมพูดค้างไว้เถอะครับ…ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนกระทั่งวันแห่งชะตากรรม วันที่ความตายของคนเร่ร่อนคนหนึ่งได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชุมชนเล็ก ๆ ของเรา”

“บนร่างของชายคนนั้นมีรอยของการถูกแทงด้วยมีดอยู่หลายจุด มันเป็นโศกนาฏกรรม แต่แม้ว่าจะเกิดเรื่องนั้นขึ้น หลุมหลบภัยแห่งนี้ก็ดีเกินกว่าที่จะปล่อยไปได้ง่าย ๆ ไม่มีใครอยากจะออกจากที่นั่นเลยสักคน ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่จัดการศพเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นต่อไป”

เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าจนลึกสุดปอดก่อนจะเอ่ยต่อว่า “และนั่น….ก็คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง”

“ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา มันก็มีคนเสียชีวิตทุกวันเป็นเวลาสามวันติดต่อกัน! ตอนนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะออกมาจากที่นั่นทันที แต่ขณะที่ผมกำลังจะจากไป ผมก็เห็นผู้ชายที่ฝันร้ายเดินมาข้างกองไฟ”

“ทุกคนต่างตื่นตระหนกเกินกว่าที่จะให้ความสนใจกับเขา แต่ผมเห็นมัน…” ฉินเย่กัดฟันแน่น “ผู้ชายคนนั้น…ไม่มีเงา!”

ผู้เฒ่ายวีที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “เงาก็เป็นกุญแจสำคัญในการแยกแยะระหว่างมนุษย์และภูตผี การที่เขาไม่มีเงา…หมายความว่าเขาคือภูตผี เขาคือวิญญาณแห่งฝันร้ายอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่ แต่หากมองย้อนกลับไป ดูเหมือนว่ามันจะเกิดมาจากฝันร้ายของคนคนหนึ่ง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงเรียกมันว่าวิญญาณแห่งฝันร้าย อันที่จริง ดูเหมือนว่ามันจะมีบันทึกเกี่ยวกับสิ่งพวกนี้ไว้ในคัมภีร์โบราณครับ ตอนนั้น…ผมเห็นตัวตนของมันด้วยตาของตัวเอง” ฉินเย่กลืนน้ำลายลงคออย่างเป็นกังวล “แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์แปลกประหลาดนี้เท่านั้น!”

ผู้เฒ่ายวีไม่ได้ฟังมันเหมือนกับที่ฟังเรื่องเล่าทั่วๆไป

ตอนนี้ ข้อมูลทุกอย่าง โดยเฉพาะที่ออกมาจากปากของผู้ฝึกตนตรงหน้า เป็นข้อมูลที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับหัวข้อวิจัยของเขา!

“หลังจากที่เดินเตร็ดเตร่ไปอีกสิบเดือน ผมก็กลับไปที่หลุมหลบภัยอีกครั้ง”

“แต่ครั้งนี้…ผมไม่ได้เข้าไปด้านใน” ฉินเย่อดไม่ได้ที่จะชมทักษะในการแสดงของตัวเอง สีหน้าของเขาตอนนี้แสดงออกถึงความหวาดกลัวที่ยังเหลือค้างอยู่จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น “เพราะว่าทันทีที่ผมอยู่ห่างจากหลุมหลบภัยประมาณ 25 เมตร สัญชาตญาณของผมก็ร้องเตือนเสียงทันที บอกให้ผมไม่เข้าไปในนั้น ตอนนั้น ผมมีความรู้สึกว่าการเข้าไปในหลุมหลบภัยจะทำให้ผมต้องตายแน่ ๆ! ยิ่งกว่านั้น….”

จังหวะการหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้น “ด้วยตาคู่นี้….ผมเห็นว่ามีดวงวิญญาณหลายสิบดวงลอยอยู่ด้านนอกของหลุมหลบภัย นอกเหนือจากคนที่ได้เสียชีวิตไปแล้วตอนที่ผมออกมาจากที่นั่น มันยังมีดวงวิญญาณของคนอื่นอีก หรือก็คือ…หลุมหลบภัยแห่งนั้นได้กลายเป็นรังของปีศาจที่กลืนกินชีวิตมนุษย์ทุกคน”

“เมื่อกลับมาทวนดูอีกครั้ง ผมค่อนข้างมั่นใจด้วยว่าตัวเองมองเห็นกลุ่มพลังหยินอันหนาแน่นรายล้อมอยู่ที่นั่นด้วย และระดับพลังของมัน….ก็จะต้องอยู่เหนือกว่าขั้นนักล่าวิญญาณอย่างแน่นอน!”

