จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 189
บทที่ 189: อสูรกายเกล็ดหนา
ที่ด้านนอกของโรงยิม ชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินขนาดใหญ่ สายตาของเขาจับจ้องไปที่โรงยิมตรงหน้าด้วยแววตาที่ขึงขังและจริงจัง
“ฉันเคยเจอกับพวกมันมาแล้ว ปีศาจพวกนี้มีชื่อว่าอสูรกายเกล็ดหนา ถ้าพูดกันแบบทั่วๆไปก็คืออสูรเหล่านี้ไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อผ่านเลือดได้ ฉันคิดว่าสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้คือสิ่งที่แตกต่างออกไป พวกมันได้กลายพันธุ์เป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์กล่าวกับชายที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยความสุภาพ
“ขณะนี้มนุษย์ได้ทำการทดลองและค้นคว้ายาและวัคซีนมากมาย แม้แต่การจับอสูรเวทมาทดลองพวกเขาก็ทำกันมาแล้ว การกลายพันธุ์อะไรนี่คงไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่อะไรนัก แต่สิ่งที่ฉันรู้สึกทนไม่ได้ก็คือเชื้อโรคเหล่านี้กำลังแพร่กระจายอยู่ในสถาบันเมิงจู่! นี่คือสถาบันชั้นนำของประเทศและเต็มไปด้วยนักเรียนใหม่ซึ่งอยู่ในระดับปฐมภูมิเท่านั้น! พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่ไม่สามารถปกป้องตนเองจากอสูรเวทเหล่านี้ได้!!!” ชายคนข้างๆกล่าวออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธาอย่างถึงที่สุด
สำหรับสมาคมนักล่าแล้ว พวกเขานั้นไม่แปลกใจอะไรเลยกับการที่จะมีอสูรเวทโผล่ไปมาในนครเซี่ยงไฮ้ที่กว้างใหญ่แห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตามการที่มันปรากฏตัวในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเช่นสถาบันเมิงจู่นั้นเป็นการหยามเกียรติของนักเวททุกคนอย่างแท้จริง!
ทำไมทางสถาบันจึงไม่หยุดเหล่าปีศาจร้ายเหล่านี้ด้วยตนเอง? ทำไมพวกเขาจึงได้รับรายงานเมื่อเหตุการณ์ได้อยู่ในขั้นวิกฤตแล้ว? ทำไมกลุ่มคนจากสมาคมนักล่าถึงได้นั่งกินอาหารกันอย่างหน้าตาเฉย? ในท้ายที่สุดพวกเขาได้รับรายงานมหันตภัยในครั้งนี้จากหน่วยล่าฉิงเทียน ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นพบเจอเหตุการณ์นี้หลังจากทำภารกิจ!!!
ถ้าหากเรื่องราวทั้งหมดนี้ชักช้าไปอีกสักหนึ่งหรือสองอาทิตย์ สถาบันเมิงจู่แห่งนี้จะกลายเป็นรังของปีศาจ!
“ใช่ พวกเราประมาทไปหน่อย…” กลุ่มนักเวทจากสมาคมนักล่าเผยสีหน้าที่อึดอัดใจออกมาเล็กน้อย
พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนจากสมาคมนักล่า ซึ่งสถาบันเมิงจู่นั้นอยู่ในขอบเขตการดูแลของพวกเขา ถ้าหากว่าสถานที่แห่งนี้เกิดเรื่องราวใดๆไม่คาดฝัน พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่จะเป็นกลุ่มแรกที่จะต้องวิ่งเข้ามาเพื่อจัดการ!
