cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 121 หนึ่งในสามของนักวิชาการหลักของแผนกวิจัยวิญญาณ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 121 หนึ่งในสามของนักวิชาการหลักของแผนกวิจัยวิญญาณ
Prev
Next

บทที่ 121: หนึ่งในสามของนักวิชาการหลักของแผนกวิจัยวิญญาณ

ฉินเย่สูดหายใจเข้าลึก ๆ และกระชับมือที่ถือโทรศัพท์แน่นกว่าเดิม

รายชื่อของเหล่าอาจารย์ที่มีความสามารถโดดเด่นของสำนักฝึกตนแห่งแรก…มีเพียงอาจารย์ที่มีความสามารถโดดเด่นเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ผลประโยชน์และสิทธิพิเศษอื่น ๆ นั้นยังไม่ทราบแน่ชัดสำหรับตอนนี้ แต่แค่ส่วนลดในการแลกเปลี่ยนหินวิญญาณเพียงอย่างเดียวก็ดึงดูดใจมากพอแล้วสำหรับเขา!

เขาไม่ได้คิดที่จะอยู่ในหน่วยสอบสวนพิเศษนานอยู่แล้ว จำกัดสูงสุดคือแปดปี เขาต้องการที่จะหาโอกาสและไต่อันดับให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยวิธีนี้เขาจะไม่ใช่แค่สามารถประเมินความแข็งแกร่งของหน่วยสอบสวนพิเศษได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่เขายังสามารถได้รับสิทธิพิเศษและผลประโยชน์ระหว่างทางด้วย สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มหูตาให้เขา เหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเริ่มเจาะลึกเข้าข้อมูลทั้งหมด

เพราะอย่างไรเสีย จะมียมทูตสักกี่ตนที่สามารถเดินต่อหน้า ผู้ฝึกตนขั้นยมทูตขาวดำและขั้นตุลาการนรกได้แบบนี้?

คิดว่าหน่วยสอบสวนพิเศษตาบอดหรืออย่างไร?

สิ่งแรกที่เข้าต้องมุ่งเป้าในตอนนี้ก็คือรายชื่อของเหล่าอาจารย์ที่มีความสามารถโดดเด่น

เด็กหนุ่มไล่ดูข้อความแชทที่คนอื่น ๆ ส่งมาเป็นการส่วนตัว มีทั้งคำขอเป็นเพื่อนและคำเชิญเข้ากลุ่มจำนวนมาก รวมทั้งภาพโปรไฟล์เชิญชวนต่าง ๆ…

“คุณรู้หรือเปล่าว่าความสำเร็จครั้งนี้ของคุณมันบ้าแค่ไหน?” หลินฮั่นกัดฟันกรอด “นี่เป็นภารกิจที่ทางสำนักคาดหวังให้เหล่าอาจารย์ทำมันให้สำเร็จภายใน 15 วัน แต่คุณกลับสามารถจบมันได้ภายในคืนเดียวเนี่ยนะ?! นี่คุณต้องการจะทำให้พวกเราทุกคนตกงานหรือไง? พวกเขาถึงขั้นต้องมาที่นี่ก็เพื่อที่จะขอปรึกษาและคำแนะนำจากคุณโดยเฉพาะเลย!”

ฉินเย่มองไปออกไปไกล ๆ ก่อนจะเหลือบตามามองคนด้านข้างของตน

เฮ้อ พวกมนุษย์นั้นช่างโง่เขลานัก…

นายจะไปเข้าใจความโดดเดี่ยวของการเป็นยมทูตด้วยระดับสติปัญญาอันน้อยนิดของนายได้อย่างไรกัน…

“คุณรอฟังตอนที่ผมรายงานให้ศาสตราจารย์ยวีฟังหลังจากนี้ก็ได้ จะว่าไป…คุณปู่คนนี้คือใครกัน?”

“คุณปู่?” ซู่เฟิงเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย “เหอะ ๆ…คุณปู่เหรอ….ผมจะบอกอะไรคุณให้นะ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากบุคคลคนแรกที่ที่รับรู้ว่า สมดุลระหว่างแดนมนุษย์และยมโลกได้เสียสมดุลไปแล้ว และผลักดันคดีที่เขาทำไปยังรัฐบาลกลางหลายสิบครั้งเพื่อเสนอให้ทางรัฐบาลประกาศนโยบายที่เหมาะสมออกมา เขาเป็นหนึ่งในสามผู้ก่อตั้งของ SRC! ทำงานภายใต้ SRC แล้วตั้งแต่อายุ 20 ปี และเขาเห็นองค์กรมาตั้งแต่ยังมีเพียงรากฐานจนมันเติบโตมาถึงวันนี้ นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นวิทยานิพนธ์และผลการวิจัยต่าง ๆ ของสำนักฝึกตนแห่งแรกเองก็ต้องรอการรับรองจากเขาก่อน จึงจะสามารถเผยแพร่ได้!”