ผู้เฒ่ายวีพยักหน้าอย่างลึกล้ำ แต่ในวินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น จ้องมองคนตรงหน้าอย่างตกตะลึง “คุณกำลังจะบอกว่า…มันคือวิญญาณขั้นยมทูตขาวดำอย่างนั้นหรือ?!”

“ใช่”

“ในปีเดียวเนี่ยนะ?!” ผู้เฒ่ายวีอ้าปากค้าง “คุณแน่ใจใช่ไหม?!”

“ผมแน่ใจ” ฉินเย่พยักหน้ายืนยัน “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ผมอายุประมาณสิบขวบ มันได้สร้างบาดแผลลึกไว้ภายในใจของผมมาก”

“คุณยังจำได้หรือเปล่าว่าหลุมหลบภัยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ไหน?” ชายสูงวัยถามต่อ

ฉินเย่เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ มากมายในชั่วชีวิตของตัวเอง และเขาก็ได้คาดเดาถึงทำถามพวกนี้เอาไว้แล้ว ดังนั้นเขาจึงตอบออกไปทันทีว่า “เมืองซู่ฟาง”

ต่อให้คนพวกนี้จะเดินทางไปที่นั่น พวกเขาก็จะเจอเพียงหลุมหลบภัยรกร้างและร่องรอยการอาศัยอยู่ของเขาในอดีตเท่านั้น

มันคืออดีตในวันที่เต็มไปด้วยเลือด หยาดเหงื่อ และหยดน้ำตาของเขา ก่อนที่เขาจะเปิดกิจการ ‘ร้านชีวิตหลังความตาย’…ย้อนกลับไปในสมัยวันประกาศอิสรภาพ ตอนที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้รับชัยชนะเหนือพรรคก๊กมินตั๋ง [2]…และเขาก็ได้กลับไปที่นั่นอีกครั้งเมื่อไม่กี่ปีก่อน…

ชีวิตในตอนนั้นช่างน่าเศร้า…

“ด้วยเหตุนี้ หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น…ผมก็รีบวิเคราะห์เหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ตัวเองเคยเผชิญหน้าอีกและตั้งสมมติฐานได้ว่า ยิ่งข้อกำหนดในการเกิดของดวงวิญญาณหยินชนิดนั้นเฉพาะเจาะจงมากเพียงใด พวกมันก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงรู้สึกว่าทาง SRC นั้นอาจจะไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับหัวข้อวิจัยของคุณมากเท่าที่ควร คุณคงจะเข้าใจดีนะครับว่าวิญญาณร้ายที่อยู่ขั้นยมทูตขาวดำหมายถึงอะไร? หากเรื่องนี้ยังถูกปล่อยทิ้งไว้ เมืองทั้งเมืองอาจจะล่มสลายก็เป็นได้!”

“คุณภาพนั้นสำคัญกว่าปริมาณ!”

เงียบ

ผู้เฒ่ายวีกำลังจมอยู่ในความคิดของตนเอง หากว่ากันตามตรง เขายังดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

สมมติฐานของเขาเพิ่งได้รับการสนับสนุนและยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะยังขาดหลักฐานและการพิสูจน์ในบางประเด็น แต่การได้รับการยืนยันก็ยังหมายความว่าประเทศจีนต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่น่ากลัวว่าที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้!

ชีวิตผู้คนนับล้านอาศัยอยู่ในนครนครหนึ่ง และในเมืองหลวงของมณฑลก็มีประชากรกว่าสิบล้านครัวเรือน! การเกิดวิญญาณร้ายหายากขึ้นในสถานที่ที่ผู้คนหนาแน่นขนาดนี้….

ผลกระทบที่ตามมาคงมิอาจจินตนาการได้!

ยิ่งไปกว่านั้น…เขาเริ่มตัวสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้

ยิ่งกว่านั้น…หาสมมติฐานของพวกเขาเป็นจริง… วิญญาณที่พวกเขากำลังพูดถึงในตอนนี้มีเพียงแค่สองกลุ่มเท่านั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันยังมีภูตผีที่น่ากลัวกว่านี้อยู่ข้างนอกนั่น? วิญญาณที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขที่เคร่งครัด ที่จะสามารถเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงมากกว่านี้ในท้ายที่สุด

มันถึงเวลาแล้วที่จะจัดตั้งหน่วยจำแนกวิญญาณ…เรื่องนี้ถูกปฏิเสธไปในครั้งที่แล้วที่เขาเสนอเรื่องให้เบื้องบน แต่ครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรทุกอย่างจะต้องจบลง นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว! ด้วยความคิดเหล่านี้ที่หมุนวนอยู่ภายในหัว เขามองไปยังฉินเย่ด้วยรอยยิ้มสดใส “คุณฉิน คุณมีแผนว่าอย่างไรในอนาคต?”