“ในตอนนี้เรายังไม่สามารถนับจำนวนของอสูรกายเกล็ดหนานี้ได้ นอกจากนี้ข้อมูลเราที่ได้รับนั้นคือถ้าอสูรกายเกล็ดหนานี้รู้ว่าตนเองจะตาย พวกมันจะฆ่าตัวตายทันที แต่การฆ่าตัวตายของพวกมันนั้นคือการถ่ายโอนพลังของตนเองไปสู่ราชินีอสูรกายเกล็ดหนา นอกจากนี้เมื่อมันตายตกไปแล้ว มันจะค้นหาร่างใหม่เพื่อสิงสู่ต่อไปอีกครั้ง นั่นเท่ากับว่ามันไม่เคยตาย!” ชายสวมแจ็กเก็ตกล่าวสิ่งที่ตนรู้มาเพื่อแจ้งให้ทีมรับรู้โดยทั่วกัน
“ถ้าเช่นนั้นเราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยงั้นเหรอว่าศัตรูคือใคร?” หนุ่มร่างใหญ่ถามออกมาอย่างขอความชัดเจน
“ใช่ ในตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือห้ามให้ราชินีอสูรกายเกล็ดหนารู้เด็ดขาดว่าเรากำลังจัดการกับตัวเล็กตัวน้อยของมันอยู่ ถ้าหากมันรู้มันจะฆ่าทุกคนที่ติดเชื้อปรสิตนี้ทิ้งทันที!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้ว ผู้นำทีมของสมาคมนักล่าเหลียงยู่เจียได้แต่ขมวดคิ้วแน่นอย่างเคร่งเครียด
อีกด้านหนึ่งคือใบหน้าของอธิการบดีเซียวผู้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของเขาตึงจากความกดดันที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่อย่างมาก
มีนักเรียนอยู่ในโรงยิมประมานหกถึงเจ็ดพันคน ในจำนวนเหล่านี้มีประมานหนึ่งพันคนที่กำลังใช้ห้องฟิสเนตและอีกจำนวนมากที่กระจายกันอยู่ในสนามกีฬาต่างๆ บางส่วนกำลังชมการแสดงคอนเสิร์ตจากไอดอลที่พวกเขาชื่นชอบ แล้วจะรู้ได้อย่างไรกันว่ามีกี่คนที่ติดเชื้อปรสิตเหล่านี้? ก็คงจะมีแต่พระเจ้าเท่านั้น!
ถ้าหากว่าทีมต่างๆบุกเข้าไปทะลวงปีศาจปรสิตในตอนนี้ ตัวแม่ของมันจะสั่งให้ปรสิตทุกตัวฆ่าตัวตายทันที เช่นนี้ก็จะเท่ากับการสังหารหมู่ภายในสถาบันซึ่งมันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากจะให้เกิดขึ้นมาที่สุด สถานการณ์ในตอนนี้เป็นสิ่งที่รองคณบดีลี่ไม่สามารถจะตัดสินใจบุ่มบ่ามได้ ซึ่งหัวหน้าทีมจากสมาคมนักล่าก็ตกอยู่ในสถาวะเดียวกัน!
“พวกเราสามารถทำได้เพียงยืนดูอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ?”
“เราจำเป็นจะต้องจัดการกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนา ถ้าหากว่าราชินีตาย เหล่าพลทหารของมันก็ย่อมต้องตายตามไปด้วยแน่นอน!” ชายหนุ่มที่สวมแจ็กเก็ตกล่าวออกมา
“ราชินีอสูรกายเกล็ดหนานั้นแข็งแกร่งแค่ไหนงั้นเหรอ?”