ฉินเย่อ้าปากค้างและมองไปยังแผ่นหลังของชายสูงวัย

ให้ตายเถอะ…นี่เรากำลังเหยียบลงไปบนน้ำแข็งแผ่นบางโดยไม่ตัวสินะ…

จากนั้นหลินฮั่นจึงเอ่ยต่อ ราวกับต้องการจะทำให้ฉินเย่เกิดภาวะหลอดเลือดโป่งพองในสมอ “ตราบใดที่คุณได้รับการยอมรับจากเขา ก็จะไม่มีใครในสำนักที่จะกล้ามาว่าหรือหาเรื่องคุณอีก! คุณรู้หรือเปล่าว่าตัวเองโชคดีเพียงใด? นี่อาจจะเป็นรางวัลที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะสามารถได้รับเลยด้วยซ้ำ!”

“ผมจะบอกอะไรให้นะ การเลื่อนขั้นจากอาจารย์เป็นรองศาสตราจารย์นั้นอาจจะพิจารณาจากคะแนนการสอนเพียงอย่างเดียว แต่ในการเลื่อนตำแหน่งจากรองศาสตราจารย์เป็นศาสตราจารย์เต็มตัว พวกเขาไม่ได้พิจารณาแค่คะแนนการสอนเพียงอย่างเดียว พวกเขายังดูด้วยว่ารองศาสตราจารย์คนนั้นมีหัวข้อวิจัยเป็นของตัวเองหรือเปล่า! และเขาได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไรในหัวข้อนั้น ๆ! คุณคิดหรือว่าการที่จะได้เป็นศาสตราจารย์เต็มตัวของทั้งสาขาเป็นเรื่องง่ายน่ะ?”

ดวงตาของฉินเย่เป็นประกายวาบ หัวสมองของเขาเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว

SRC นั้นแตกต่างจากหน่วยสอบสวนพิเศษ

หน่วยสอบสวนพิเศษจะให้ความสำคัญกับการปฏิบัติการและกำลังรบ ในขณะที่ SRC จะให้ความสำคัญกับความรู้ทางทฤษฎี และสำนักฝึกตน…จุดความสนใจของพวกเขานั้นคล้ายกับ SRC มากกว่าหน่วยสอบสวนพิเศษ

เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว ทฤษฎีและข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็ต้องได้รับการทดสอบจากสำนักฝึกตนก่อนจึงจะเผยแพร่ได้ นอกจากนี้ โครงการ การประเมิน เอกสาร และวิทยานิพนธ์ทั้งหมดจะต้องถูกส่งไปที่ SRC เพื่อประเมินแทนที่จะถูกส่งไปที่หน่วยสอบสวนพิเศษ

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ…

หากเขายอมเป็นสุนัขเชื่อง ๆ ของผู้เฒ่ายวีเพื่อทำให้อีกฝ่ายพอใจ…การเลื่อนตำแหน่งจากรองศาสตราจารย์เป็นศาสตราจารย์ของเขาก็จะราบรื่นขึ้นสินะ? และเขาก็จะเข้าใกล้แหล่งทรัพยากรทั้งหมดที่เราจำเป็นต้องใช้ในการสร้างนรกมากขึ้น?

ภายในหัวของเขาเต็มไปด้วยแผนการต่าง ๆ มากมายทันที

ทันใดนั้นเอง กรอบรูปที่ถืออยู่ก็ขยับอีกครั้ง ดึงเขากลับมาจากการเพ้อฝันของการพักผ่อนในชื่อเสียงเกียรติยศของตัวเองในฐานะประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลที่ได้แต่งงานกับหญิงสาวชาวตะวันตกผู้ร่ำรวย

“ขอโทษที แต่ผมรบกวนฝากบอกผู้เฒ่ายวีทีว่าผมขอไปห้องน้ำสักครู่ มันไม่ไหวแล้วจริง ๆ” เขาจับกรอบรูปในมือแน่นและวิ่งออกมาจากตรงนั้นด้วยความเร็วสูงสุด

