จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 197
บทที่ 197: ด้วยตัวคนเดียว!
ธาตุไฟระดับมัชฌิม คาถาหมัดเพลิงและธาตุสายฟ้าระดับมัชฌิม คาถาอสนีบาตมรุธา… เรียกได้ว่าทั้งสองธาตุนี้เป็นพลังที่แข็งแกร่งมากที่สุดในธาตุพื้นฐานทั้งหมด อย่างไรก็ตามพลังที่เกรี้ยวกราดทั้งสองนี้อยู่ในร่างกายของมนุษย์คนนี้เพียงคนเดียว!
หมัดเพลิงนั้นสามารถระเบิดทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าได้ เป้าหมายของมันนั้นเป็นวงกว้างและจัดการกับศัตรูได้มากมาย!
ส่วนอสนีบาตมรุธานั้นเป็นการโจมตีเพียงเป้าหมายเดียว แต่ทว่ามันกลับมีพลังทำลายล้างที่สูงกว่าธาตุอื่นๆทั้งหมดในขั้นพื้นฐาน ยิ่งเมื่อมันมาถึงระดับมัชฌิมแล้ว พลังของมันจะเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณอย่างไร้เทียมทาน
ถ้าหากว่าคุณสามารถหลบการโจมตีนี้ได้ แน่นอนว่าคุณจะรอด…
แต่ถ้าหากว่าคุณไม่สามารถหลบหลีกมันได้พ้น… หนทางที่รออยู่คือความตายเท่านั้น!
โม่ฝานที่จำเป็นจะต้องต่อสู้กับเหล่าอสูรกายเหล่านี้ เขาไม่เคยคิดที่จะใช้คาถาสายฟ้าระดับมัชฌิมเลย พลังทำลายล้างของมันนั้นน่าเกรงกลัวเกินไป เขาเกรงว่ามันอาจจะทำลายเหยื่อที่อยู่ด้านในไปพร้อมกับปีศาจเกล็ดเขียวพวกนี้
แต่อย่างไรก็ตามในตอนนี้เรื่องราวทั้งหมดถูกตัดสินใจอย่างง่ายดาย อสนีบาตมรุธาถูกปลดปล่อยออกไปและเป้าหมายของมันคือราชินีอสูรกายเกล็ดหนา!
โม่ฝานไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว!
เปรี้ยง!!!!! เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่ว โรงยิมทั้งหมดสั่นไหวอย่างรุนแรง
สายฟ้าผ่าฟาดลงมากลางเวทีอย่างแม่นยำ
เกิดหลุมดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงกลางเวทีพร้อมกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนาได้นอนหลับอยู่ใต้หลุมนั้น ผิวหนังของมันไหม้เกรียมพร้อมกับแน่นิ่งไป ส่วนปีศาจเกล็ดเขียวที่เป็นเหล่าสมุนทั้งหมดล้มลงไปกองกับพื้นราวกับว่าสายใยสายสัมพันธ์ของพวกมันทั้งหมดถูกตัดขาด ไร้เลือดหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณให้มีชีวิตอยู่ต่อไป…
เหล่านักเรียนที่ไม่รู้เรื่องยังคงพากันวิ่งไปมาด้านในอย่างโกลาหล พวกเขาทั้งหมดไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นในครั้งนี้ ความคิดของทุกคนมีเพียงการหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่านั้น!
มีผู้กล้าโผล่ออกมาสองถึงสามคน พวกเขาใช้โอกาสที่ปีศาจเกล็ดเขียวล้มลงไปนอนกับพื้นและกำลังดิ้นอย่างทุรนทุรายช่วยเหลือพวกพ้องของตนออกไปยังพื้นที่ปลอดภัยทันที
นักเรียนบางคนยืนหยุดนิ่งและรักษาระยะห่างของตนจากปีศาจเกล็ดเขียวตรงหน้าอย่างระมัดระวัง พวกเขาหยุดมือลงแต่ทว่ายังคงร่ายเวทไว้ในมือเพื่อเตรียมพร้อมถ้าหากปีศาจเหล่านี้ลุกยืนขึ้นมาอีกครั้ง
ตรงกลางสนามแม้ว่าจะดูวุ่นวายไปบ้างแต่ทว่านักเรียนบางคนเริ่มสงบสติได้แล้ว พวกเขายืนมองปีศาจเกล็ดเขียวอยู่ห่างๆในระยะที่รู้สึกปลอดภัย ทั้งหมดเพิ่งผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งชีวิตและความตายตรงหน้า ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมอยู่ในหัวใจของพวกเขาทั้งหมดอย่างเหนียวแน่น
พวกเขาไม่รู้ว่าใครกันที่เป็นคนสังหารราชินีอสูรกาย…
ทั้งหมดยืนมองปีศาจเกล็ดเขียวที่กำลังลอกคราบอีกครั้ง เด็กหญิงที่อยู่ด้านในถูกห่อหุ้มด้วยของเหลวใสปรากฏตัวขึ้นอย่างอิดโรย พวกเธอเหล่านั้นค่อยๆคลานออกมาจากผิวหนังที่หนาและแข็งด้วยสภาพที่อ่อนแรง
ไม่มีใครกล้าที่จะเดินเข้าไปใกล้พวกเธอเหล่านั้น ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร… นั่นคือมนุษย์หรืออสูรเวท?
