จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 191
บทที่ 191: เหตุการณ์นองเลือด
ระบุราคางั้นเหรอ?!
ถ้าเช่นนั้นฉันก็จะไม่สุภาพเช่นกัน!
“ฉันต้องการปีกเวทมนตร์” โม่ฝานโพล่งออกมา
“นายไปคนเดียวเถอะ! มันไม่ใช่เรื่องของฉันถ้าหากว่ามีใครต้องตายในสถานการณ์นี้” จ้าวหม่าหยันไม่สู้กับราคานี้ทันที เขามองโม่ฝานซึ่งมีสีหน้าจริงจังและดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ล้อเล่นด้วย!
“ฉันต้องการเมล็ดอสนีวิญญาณ ถ้าหากว่าไม่ได้ก็เชิญนายกลับไปเถอะ เพราะถึงนายจะอยู่หรือไม่อยู่ ฉันก็มีวิธีการที่จะจัดการกับพวกมันอยู่แล้ว” โม่ฝานตอบกลับอย่างรวดเร็วโดยปราศจากการหยอกล้อแต่อย่างใด ทุกคำล้วนจริงจังและหนักแน่น!
“บัดซบ! นายละโมบเกินไปหรือเปล่า!” จ้าวหม่าหยันสาปแช่งออกมาอย่างอดไม่ได้
เมล็ดอสนีวิญญาณนั้นมีมูลค่ามากกว่าสิบล้านหยวน… หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ!
ซึ่งเมล็ดอสนีวิญญาณนั้นหาได้ยากยิ่ง ถ้าหากว่ามีการประมูลเกิดขึ้นเมื่อใด เหล่าผู้มีอำนาจจะกวาดมันไปอย่างรวดเร็วแน่นอน ระยะเวลาการประมูลของมันนั้นไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ
ราคาของมันมักจะสูงมากกว่าในตลาดเล็กน้อยซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมมักจะเป็นเช่นนี้ ซึ่งสิ่งที่โม่ฝานต้องการนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตระกูลของจ้าวหม่าหยันหาไม่ได้แต่อย่างใด แต่มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะยอมจ่ายออกไปโดยไม่มีผลประโยชน์ ในตอนนี้จ้าวหม่าหยันรู้สึกว่าเขากำลังถูกขูดเลือดขูดเนื้อออกไปอย่างสาหัส
“ตกลงไหม?” โม่ฝานถามกลับ
“ตามนั้น!” จ้าวหม่าหยันกัดฟันพร้อมกับตอบออกไปอย่างโกรธา
จ้าวหม่าหยันนั้นเป็นชายที่รู้วิธีคิดคำนวนผลประโยชน์ของตนเองอย่างเก่งกาจ
ถ้าหากในตอนนี้เขาต้องการที่จะเทียบเคียงกับมู่หนิวเจี่ยวผู้ที่ใช้ทรัพยากรของตระกูลตนเองเพื่อเติมเต็มให้กับนักเรียนใหม่อย่างเต็มไม้เต็มมือ ในตอนนี้สถานะของเธอนั้นไปไกลมาก ชื่อเสียงถาโถมเข้ามาพร้อมทั้งตระกูลได้รับการยกย่อง แต่ทว่าเขานั้นใช้เพียงเมล็ดอสนีวิญญาณเพียงชิ้นเดียว เขาจะขึ้นไปอยู่ในสถานะเดียวกันกับมู่หนิวเจี่ยวได้อย่างง่ายดาย นี่คือผลกำไรที่แท้จริง! จ้าวหม่าหยันเชื่อว่าตระกูลของเขาจะเห็นดีเห็นงามกับข้อแลกเปลี่ยนของเขากับโม่ฝานอย่างแน่นอน!
ทั้งสองคนสร้างข้อตกลงกันเรียบร้อย จากนั้นพวกเขาได้มาถึงชั้นสามซึ่งเป็นเป้าหมายแล้ว
หลิงหลิงได้บอกกล่าวเอาไว้ว่าชั้นสามแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงอย่างสมบูรณ์ ซึ่งทั้งสองคนทำได้เพียงหัวเราะอย่างขื่นขมกับตนเองเท่านั้น
ทำไมทั้งสองถึงกล้าที่จะพูดคุยข้อตกลงทางธุรกิจ? ในเมื่อพวกเขายังไม่รู้เลยว่าจะสามารถเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้หรือไม่! ไม่ว่าจะเหล่าลูกสมุนของมันหรือจะเป็นราชินีอสูรกายเกล็ดหนานั่นอีก ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการกับพวกมันได้!
—–
ภายในสนาม การแสดงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว…
นักเรียนกลุ่มใหญ่เริ่มเข้าสู่พื้นที่แห่งนี้โดยจับจ้องเก้าอี้กันอย่างคับคั่ง พวกเขาต้องการที่จะชมการแสดงอย่างใจจดใจจ่อ
กลุ่มนักเรียนชายจำนวนมากเริ่มเข้าสู่พื้นที่และนั่งลงบนเก้าอี้กันด้วยแววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เก้าอี้ทั้งหมดถูกจับจองเป็นเจ้าของเรียบร้อย กลุ่มชายหนุ่มจำนวนมากนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมในมือที่ชูป้ายไฟกันอย่างเฝ้ารอ พวกเขาล้วนแต่จับจ้องไปบนเวที เฝ้ารอไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบซึ่งกำลังจะปรากฏตัวออกมา!
หลายคนสวมใส่เสื้อยืดที่มีใบหน้าของบุคคลที่ตนเองชื่นชอบเอาไว้ ในที่สุดพวกเธอเหล่านั้นก็ปรากฏตัวออกมาสู่สายตา ทั้งหมดโห่ร้องกันอย่างกึกก้องและชุลมุลไปด้วยความยินดี
กลุ่มคนบางกลุ่มนั้นนั่งอยู่ อีกบางกลุ่มนั้นลุกขึ้นยืนเพื่อเต้นอย่างสนุกสนาน บรรยากาศภายในโรงยิมขณะนี้ราวกับคลับบาร์ในยามค่ำคืน
เพลงเริ่มบรรเลงและเสียงดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ ร่างกายของหนุ่มสาวเริ่มเคลื่อนไหวไปตามเสียงเพลงอย่างสนุกสนาน!
ทั้งหมดกำลังสนุกกับไนท์คลับแห่งนี้อย่างเปี่ยมล้น เพลงที่ดังและหยดน้ำที่ร่วงลงมาจากหลังคาทำให้บรรยากาศยิ่งเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ดีเจกำลังเปิดเพลงอยู่บนเวทีก็สร้างอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม!
เหล่านักเต้นทั้งหมดกำลังโยกย้ายสะโพกไปมาอย่างเร้าอารมณ์ให้เหล่าชายหนุ่มทั้งหลายกันอย่างหยอกล้อ สะโพกราวกับอสรพิษของพวกเขานั้นทำให้บรรยากาศทั้งหมดเต็มไปด้วยความรัญจวนใจอย่างยิ่ง อารมณ์ของทุกคนในตอนนี้เต็มไปด้วยความหลงใหลและลุ่มหลงอย่างโงหัวไม่ขึ้น!
ปาร์ตี้ค่อยๆเริ่มอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าตัวหลักของงานนี้ยังไม่ได้ขึ้นสู่เวทีแต่อย่างใด แต่ขณะเดียวกันหนุ่มสาวด้านล่างเริ่มที่จะมีอารมณ์พุ่งพล่านกับงานเลี้ยงในขณะนี้แล้ว
อย่างไรก็ตามในขณะที่นักเรียนทั้งหมดและเหล่าดีเจกำลังสนุกสนานอยู่นั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างคาดไม่ถึง!!!
ฉับพลันมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกจากพื้นที่แห่งนี้ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะไปห้องน้ำ ซึ่งจังหวะนี้เองมีโอกาสอย่างมากที่เธอจะลอกคราบและเปลี่ยนงานเลี้ยงตรงหน้าให้กลายเป็นเหตุการณ์นองเลือด!
—
โม่ฝานและจ้าวหม่าหยันเดินอยู่ในทางเดินคับแคบที่ชั้นสาม พวกเขาเห็นว่าปาร์ตี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว….
ทั้งสองคนไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับเพลงที่สนุกสนานเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาของพวกเขาจับจ้องและเริ่มตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
จากข้อมูลที่หลิงหลิงได้ให้ไว้ก็คือในผู้ชมทั้งสี่พันคน มีมนุษย์ที่ติดเชื้อไปแล้วกว่าหนึ่งร้อยคน!
เมื่อใดก็ตามที่ราชินีอสูรกายเกล็ดหนาให้คำสั่ง พวกมันทั้งร้อยตัวจะทำการกลายร่างและฉีกเนื้อของผู้คนโดยรอบในทันที นี่คือการสังหารหมู่ที่แท้จริง!
ราชินีอสูรกายเกล็ดหนาต้องการโลหิตมากที่สุด โลหิตนักเวทคืออาหารที่แท้จริงของมัน
ยิ่งมันได้รับเลือดมากเท่าไหร่ พลังของมันก็จะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น
มนุษย์กว่าสี่ถึงห้าพันคนมารวมตัวอยู่ในสถานที่แห่งนี้เพียงที่เดียว มันกลายเป็นโรงอาหารขนาดใหญ่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด ทุกคนล้วนแต่เป็นนักเวททั้งสิ้น จากนั้นแล้วงานเลี้ยงของมนุษย์จะกลายเป็นงานเลี้ยงฉลองของปีศาจเหล่านี้ไปโดยสมบูรณ์!
“นายจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วสักหน่อยนะ ปีศาจเกล็ดเขียวพวกนี้กำลังจะเปิดฉากให้งานเลี้ยงนี้เป็นโต๊ะอาหารค่ำของพวกมันแล้ว ดูเหมือนว่าพวกมันทั้งหมดกำลังเรียกรวมพล สถานที่แห่งนี้ล้วนแต่ตรงกับความต้องการของพวกมันอย่างยอดเยี่ยม ทั้งโลหิตมนุษย์และพวกเธอเหล่านี้เป็นนักเวทอีกด้วย ผู้หญิงกว่าสามพันคนกำลังตกเป็นเหยื่อ!” หลิงหลิงกล่าวเตือนอีกครั้ง
เพียงไม่นาน จุดสีแดงปรากฏขึ้นรอบๆเวทีอย่างรวดเร็ว พวกมันกำลังมองหาเหยื่อของตนเองจากรอบนอก
ขณะนี้กลุ่มปีศาจค่อยๆขยับเข้ามาสู่จุดศูนย์กลางของสนาม
เจตนาของเหล่าปีศาจนั้นชัดเจนเกินกว่าสิ่งใดแล้วในขณะนี้ ถ้าหากว่าพวกมันสามารถแพร่กระจายเชื้อได้อย่างสมบูรณ์และบุคคลเหล่านี้เล็ดลอดออกไปด้านนอกล่ะก็… หายนะจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งราชินีอสูรกายเกล็ดหนาก็จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า มันการจะกลายพันธุ์ไปสู่ระดับผู้บัญชาการอสูรเลยก็ย่อมได้ ถ้าหากว่าเวลานั้นมาถึงการที่นักเวทจะจัดการกับมันย่อมเป็นไปได้ยากเย็นมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะนี้ก็ไม่อาจจะจัดการมันได้โดยง่ายเช่นกัน มนุษย์กว่าสี่พันคนกำลังถูกจับไว้เป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะทางไหนถ้าหากว่าพวกเขาทั้งสองผิดพลาดแม้แต่น้อย โศกนาฏกรรมจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน!
โม่ฝานและจ้าวหม่าหยันตระหนักได้ถึงสถานการณ์ในตอนนี้อย่างแม่นยำ พวกเขารู้ดีว่าเหตุการณ์กำลังย่ำแย่อย่างมาก
ราชินีอสูรกายเกล็ดหนานี้ไม่ได้ด้อยปัญญาแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่ามันเลือกสถานที่แห่งนี้เพราะรู้ดีว่าจะมีคนมากมายมารวมตัวกันที่นี่ มันคิดแผนเพื่อกำลังทำการใหญ่อยู่!
มนุษย์ในพื้นที่แห่งนี้ทั้งหมดจะต้องกลายเป็นเครื่องบูชายันของมัน!
—
โม่ฝานกระซิบผ่านหูฟังบลูทูธ “พวกเรามาถึงแล้ว…”
“นายจะต้องจัดการกับราชินีอสูรกายเกล็ดเขียว ไม่เช่นนั้นนายจะถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าลูกสมุนของมัน ถ้าหากว่าเวลานั้นมาถึงนายจะไม่มีเส้นทางหลบหนีใดๆ” หลิงหลิงพูดออกมาอย่างชัดเจน
จ้าวหม่าหยันที่ได้ยินเช่นนั้นขมวดคิ้วแน่นทันที
เขาทบทวนข้อเสนออีกครั้งอย่างลังเล
แม้ว่าชื่อเสียงจะสำคัญอย่างมาก แต่ถ้าหากว่าเขาต้องตายก็คงไม่มีอะไรสำคัญอีกแล้ว…
จ้าวหม่าหยันนั้นไม่คาดคิดมาก่อนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้
“โม่ฝาน… นายไม่กลัวบ้างเหรอ?” จ้าวหม่าหยันอดไม่ได้ที่จะหันไปถามชายหนุ่มข้างๆเขา
จ้าวหม่าหยันรู้สึกได้ว่าเพื่อนร่วมห้องของเขานั้นไม่ธรรมดา สายตาของโม่ฝานและท่าทีทั้งหมดล้วนแต่สงบนิ่ง ราวกับว่าเขานั้นได้ผ่านเหตุการณ์แห่งความเป็นและตายมาอย่างโชกโชนราวกับทหารผ่านสงครามนับไม่ถ้วน…
“ฉันเคยพบเจอกับเหตุการณ์ที่น่ากลัวกว่านี้มามากแล้ว ไอ้ที่อยู่ตรงหน้านี้ถือว่าเล็กน้อยมาก จ้าวหม่าหยัน… อย่าแม้แต่จะคิดถอยเด็ดขาด มองข้างหลังนายสิ” โม่ฝานกล่าว
ฉับพลันมีกลุ่มหญิงสาวทั้งหมดกำลังเดินออกมาจากทางเดินที่พวกเขาผ่านมาเมื่อครู่นี้ พวกเธอล้วนแต่เป็นนักเรียนในสถาบันและอยู่ในหอพัก แต่ทว่าพวกเธอสวมเครื่องแบบอาสาสมัคร ซึ่งแน่นอนว่าพวกเธอรับงานเสริมในคอนเสิร์ตนี้แน่นอน
ทั้งหมดกำลังเดินพูดคุย หยอกล้อกันมาตลอดอย่าง ทันใดนั้นเองขณะที่ทั้งหมดมองเห็นโม่ฝานกับจ้าวหม่าหยันซึ่งกำลังยืนอยู่ตรงทางเดิน หนึ่งในกลุ่มนั้นตะโกนขึ้นมาทันที “เฮ้! นายสองคน! ชั้นสามนี้เข้าได้เฉพาะพนักงานเท่านั้น พวกนายไม่ได้รับอนุญาต!”
โม่ฝานยังคงไม่ขยับเขยื้อนใดๆทั้งสิ้น…
จ้าวหม่าหยันจับจ้องไปที่กลุ่มหญิงสาวตรงหน้า ซึ่งพวกเธอนั้นก็ดูเหมือนมนุษย์ปกติทั่วไป
โม่ฝานขยับเข้าไปใกล้จ้าวหม่าหยันพร้อมกระซิบ “พวกเธอทั้งหมดเป็นสีแดง!”
••••••••••••••••••••