“เหตุใดเจ้าจึงขยับตัวขยุกขยิกแบบนี้? ข้างนอกนั่นมีผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วน เจ้าอยากจะตายหรืออย่างไร?!” ฉินเย่ระเบิดอารมณ์โทสะของเขาออกมาทันทีที่เขาปิดประตูห้องน้ำ

วิญญาณของซูตงเซวี่ยลอยออกมาจากกรอบรูป แต่ฉินเย่กลับยัดนางกลับไปทันทีที่ออกมา หญิงสาวจึงเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจนักว่า “ท่านเป็นฆาตกร”

ฉินเย่กลอกตาและเอ่ยลอดไรฟันว่า “ทำตัวให้ดี ๆ หากเจ้ายังไม่อยากตาย”

วิญญาณสาวจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม “ก็ได้…ถ้าเช่นนั้น…ท่านผู้ทรงอำนาจ ข้าอยากขออะไรท่านสักอย่างจะได้หรือไม่?”

“ว่ามา”

“เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเมื่อครู่นี้…ในภายภาคหน้า ท่านช่วยหมั้นหมายดวงวิญญาณของเขาให้กับข้าได้หรือไม่?”

ฉินเย่เงียบไปถึงสามวินาทีเต็ม ๆ ก่อนที่จะเข้าใจในท้ายที่สุดว่านางหมายถึงหลินฮั่น

“…นะ….นี่เจ้ามีตาหรือเปล่าเนี่ย? ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความหล่อเหลาระดับโลกได้ยืนอยู่ตรงหน้าของเจ้าแล้ว แต่สายตาของเจ้ากลับมองชายอื่นหล่อกว่าข้าเนี่ยนะ? ข้าจะบอกอะไรให้นะ หมอนั่นเป็นเพียงเข็มเย็บผ้าที่ ดูดี แต่ไร้ประโยชน์!”

ซูตงเซวี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยตอบเสียงเบา “ข้าแต่ท่านผู้ทรงมากด้วยฤทธา ตัวข้านั้นได้เรียนรู้ผ่านสายตาของซงเจียฝางแล้วว่าสังคมในยุคสมัยนี้มิได้อธิบายส่วนเหล่านั้นว่าเข็มเย็บผ้าอีกต่อไป แม้จะมีน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี…จากการสังเกตของข้า เขาหาใช่เข็มเย็บผ้าไม่ ในความจริงแล้ว มันดูน่าจะกระชับดีด้วย ดูร่างกายที่สมบูรณ์แบบของเขานั่นสิ”

พระเจ้าเถอะ เจ้าหมายความว่าอย่างไร ‘กระชับ’?! แล้วเจ้าไปเรียนคำพูดสวยหรูพวกนั้นมาที่ไหนกัน?

ฉินเย่: “…อืม…แล้วพวกเจ้าอธิบายสิ่งที่ใหญ่ว่าอย่างไร?”

วิญญาณสาวตอบด้วยท่าทีเขินอายราวกับแมวดำขี้อาย “แท่งเหล็ก จุกอก”

…………………………….……

ฉินเย่ใช้พลังหยินของตนห่อหุ้มกรอบรูปเอาไว้ เพื่อที่มันจะได้ปกปิดเสียงของวิญญาณสาวได้ จากนั้นจึงหันไปหาอาร์ทิสด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมกว่าเดิมและเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าพวกเราคงต้องเสริมสร้างในด้านอารยธรรมทางจิตวิญญาณของการสร้างยมโลกเสียแล้ว [1] มันไม่ถูกที่เราจะปล่อยให้วิญญาณตนนี้มาทำหน้าที่สุวรรณเลขา…เอาเถอะ เวลานั้นเป็นเรื่องสำคัญ ข้าจึงอยากจะถามท่านว่าข้าควรจะทำตัวอย่างเมื่ออยู่ต่อหน้าชายสูงวัยผู้นั้นและทำให้เขาสนใจข้า?”

