จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 192
บทที่ 192: ราชินีอสูรกาย!
ใบหน้าของจ้าวหม่าหยันบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด ถ้าหากว่าหลิงหลิงไม่บอกกล่าวเรื่องเหล่านี้ ใครจะไปรู้ได้ว่าหญิงสาวกลุ่มนี้ไม่ปกติ ในเมื่อพวกเธอก็ดูเหมือนกับมนุษย์ทุกประการ! พวกเธอน่ะเหรอจะลอกคราบ???
“ฉันจะจัดการกับพวกเธอเอง” จ้าวหม่าหยันมองไปรอบๆพร้อมกับพบว่ามีหญิงสาวสวมใส่เครื่องแบบของอาสาสมัครเดินเข้ามาในเส้นทางนี้อย่างต่อเนื่อง
กลุ่มคนเหล่านี้เริ่มทำตัวแปลกๆ ถ้าหากว่ามีเพียงสองถึงสามคนเริ่มเดินมาตรงนี้ ก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ แต่พอมีสามก็มีสี่ ห้า หกตามมาเรื่อยๆ พวกเธอไม่จำเป็นจะต้องจับกลุ่มกันเป็นก้อนเช่นนี้ไม่ใช่เหรอ?
ที่ด้านหน้าของทางเดินและสุดทาง มีหญิงสาวโผล่ออกมาจากประตูมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเธอชะโงกหัวออกมา ดูเหมือนว่าในกลุ่มของพวกเธอเหล่านี้มีไอดอลที่กำลังจะขึ้นแสดงในเร็วๆนี้อีกด้วย ฉับพลันดวงตาของกลุ่มหญิงสาวเหล่านั้นได้จับจ้องมาที่โม่ฝานกับจ้าวหม่าหยันอย่างพร้อมเพรียง
“ระวังตัวด้วยล่ะ!” หลังจากโม่ฝานกล่าวจบร่างกายของเขากลืนกินไปกับเงามืดทันที
จ้าวหม่าหยันพยักหน้ารับ พร้อมกับเริ่มจับจ้องไปที่กลุ่มใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเขาสลับไปมา
จ้าวหม่าหยันเพียงแค่จะหันกลับมาหาโม่ฝานว่าเขาจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไร ในขณะที่เขาหันหลังกลับมาเขาพบเพียงความว่างเปล่า ขากรรไกรของเขาอ้ากว้างออกอย่างไม่เข้าใจ โม่ฝานหายไปแล้ว!
มีเงามืดทับซ้อนกันอยู่ในทางเดินคับแคบแห่งนี้ ซึ่งเงาหนึ่งเป็นเงาของตัวทางเดินที่มาจากแสงด้านบน ส่วนอีกเงานั้นกำลังเคลื่อนไหวผ่านไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเป็นทางยาว หลังจากที่จ้าวหม่าหยันได้เห็นเช่นนั้นเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่านั่นคือเส้นทางของโม่ฝาน
“อุปกรณ์เวทมนตร์เงางั้นเหรอ?” จ้าวหม่าหยันกล่าวพึมพำกับตนเอง
——
จ้าวหม่าหยันเป็นนักเวทธาตุแสง ซึ่งพลังของเขานั้นเหลือเชื่ออย่างมาก คาถาระดับมัชฌิมคือโล่ห์ศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าเขาต้องการจะตายมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด คาถานี้ไม่อนุญาตให้เขาตาย!
โม่ฝานไม่ได้หันกลับมามองว่าจ้าวหม่าหยันสามารถต่อสู้ได้หรือไม่ เขาคิดว่าศิษย์ของตระกูลที่มีชื่อเสียงคงจะไม่ได้มีแค่ปากที่เต็มไปด้วยคำโอ้อวด พวกเขาควรจะมีอะไรดีสักอย่าง
สิ่งที่เขาต้องทำมากที่สุดในตอนนี้คือการสังหารราชินีอสูรกายเกล็ดหนา เมื่อไหร่ก็ตามที่จุดสีแดงทั้งหมดไปรวมตัวกันที่กลางโรงยิมแห่งนี้นั่นหมายความว่าเขาไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อีกต่อไป!
“โม่ฝานเร็วเข้า!” เสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของหลิงหลิงดังขึ้นมา
“ฉันมาถึงไอ้เวทียักษ์ที่เธอพูดถึงแล้ว มีบางคนอยู่ที่นี่ มีหญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูสดใสและน่ารักเต็มไปด้วยสีสัน ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นตัวหลักของการแสดงในครั้งนี้ ข้างๆกายมีช่างแต่งหน้า คนดูแลเสื้อผ้าและผู้จัดการส่วนตัว…” โม่ฝานพยายามบอกรายละเอียดกับหลิงหลิงในสิ่งที่เขาเห็น
โม่ฝานยืนอยู่ที่มุมห้อง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทางเข้าลิฟท์ขนาดใหญ่ตรงหน้า
ตรงนั้นมีกลุ่มหญิงสาวยืนอยู่เจ็ดถึงแปดคน คนงานสองสามคนกำลังเดินไปมาอย่างว้าวุ่น
“คุณหนู… คุณจะต้องระมัดระวังให้มาก ถ้าหากว่าคุณเกิดอุบัติเหตุในคราวนี้ ฉันนึกไม่ออกจริงๆว่าจะไปอธิบายกับท่านว่าอะไร” ผู้จัดการส่วนตัวกล่าวขึ้นมาพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
“แน่นอนว่ามันจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด!” หญิงสาวที่ยืนตรงหน้ากล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส
โม่ฝานพยายามจ้องมองเธออย่างใกล้ชิดและเขาตระหนักได้ว่าใบหน้าของเธอเหมือนกับคนในโปสเตอร์ใหญ่หน้าทางเข้า ในเวลาที่เธอยิ้ม ดอกไม้ทั้งสวนก็ไม่สามารถทัดเทียมเธอได้ ช่างดูไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอม!
“เอาล่ะ ช่างเทคนิคที่อยู่ในนั้นน่ะ จงควบคุมลิฟท์นี่ให้ดี อย่าให้ซูซูหล่นลงไปเด็ดขาด!!”
“ไม่ต้องกังวล อุปกรณ์ของเราไม่มีปัญหาแน่นอน สาวน้อยมาเถอะ เรามาเริ่มกันเลย!”
“อะไรคือสาวน้อย? เธอคือไอดอล!” ผู้จัดการคนนั้นกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
“อ่า ได้ ก็ได้! ไอดอล!”
โม่ฝานกำลังตั้งใจฟังบทสนทนาเหล่านี้พร้อมกับคอยฟังคำแนะนำของหลิงหลิงไปพร้อมๆกัน
เมื่อโอกาสมาถึง จังหวะนี้เขาใช้คาถาเงาเคลื่อนที่เพื่อเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังของผู้คนแถวนั้นอย่างกระวีกระวาด
“เอาล่ะ เรากำลังจะเริ่ม!” ช่างเทคนิคกล่าวออกมาพร้อมกับกดปุ่ม ประตูค่อยๆปิดอย่างช้าๆ
ลิฟท์ไฮดรอลิกตัวนี้นั้นเหมือนกับลิฟท์โดยสารทุกประการ เพียงแต่มันมีขนาดเล็กกว่าและโปร่งใสกว่า ราวกับว่ามันกำลังลอยอยู่ในอากาศ เมื่อมีคนเข้าไปที่ด้านใน มันจะดูเหมือนกับว่าเธอกำลังล่องลอยลงมาจากฟ้า… ไฟทุกจุดในโรงยิมล้วนแต่ส่องมาที่เธอเพียงจุดเดียว แสงสีและเสียงเพลงทั้งหมดล้วนแต่เต็มไปด้วยความตระการตา
—
“ซูซู!!!!!!”
“ซูซู!!!!!!!!!!!”
เมื่องานเลี้ยงเริ่มต้นมาถึงช่วงกลางของงาน เหล่านักเรียนทั้งหมดต่างเครื่องติดเต็มที่แล้ว พวกเขาทั้งหมดเต็มไปด้วยความสนุกสนานและมึนเมาอย่างถึงที่สุด ความเคลิ้บเคลิ้มหลงใหลในตัวไอดอลของพวกเขานั้นสุกงอมเต็มที่แล้ว
หญิงสาวไอดอลคนนี้เข้าไปนั่งภายในหัวใจของทุกคนเพราะความน่ารักและสดใสของเธอ ทั้งเสียงที่หวานฉ่ำและใบหน้าอ่อนโยนนั้นทำให้ทุกคนหลงใหลอย่างไม่อาจดึงหัวขึ้นจากโคลนได้เลย
เมื่อผ่านมาถึงช่วงกลางของคอนเสิร์ต ผู้คนเริ่มตะโกนชื่อเธออย่างพร้อมเพรียง
หญิงสาวที่นามว่าซูซูกำลังยืนอยู่กลางเวที เธอหลับตาพริ้มพร้อมกับอ้าแขนออกราวกับกำลังรับรู้ถึงความรู้สึกของแฟนคลับทุกคนที่ส่งมา
แม้ว่าในวันนี้จะเป็นเพียงการซ้อมใหญ่เท่านั้น แต่เธอก็รู้สึกปลื้มใจอย่างมากที่นักเรียนเหล่านี้ยังตามมาอยู่กับเธอ
ความปลาบปลื้มนั้นเกาะกุมหัวใจของเธออย่างล้นหลาม แม้ว่ามันจะเป็นการซ้อมใหญ่แต่ทว่าเธอกลับอยากจะทำมันให้ดีที่สุดราวกับเป็นการแสดงของจริง
“อย่าทำให้ฉันผิดหวัง เรามาเริ่มกันเลย!” เธอลืมตาขึ้นพร้อมกับบอกกล่าวกับช่างเทคนิคควบคุมลิฟท์
“ไม่ต้องกังวลเลย!” ช่างเทคนิครุ่นใหญ่หัวเราะออกมาอย่างสบายอารมณ์
“ตกลง ฉันเชื่อมือ!”
“โอ้! ที่ฉันบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับวันนี้น่ะ เพราะว่าฉันจะเป็นนางเอกในงานแสดงนี้เองยังไงล่ะ!” ช่างเทคนิครุ่นใหญ่กล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แปลกประหลาดบนใบหน้าของเธอ
รอยยิ้มที่แปลกประหลาดค่อยๆอ้ากว้างออกอย่างไม่หยุดยั้ง ริมฝีปากค่อยๆกว้างขึ้นเรื่อยๆเผยให้เห็นฟันอันแหลมคมข้างในพร้อมด้วยเลือดสีน้ำตาลเข้มที่เปรอะเปื้อนอย่างสยดสยอง
มือเรียวยาวของป้าเทคนิคเมื่อครู่นั้นค่อยๆเปลี่ยนแปลงเป็นงอกยาวออกมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง
ไม่ใช่เพียงกระดูกของแขนและมือที่ขยายออกมาเท่านั้น แม้แต่เล็บของเธอก็ยังคงยืดยาวออกมาราวกับมีดแหลมเรียวเล็ก สีเขียวปรากฏขึ้นจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน!
ผิวหนังบนใบหน้าของเธอค่อยๆหลุดลอกออกไปทีละน้อย เกล็ดสีเขียวหนาเตอะเกิดขึ้นมาแทนที่ อีกทั้งดูเหมือนว่าเกล็ดเหล่านั้นจะถูกเคลือบด้วยของเหลวหนาบางชนิด ความน่าขยะแขยงนั้นไม่สามารถบรรยายออกมาได้…
ซิ๊ซซซซซซซซซส!
กรงเล็บที่แหลมคมฉีกเสื้อผ้าที่สดใสออกอย่างบ้าคลั่ง แต่สิ่งที่เผยออกมานั้นไม่ใช่เนื้อหนังขาวๆแต่อย่างใด มันคือร่างกายที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนา!
ลิ้นยาวเหยียดไหลออกมาจากปากอย่างยัดเก็บไม่ได้ ความยาวของมันสามารถยืดไปแตะหน้าของไอดอลสาวซูซูได้อย่างง่ายดาย!
หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นตกอยู่ในสภาวะโง่งมโดยสมบูรณ์ ร่างกายของเธอแข็งทื่อในขณะที่ลิ้นยาวเหยียดกำลังพยายามจะลูบไล้ใบหน้าของเธออย่างหลงใหล
ในโลกใบนี้ไม่มีอะไรที่น่ากลัวไปมากกว่านี้แล้ว ในชีวิตของไอดอลสาวซูซูนี่คือสิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดในชีวิตของเธอ มนุษย์ที่เคยอยู่ตรงหน้านั้นได้กลายเป็นอสูรกายมีเกล็ดหนาเตอะและรูปร่างน่าเกลียด มันยืนอยู่ตรงหน้าของเธออย่างใกล้ชิด ไอดอลสาวเกรงกลัวจนตัวสั่น ขาของเธอค่อยๆถอยหลังไปจนเกือบจะตกจากลิฟท์!
“วันนี้… ลูกๆของฉันทั้งหมดจะได้ดื่มกินกันอย่างเต็มที่ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณการซ้อมของเธอ… ขอบคุณ!” ราชินีอสูรกายเกล็ดเขียวกล่าวออกมาในขณะที่เสียงของเธอยังคงเป็นเสียงของมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามเสียงนั้นแหบแห้งราวกับลำคอไม่ได้พบเจอกับน้ำมาหลายวัน!
ซิ๊ซซซ
ซิ๊ซซซซซซซซซส
ทันใดนั้นเอง ราชินีอสูรกายเกล็ดเขียวได้เงยหน้าขึ้นฟ้าพร้อมกับแผดเสียงร้องออกไป
เสียงที่แปลกประหลาดนี้ราวกับว่ามันกำลังจะปลุกลูกๆของตนให้ตื่นจากฝัน!
ไม่จำเป็นจะต้องใช้ลำโพงใดๆเพื่อช่วยขยายเสียง ขณะนี้เสียงของมันแผ่กระจายออกไปทั่วโรงยิมอย่างก้องกังวาล
ไอดอลสาวหันหลังกลับไปมองแฟนคลับของเธออย่างยากลำบาก เธอสังเกตได้ว่ามีคนกลุ่มใหญ่กำลังกระสับกระส่ายและเริ่มกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
พวกเขาทั้งหมดดูเหมือนว่าจะตื่นตระหนกทันทีเมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้น ทุกคนเริ่มกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
เด็กที่เป็นปกติเริ่มรู้ว่าสถานการณ์กำลังเลวร้าย พวกเขาพยายามที่จะถอยหลังหนีทันที แต่ฉับพลันด้านหลังของพวกเขาก็เริ่มมีอสูรกายเกล็ดเขียวย่างกร่ายเข้ามาล้อมรอบเอาไว้!
อ๊า~
อออออออออออออออออออออออออ๊า!!!!
เร็วเท่าความคิดเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากทุกหนทุกแห่งภายในโรงยิมแห่งนี้ รัศมีแห่งความหวาดกลัวปกคลุมทั่วทุกพื้นที่แม้แต่ในอากาศ!
••••••••••••••••••••