ฉินเย่ได้หวนกลับสู่ความเหนียมอาย ตามแบบของเด็กวัยรุ่นทั่วไปอีกครั้ง และเขาก็ก้มหน้าลงพร้อมกับยิ้มอาย ๆ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้รับเลือกให้มาสอนในสำนักฝึกตนแห่งแรก และผมจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดครับ”

ชายสูงวัยแย้มยิ้ม

ในตระกูลของเขาเองก็มีเด็ก ๆ ที่อายุประมาณฉินเย่ แต่เขากลับพบว่าตัวเองค่อนข้างสนุกที่ได้คุยกับคนตรงหน้ามาก เขานั้นทั้งรู้สึกทึ่งกับความคิดที่แปลกใหม่ของเด็กหนุ่มตรงหน้า และยังมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์และไร้ซึ่งขอบเขตของอีกฝ่ายด้วย

“ผมหมายถึงแผนการหลังจากที่จบจากตรงนี้แล้วน่ะ” ยวีกั๋วฮุยยิ้มอย่างสบาย ๆ “มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เจ้าหน้าที่ระดับ S อย่างคุณจะอยู่ที่สำนักฝึกตนตลอดไป อย่างมากที่สุด คุณก็น่าจะสอนอยู่ที่นี่แค่สองปีเท่านั้น จากนั้นคุณก็จะถูกเรียกตัวกลับไปยังแนวหน้าและทำหน้าที่รักษาการณ์ตามเดิม”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คุณเคยคิดที่จะเข้าทำงานกับทาง SRC บ้างหรือเปล่า?”

“ที่ SRC ของเรามีแผนกพิเศษที่ชื่อว่ากองปฏิบัติการอยู่ เพราะสุดท้ายแล้ว เราก็คงไม่สามารถรบกวนทางหน่วยสอบสวนพิเศษได้ทุกเรื่อง ดังนั้นทาง SRC จึงจัดตั้งกองปฏิบัติการของเราขึ้นมาเอง ตลอดจนกลุ่มผู้ฝึกตนของตัวเองด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น….”

“มีเพียงผู้ที่อยู่ระดับรองศาสตราจารย์เท่านั้นที่จะสามารถรวบรวมกองปฏิบัติการเพื่อหัวข้อวิจัยของพวกเขาได้”

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เมื่อคุณมาที่ SRC คุณจะกลายเป็นตัวละครสำคัญที่ยืนอยู่ในแนวหน้าของการต่อสู้กับกองกำลังจากยมโลกทันที!

“บ้าหน่า….” ชายในชุดปฏิบัติการทั้งสามต่างมึนงงจนพูดอะไรไม่ออก

ไม่มีใครคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นแบบนี้!

ฉินเย่ได้พูดเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในหัวของพวกเขามาก่อน!

ไม่ว่าจะเป็นสมมติฐานที่ว่า พลังหยินสามารถซุกซ่อนตัวอยู่ภายในสายเลือดของคนได้ ไม่ใช่สิ…พลังหยินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์มาโดยตลอด ร่างกายของคนเราถูกสร้างขึ้นจากความสมดุลของทั้งหยินและหยาง อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่ว่าพลังหยินที่แอบแฝงอยู่อาจถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยภายนอกนั้นเป็นแนวคิดที่บ้ามาก แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เช่นกัน!

แล้วยังเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณที่เขาตั้งชื่อว่าวิญญาณแห่งฝันร้าย วิญญาณอาฆาตที่สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้กลายเป็นวิญญาณร้ายภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีนั่นอีก!

และบทสรุปสุดท้ายนั่น…แม้ว่าคำพูดของฉินเย่จะไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก แต่เขาก็ยังยืนยันในสมมติฐานของผู้เฒ่ายวีที่บอกว่ามันมีความหลากหลายอยู่ภายในหมู่ดวงวิญญาณทั้งหมดด้วยวิธีของเขาเอง แถมเขายังก้าวไปอีกขั้นด้วยการพูดว่า ยิ่งเงื่อนไขในการเกิดวิญญาณจำพวกนี้ยากมากเท่าไหร่ พวกมันก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

ทั้งสามประเด็นนี้เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าฉินเย่นั้นมีทักษะในการสังเกตที่ชาญฉลาด และยังมีความละเอียดรอบคอบในการวิเคราะห์

“ผู้เฒ่ายวีเป็นคนเอ่ยปากเชิญเขาด้วยตัวเอง….” หนึ่งในชายทั้งสามยิ้มออกมาอย่างขมขื่นขณะที่เอ่ยต่อว่า “พวกเราอยู่ที่นี่มาสองสามปีแล้ว…แต่กลับไม่มีใครทำดีพอที่จะได้รับคำแนะนำจากผู้เฒ่ายวีเป็นการส่วนตัวเลยสักคน…แต่ดูเหมือนว่าฉินเย่จะทำได้ดีมากจริง ๆ….”