อาร์ทิสที่ได้ยินเช่นนั้นทำหน้าบึ้ง “มันจะดีที่สุดหากการสร้างอารยธรรมทางจิตวิญญาณนั้นจะเริ่มจากที่ตัวเจ้าคนแรก เพราะทุกอย่างล้วนไหลจากเบื้องบนสู่เบื้องล่าง หากพูดกันตามตรง ตัวข้าเองก็รู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับศีลธรรมและจริยธรรมของยมโลกจริง ๆ…แต่กลับเข้าเรื่องก่อนเถอะ ข้ามีตัวเลือกมากมายให้เจ้าเลือก”

นางคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงเอ่ยด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ “ดวงวิญญาณหยินพวกนี้บางตนอาจสูญหายไปจากสังคมยุคปัจจุบันแล้ว เจ้าอาจจะลองเล่าเรื่องของวิญญาณแห่งฝันร้ายให้เขาฟัง ลักษณะนิสัยของวิญญาณแห่งฝันร้ายนั้นค่อนข้างชัดเจน ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นดวงวิญญาณที่พบเจอได้ยากอย่างน่าเหลือเชื่อ วิญญาณพวกนี้สามารถกลายเป็นวิญญาณร้ายขั้นยมทูตขาวดำได้ภายในหนึ่งปีหากถูกปล่อยทิ้งไว้ และที่ร้ายกว่านั้น พวกมันใช้เวลาเพียงสามปีเต็มเท่านั้นในการที่จะกลายเป็นภูตผีคลุ้มคลั่งเต็มตัว พวกมันเป็นหนึ่งในพวกที่ต้องการตัวมากที่สุดในนรกในตอนนั้น”

อาร์ทิสค่อย ๆ อธิบายลักษณะและนิสัยของวิญญาณแห่งฝันร้ายอย่างละเอียด ฉินเย่หลับตาฟังและซึมซับทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูดราวกับฟองน้ำ ก่อนที่จะทวนทุกสิ่งให้อาร์ทิสฟังอีกครั้ง จากนั้นเขาจึงเดินออกจากห้องน้ำทันที

เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปบนรถและหลับไปประมาณ 20 นาที พวกเขามาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว

เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็อยู่ที่ด้านข้างของถนนวงแหวนรอบนอกของเมืองไดซานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาประมาณตีสี่ แม้แต่เมืองหลวงเองก็เริ่มเผยให้เห็นถึงร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า

การจราจรในเวลานี้เงียบเชียบและเบาบาง แม้แต่ป้ายโฆษณาและหน้าจอ LED ล้วนถูกดับแสงลง

ผู้เฒ่ายวีเป็นคนเดินลงจากรถเป็นคนแรก และเดินนำคนทั้งหมดไปยังชุมชนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง พื้นที่ดังกล่าวได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาเป็นพิเศษ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาตีสี่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนกลับยังเดินลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ พื้นที่อย่างแข็งขัน

“นี่คือพื้นที่ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุดในเมืองไดซาน…นภาสีคราม” ฉินเย่นั่งอยู่ภายในรถอีกคันหนึ่ง และชายคนหนึ่งในกลุ่มคนที่สวมชุดปฏิบัติการสีขาวที่นั่งมาด้วยกันก็อธิบายให้เขาฟังด้วยรอยยิ้ม

“นี่คือที่พักชั่วคราวของเรา ข้อเท็จจริงที่ผู้เฒ่ายวีพาคุณมาที่นี่ได้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาที่เขาได้เห็นในวันนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคืนนี้จะถูกบันทึกลงในฐานข้อมูลของ SRC อย่างละเอียด”

ฉินเย่พยักหน้าและเดินตามคนทั้งหมดเข้าไปด้านใน ซู่เฟิงและหลินฮั่นเองก็เดินตามไปเงียบ ๆ ฉินเย่รู้สึกได้ว่ากรอบรูปมีการสั่นไหวเล็กน้อย แต่เขาก็จับมันแน่นขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนการเคลื่อนไหวทั้งหมดทันที

แม่สาวน้อย แม้ว่าเจ้าจะไม่บริสุทธิ์พอที่มีลูกให้ข้า แต่เจ้ากล้าดีอย่างไรที่คิดถึงชายอื่นในขณะที่ยังอยู่ข้างกายข้าแบบนี้?

พื้นที่ด้านในล้วนเป็นสีเขียวอ่อน ๆ ไฟถนนดูใหม่เอี่ยมและถนนก็มีความกว้างเพื่อพอที่รถยนต์สามารถขับไปมาได้ ไม่นานผู้เฒ่ายวีก็เดินนำคนทั้งหมดไปที่อาคารหลังเล็กหลังหนึ่ง

“พวกคุณรออยู่ข้างล่างและดูความปลอดภัยของเราจากกล้องวงจรปิด ผมจะขึ้นไปที่ห้องบันทึกเสียงด้านบน ผมจะคุยกับเขาเอง”