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยหารือเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ สาวน้อยคนหนึ่งกำลังเดินมาพร้อมกับแล็ปท็อปในมือของเธอ
“เฮ้ สาวน้อยรีบกลับบ้านไปซะ! นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะออกมาเดินเล่น!” ผู้นำสาขาธาตุดินโจวเจียงฮวาร้องเตือนทันที
หลิงหลิงไม่แม้แต่จะหันไปมองเขาสักหน่อย เธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มสวมแจ็กเก็ตอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ หลิงหลิง มานี่ๆ!” ชายหนุ่มสวมแจ็กเก็ตเผยรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าราวกับว่ากำลังได้พบกับน้องสาวตนเอง
“ให้ตายเถอะรู้ใช่ไหมว่าข้างในมีปีศาจอยู่ พวกคุณสั่งปิดสถานที่แห่งนี้โดยเร่งด่วนเช่นนี้คิดว่าจะไม่ส่งผลกระทบใดๆใช่ไหม นี่เป็นการกะโตกกะตากมากไปรึเปล่า?” หลิงหลิงกล่าวออกมาอย่างไร้อารมณ์
“ไม่ต้องกังวลหรอก ฉันได้ข้อมูลจากพี่สาวของเธอหมดแล้ว พวกเราดำเนินการทุกอย่างโดยรอบคอบ! เธอเห็นผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ตรงนั้นไหม? ถ้าหากว่าราชินีอสูรกายเกล็ดหนาโผล่ออกมา พวกเราทั้งหมดจะบุกเข้าไปทันที อีกอย่างอสูรเวทระดับต่ำเช่นนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของฉันหรือผู้บังคับบัญชาฉีหมิงแม้แต่น้อย เฮอะ!” ชายหนุ่มกล่าวกับเธออย่างสบายๆ
“สาวน้อยเธอมีความคิดอะไรดีๆไหมล่ะ?” ผู้บัญชาการฉีหมิงโพลงถามออกมา
หลิงหลิงแห่งหน่วยล่าฉิงเทียนนั้นเป็นอัจฉริยะ ซึ่งแน่นอนว่าเชื่อเสียงของเธอโด่งดังอย่างมากในสมาคมนักล่า ผู้บังคับบัญชาฉีหมิงนั้นยินดีที่จะฟังกลยุทธ์ของเธอเสมอ
“ถ้าหากว่าฉันลำดับสถานการณ์ไม่ผิด ฉันและคู่หูของฉันได้ต่อสู้กับราชินีและราชาอสูรเกล็ดหนาแล้ว ซึ่งราชานั้นถูกฆ่าตายส่วนราชินีคงจะหลบอยู่ในโรงยิมแห่งนี้ นอกจากนี้มันยังสามารถดึงเอาอาหารจากเกล็ดของตนเองเพื่อวิวัฒนาการได้อีกด้วย” หลิงหลิงกล่าวออกมาพร้อมกับเปิดแล็ปท็อปเพื่ออธิบายให้กับบุคคลระดับสูงเหล่านี้ฟังอย่างตั้งใจ
ทุกคนที่ยืนล้อมรอบเธออยู่นั้นจับจ้องบนแผนที่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ พวกเขาเห็นถึงจุดสีแดงมากมายที่อยู่ในโรงยิมแห่งนี้ นอกจากนี้สิ่งเหล่านี้กำลังปะปนไปกับมนุษย์ปกติอีกด้วย แม้ว่าพวกเขาจะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปด้านในก็คงจะไร้ประโยชน์ เพราะทั้งหมดไม่อาจรู้ได้เลยว่าใครคือผู้ติดเชื้อปรสิต
“ดูจากจุดสีแดง พวกเขาเคลื่อนไหวกันอย่างอิสระ พวกเขานั้นวิ่งไปมาในทุกหนแห่ง แต่อย่างไรก็ตามฉันสังเกตได้ว่ามันมักจะมีสถานที่แห่งหนึ่งที่พวกมันจะเข้าออกอยู่เสมอ…” หลิงหลิงใช้นิ้วก้อยของเธอชี้ไปที่ตำแหน่งตรงนั้นอย่างแม่นยำ
“มันคือ?”