——–
โม่ฝานนอนแผ่อยู่กลางเวทีอย่างหมดแรง
กล้ามเนื้อขาของเขากำลังสั่นอย่างหนัก
ภายในจิตใจของเขายังคงมีความกลัวแอบแฝงไว้เล็กน้อย ถ้าหากว่าคัมภีร์นำทางดวงดาวธาตุเงาที่อาจารย์ถังหยู่ให้มานั้นช้ากว่านี้อีกสักหน่อย เช่นนั้นโม่ฝานก็คงจะต้องกลายเป็นผีเฝ้าโรงยิมจากกรงเล็บที่คมปลาบนั้นแน่นอน!
ช่างโชคดีเหลือเกินที่เขาสามารถเอาชีวิตรอดมาได้!
บัซซซซซ~~~
ขณะที่โม่ฝานกำลังนอนหมดแรงอยู่ตรงนั้น จี้ทมิฬน้อยของเขาเริ่มส่งเสียงประหลาดพร้อมกับเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับตื่นเต้นกับอะไรบางอย่าง
ในตอนนี้ร่างกายของโม่ฝานนั้นไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้ว แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่อาจจะต้านทานความตื่นเต้นของเจ้าเด็กน้อยคนนี้ได้เลย เขาค่อยๆคืบคลานไปยังร่างของราชินีอสูรกายเกล็ดหนาด้วยความยากลำบากและกล้ำกลืน!
“แกต้องการจิตวิญญาณของปีศาจตัวนี้งั้นเหรอ?” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างอ่อนแรง
นับตั้งแต่ที่เขาวิ่งเข้าสู่สถานที่แห่งนี้ โม่ฝานค้นหาจุดสีแดงและต้องต่อสู้กับปีศาจเกล็ดเขียวมากมายนับไม่ถ้วน จนท้ายที่สุดเขาต้องเผชิญหน้ากับราชินีอสูรกายเกล็ดหนาอีกด้วย ในตอนนี้พลังเวทและพลังกายของเขานั้นได้หมดลงไปโดยสมบูรณ์แล้ว
เหมือนว่าจี้ทมิฬที่กำลังสั่นไหวอยู่นี้กำลังสนใจจิตวิญญาณของราชินีอสูรอย่างมาก เมื่อโม่ฝานคลานเข้าไปใกล้ซากของมัน แสงเรืองรองสีน้ำเงินปรากฏเด่นชัดออกมาจากร่างกายของราชินีอสูร
ในฉับพลันจี้ทมิฬส่งเสียงเรียกออกไปทันที แสงสีน้ำเงินทั้งหมดราวกับว่าได้ยินเสียงของบิดาตนเอง พวกมันพุ่งเข้าหาจี้ทมิฬที่คอของโม่ฝานอย่างเชื่อฟังทันที
“มะ-มันคือแก่นแท้จิตวิญญาณ??” ขากรรไกรของโม่ฝานแข็งค้างทันทีด้วยความตื่นตระหนก
หลังจากที่จี้ทมิฬได้รับพลังจากบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใต้ดินมาแล้ว มันเลิกสนใจจิตวิญญาณของอสูรเวททั้งหมดทันที ไม่แม้แต่สนใจจิตวิญญาณของเหล่าอสูรระดับต่ำด้วยซ้ำ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีความสำคัญหรือความหมายใดกับมันอีกต่อไปแล้ว
อย่างไรก็ตามราชินีอสูรนั้นอยู่ในระดับของนักรบ!
แน่นอนว่าจิตวิญญาณแก่นแท้ของอสูรเวทระดับนักรบนั้นมีค่ามาก… ราคาของมันในตลาดมากมายถึงสิบล้านหยวน!!!
“เฮ้ๆ จี้ทมิฬเอ๋ย แกคงไม่ต้องการที่จะดูดซับพลังจิตวิญญาณแก่นแท้นี้หรอกใช่ไหมล่ะ?” โม่ฝานถามออกไปอย่างพยายามเจรจา
แน่นอนว่าพลังที่ได้รับมาจากบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์นั้นมากมายเหลือล้นแล้ว ซึ่งระดับของจี้ทมิฬนั้นพุ่งไปไกลมากแล้ว ซึ่งนอกเหนือจากพลังของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แล้วคงไม่อาจมีสิ่งใดน่าสนใจอีกแล้วสำหรับมัน
อย่างไรก็ตามจี้ทมิฬนี้นั้นมีความสามารถในการดูดซับจิตวิญญาณแก่นแท้ได้ ถ้าหากว่าจิตวิญญาณแก่นแท้ในคราวนี้ไม่ถูกมันฉกชิงไป แน่นอนว่ามันจะสร้างเม็ดเงินมูลค่าหลายสิบล้านให้กับโม่ฝาน!
โม่ฝานไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากพยายามโน้มน้าวจี้ทมิฬนี้อย่างอ่อนใจ แต่ท้ายที่สุดแล้วเลือดบนหน้าของเขานั้นหยดลงไปบนจี้ทมิฬนี้อย่างไม่ตั้งใจ
เขาตกใจมากที่ทำให้มันเปรอะเปื้อน โม่ฝานรีบใช้มือของเขาเช็ดมันให้สะอาดโดยไว เขาไม่กล้าเลยที่จะละเลยสมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวของเขาด้วยการทำให้มันสกปรก!
หลังจากที่ทั้งสองได้พูดคุยกันสักเล็กน้อยแล้ว จี้ทมิฬคิดไตร่ตรองอยู่สักพักก่อนที่จะตัดสินใจว่ามันจะไม่กลืนกินจิตวิญญาณแก่นแท้นี้ลงไปในท้องตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าแม้ดูดซึมเข้าไปมันก็ไม่ได้เพิ่มพูนสิ่งใดมากนัก ดังนั้นมันจึงตัดสินใจว่าจะช่วยโม่ฝานเก็บรักษาจิตวิญญาณแก่นแท้นี้ไว้เท่านั้น
เช่นนี้ทำให้โม่ฝานถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก
เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาจะทำทุกสิ่งที่เขาฝันทั้งหมดให้กลายเป็นเรื่องจริง รางวัลที่เขาจะได้รับในคราวนี้นั้นยิ่งใหญ่พอที่จะพลิกชีวิตของเขาได้!
——
ตู้ม!!!
ขณะที่โม่ฝานกำลังนอนพักฝันกลางวันอยู่ตรงนั้นอย่างอ่อนแรง ฉับพลันด้านบนหลังคากระจกนั้นแตกเพล้งอย่างรุนแรง
โม่ฝานลุกขึ้นดังอย่างรวดเร็วพร้อมกับตื่นตระหนกกับฉากที่ได้เห็นอย่างมาก
ปีศาจเกล็ดเขียวพุ่งทะลุมาจากหลังคาด้านบน เศษแก้วและเศษซากของปีศาจเหล่านี้ร่วงหล่นลงมาพร้อมๆกันอย่างน่าสยองขวัญ
ทั้งหมดร่วงลงมากองอยู่รวมกันราวกับเนินภูเขาเล็กๆ ในขณะที่ทั้งหมดหล่นลงมาทำให้พื้นของโรงยิมสั่นสะเทือนไปด้วยเล็กน้อยตามน้ำหนักตัวของพวกมัน
อสูรกายที่น่ารังเกียจมากมายกองพะเนินอยู่ตรงหน้า ภาพนี้ทำให้ใบหน้าของโม่ฝานรู้สึกโง่เง่าอย่างสมบูรณ์
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้โม่ฝานประหลาดใจมากที่สุดนั้นไม่ใช่ปีศาจเกล็ดเขียวเหล่านั้น แต่ทว่ากลับเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่หัวของอสูรอัญเชิญตัวใหญ่อย่างสง่างาม!
ความรู้สึกของโม่ฝานรับรู้ได้ทันทีว่าชายผู้นั้นคือเจ้านายของอสูรอัญเชิญตัวนี้ อย่างไรก็ตามสายตาของบุรุษผู้กล้าหาญได้กวาดไปทั่วโรงยิมแห่งนี้อย่างรอบคอบและระมัดระวัง
——
สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ปีศาจเกล็ดเขียวบนพื้นอย่างไม่เข้าใจ ปีศาจเหล่านั้นกำลังดิ้นรนอย่างเจ็บปวดอยู่บนพื้น ท้ายที่สุดสายตาของเขานั้นมาจบลงเมื่อได้ประสานสายตาเข้ากับโม่ฝานที่กำลังนั่งอยู่บนเวที
“บุก บุกเข้ามา! อย่าปล่อยให้สัตว์ประหลาดพวกนี้หนีรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว!”
ไม่นานนักทีมของสมาคมนักล่าได้บุกทะลุเข้ามาด้านในพร้อมกับยืนหยุดที่กลางสนามทันที
นักเวทเหล่านี้นั้นไม่ใช่ระดับต๊อกต๋อยแต่อย่างใด พวกเขาทั้งหมดใช้คาถาเคลื่อนที่ที่แตกต่างกันออกไป บ้างใช้ธาตุดิน บ้างใช้ธาตุลมหรือแม้แต่บางคนใช้บูทอสูร…
หนึ่งในนั้นคือชายหัวล้านที่ใบหน้าเกรี้ยวกราด ความเร็วของเขานั้นถือได้ว่าสูงมาก การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วนั้นทำให้เขาพุ่งเข้ามาด้านในอย่างมุทะลุแทบจะไปหยุดยืนอยู่บนเวที
“ราชินีอสูรกายเกล็ดหนาอยู่ไหน?” ผู้นำทีมหัวล้านคนนั้นเกรี้ยวกราดราวกับปีศาจก็มิปาน จิตสังหารแผ่ขยายออกมาจากร่างกายเขาอย่างมหาศาล กล่าวได้ว่าในอดีตที่ผ่านพ้นเขาคือมือสังหารอสูรเวทที่แท้จริง!
“มันตายแล้ว…” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนหัวของอสูรอัญเชิญกล่าวช้าๆ
“ตายงั้นเหรอ? แล้วนายที่เป็นถึงราชันอัญเชิญนั้นมาเพื่ออะไรกันล่ะ! ในตอนนั้นพวกเราไม่ได้เข้ามาจัดการที่นี่ด้วยตนเองและจากนั้นราชินีอสูรก็ตายไปแล้ว… เฮอะ เด็กหญิงที่ติดเชื้อเหล่านั้นก็ยังคงติดเชื้อเช่นเดิม ช่างน่าสงสาร!” ผู้นำทีมหัวล้านกล่าวออกมาอย่างโง่เขลาและดูไม่เข้าใจอะไรเลย เห็นได้ชัดว่าเขามีแต่พลังแต่สมองน้อยนิด
“พวกเธอยังมีชีวิต” ชายหนุ่มบนหัวของอสูรอัญเชิญกล่าวอีกครั้ง
ชายหัวล้านรีบสำรวจพื้นที่แห่งนี้ทันที จากนั้นเขาจึงได้เห็นว่าเหล่าหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อกำลังคลานออกมาจากซากศพของปีศาจเกล็ดเขียว พวกเธอเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและอิดโรยอย่างมาก ผิวของพวกเธอทั้งหมดขาวซีดราวกับกระดาษ ร่างกายบอบบางผอมแห้งเหลือแต่กระดูกราวกับว่าปีศาจเหล่านั้นได้ดูดกลืนทุกสิ่งไปจนหมดสิ้น!
“เด็กนั่นสังหารราชินีอสูรงั้นเหรอ?” ชายหัวล้านกล่าวออกมาอย่างไม่เข้าใจ
ราชันอัญเชิญพยักหน้ารับอย่างเรียบๆ
เรื่องราวทั้งหมดนี้ถูกคาดหวังไว้ว่ามันจะต้องถูกจัดการโดยราชันอัญเชิญผู้นั้น เพราะจากการดูผ่านจอแล้วราชินีอสูรตนนี้อยู่ในระดับนักรบแล้ว… มันไม่ควรตายด้วยน้ำมือของเด็กคนนี้!
“รีบไปช่วยหญิงสาวเหล่านั้นซะ ช่วยให้พวกเธอพ้นจากความทรมาน!” ราชันอัญเชิญกล่าวสั้นๆ
“อ๋อ ใช่! แน่นอนว่าต้องช่วยเหลือพวกเธอ!!!” ผู้นำหัวล้านคนนั้นฟื้นคืนสติของตนเองขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเชื่อถือเรื่องนี้มากนักแต่ทว่าเขารีบสั่งให้ทีมกู้ภัยเข้ามาด้านในเพื่อช่วยเหลือหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อทันที!!!