จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 194
บทที่ 193: มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิต!!!
ราชินีอสูรกายพุ่งเข้ามาใกล้กับโม่ฝานระยะประชิด มันใกล้จนโม่ฝานได้กลิ่นเหม็นเน่าที่แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของมัน
กรงเล็บที่แหลมคมค่อยๆเข้าใกล้เรื่อยๆ ในจังหวะของชีวิตเช่นนี้โม่ฝานไม่กล้าที่จะคิดอะไรมากนัก เปลวไฟอัคคีปรากฏขึ้นมาบนมือของเขาในฉับพลัน
สีหน้าของโม่ฝานสงบนิ่ง เขารอให้มันเข้าใกล้เขาในระยะประชิดก่อนจากนั้นเขายืดแขนออกไปพร้อมกับอัดลูกไฟเข้ากับร่างกายของมันโดยตรง ตอนนี้มีเพียงบอลเพลิงเท่านั้นที่อยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสอง!
บอลเพลิงทมิฬ!
ลูกบอลไฟระเบิดออกมาอย่างรุนแรง ในขณะที่ความร้อนกำลังลุกท่วมร่างกายของราชินีอสูร ร่างกายของโม่ฝานถูกผลักออกจากอสูรตรงหน้าทันที
โม่ฝานเปลี่ยนเส้นทางของตนเองกลางอากาศ เขาคิดที่จะร่อนลงที่กลางสนามแทน
ราชินีอสูรโกรธจัดพร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง บอลเพลิงทมิฬเมื่อครู่ทำให้ความเร็วของมันช้าลงเล็กน้อย แต่ทว่ากรงเล็บของมันยังคงยืดยาวออกมาอย่างไม่ยอมลดละ
ฟู่ววววววววววววววส!
จิตสังหารแผ่ออกมาจากร่างกายของราชินีอย่างมหาศาล แรงกดดันมาพร้อมกับกรงเล็บคมปลาบที่พร้อมจะตัดขาดทุกอย่างที่ขวางหน้า ความคมของมันสามารถตัดบอลเพลิงของโม่ฝานให้หายไปในพริบตาได้เพียงฉึบเดียว!
กรงเล็บบาดลึกเข้าที่แขนและหน้าอกของโม่ฝาน ใบหน้าของเขามีรอยมีดบาดอยู่หลายแผลด้วยเช่นกัน!
แผลที่แขนของโม่ฝานค่อนข้างลึก เขารู้สึกได้ว่ากรงเล็บเมื่อครู่นั้นขูดกระดูกของเขาด้วยซ้ำ ความเจ็บปวดนี้ทำให้เขาจำเป็นต้องสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อยับยั้งมันไว้
ช่างโชคดีที่แผลบนหน้าอกของเขาไม่ได้ลึกมากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นหัวใจของเขาคงจะออกมาเต้นอยู่นอกร่างที่ไร้วิญญาณ!
ตู้ม!
ร่างกายของโม่ฝานกระแทกกับเวทีด้านล่างอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นกึกก้อง
ราชินีอสูรกายตนนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อคราวที่แล้วอย่างมาก ความเร็วของมันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอย่างสุดซึ้ง อีกทั้งกรงเล็บที่ราวกับว่าตะหวัดเพียงครั้งก็สามารถสร้างพายุหมุนขนาดย่อมได้! ถ้าหากว่าโม่ฝานไม่ได้บอลเพลิงทมิฬเพื่อหยุดยั้งกริยานั้นของมันเมื่อครู่ แน่นอนว่าเขาจะต้องกลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนอยู่ในโรงยิมแห่งนี้ตลอดไป!
ความโกลาหลเข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดนี้ทันที ปีศาจเกล็ดเขียวปรากฏตัวขึ้นจากทุกหนแห่ง เหล่าเด็กนักเรียนที่เป็นมนุษย์ปกติวิ่งแตกกระจายไปทั่วสารทิศ
ทว่ากลับมีนักเรียนบางคนที่ยังสามารถครองสติไว้ได้ พวกเขาลุกขึ้นมาร่ายเวทของตนเองเพื่อต่อสู้กับอสูรกายเกล็ดเขียวตรงหน้า ในตอนนี้สถานการณ์ย่ำแย่อย่างถึงที่สุด ทุกคนล้วนแต่อยู่ในความตื่นกลัว ใครจะไปคาดคิดว่าคอนเสิร์ตที่พวกเขาตั้งใจจะมาเพื่อสนุกสนานกันกับพวกพ้องในวันนี้จะทำให้ทุกสิ่งเปลี่ยนไปตลอดกาล? มิตรสหายที่ร่วมเต้นกันเมื่อครู่นี้กลายเป็นอสูรกายเกล็ดเขียวไปซะอย่างนั้น!