“รับทราบ” ไร้ซึ่งคำถามใดๆหลังจากนั้น ผู้เฒ่ายวีรีบเดินขึ้นไปชั้นสองอย่างรวดเร็ว

อาคารหลังนี้ถูกออกแบบมาให้มีกลิ่นอายของแผ่นดินจีนในสมัยก่อน มีเพียงแค่ฉินเย่และผู้เฒ่ายวีเท่านั้นที่เดินขึ้นไปบนชั้นสอง และในที่สุดพวกเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าภาพวาดทิวทัศน์ขนาดใหญ่ภาพหนึ่ง

เก้าอี้ตรงหน้าของเขามีอยู่ทั้งหมดหกตัว ผู้เฒ่ายวีเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงกลาง จากนั้นจึงชี้ไปที่เก้าอี้ตัวที่อยู่ข้าง ๆ ตน “เชิญ”

ทันทีที่ฉินเย่นั่งลง ชายสวมชุดสูทคนหนึ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับชาสองถ้วย กลิ่นหอมของฤดูใบไม้ผลิลอยมาแตะปลายจมูก กลิ่นที่เหมือนกับทุ่งหญ้าเขียวขจีที่มีหยาดน้ำค้างหยดลงมาในช่วงเช้าตรู่ของวันทำให้ทั้งสองรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าเดิม กลิ่นหอมหวนของมันได้ขจัดความเหนื่อยล้าที่ฉินเย่มีก่อนหน้านี้ไปจนหมด

“เป็นชาที่ดีจริง ๆ” เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาเสียงดัง ในขณะเดียวกัน สายตาของเด็กหนุ่มก็เหลือบไปมองชายในชุดสูทคนนั้น

ขั้นนักล่าวิญญาณ…

ผู้เฒ่ายวีนั้นเป็นผู้ฝึกตนขั้นยมเทพเท่านั้น แต่คนที่ปกป้องชายสูงวัยกลับอยู่ถึงขั้นนักล่าวิญญาณ ฉินเย่ไม่เคยเห็นผู้ฝึกตนขั้นนักล่าวิญญาณที่มาจากเมืองไดซานเลยสักคนเดียวตั้งแต่ที่เขามาถึงที่นี่ ดังนั้นการมีผู้ฝึกตนขั้นนักล่าวิญญาณอยู่รอบกายอีกฝ่ายจึงบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าชายสูงวัยตรงหน้านี้มีความสำคัญมากเพียงใด

และนี่ก็คือสิ่งที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากภายนอกเช่นกัน

ผู้เฒ่ายวียกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ เขาหลับตาลง สีหน้าของเขาดูผ่อนคลายมากขึ้นก่อนที่จะเอ่ยเบา ๆ “มีเพียงผู้ที่มีตราความดีขั้นที่สองเท่านั้น จึงจะสามารถซื้อชาชำระจิตใจจากยอดเขาหยุนวู่ได้ มันมีราคาสูงถึง 10,000 หยวน ราคาเดียวกันกับต้นแม่ของชาต้าหงเผา ชาชนิดนี้มีฤทธิ์ช่วยในการรวบรวมพลังปราณ ชำระจิตวิญญาณ และลดความเหนื่อยล้า ประโยชน์ของมันนั้นสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน แม้ว่ามันจะใช้ได้ผลแต่กับผู้ฝึกตนก็ตาม”

นี่คือหนึ่งในสิทธิพิเศษสำหรับบุคคลผู้ซึ่งได้รับตราความดีขั้นที่สองอย่างนั้นหรือ?

รูม่านตาของฉินเย่หดตัวเล็กน้อย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ยิ่งคะแนนความดีสูงเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งเข้าใกล้สมบัติระดับสูงที่ซ่อนอยู่ภายในคลังสมบัติของ SRC และหน่วยสอบสวนพิเศษมากขึ้นอย่างนั้นใช่ไหมนะ?

