จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 193
บทที่ 193: ต่อสู้!
“เลือดของเธอมันคงจะอร่อยมากเลย!” ราชินีอสูรกายเกล็ดเขียวกล่าวออกมาพร้อมกับลิ้นยืดที่กำลังกวัดแกว่งไปมาอย่างหิวกระหาย
หญิงสาวตรงหน้าของมันนั้นผิวขาวราวกับหยก แน่นอนว่าเลือดของเธอคงจะมีกลิ่นหอมเย้ายวนปีศาจตนนี้อย่างมาก!
ราชินีอสูรกายเกล็ดหนาค่อยๆย่างกรายไปด้านหน้าอย่างช้าๆ ในขณะที่มือของมันกำลังจะเอื้อมแตะร่างกายของสาวน้อยตรงหน้า ชายหนุ่มคนหนึ่งไร้เสื้อท่อนบนกำลังเดินออกมาจากเงามืดอย่างเชื่องช้า
เขาเหมือนกับมนุษย์ล่องหนและจู่ๆโผล่ออกมาจากในอากาศ!
ราชินีอสูรกายเกล็ดหนาตื่นตระหนกในทันที มันกระโดดถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วและปิดกั้นตนเองให้รู้สึกปลอดภัย เธอจดจำใบหน้าของชายตรงหน้าคนนี้ได้อย่างชัดเจน ใครบางคนที่คอยซุ่มโจมตีเธออยู่ในเงามืด เขาผู้นี้ใช้งานเงามืดในทุกหนแห่งราวกับเป็นคนๆเดียวกัน!
“มะ-มันเป็นแก… อีกแล้วงั้นเหรอ!!!!” ราชินีอสูรกายร้องออกมาทันทีที่มันตั้งสติได้ หลังจากที่ดวงตาของนางได้จับจ้องโม่ฝานอย่างแม่นยำ ความโกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมันทันที
แน่นอนว่ามันไม่ลืมว่าผู้ใดที่ลงมือสังหารสามีของตนเอง!!!
“แกจะไม่มีวันหนีฉันพ้น…” โม่ฝานกล่าวออกมาพร้อมกับสายฟ้าสีม่วงเริ่มปรากฏรอบกายของเขาอย่างเกรี้ยวกราด
โม่ฝานจะไม่ยอมให้อสูรตนนี้หลบหนีไปได้อีกครั้ง แม้ว่าเขาจะต้องสังหารหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อของมันก็ตาม เสียสละเพียงหนึ่งชีวิตดีกว่าต้องสูญเสียอีกหมื่นชีวิตข้างนอกนั่น!
“แก! แกคิดว่าแกจะหยุดฉันได้อย่างงั้นเหรอ?” เสียงแหบแห้งดังออกมาจากลำคอของราชินีอสูรกาย
เมื่อเทียบกับครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองได้ต่อสู้กัน ความแข็งแกร่งของเธอเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก
ตอนนี้มันไม่เกรงกลัวโม่ฝานอีกต่อไป ในที่สุดมันก็ได้พบกับเขาอีกครั้งและความตั้งใจในคราวนี้คือการแก้แค้นให้กับสามีของตนเอง!
ลิ้นยาวราวกับแส่ของมันเหวี่ยงออกมาอย่างรุนแรงราวกับต้องการทุบตีโม่ฝานให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ
“โล่ห์เคียวกระดูก!”
เร็วเท่าความคิดโม่ฝานเปิดใช้งานโล่ห์เคียวกระดูกอย่างทันท่วงที โล่ห์สีดำรูปจั่วปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขาพร้อมกับปกป้องทุกอย่างไว้ได้อย่างมั่นคง
ในตอนนี้เส้นทางเนบิวล่าสายฟ้าของเขานั้นใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว เขาจะไม่ยอมให้อสูรตนนี้ทำลา…
ปัง!
ลิ้นที่ดูอ่อนนุ่มนั้นแท้จริงแล้วเต็มไปด้วยพลังมหาศาล มันบดขยี้โล่ห์เคียวกระดูกในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
เมื่อลิ้นปะทะเข้ากับโล่ห์เคียวกระดูกจนแตกสลาย ร่างกายของโม่ฝานคือเป้าหมายต่อไปที่จะรับแรงกระแทกนั้น ในขณะที่โม่ฝานเห็นว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่และเขาเสียเปรียบ เช่นนี้เขาจำเป็นจะต้องหยุดการร่ายเนบิวลาไว้ก่อนพร้อมกลิ้งหลบไปด้านข้างโดยพลัน
ถ้าหากว่าไม่ใช่โล่ห์เคียวกระดูกที่รับพลังอันมหาศาลนั้นไว้ล่ะก็ร่างกายของโม่ฝานคงจะแหลกเป็นเสี่ยงๆ เขาอาจจะกลายเป็นเศษเนื้อได้ภายในพริบตาเดียวเท่านั้น
ความแสบร้อนกำลังเล่นงานแผ่นหลังของโม่ฝานอย่างรุนแรง เขากัดฟันเอาไว้เพื่อระงับความเจ็บปวด
‘บัดซบ แม้แต่การป้องกันของโล่ห์เคียวกระดูกยังต้านทานมันไว้ไม่ได้เลยงั้นเหรอ นี่น่ะหรือพลังของราชินีอสูร!’
ความแข็งแกร่งของราชินีอสูรตนนี้อาจจะอยู่ในระดับนักรบแล้ว ไม่เช่นนั้นการโจมตีปกติของมันจะสามารถทำลายโล่ห์เคียวกระดูกได้อย่างไรกัน?
“ตาย… จงตายซะ!”
ขณะที่มันกำลังร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง อสูรร้ายไม่ลืมที่จะเหวี่ยงลิ้นของมันออกมาเพื่อฟาดฟันโม่ฝานด้วย
ลิ้นอ่อนนุ่มของมันถูกยกขึ้นในบนอากาศและทุบลงมาอย่างแรง เป้าหมายในครั้งนี้คือศีรษะของโม่ฝาน!
โม่ฝานไม่กล้าที่จะประมาทกับการโจมตีในครั้งนี้แม้แต่น้อย เขาไม่ลดการ์ดป้องกันลงแต่อย่างใด ไม่เช่นนั้นเขาก็จะได้กลายเป็นเนื้อบดจริงๆในคราวนี้แน่นอน!
“เคลื่อนไหวเงา มุด!”
ขณะที่ลิ้นยาวอันแข็งแกร่งกำลังฟาดลงมาที่ร่างกายของโม่ฝาน ฉับพลันร่างกายทั้งหมดของเขาทิ้งดิ่งกลายเป็นลูกข่างพร้อมกับถูกดูดลงไปใต้เท้ากลายเป็นเงามืดทันที
ร่างกายของโม่ฝานเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เขาขยับเปลี่ยนมุมทันทีด้วยพลังธาตุเงา ท้ายที่สุดร่างกายของเขาโผล่ออกมาอีกมุมหนึ่งโดยฉับพลัน
ขณะนี้เขายืนประกบกับไอดอลสาวซูซู ใบหน้าทั้งสองเกือบจะแนบชิดกันจากการโผล่พรวดออกมาของชายหนุ่ม โม่ฝานจับจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอที่ตกใจราวกับเห็นผีอีกตัว
“มะ-มะ.. ไม่เป็นไร” ไอดอลสาวกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนกเช่นกัน แต่ทว่าดวงตาของเธอยังเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เพื่อที่จะบอกกล่าวกับเขาว่าเธอยังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ได้
“ฉันจะดึงความสนใจของมันเอาไว้ ถ้าหากว่าเธออยากจะช่วย โปรดบอกกับช่างเทคนิคทั้งหมดให้เปิดไฟที่ด้านหน้าเวทีซะ ฉันจำเป็นต้องใช้มัน!” โม่ฝานกล่าวกับเธออย่างจริงจัง
หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แม้ว่าใบหน้าของเธอจะซีดเผือดแต่ทว่าทุกสิ่งก็ยังคงสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
ราชินีอสูรหดลิ้นของมันกลับคืนที่เดิม ในจังหวะนี้โม่ฝานใช้มันเพื่อที่จะหลบหนีออกจากพื้นที่แห่งนี้ แต่ทว่าเมื่อราชินีอสูรเห็นเขาซึ่งกำลังจะหนีไป สายตาของมันเปล่งประกายความโกรธาออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง แน่นอนว่ามันไม่ยอมปล่อยให้โม่ฝานหนีไปเช่นนี้!
“บอลเพลิง!” โม่ฝานร่ายเวททันทีพร้อมลูกไฟถูกเขวี้ยงออกไปจากมือของเขา
อัคคีกุหลาบลุกไหม้ร่างกายของอสูรกายเกล็ดเขียวนี้ มันเริ่มทำหน้าที่เผาไหม้ร่างกายของปีศาจอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าเปลวเพลิงยังคงเผาไหม้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่โม่ฝานนั้นรู้ดีว่าคาถาระดับปฐมภูมินั้นไม่อาจสังหารอสูรเวทระดับนักรบได้ แต่อย่างไรก็ตามเปลวไฟนั้นก็ยังสามารถสร้างบาดแผลและความเจ็บปวดให้กับมันได้บ้าง
ราชินีอสูรแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด โม่ฝานที่กระโดดหลบไปอีกทางนั้นถูกจับจ้องด้วยสายตาที่เหี้ยมโหด ร่างกายของอสูรร้ายราวกับแมงมุมในขณะที่มันกำลังไต่กำแพงและสิ่งกีดขวางเพื่อไล่ล่าโม่ฝาน
เปลวไฟลุกท่วมร่างกายของราชินีอสูรอย่างรวดเร็ว แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็เหือดหายไปในอากาศ โดยปกติแล้วบอลเพลิงเผาผลาญกระดูกนั้นร้ายแรงต่อผิวหนังของอสูรเวทอย่างมาก แต่ทว่าผิวหนังชั้นนอกของอสูรกายเกล็ดหนาตัวนี้นั้นมีความหนาและเมือกพิเศษเคลือบเอาไว้ ทำให้ทนทานต่อไฟได้มากยิ่งขึ้น เปลวไฟนี้จึงไม่ค่อยจะระคายเคืองผิวของมันสักเท่าไหร่นัก
โม่ฝานยังไม่ยอมแพ้ เมื่อเขาเห็นว่าบอลเพลิงเผาผลาญกระดูกนั้นมอดไหม้หายไปแล้ว เขาร่ายเวทเพื่อสร้างมันขึ้นมาอีกครั้งในทันที!
ไม่จำเป็นจะต้องร่ายบอลเพลิงทมิฬออกมา แม้ว่ามันจะแข็งแกร่งมากกว่าบอลเพลิงเผาผลาญกระดูก แต่ทว่าเขาต้องการที่จะยั่วยุให้อสูรกายตัวนี้โกรธและวิ่งไล่ล่าเขาเท่านั้น ในตอนนี้เขาจำเป็นจะต้องเปลี่ยนไปสู้ที่อื่น สถานที่แห่งนี้ผู้คนมากเกินไปทำให้เขาไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มที่
ในสถานที่คับแคบแห่งนี้ทำให้โม่ฝานเคลื่อนไหวไม่สะดวกนัก เขาจึงไม่สามารถต่อสู้กับราชินีได้ในตอนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นตรงนี้แทบจะไร้เงาก็ว่าได้
บูทโลหิตของเขาถูกใช้ไปแล้วในสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนนี้มันอยู่ระหว่างการเติมพลังเวท
โล่ห์เคียวกระดูกของเขาก็ถูกทุบจนแหลกสลายไปแล้วเมื่อครู่นี้ การป้องกันของเขาเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็คือเคลื่อนที่เงา
ทว่าเคลื่อนที่เงานั้นไม่ใช่คาถาที่ใครไม่อาจจับต้องได้ มันไม่ใช่อะไรที่น่าประหลาดใจนัก ถ้าหากว่าศัตรูรวดเร็วมากพอที่จะโจมตีเงาได้ โม่ฝานไม่เพียงแต่จะปรากฏตัวขึ้นมาทันทีเท่านั้น เขาอาจจะถูกพรากลมหายใจไปทันทีด้วย…
ตอนนี้โม่ฝานกำลังยืนอยู่บนรั้วที่กั้นระหว่างเวทีกับอากาศ เขามองอสูรร้ายที่กำลังไล่ล่าเขาอย่างไม่ลดละด้านหลัง ฉับพลันเขาตัดสินใจที่จะกระโดดลงไปทันที
ดูเหมือนราชินีอสูรกายตัวนี้จะสามารถตรัสรู้ได้ว่าโม่ฝานต้องการที่จะกระโดด มันไม่รีรอเช่นกัน ขาหลังทั้งสองย่อลงพร้อมกับฝากหลุมขนาดใหญ่ไว้บนพื้นขณะที่มันถีบตัวกระโดดไปพร้อมกับโม่ฝานด้วยความเร็วแสง!
“บัดซบ มันเร็วเกินไปแล้ว!”
ใบหน้าของโม่ฝานหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาในขณะที่เขาเห็นว่าอสูรกายอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าเมตรด้วยซ้ำ
—
ไอดอลสาวสวยรีบปรี่มาที่ขอบรั้วทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่ เธอเห็นอสูรร้ายพุ่งตามหลังโม่ฝานในระยะประชิดแล้ว ความเร็วของมันราวกับดาบแหลมที่กำลังพุ่งไปข้างหน้าผ่าอากาศอย่างรวดเร็ว หัวในของเธอรู้สึกสาปแช่งอย่างหงุดหงิดที่ทุกอย่างไม่เป็นดั่งหวัง
ในตอนนี้เธอจำเป็นจะต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นหน้าอกของโม่ฝานจะต้องถูกฉีกกระจายด้วยกรงเล็บของราชินีอสูรก่อนที่เขาจะตายเพราะกระแทกกับพื้นเสียอีก!
แต่น่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวของไอดอลสาวนั้นเชื่องช้าเกินไปมาก ราชินีอสูรเปรียบได้กับค้างคาวที่กำลังดิ่งพสุธา ในเวลาที่มันกำลังล่วงหล่นอยู่ในอากาศ ความเร็วของมันทำให้เหมือนกับว่ามันกำลังล่องหนอยู่!!!
กรงเล็บคมปลาบทั้งสองข้างกางออกจนสุดพร้อมด้วยลิ้นยาวเหยียดกวัดแกว่งไปมาในอากาศอย่างน่าขยะแขยง
ในหัวของราชินีมีเพียงความคิดเดียว… ‘ขอบคุณพระเจ้าสำหรับอาหารมื้อนี้!’