ขณะที่โม่ฝานร่วงหล่นลงมาจากเวทีด้านบน ไม่มีใครสักคนที่หันมามองเขาแม้แต่น้อย แต่ทว่าเขาก็ยังแอบเรียกเสียงกรี๊ดจากหญิงสาวสองถึงสามคนที่อยู่บริเวณนั้นได้อย่างดี
พวกเธอทั้งหมดล้วนแต่ตื่นกลัวกับสถานการณ์ในตอนนี้ อีกทั้งยังมีผู้ชายไม่สวมเสื้อ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลร่วงมาจากไหนก็ไม่รู้อีก!
“ออกไปให้พ้นจากตรงนี้ซะ!” ขณะที่โม่ฝานเห็นหญิงสาวตรงนี้กำลังกรีดร้องอย่างหวาดหวั่น เขาตะโกนออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธจัด
‘การเล่าเรียนเวทมนตร์ตั้งแต่เกิดมาทั้งหมดย่อมไร้ค่าถ้าหากว่าไม่สามารถต่อสู้กับอสูรเวทได้ ถ้าหากพวกคุณทั้งหมดเป็นนักเวทที่แท้จริง พวกคุณจะต้องสงบท่าทีมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันคืออะไรกัน? ทุกคนวิ่งพล่านไปมาราวกับแกะอ้วนที่ถูกหมาป่าไล่ล่า? ฉันสงสัยจริงๆว่าพวกคุณทั้งหมดเข้าสู่สถาบันเมิงจู่นี่ได้อย่างไร?!’
“โม่ฝาน! โม่ฝาน! ได้ยินไหม!? นายเป็นอย่างไรบ้าง!?” เสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของหลิงหลิงดังขึ้นในหูของโม่ฝาน
โม่ฝานค่อยๆลุกยืนขึ้นพร้อมกับลูบไล้ใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยบาดแผลอย่างขุ่นเคือง…
ขณะที่เขาชักมือกลับมา มือนั้นของเขาเต็มไปด้วยเลือด….
“ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันคิดว่าไอ้สิ่งนั้นมันคงจะอยู่ในระดับนักรบแล้ว!” โม่ฝานตอบกลับไป สายตาของเขาจับจ้องไปที่ราชินีอสูรซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก มันกำลังย่างกรายเข้ามาหาเขาพร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะเยือกเย็นออกมา
ดูเหมือนว่าราชินีอสูรกายจะรู้สึกภูมิอกภูมิใจอย่างมาก มันกำลังดีใจที่เหล่าลูกสมุนของมันสนุกสนานกับการขย้ำเหยื่อตรงหน้า อีกทั้งในตอนนี้มันก็รู้สึกว่าตนเองกำลังล่าเหยื่อที่พอจะมีความสามารถ ซึ่งมันทำให้ตื่นเต้นและเร้าใจในการกินอาหารมื้อนี้ทวีคูณ!
ซึ๊สสสสสสส!!!!!
จิ๊สสสสสสซ!!!
ฉับพลันหญิงสาวที่กำลังวิ่งไปมาบนพื้นเวทีล้มลงอย่างเจ็บปวด
เล็บของพวกเธอยาวเหยียดออกมา พวกเธอทั้งหมดใช้เล็บที่คมปลาบเหล่านั้นฉีกเนื้อหนังของตนเองอย่างบ้าคลั่ง
พวกมันเปิดเผยดวงตาคู่ใหญ่ที่แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดออกมา อสูรกายที่เพิ่งตื่นขึ้นมาจับจ้องไปที่ราชินี จากนั้นพวกมันราวกับส่งสัญญาณบางอย่างให้กันและหันกลับมาหาโม่ฝานอย่างมั่นเหมาะ สายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ลิ้นเรียวยาวกำลังกวัดแกว่งไปมาในอากาศอย่างอิสระ
บริเวณรอบข้าง เหล่าอสูรเกล็ดเขียวทั้งหมดหยุดการเคลื่อนไหวของตนเองทันที พวกมันราวกับได้รับคำสั่งใหม่ ทั้งหมดหันหลังกลับมาจับจ้องที่โม่ฝาน พวกมันค่อยๆคืบคลานมาหาโม่ฝานอย่างเชื่องช้าและมั่นคง… ทุกตัวกำลังเดินมายังเป้าหมายเดียว!
ราชินีอสูรกายเกล็ดหนานี้ยืนอยู่ห่างจากโม่ฝานพอสมควร เห็นได้ชัดว่ามันพยายามรักษาระยะห่างกับเขา มันจดจำความรุนแรงของหมัดเพลิงระเบิดสวรรค์ได้เป็นอย่างดี เมื่อมันเห็นว่าเส้นทางดวงดาวเนบิวลากำลังก่อตัวอยู่ใต้เท้าของชายหนุ่ม มันจึงหยุดยืนอยู่กับที่ไม่บุ่มบ่ามเข้ามาในทันที แต่ทว่ามันกลับออกคำสั่งให้เหล่าลูกสมุนของตนเองพุ่งเข้าหาโม่ฝานแทนเพื่อสร้างความยุ่งยากให้กับเขา!
แน่นอนว่าพลังของธาตุไฟระดับมัชฌิมหมัดเพลิงนั้นเป็นเรื่องที่น่าเกรงขามจนทุกคนล้วนประจักษ์ แต่ทว่ามันก็ไม่อาจจะสังหารอสูรมากมายทั้งหมดในคราวเดียวได้!
หลังจากที่โม่ฝานหันหัวไปรอบๆและได้เห็นว่าอสูรกายเกล็ดเขียวมากกว่าแปดตัวกำลังล้อมรอบเขาอยู่ โม่ฝานไม่กล้าที่จะเชื่อมต่อดวงดาวเนบิวลาอีกต่อไป
หมัดเพลิงนั้นไม่อาจจัดการกับอสูรกายทั้งแปดตัวที่ล้อมรอบเขาได้ นอกจากนี้ถ้าหากว่าเขาใช้ท่าไม้ตายของตนเองออกไปแล้ว ราชินีอสูรกายจะเรียกค่าเสียหายจากเขาคืนด้วยการฉีกร่างกายของเขาเป็นเศษเนื้อทันที
“จิ๊จิ๊! ตราบใดที่ฉันสามารถฆ่าแกได้ สถานที่แห่งนี้ก็จะกลายเป็นรังของฉันโดยสมบูรณ์!” ราชินีอสูรกายเปล่งเสียงออกมาอย่างเยาะเย้ย
เป็นจริงดั่งที่หลิงหลิงได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ราชินีอสูรตนนี้ได้รับเลือดของมนุษย์จนเพียงพอแล้วมันจะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ สมองของมันจะได้รับการพัฒนาและเริ่มฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
“โม่ฝาน! ฟังอยู่ไหม! ตอนนี้พวกเราด้านนอกมีแผนที่จะบุกเข้าไปด้านใน! พวกเราทั้งหมดยอมเสียสละผู้คนติดเชื้อทั้งหมด แต่พวกเราจะไม่ยอมให้ใครด้านนอกบาดเจ็บอีกแล้ว” เสียงของหลิงหลิงดังขึ้นมา
“มันฉลาดมาก ถ้าหากว่าพวกเธอบุกเข้ามา ผู้คนติดเชื้อนับร้อยนี้จะตายอย่างแน่นอน!” โม่ฝานตอบกลับ
“แต่นั่นก็ดีกว่าการที่โรงยิมแห่งนี้จะกลายเป็นรังของพวกมัน! นายไม่สามารถจัดการกับราชินีอสูรได้!” เสียงคำรามดังขึ้นมาจากหูฟัง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่หลิงหลิง
โม่ฝานไม่รู้ว่าใครที่ตะโกนขึ้นมาเมื่อครู่ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็คงจะอยู่ในภารกิจนี้ด้วยล่ะมั้ง…
พวกเขายินยอมที่จะเสียสละชีวิตของเด็กหญิงทั้งหมดนี้งั้นเหรอ?
เด็กผู้หญิงหลายร้อยกว่าคนนี้น่ะนะ?
พวกเธอทั้งหมดนี้ล้วนแต่อยู่ในช่วงอายุสิบแปดถึงยี่สิบปีเท่านั้น ในขณะที่พวกคุณกำลังจัดเรียงศพของพวกหล่อน พวกคุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดบ้างงั้นเหรอ?!
ขณะนั้นเองความทรงจำเมื่อครั้งที่โม่ฝานได้ช่วยเหลือหญิงสาวคนแรกได้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาทันที…
ในตอนที่ร่างกายเปลือยเปล่าและแสนบอบบางคลานออกมาจากเปลือกหนาที่ห่อหุ้มเอาไว้ ด้วยภาพนั้นไม่อาจทำให้โม่ฝานเกิดความคิดแผลงๆกับพวกเธอได้เลย ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงล้วนแต่แสดงออกผ่านใบหน้าและท่าทางของพวกเธอทั้งหมด หญิงสาวเหล่านี้ล้วนแต่ผ่านความทุกข์ทรมานอย่างมากเมื่อถูกครอบงำ ผิวขาวเนียนของพวกเธอได้แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงจ้ำ ร่างกายเต็มไปด้วยเมือกใสห่อหุ้มอย่างน่าขยะแขยง พวกเธอทำได้เพียงแค่ใช้สัญชาตยานในการคลานเพื่อทำให้ตนเองหลบหนีจากความรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่านั้น ไม่ว่าจะความงามหรือศักดิ์ศรีใดๆพวกเธอล้วนแต่หลงลืมและทิ้งมันไปจนหมดสิ้นเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดให้ได้…
สิ่งที่พวกเธอทั้งหมดต้องการคือการมีชีวิตต่อไป!
ทั้งหมดเป็นเพียงความโชคร้ายที่อสูรกายได้ปรากฏตัวและพยายามยึดครองสถานที่แห่งนี้
โม่ฝานเชื่อว่าถ้าหากเป็นคนธรรมดาที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ด้วยตาของตนเอง พวกเขาจะไม่มีวันยอมให้หญิงสาวเหล่านี้ต้องตายตกไปแน่นอน จะไม่มีการเสียสละใดๆทั้งสิ้น บุคคลนั้นที่ได้เห็นความเจ็บปวดนี้ล้วนต้องมีความคิดที่อยากจะช่วยเหลือพวกเธอให้ดีที่สุดเท่านั้น!!!
โม่ฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
เขายกแขนขึ้นมาพร้อมกับใช้มือปาดเลือดที่เปรอะเปื้อนใบหน้าออก
“ขอเวลาให้ฉันอีกสักหน่อย” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างเคร่งครึม ความตั้งใจของเขาคืออยากจะรับผิดชอบเรื่องราวเหล่านี้
“นายไม่สามารถฆ่ามันได้ มันคืออสูรกายระดับนักรบ! นายจะจัดการกับมันได้อย่างไร!? พวกเราพร้อมแล้วและยืนอยู่ตรงทางเข้า” ชายหัวล้านซึ่งเป็นผู้นำทีมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด
แน่นอนเขาไม่เชื่อว่านักเรียนที่อยู่ในโรงยิมจะมีความสามารถมากพอเพื่อสู้กับอสูรเกล็ดเขียว ซึ่งในตอนนี้พวกเขาทั้งหมดชัดเจนในความคิดนั้นแล้ว เช่นนี้พวกเขาจึงคิดที่จะเสียสละนักเรียนนับร้อยคนตรงนี้เพื่อรักษานักเรียนนับพันเอาไว้!
นี่จะเป็นการสังหารหมู่นับร้อย แต่ทว่ามันย่อมดีกว่ามีมนุษย์นับพันที่ต้องกลายเป็นอสูรกาย!
“ไอ้บ้าเอ้ย แกไม่ได้ยินรึไงว่าฉันบอกว่าขอเวลาสักหน่อยน่ะ!? ห๊า!” โม่ฝานคำรามออกมาอย่างอดไม่ได้ เขาไม่สนแล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร!
—
ที่ด้านนอกของโรงยิม กลุ่มนักเวทอัญเชิญที่กำลังยืนอยู่บนศีรษะของอสูรเวทตัวใหญ่ ชายหนุ่มที่สวมแจ็กเก็ตหนัง รองคณบดีลี่ หัวหน้าสาขาธาตุดินโจวเจียงฮวาและชายหัวล้านซึ่งเป็นผู้นำทีมของสมาคมนักล่า… ทั้งหมดล้วนแต่ได้ยินเสียงคำรามที่ทำให้ลำโพงแทบจะแตกสลาย ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด
ขณะนั้นชายหัวล้านกำลังจะอ้าปากเพื่อสาปแช่งโม่ฝานด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ขณะนั้นเองชายหนุ่มธาตุอัญเชิญซึ่งนั่งอยู่บนศีรษะของอสูรเวทได้เคลื่อนไหวทันที
“ให้เวลาเขา…”
“แต่-!!!!”
“เด็กพวกนั้นมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิต!”