“มันคือห้องควบคุมจอเอฟเฟ็คขนาดใหญ่อัตโนมัติ” โจวเจียงฮวากล่าวออกมาให้ทุกคนทราบทันที
“ซึ่งห้องนี้จะไม่ค่อยได้ใช้งานมานัก มันตั้งอยู่โล่งๆและมีตาข่ายล้อมรอบเอาไว้ ถ้าหากจะมีการใช้งานก็คืองานที่จำเป็นจะต้องใช้ความอลังการเช่นมีอะไรตกมาจากฟ้าทำนองนั้น… อืม… เอะ! จริงด้วย ไอดอลต้องการจะใช้เอฟเฟคนี้เพื่อการแสดงโชว์ของพวกเขา!!” ลี่แจ้งทุกคนทันทีเมื่อเขานึกออก
“แท่นนี้ควรจะมีประตูเพื่อเชื่อมต่อกับประตูที่ชั้นสาม ซึ่งประตูนั้นจะเชื่อมต่อกับห้องแต่งตัวของเหล่าไอดอลพวกนั้น รวมไปถึงห้องรับรองและห้องพักผ่อน หลังจากที่พวกเขาจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งหมดจะมารวมตัวกันที่ทางเดินแคบและมุ่งไปสู่ระบบนั้น”
“หลิงหลิง… เธอกำลังจะบอกว่าราชินีอสูรกายเกล็ดหนาซ่อนตัวอยู่ที่เวทียักษ์ตรงนั้นพร้อมกับกำลังมองสถานการณ์ทั้งหมดจากที่สูงงั้นเหรอ?” ชายสวมแจ็กเก็ตกล่าวขึ้นมา
“ใช่ นั่นเป็นเพราะว่าเหล่าปรสิตตัวน้อยพวกนั้นจำเป็นจะต้องนำอาหารไปส่งให้กับราชินีของพวกมัน ฉันคิดว่ามันจะต้องซ่อนตัวอยู่ในนั้นแน่นอน”
“เรื่องนี้ไม่สามารถล่าช้าได้อีกต่อไป พวกเราทั้งหมดควรจะส่งคนเพื่อไปจัดการกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนานี้ทันที!”
“ไม่ได้ ในตอนนี้ราชินีอสูรอาจจะกำลังตกใจที่พวกเราปิดกั้นประตูทางออกทั้งหมด แน่นอนว่ามันย่อมมีสมองและความฉลาด! นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมันจึงขึ้นไปอยู่บนที่สูงเพื่อควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด ถ้าหาพวกเราเร่งร้อนที่จะเข้าไปด้านใน แน่นอนว่ามันจะสามารถค้นพบเราได้โดยง่ายดาย!”
“แล้วพวกเราควรทำอย่างไร? เราไม่สามานั่งรออยู่ตรงนี้เฉยๆได้!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังปวดหัวกับสถานการณ์ที่ได้พบเจอนั้น…
ความแข็งแกร่งของราชินีอสูรเกล็ดหนานั้นไม่ใช่สิ่งที่นักเวทเหล่านี้เกรงกลัวแม้แต่น้อย มันไม่อาจเทียบกับพวกเขาได้แม้แต่ฝุ่น แต่ปัญหาก็คือศัตรูจับเด็กจำนวนมากไว้เป็นตัวประกัน ถ้าหากว่าเพียงมันตกใจเล็กน้อย มันจะสังหารพวกเขาทิ้งในทันที นี่คือภารกิจที่เต็มไปด้วยความตายของเด็กๆเป็นเดิมพัน!
“หลิงหลิง เมื่อครู่เธอบอกว่าคู่หูของเธอสังหารราชาอสูรกายเกล็ดหนาไปใช่ไหม? ถ้าเป็นอย่างนั้นตอนนี้คู่หูของเธออยู่ในโรงยิมใช่ไหม?” ชายสวมแจ็กเก็ตถามออกมาอย่างรวดเร็ว
“ใช่ เขาเป็นนักเรียนของสถาบันแห่งนี้ เขาเป็นคนแรกที่เริ่มภารกิจช่วยเหลือผู้คน!”
“คู่หูของเธอนั้นควรจะแข็งแกร่งสักหน่อย ถ้าหากว่าเป็นคู่หูของเธอได้ ย่อมไม่ธรรมดา ทำไมเธอจึงไม่บอกให้เขาจัดการกับราชินีอสูรกายเกล็ดหนาล่ะ?” ชายคนนั้นถามต่อพร้อมรอยยิ้ม
หลิงหลิงหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้สักครู่หนึ่ง
แน่นอนว่านี่คือการแก้สถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะนักเวทผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกไม่สามารถเข้าไปด้านในได้!
••••••••••••••••••••