ซู่เฟิงและหลินฮั่นเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

แม้ว่าหลินฮั่นจะยังไม่เข้าใจนักว่าคำแนะนำที่อีกฝ่ายพูดนั้นหมายถึงอะไร แต่เขาก็รู้ถึงน้ำหนักของคำพูดของผู้ที่เอ่ยออกมาเป็นอย่างดี

“หนึ่งในสามผู้ก่อตั้งของ SRC…นี่เจ้าเด็กนี่โตมาโดยการกินขี้วัวหรือเปล่า? คนเรามันไม่น่าจะสามารถโชคดีขนาดนี้ได้โดยแค่เหยียบก้อนขี้หรอกนะ”

คนทั้งหมดต่างมองภาพที่แสดงอยู่บนหน้าจออย่างเงียบ ๆ ตอนนี้พวกเขาอดรู้สึกอยากเป็นฉินเย่เองไม่ได้เลย ในขณะเดียวกันพวกเขาก็อยากรู้ด้วยว่าฉินเย่จะตอบว่าอย่างไร

“ขอบคุณครับ” ฉินเย่ยิ้ม “แต่โดยส่วนตัวแล้วผมชอบการกำจัดภูตผีและปัดเป่าดวงวิญญาณมากกว่า การทำวิจัยอาจจะไม่เหมาะกับผมเท่าไหร่”

นี่นายล้อเล่นหรือเปล่า?!

เจ้าฮัสกี้ตัวนี้ควรจะเข้าร่วมกลุ่มชั้นยอดในฝูงหมาป่าไม่ใช่เหรอ? อีกฝ่ายเป็นถึงกลุ่มหัวกะทิเชียวนะ!

ฉันล่ะอยากจะฆ่าตัวตายจริง ๆ …

“เข้าใจแล้ว” ยวีกั๋ยฮุยเองก็ไม่ได้กดดันอะไรเช่นกัน เขาได้ทำการละเมิดไปตามกฎโดยการถามฉินเย่ไปตรง ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นมันไม่มีทางที่เขาจะเซ้าซี้ให้อีกฝ่ายเข้าร่วมอีก ชายสูงวัยจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าเดิม “ถ้าอย่างนั้น คุณมีอะไรที่อยากจะให้ผมช่วยหรือเปล่า?”

เขาล่ะชอบจริง ๆ ที่คนตรงหน้าต้องการจะตอบแทนน้ำใจของเขาทันทีแบบนี้!

ฉินเย่ยิ้ม “ตอนนี้ยังไม่มีครับ…”

“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะจัดส่งวิดีโอไปที่เมืองเยียนจิงทันที เราไม่อาจรั้งตัวคุณไว้นานกว่านี้อีกแล้ว” ผู้เฒ่ายวีลุกขึ้นและส่งแขกของตนด้วยประโยคที่เรียบง่าย

หมายความว่ายังไง?

คุณช่วยรอฟังคนอื่นพูดให้จบก่อนไม่ได้หรือไง?

ฉินเย่รู้สึกว่าหัวใจของเขาแข็งกระด้างขึ้นมาอย่างกะทันหัน ถามซ้ำอีกทีน่ะ! คุณเคยได้ยินหรือเปล่า? นี่มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนจีนไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่ว่าคุณควรถามเป็นครั้งที่สองก่อนแล้วค่อยยืนยันหรือไง? แล้วตอนนั้นถึงจะเป็นตอนที่ผมพูดถึงปัญหาที่ตัวเองประสบอยู่ในตอนนี้!

ทำไมถึงไม่ทำตามแบบที่มันควรจะเป็น!