ฉินเย่ตัดสินใจได้ทันทีว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เขาจะยอมเป็นสุนัขเลียขาที่เชื่องที่สุดที่สามารถเป็นได้

“สิ่งที่พวกเราคุยกันจะถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด หัวข้อนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับผม ดังนั้นผมจึงอยากจะขอให้คุณฉินช่วยอธิบายรายละเอียดทุกอย่างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” ผู้เฒ่ายวีลืมตาขึ้นและยื่นมือออกมาด้านหน้า “ยวีกั๋วฮุย นักวิจัยผู้ทรงเกียรติของ SRC ที่ได้รับตราความดีพิเศษแห่งชาติ และเป็นหนึ่งในสามนักวิชาการหลักของแผนกวิจัยวิญญาณ ยินดีที่ได้พบครับ”

“ฉินเย่ครับ เจ้าหน้าที่ขั้นนักล่าวิญญาณธรรมดา ๆ คนหนึ่ง”

ทั้งสองจับมือกันเล็กน้อย จากนั้นยวีกั๋วฮุยจึงยิ้มออกมาบาง ๆ “หึหึ คุณไม่ธรรมดาเลยสักนิด สามารถก้าวถึงขั้นนักล่าวิญญาณได้ตั้งแต่อายุ 18 นั้นไม่ใช่สิ่งที่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์จีน…เอาล่ะ อย่ามัวแต่พูดนอกเรื่องเลย เอาล่ะมาพูดถึงสิ่งที่คุณไปเจอด้านล่างกันดีกว่า…”

ฉินเย่เริ่มเล่าทุกสิ่งที่เขาได้พบเจอด้านล่างอย่างละเอียด อันที่จริง เขาไม่แม้แต่จะปิดบังเรื่องที่ตัวเองเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณของซูตงเซวี่ยในตอนท้ายที่สุดด้วยซ้ำ การปรุงแต่งเพียงอย่างเดียวที่เขาเสริมขึ้นก็คือการบอกว่าดวงวิญญาณของนางถูกกำจัดไปในทันทีที่ปรากฏตัวออกมา

พวกเขาพูดคุยกันอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม ยวีกั๋วฮุยพูดแทรกขึ้นเป็นบางครั้งเพื่อขอรายละเอียดบางอย่างให้ชัดเจนมากขึ้น คำถามของเขานั้นดูเหมือนจะเรียบง่ายและไม่สำคัญ แต่ทั้งหมดล้วนตรงจุดอย่างน่าเหลือเชื่อ

ในที่สุดทุกอย่างก็เสร็จสิ้น ยวีกั๋วฮุยยกมือขวาขึ้นมาลูบคางของตนเองเบา ๆ แววตาของเขาลุกโชนด้วยความหมายมั่น และอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างชัดเจนในทุกครั้งที่สูดหายใจเข้าออก

“คุณยวีครับ…” ฉินเย่ยังคงให้ความสำคัญกับท่าทีของอีกฝ่ายและถามต่อ “ข้อมูลพวกนี้พอจะเป็นประโยชน์หรือเปล่าครับ?”

หากมันเป็นประโยชน์ ผมก็จะถือโอกาสนี้ในการดึงคุณเข้ามาเป็นเหยื่อในครั้งนี้….

นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการจะหาเสาหลักในการสนับสนุนที่มีศักยภาพสูงสุดมาอยู่ในมือ แล้วทำไมเขาต้องไม่คว้ามันเอาไว้ด้วยล่ะ?

ยวีกั๋วฮุยได้สติกลับมาอีกครั้ง เขาตบเบา ๆ ที่ข้างแขนของเด็กหนุ่มตรงหน้า “ทำไมมันจะไม่มีประโยชน์ล่ะ? นี่มันมากเกินกว่าที่ผมหวังไว้เสียอีก!”

“มันเป็นความจริง…มันมีดวงวิญญาณประเภทต่าง ๆ อย่างที่ผมคิดเอาไว้จริง ๆ! เหมือนอย่างที่การศึกษาวิชามานุษยวิทยาช่วยให้เราเข้าใจว่าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในดินต่างแดน ทำให้เกิดการแตกต่างทางชาติพันธุ์และประเภทของคน…การศึกษาในเรื่องของวิญญาณของพวกเราในตอนนี้เองก็จะช่วยให้เรามีมาตรการเชิงรุกในการต่อกรกับพวกวิญญาณมากขึ้นในอนาคต!” เขายกถ้วยชาขึ้นมาดื่มอึกใหญ่อย่างตื่นเต้น

ก่อนจะพูดต่อว่า “แล้วคุณล่ะ…มีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง?”

ชายสูงวัยเพียงถามออกไปอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก ทว่าฉินเย่กลับยิ้มบาง ๆ และตอบว่า “มีครับ”

[1] ผู้เขียนต้องการจะสื่อว่าความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณนั้นถูกสร้างขึ้นจากวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในประวัติศาสตร์ รวมถึงความคิด ศีลธรรม และการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นต้น

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 121 หนึ่งในสามของนักวิชาการหลักของแผนกวิจัยวิญญาณ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved