จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 190
บทที่ 190: บอกราคาของนายมา!
…
โม่ฝานและจ้าวหม่าหยันเดินกลับมายังทางเก่าที่พวกเขาเดินผ่านเมื่อครู่ ส่วนหญิงสาวที่เป็นเหยื่อของปรสิตนั้นได้รับการช่วยเหลือจากแฟนสาวของจ้าวหม่าหยันเรียบร้อยแล้ว เธอจะถูกส่งไปยังพื้นที่ปลอดภัย
หญิงสาวธาตุรักษาดูเหมือนว่าเธอกำลังปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ในขณะที่เธอเห็นโม่ฝานนำพากลุ่มหญิงสาวมาที่นี่ ใบหน้าของเธอเผยถึงความประหลาดใจเป็นล้นพ้น
“นายช่างเป็นคนที่น่าประทับใจจริงๆ ถ้าหากว่าพวกฉันรวมตัวกันก็ยังไม่อาจจะเอาชนะพวกมันได้เลย แต่นายสามารถจัดการกับพวกมันด้วยตัวคนเดียวได้” หญิงสาวกล่าวกับโม่ฝานพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เขาด้วยรอยยิ้ม
“สบายมาก” โม่ฝานเผยรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างสุภาพ แต่ภายในใจของเขาพองโตอย่างภาคภูมิใจในตนเอง!
ในอดีตที่ผ่านมาเขาจำเป็นจะต้องใช้หินย้อยในถ้ำเพื่อจัดการกับหมาป่าตาเดียว แต่ในขณะนี้เพียงแค่พลังของเขาคนเดียวสามารถจัดการกับเหล่าอสูรเวทได้มากมาย ถ้าหากในวันที่เมืองบ่อต้องประสบกับภัยพิบัติเราแข็งแกร่งได้อย่างในวันนี้ วันนั้นเขาก็คงจะไม่ลำบากแน่นอน!
“โม่ฝาน! โม่ฝานได้ยินไหม!” เสียงของหลิงหลิงดังขึ้นมาในหูของเขา
“มีอะไรงั้นเหรอ?” โม่ฝานถามกลับ
“สถานการณ์ในตอนนี้น่ะนะ เหมือนว่าราชินีอสูรกายเกล็ดหนาจะรู้ตัวแล้วว่าพวกเราทั้งหมดเข้าปิดพื้นที่แห่งนี้ นอกจากนั้นถ้าหากว่ามันตื่นตระหนกหรือตกใจและไม่อาจควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ มันจะสังหารเหยื่อที่ติดเชื้อทั้งหมดทันที ซึ่งการที่มันสั่งให้ปรสิตเหล่านี้ฆ่าตัวตายนั่นหมายถึงเหยื่อที่อยู่ในร่างของพวกมันจะตายตกไปด้วยเช่นกัน!” หลิงหลิงพยายามบอกเล่าสถานการณ์ให้กับโม่ฝานฟัง
“ตอนนี้ฉันช่วยพวกเขาไว้ได้ประมานยี่สิบคน จำนวนผู้ติดเชื้อตอนนี้คือเท่าไหร่?” โม่ฝานถามกลับพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นอย่างกังวล
สถานการณ์ในตอนนี้ย่ำแย่อย่างมาก ถ้าหากว่าราชินีสั่งให้ปรสิตทั้งหมดฆ่าตัวตายมันจะไม่ใช่เรื่องตลกอีกต่อไป ต้องมีคนจำนวนกว่าร้อยหรือพันคนที่ตายตกในครั้งนี้…
คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อนั้นล้วนแต่เป็นหญิงสาว ทุกคนอยู่ภายใต้การดูแลของสถาบันเมิงจู่ ถ้าหากพวกเธอทั้งหมดตาย แน่นอนว่ามันจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของสถาบัน! มันคือโศกนาฏกรรม!!!
“สมาคมนักล่านั้นไม่อาจส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปด้านในได้ รวมไปถึงอธิการบดีของสถาบันด้วยเช่นกัน ทีมของสมาคมนักฆ่ากำลังพยายามหาทางเข้าไปด้านในเพื่อที่จะไม่ให้อสูรร้ายนั้นตกใจ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าเราจัดการกับพวกมันเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆยิ่งมีแต่จะทำให้สถานการณ์ทั้งหมดเลวร้ายลงกว่าเก่า ในความคิดของทุกคนด้านนอกตอนนี้ก็คือต้องการให้นายเข้าไปจัดการกับราชินีอสูรเกล็ดหนานั่น!” หลิงหลิงกล่าวอย่างจริงจัง
“ห๊ะ! ให้ฉันจัดการมันน่ะเหรอ!!??” โม่ฝานถามออกมาด้วยความตกใจ
ไม่ต้องคาดเดาเลย ล้อมรอบตัวของราชินีอสูรเกล็ดหนานั้นย่อมเต็มไปด้วยลูกสมุนของมันมากมาย
การจัดการกับราชินีอสูรเกล็ดหนานั้นไม่ง่ายดายนัก อีกทั้งมันยังเต็มไปด้วยลูกสมุนที่พร้อมจะสร้างความยุ่งยากอย่างไม่รู้จบให้กับเขาอีก!
——-
ที่ด้านนอกของโรงยิม สายตาของทุกคนกำลังจับจ้องมาที่เสี่ยวหลิงหลิง
หลังจากที่เธอพูดคุยกับโม่ฝานจบแล้ว สายตาของทุกคนก็ยังคงจับจ้องอย่างเฝ้ารอคำตอบ
“เขาว่าอย่างไรบ้าง?” รองคณบดีลี่กล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ฉันบอกเขาไปว่าสถาบันยินยอมที่จะมอบรางวัลให้กับเขา ของทุกสิ่งล้วนแต่มีมูลค่าและเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น อีกทั้งสมาคมนักล่าจะมอบเงินรางวัลประจำปีในการกำจัดอสูรเวทครั้งใหญ่ของสมาคมให้เขาทั้งหมด พอฉันบอกเช่นนี้ เขาก็ตกลงที่จะรับภารกิจครั้งนี้” หลิงหลิงกล่าวออกมาอย่างเรียบง่าย
“ตกลง ยอดเยี่ยมจริงๆ!” ลี่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
ถ้าหากว่าเป็นนักเรียนคนอื่นๆ แน่นอนว่าลี่ก็คงจะหนักใจและกังวลอยู่ไม่ใช่น้อย อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นว่ามันเป็นหลิงหลิงและโม่ฝาน ทั้งลี่และโจวเจียงฮวาต่างก็พากันเบาใจขึ้นสักหน่อย
ใครคือโม่ฝานงั้นเหรอ?
ในวันการประลองเวทมนตร์กับอสูรเวท เขาคือบุคคลเดียวที่สามารถเอาชนะนักเรียนใหม่ร่วมสองร้อยคนได้ แม้แต่มู่หนิวเจี่ยวซึ่งเป็นศิษย์จากตระกูลใหญ่ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับเขา! นับว่าเขาคือบุคคลที่แข็งแกร่ง หาได้ยากยิ่งที่ใครจะเทียบเขาได้ในเวลานี้!
“เฮอะ! ถ้าพวกเรายอมให้นักเรียนเป็นคนเข้าไปจัดการกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนาตัวนี้ แล้วถ้าหากว่าเขาเกิดพลาดขึ้นมาล่ะ? มันจะไม่เป็นการทำให้อสูรเวทนั้นตกใจจนเรื่องราวบานปลายงั้นเหรอ? ฉันว่าพวกเราควรจะรอให้ทีมของฉันหาทางเข้าไปจัดการกับราชินีนั่นด้วยตนเองเสียดีกว่า ฉันไม่รู้ว่าประสบการณ์ของเขาจะมากแค่ไหน ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่มีใครจะมีประสบการณ์ทัดเทียมกับทีมของเราหรอก!” ชายหัวล้านซึ่งเป็นผู้นำทีมของสมาคมนักล่ากล่าวโพลงขึ้นมาอย่างไม่ไว้ใจ
ชายหัวล้านนั้นเป็นบุคคลระดับสูงและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขานั้นก็เป็นระดับหัวกะทิเช่นกัน!
ถ้าหากว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง มันจะกลายเป็นการสังหารหมู่ในทันที ไม่เพียงแต่ญาติของเหยื่อที่ถูกฆ่าจะตั้งแง่กับสมาคม แต่นี่จะเป็นการที่คนทั้งเมืองจะลุกขึ้นมาสอบสวนพวกเขาอย่างเข้มข้น!
ไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกจัดการโดยผู้อื่นหรือว่าสมาคมนักล่า อย่างไรก็ตามปราการด่านแรกที่จะถูกโจมตีก็คือพวกเขาทั้งสิ้น ดังนั้นพวกเขาอยากที่จะแบกรับภาระอันนี้ไว้ที่ตนเองเพียงผู้เดียว ถ้าหากว่าจะต้องถูกด่าว่ากล่าวก็ขอให้มันมาจากความผิดพลาดของทีมตนเท่านั้น!
และถ้าหากว่าในโรงยิมนั้นเป็นนักเรียนกลุ่มหลักของสถาบันเมิงจู่ เขาก็คงจะไม่กล่าวอะไรสักคำเพราะนักเรียนเหล่านั้นล้วนแต่อยู่ในระดับมัชฌิม แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่! นักเรียนเหล่านั้นอยู่ในระดับปฐมภูมิ ซึ่งพวกเขายังไม่สามารถต่อกรกับอสูรกายเกล็ดหนาพวกนี้ได้!
นักเรียนทั้งสองกลุ่มของสถาบันเมิงจู่นั้นความสามารถของพวกเขาต่างกันราวฟ้ากับเหวก็มิปาน!!!
“ท่านนักล่าอาวุโส ฉันคิดว่านักเรียนคนนั้นสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้” บุคคลหนึ่งในทีมกล่าวขึ้นมาโดยพลัน
“คุณค้นพบทางเข้าโรงยิมทางอื่นอีกหรือไม่? ทางที่จะนำพาไปเจอกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนาน่ะ?” ชายอีกคนถามขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสายตาเย็นชา
“ไม่พบ…”
“เช่นนั้นก็หุบปากซะ!”
——
โม่ฝานเดินตามเส้นทางที่หลิงหลิงบอกเพื่อไปยังชั้นสามของโรงยิม จ้าวหม่าหยันก็เดินตามเขามาด้วยเช่นกัน
ทักษะของจ้าวหม่าหยันซึ่งเป็นธาตุแสงนั้นส่งผลกระทบต่ออสูรกายเกล็ดหนาได้อย่างดี เช่นนี้การมีเขามาด้วยทำให้โม่ฝานรู้สึกเบาใจกับกลุ่มลูกสมุนที่ต้องพบเจอ
โม่ฝานไม่สามารถจะบุกเข้าไปโจมตีอย่างบ้าคลั่งได้เลย ถ้าหากเขาทำเช่นนั้นมันจะกลายเป็นเขาเริ่มต้นการสังหารหมู่นี้จริงๆ ถ้าเช่นนี้ด้วยความสามารถของจ้าวหม่าหยันจะคอยช่วยเหลือเขาได้มาก หากโม่ฝานปลดปล่อยพลังออกมามากเกินไปก็จะทำให้เหยื่อที่อยู่ด้านในตายตกไปด้วย แต่ถ้าหากเขาใช้พลังน้อยเกินไปก็ไม่อาจทำอันตรายต่อปรสิตเหล่านี้ได้ จ้าวหม่าหยันคือตัวแปรของการต่อสู้ครั้งนี้!
ตัวเลขของผู้ที่จะบุกเข้าโจมตีรังของมันก็ไม่ควรที่จะมากเกินไป เพราะถ้าหากราชินีอสูรกายเกล็ดหนาเห็นนักเวทจำนวนมากพุ่งเข้าใส่ แน่นอนว่ามันจะต้องวิ่งหางกุดและหนีไปแน่นอน!
“โม่ฝาน… นายมาที่นี่เพราะต้องการเงิน ส่วนฉันต้องการชื่อเสียง ถ้าหากว่าชีวิตของฉันตกอยู่ในอันตราย ฉันจะหันหลังกลับและวิ่งออกไปทันที ภารกิจนี้ไม่ใช่สิ่งผูกพันที่ฉันจะต้องรับผิดชอบอะไรเลย แต่ฉันจะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อช่วยเหลือนาย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะเอาชีวิตของตัวเองมาทิ้งที่นี่ นายเข้าใจใช่ไหม?” จ้าวหม่าหยันกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาในขณะที่วิ่งตามโม่ฝาน
“อืม ฉันรู้แล้ว เอ๊ะเดี๋ยวนะ นายบอกว่าต้องการชื่อเสียงงั้นเหรอ? มันคืออะไรล่ะ?” โม่ฝานถามกลับ
ความจริงก็คือโม่ฝานไม่คิดว่าจ้าวหม่าหยันจะออกมาทำอะไรเช่นนี้ด้วยซ้ำ เพราะว่าเขาเป็นเพียงนักเวทธาตุแสง ซึ่งแน่นอนว่าธาตุแสงไม่ได้มีพลังต่อสู้ที่รุนแรงอะไรนัก อีกทั้งความสามารถของพวกเขานั้นจำกัดอย่างมาก แม้ว่ามันจะส่งผลกระทบต่ออสูรกายเกล็ดหนา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมสักหน่อย
“เอาล่ะ ฉันจะไม่ปิดบังอะไรนายแล้ว ฉันน่ะมาจากตระกูลจ้าว อิทธิพลของตระกูลของฉันไม่ได้ด้อยไปกว่ามู่หนิวเจี่ยวเลยแม้แต่น้อย พวกคนหนุ่มสาวจากตระกูลใหญ่เหล่านี้ไม่ได้คิดที่จะเข้าเรียนในสถาบันเพื่อความแข็งแกร่งเสมอไป แต่พวกเราต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองทั้งนั้น เราเพียงต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าตระกูลของเราอยู่เหนือใครทั้งหมด เรื่องราวในสถาบันอะไรก็ตามล้วนแต่ไม่สำคัญกับพวกเรา ถ้าหากว่าฉันสามารถช่วยเหลือผู้คนพ้นจากภัยพิบัติได้ ตระกูลของฉันจะได้รับชื่อเสียงจำนวนมากแน่นอน อีกทั้งชื่อเสียงของตัวฉันในสถาบันจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ถ้าฉันทำเรื่องนี้สำเร็จ ตระกูลจะเห็นความสำคัญและแจกจ่ายทรัพยากรให้กับฉันมากกว่าเดิม นายไม่มีครอบครัวคอยสนับสนุนและคอยคาดหวังอยู่ด้านหลัง เช่นนั้นคงไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไรที่ต้องแบกรับความกดดันเช่นนี้” จ้าวหม่าหยันกล่าวออกมาอย่างซื่อตรง
“อืม ฉันเข้าใจว่าการดิ้นรนของนายน่ะค่อนข้างที่จะซับซ้อนสักหน่อย อีกทั้งชื่อเสียงอะไรนั่นไม่ได้สำคัญสำหรับฉันเลย ชื่อของฉันน่ะดังกระฉ่อนไปแล้ว! ถ้าหากฉันช่วยพวกเขาให้พ้นจากหายนะในคราวนี้ได้ ฉันก็หวังแค่จะลบล้างความเกลียดชังที่ฉันสร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้นน่ะนะ” โม่ฝานตอบกลับ
“โอ้ งั้นเหรอ?” ดวงตาของจ้าวหม่าหยันเบิกกว้างออกมาพร้อมกับอ้าปากค้าง “อืมก็นะ… ถ้าหากว่าเราจัดการกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนานี้ได้ จากนั้นฉันก็จะได้รับชื่อเสียงมากมาย ด้วยวิธีนี้ตระกูลของฉันจะต้องโด่งดังมากกว่ามู่หนิวเจี่ยวแน่นอน!”
จ้าวหม่าหยันนั้นมองเกมทุกอย่างออกอย่างชัดเจน เขารู้ดีว่าบุคคลที่จะจัดการกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนาได้นั้นคือโม่ฝานแน่นอน รางวัลใหญ่จะไปตกอยู่ที่โม่ฝานแต่เพียงผู้เดียว ถ้าหากใครๆมองเข้ามาในสถานการณ์เช่นนี้ เขาจะต้องรู้ได้ทันทีว่าผู้คนที่โด่งดังในคราวนี้คือโม่ฝาน!
ส่วนจ้าวหม่ายันจะได้รับรางวัลเพียงผู้ที่ติดตามช่วยเหลือเขาเท่านั้น ซึ่งมันไร้ประโยชน์สำหรับเขาโดยสิ้นเชิง เขาจะต้องกลายเป็นพระเอกของภารกิจในครั้งนี้!
“แม้ว่าเราจะเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน…”
“จงบอกราคาของนายมา!” จ้าวหม่าหยันยื่นข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา!
••••••••••••••••••••