“เอ่อ…อันที่จริง…มันมีอยู่เรื่องหนึ่ง ถ้าผม…” หลังจากสบถและก่นด่าอยู่ภายในใจสักพักใหญ่

เขาก็พยายามแย้มยิ้มออกมา “คืออย่างนี้ครับ ตอนนี้พวกเราจะต้องทำการสอนทันทีหลังจากที่เปิดภาคเรียน และอย่างที่คุณก็เห็น ตัวผมเองนั้นยังค่อนข้างเด็กมาก แม้ว่าผมจะมีประสบการณ์ที่สามารถแบ่งปันกับนักเรียนในห้องได้ แต่ผมก็กังวลว่าผมอาจจะไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้ หากคุณพอมีเวลา ผมอยากจะขอให้คุณช่วยไปดูการสอนของผมและช่วยชี้แนะแนวทางให้น่ะครับ”

“ไอ้เด็กเวร!!!” ซู่เฟิงและหลินฮั่นต่างสบถออกมาพร้อมกัน

ยางอายล่ะ?!

ยางอายบนหน้าของนายมันหายไปไหน?!!

เมื่อครู่นี้นายเพิ่งพูดไปว่าไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้กลับกลับคำเนี่ยนะ?! ยางอายบนหน้าของนายมันถูกหมากินไปแล้วหรือไง?!

“ไอ้เด็กนี่…” ริมฝีปากของหลินฮั่นสั่นระริก “ทุกคนต่างก็ต้องทำการสอนสดนี่เหมือนกันไม่ใช่หรือไง?! นี่นายจะโกงเหรอ!!!”

ซู่เฟิงเองก็โกรธไม่แพ้กัน แค่การที่นายได้ก้าวเข้ามาอยู่ในอันดับครูผู้สอนที่โดดเด่นภายในคืนเดียวมันยังไม่พออีกหรือไง? นี่นายถึงกับเตรียมการล่วงหน้าสำหรับการเปิดภาคเรียนที่กำลังจะมาถึง…ไม่สิ นายวางแผนที่จะเริ่มต้นที่เส้นชัยเลยหรือยังไง?!

การแข่งขันที่ยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน?

เกิดอะไรขึ้นกับความไว้วางใจและข้อตกลงระหว่างเรา?

นี่นายไม่คิดจะรอพวกเราบ้างหรือไง?

“การมาเยี่ยมของผู้เฒ่ายวี…จะต้องได้รับความสนใจจากทั้งอาจารย์ใหญ่และหัวหน้าสาขาของพวกเราทุกคนแน่ ๆ…” กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าของซู่เฟิงกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้

“และถ้าผู้เฒ่ายวียอมตกลงที่จะไปเข้าร่วมฟังการบรรยายของเขา มันก็ไม่สำคัญแล้วว่าฉินเย่จะพูดเรื่องไร้สาระอะไรขณะชั้นเรียนของเขา ทางสำนักจะต้องกัดฟันประเมินการสอนของเขาให้อยู่ในระดับสูงอยู่ดี! เพราะหาพวกเขาพูดตำหนิอะไรออกมา มันก็หมายความว่าพวกเขาไม่ได้ชื่นชมหัวข้อในการวิจัย อีกทั้งยังหมายถึงพวกเขาไม่เคารพศูนย์วิจัย SRC ด้วย… นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…หลินฮั่น ไปกันได้แล้ว!!”

“หะ? แล้วพวกเราไม่รอถามเขาเรื่องภารกิจของ ‘เขตไล่ล่าที่สาบสูญ’ แล้วหรือไง?” หลินฮั่นไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้ทัน

“มีอะไรให้ต้องถามอีกล่ะ?!” ซู่เฟิงไม่สามารถระงับความโกรธที่พวยพุ่งภายในใจและความต้องการที่จะตบหน้าฉินเย่ได้อีกต่อไป สำหรับเขา…คืนนี้สามารถอธิบายได้ว่าเป็นคืนแห่งการเรียนรู้ถึงนิสัยเสียของฉินเย่ในทุก ๆ ด้าน

เขาตะโกนออกมาด้วยใบหน้าที่แทบจะไร้สีเลือด “กลับไปเตรียมการสอนได้แล้ว!!”

“อย่างนั้นมันก็น่าจะได้เกิน 100 คะแนนหากเราเตรียมการสอนทั้งหมดอย่างจริงจัง ถ้าเรายังคงอยู่ที่นี่ต่อละก็…หึหึ…นายอยากจะให้เจ้าเด็กนี้วิ่งนำหน้าเราไปแบบนั้นหรือไง?”

[1] ความสามารถที่สามารถมองเห็นหรือรับรู้ถึงวิญญาณหรือสิ่งเหนือธรรมชาติที่คนปกติทั่วไปมองไม่เห็น

[2] ประมาณปีค.ศ. 1949

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 123 การเลียของสุนัขนามฉินเย่ (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved