จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 195
บทที่ 195: กำปั้นแห่งชีวิต!
โม่ฝานเผยสีหน้าเย็นชาออกมา “แกไม่ใช่คนเดียวที่มีพวกพ้องหรอกนะ!”
แสงจันทราสาดส่องอาบไล้ร่างกายของโม่ฝาน ราวกับอุกกาบาตที่ข้ามผ่านท้องฟ้า วิถีเส้นทางของมันเปลี่ยนผันเกิดเป็นดาวดวงใหม่ที่สุกสกาวขึ้นมาตรงหน้า
ดวงดาวทั้งหมดเจ็ดดวงลอยเคว้งเรียงกันเป็นสาย พวกมันพุ่งเข้าไปในหลุมดำขนาดใหญ่ส่งผลให้เกิดรอยแยกของมิติ!
ฮู้ววววววววววววววววส!!!!!!!!!
หมาป่าเวทส่งเสียงหอนดังกังวาลมาจากอีกโลกหนึ่งอย่างกึกก้อง!
ในเสี้ยววินาที พายุทรงพลังโหมกระหน่ำออกมาจากรอยแยกของมิติตรงหน้า มันพุ่งเข้าหาปีศาจเกล็ดเขียวที่อยู่ใกล้กับโม่ฝานที่สุด!
ปีศาจเกล็ดเขียวตนนั้นไม่อาจทราบได้ว่าจู่ๆจะเกิดพายุขนาดย่อมพุ่งเข้าใส่ร่างกายของมันในพริบตา ไม่มีแม้แต่เวลาให้ตื่นตระหนกใดๆทั้งสิ้น ผิวหนังของมันถูกทุบตีด้วยก้อนหินนับพัน ท้ายที่สุดผิวหนังของมันก็เกิดรอยร้าวขึ้นและแตกออก…
ซิ…ซิ้ซซซซซ!!!
ราชินีอสูรกายเกล็ดหนาเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น มันโกรธจัดพร้อมกับออกคำสั่งให้เหล่าสมุนจัดการกับมนุษย์ตนนี้ให้กลายเป็นเศษเนื้อซะ!
โม่ฝานยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ฉับพลันปีศาจเกล็ดเขียวสองตัวพุ่งเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว แต่ในพริบตาหมาป่าเวทกระโดดออกมาจากมิติอัญเชิญด้วยความเร็วแสง!
หมาป่าเวทพุ่งออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด จิตสังหารรุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของมันอย่างต่อเนื่อง แรงกดดันนี้ยากเกินกว่าจะแบกรับได้ ทันทีที่มันกระโดดออกมาร่างกายของมันปะทะเข้ากับปีศาจเกล็ดเขียวตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้โม่ฝานที่สุด
พลังที่ระเบิดออกมาของหมาป่าเวทนั้นรุนแรงอย่างมาก ด้วยความแข็งแกรงของมวลกล้ามเนื้อราวกับเหล็กกล้าทำให้ปีศาจเกล็ดเขียวกระเด็นออกไปไกล เหตุการณ์เช่นนี้ราวกับเด็กสามขวบถูกผู้ใหญ่โตเต็มวัยทุบตีอย่างรุนแรง กระดูกและเปลือกชั้นนอกของมันแตกหักโดยสมบูรณ์!
หลังจากที่หมาป่าเวทจัดการกับปีศาจเกล็ดเขียวหนึ่งตัวไปแล้ว มันกระโดดพุ่งเข้าใส่ปีศาจอีกตัวทันที ขากรรไกรอันหนักอึ้งของมันกดลงบนร่างกายของปีศาจอีกตัวที่พุ่งเข้าใส่โม่ฝานอย่างไร้ปราณี!
กร้อบบบ!!!!
ขากรรไกรแข็งแกร่งกัดร่างกายของปีศาจเกล็ดเขียวกลางอากาศอย่างเหี้ยมโหด!
ฟันที่แหลมคมทะลุผ่านเกล็ดด้านนอกเข้าไปสู่เนื้อด้านในอย่างง่ายดาย ปีศาจเกล็ดเขียวเจ็บปวดอย่างทุรนทุราย มันพยายามจะใช้แขนเพื่อดันฟันแหลมคมนี้ออกไป แต่เพียงความแข็งแกร่งของพวกมันนั้นไม่อาจทัดเทียบกับอสูรเวทอัญเชิญตนนี้ได้เลย
หมาป่าเวทยังคงกัดลงไปอีกครั้งเป็นการออกแรงครั้งที่สอง ท้ายที่สุดปีศาจเกล็ดเขียวไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้กับมันอีกต่อไป ร่างกายของมันแน่นิ่งไปในที่สุด หมาป่าเวทจึงเขวี้ยงมันออกจากปากอย่างไร้เยื่อใยและไม่หันกลับไปสนใจมันแม้แต่น้อย
ปีศาจเกล็ดเขียวทั้งสองตัวถูกสังหารในพริบตา ฉากตรงหน้าทำให้ปีศาจเกล็ดเขียวที่เหลืออยู่เกิดความลังเล ทั้งหมดยืนมองภาพตรงหน้าอย่างโง่งมและไม่มีตัวไหนกล้าขยับขา!
นี่คือออร่าที่โหดเหี้ยมและแสนจะน่าประทับใจของอสูรเวทอัญเชิญ!!!
หลังจากที่โม่ฝานได้มอบโลหิตอสูรเพื่อให้หมาป่าเวทปรับแต่งพลังของมันเอง หมาป่าเวทตัวนี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าในครั้งการประลองเวทอสูรอย่างมาก! ซึ่งการสังหารปีศาจระดับต่ำพวกนี้เป็นเรื่องที่ไม่คณามือของมันอย่างแน่นอน!!!
“ช่วยฉันจัดการกับปีศาจตัวจ้อยพวกนี้ที” โม่ฝานกล่าวกับหมาป่าเวท
ขากรรไกรของหมาป่าเวทชุ่มไปด้วยเลือดสีเขียวอย่างฉ่ำวาว มันสาดสายตาจับจ้องไปที่ปีศาจตัวเล็กตรงหน้าอย่างโหดเหี้ยม พวกมันยังกล้าที่จะต่อสู้อีกงั้นเหรอ? สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล้วนแต่คิดไม่เป็นแต่อย่างไรพวกมันก็ยังรักชีวิตอยู่บ้าง แต่ยิ่งพวกมันวิ่งเข้ามาเท่าไหร่ หมาป่าเวทก็ยิ่งมีขนมเคี้ยวเล่นมากขึ้น!
“ไอ้ปีศาจชั่ว ถ้าวันนี้ฉันไม่สามารถฆ่าแกได้ ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าโม่ฝานอีก!” โม่ฝานคำรามออกมาในขณะที่สายตากำลังจับจ้องไปที่ราชินีอสูร
ซิ๊ซซซซซซซซ~~~~ ราชินีอสูรโกรธแค้นอย่างมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น ในตอนนี้เหล่าลูกสมุนทั้งหมดของเธอกำลังถูกหมาป่าเวทจัดการอยู่ เช่นนั้นนางก็จะจัดการมนุษย์คนนี้ด้วยตนเอง!
ความอดทนทั้งหมดของนางหมดลงไปแล้ว ปีศาจร้ายย่อตัวลงพร้อมกับพุ่งออกไปอย่างรุนแรง
กรงเล็บขนาดใหญ่ของราชินีอสูรทำให้มันมีความสามารถในการปีนป่ายอย่างเหลือเชื่อ ตอนนี้ร่างของราชินีอสูรอยู่บนจอยักษ์ขนาดใหญ่แล้ว
หลังจากที่มันพยายามหามุมองศาที่เหมาะสม ฉับพลันราชินีอสูรพุ่งออกมาราวกับลูกดอกที่วิ่งออกจากคันศร!
ด้วยความเร็วแรงตามแรงโน้มถ่วงและกรงเล็บแหลมคมขนาดใหญ่ พลังเช่นนี้ทำให้เธอสามารถฉีกโม่ฝานออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าเขาจะหยิบยกโล่ห์เคียวกระดูกขึ้นมาก็ไม่อาจรอดพ้นจากการโจมตีในครั้งนี้ได้!!!
“เคลื่อนที่เงา มุด!”
โม่ฝานเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขามองภาพเหตุการณ์ฉับพลันตรงหน้าพร้อมกับขยับขาของตนทันที แสงไฟทั้งหมดได้ถูกเปิดแล้วเช่นนี้จึงทำให้โม่ฝานสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระไปมาในสถานที่แห่งนี้ได้! ขณะที่ราชินีอสูรได้พุ่งลงมามันก็ตระหนักได้ว่าโม่ฝานไปยืนอยู่ที่อื่นเสียแล้ว
ซิ๊ซซซซซ!!!!
เวทีโลหะถูกตัดขาดเป็นทางยาวกว่าสามเมตร ความน่าสยดสยองของพลังนี้น่าเกรงกลัวเกินไป เวทีหายไปกว่าครึ่งในการโจมตีครั้งเดียว!
ราชินีอสูรโกรธอย่างมากเมื่อเห็นว่าตนเองกวาดกรงเล็บผ่านพื้นที่ว่างเปล่าตรงหน้านี้ นางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณเพื่อจะค้นหาตำแหน่งของโม่ฝาน
กิ้สสสสสส!!!
แววตาเย็นเยือกของอสูรร้ายกวาดไปมา ฉับพลันร่างกายของนางได้หายวับไปราวกับล่องหน
เสี้ยววินาทีถัดมาราชินีอสูรปรากฏขึ้นบริเวณกลองชุด กรงเล็บแหลมคมตัดผ่านทุกสิ่งที่เกะกะขวางทาง!
กลองชุดตรงหน้านั้นถูกตัดขาดเป็นสองซีกราวกับตัดกระดาษ ในขณะเดียวกันนั้นที่ด้านหลังมีเงาของมนุษย์ถูกตัดขาดเป็นสองชิ้นด้วยเช่นกัน
แน่นอนว่าคาถาเงาเคลื่อนที่นั้นไม่ได้อยู่ยงคงกระพันแต่อย่างใด ถ้าหากว่าศัตรูตรวจพบตำแหน่งและโจมตีเข้ามาได้ คาถาจะสิ้นฤทธิ์ในทันที! เปรียบได้กับเหตุการณ์ในคราวนี้ราชินีอสูรโจมตีถูกตำแหน่ง เงาจึงถูกฉีกออกเป็นสองชิ้นทันทีตรงหน้าของมัน!
ราชินีอสูรนั้นค้นหาตำแหน่งหลบซ่อนของโม่ฝาน เหมือนมันเห็นเงาตะคุ่ม มันพุ่งออกจากตำแหน่งของตนเพื่อจู่โจมโดยไม่ต้องไตร่ตรองใดๆให้เสียเวลา
เมื่อนางได้เห็นเงาของมนุษย์ถูกฉีกขาดเป็นสองชิ้นตรงหน้า รอยยิ้มน้อยๆปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของราชินีอย่างเปิดเผย
“เฮ้ นังโง่! สงสัยแกจะไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่ากระจกสินะ?” เสียงดังก้องขึ้นจากอีกสถานที่หนึ่ง นั่นคือมนุษย์ซึ่งกำลังเดินออกมาจากเงามืดอย่างเชื่องช้า
“เปลวไฟอัคคีกุหลาบ!” โม่ฝานคำรามออกมาด้วยความโกรธ เปลวไฟอัคคีกุหลาบปรากฏขึ้นบนนิ้วมือของเขาเพียงอึดใจ
ร่างกายของโม่ฝานถูกเปลวไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็ว สีแดงสดของโลหิตเปล่งประกายออกมา ดูเหมือนว่าเปลวไฟในคราวนี้จะรุนแรงกว่าปกติเนื่องจากอารมณ์ของผู้เป็นนายนั้นเต็มไปด้วยความโกรธา!
“หมัดเพลิง!”
เส้นทางดวงดาวที่ลุกโชนกำลังผสานเข้ากับเปลวไฟอัคคีกุหลาบอย่างเหนียวแน่น
ในช่วงท้ายของการร่ายเวทเนบิวลาปรากฏขึ้นมาพร้อมกับผสานเข้ากับเวทก่อนหน้านี้ ร่างกายของโม่ฝานอยู่ตรงกลางท่ามกลางอัคคีที่ลุกท่วม
“ระเบิดสวรรค์!”
ดูเหมือนว่าทุกอย่างดูพร้อมที่จะปลดปล่อยออกไปแล้ว เปลวไฟทั้งหมดที่อยู่รอบตัวของโม่ฝานถูกดึงกลับไปอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดถูกดึงไปไว้ที่มือขวาของเขาอย่างมั่นคง พวกมันทั้งหมดกลายเป็นกำปั้นเพลิง!
สายตาที่คมปลาบของโม่ฝานจับจ้องไปที่ราชินีอสูรกายเกล็ดหนาอย่างมั่นคง… จิตสังหารของเขาแผ่กระจายแรงกดดันออกไปอย่างไร้ปราณี
เปลวไฟส่องประกายอยู่ในแววตา ขณะนั้นโม่ฝานคำรามเสียงดังก้อง “ไปตายซะ!” ขณะที่ร้องออกไปเช่นนั้น กำปั้นเพลิงขนาดใหญ่ก็ถูกเหวี่ยงออกไปด้วยเช่นกัน!!!