จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 188
บทที่ 188: ปิดกั้นพื้นที่!
“ฉันจะป้องกันนายเอง นายก็เพียงแค่ใช้สายฟ้าของนายเตะก้นพวกมันซะก็เท่านั้น!” จ้าวหม่าหยันกล่าวออกมา นักเวทระดับมัชฌิมไม่ควรจะเกรงกลัวอสูรเวทตัวเล็กๆเหล่านี้ไม่ใช่เหรอ?
“ไม่ได้ พลังของอสนีพิโรธนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป มันจะทำลายร่างกายด้านในจนหมดสิ้น ฉันไม่อยากจะกลายเป็นฆาตรกร!” โม่ฝานอธิบาย
“ตอนนั้นดูเหมือนว่ามันกระแทกเข้ากับโล่ห์ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นผิวหนังของมันแตกออกจากกันราวกับว่าพวกมันนั้นเกรงกลัวนักเวทธาตุแสงน่ะ” หญิงสาวใบหน้ารูปไข่กล่าวขึ้นมา
โม่ฝานหันหน้าไปจ้องมองเธออย่างไม่เข้าใจ
จ้าวหม่าหยันรีบกล่าวแทรกด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะแนะนำเธอให้นายรู้จัก คือว่าเธอน่ะเป็นแฟนขอ…..”
“ฉันเคยเจอเธอแล้ว!” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างอารมณ์เสีย
ตั้งแต่เปิดภาคเรียนมา จ้าวหม่าหยันนั้นพาหญิงสาวกลับมาที่พอพักด้วยหลายครั้ง อีกทั้งยังมีการพาออกมาเพื่อกินข้าวอีกสองครั้ง แต่โม่ฝานนั้นจำไม่ได้ว่าเธอชื่ออะไรเท่านั้นเอง
“เอะ? นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน… ไม่ใช่เหรอ?” หญิงสาวมองมาที่โม่ฝานอย่างประหลาดใจ
“แค่กๆ เอาล่ะเรามาจัดการกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเราดีกว่า เจ้าพวกปีศาจปรสิตทั้งหกตัวนั้นกำลังรอเรา…” จ้าวหม่าหยันรีบเปลี่ยนประเด็นในทันที
น่าเสียดายที่ก่อนเขาจะได้กล่าวจบ กรงเล็บยาวได้แหกประตูเข้ามาด้านในอย่างอุกอาจ
พวกมันแหกประตูเข้ามาโดยที่ไม่มีใครได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย ทั้งสามคนที่กำลังพูดคุยเกี่ยวกับการจัดการปีศาจพวกนี้ได้หยุดชะงักและกระโดดถอยหลังทันที
สีหน้าของทุกคนบิดเบี้ยวทันที
โม่ฝานตั้งสติอย่างรวดเร็วพร้อมกับร่ายเวทสายฟ้าทันที ในพริบตาอสนีบาตออกมาปกคลุมทั่วร่างกายของเขาพร้อมวิ่งพล่านไปมารอบๆราวกับอสรพิษ
ส่วนจ้าวหม่าหยันนั้นรีบคว้าร่างของแฟนสาวมาหลบที่ด้านหลัง ลำแสงสีทองปรากฏขึ้นตรงปลายนิ้วของเขาอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
ใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองเข้าสู่โหมดตึงเครียดโดยสมบูรณ์ ไม่มีใครหัวเราะอีกแล้ว!
“ลำแสงพิสุทธิ์”
จ้าวหม่าหยันยิงลำแสงออกไปตรงๆ เป้าหมายของเขาคือปากของปีศาจปรสิต การเคลื่อนที่ของมันค่อนข้างที่จะเชื่องช้าสักเล็กหน่อยแต่ความแม่นยำของมันนั้นไม่อาจดูถูกได้เลย มันพุ่งตรงเข้าไปในปากของปีศาจโดยสมบูรณ์
ปีศาจปรสิตกลืนลำแสงนั้นลงไปโดยที่ไม่รู้ว่าตนเองกลืนอะไร! ฉับพลันจ้าวหม่ายันดีดนิ้ว ป๊อก! ท้องของมันป่องขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ลำแสงสีทองเปล่งประกายออกมาจากทุกรูขุมขนของมัน
มือของมันกำลังกุมท้องของตนเองไว้อย่างเจ็บปวด ลำแสงพิสุทธิ์นั้นแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่มันจะยิ่งทรงพลังมากขึ้นถ้าหากว่าเข้าสู่ร่างกายของอสูรเวทโดยตรง เช่นนี้ราวกับว่ามันกำลังชำระล้างโลหิตของหญิงสาวคนนี้ให้กลับมาบริสุทธิ์เช่นเดิมได้!
ปีศาจเกล็ดเขียวนี้กำลังดิ้นอย่างเจ็บปวดทรมาน มันพยายามใช้กรงเล็บของตนเองเพื่อฉีกผิวหนังที่เต็มไปด้วยเกล็ดออกจากกัน ดูเหมือนว่าหญิงสาวกำลังพยายามที่จะกลับคืนสู่ร่างเดิม เธอกำลังพยายามทวงร่างกายของตนเองคืนจากอสูรร้าย!
สายฟ้าที่โม่ฝานกำลังถือไว้นั้นยังคงลอยอยู่ในอากาศอย่างอิสระ เขายังไม่ได้ขว้างมันออกไปแต่อย่างใด
โม่ฝานนั้นจำเป็นจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อจัดการกับปีศาจสักหนึ่งตัว แต่ทว่าจ้าวหม่าหยันกลับใช้เพียงเวทมนตร์ระดับปฐมภูมิง่อยๆก็สามารถล้มมันลงได้อย่างง่ายดาย!
ลำแสงพิสุทธิ์คือเวทมนตร์ระดับปฐมภูมิของธาตุแสง… ระดับที่หนึ่ง!!!
“ปีศาจปรสิตนี้ดูเหมือนว่ามันจะเกรงกลัวเวทมนตร์แสงอย่างมาก ฝานโม่ดูเหมือนว่านายจะได้เจอกับคู่หูที่ยอดเยี่ยมนะ โอ้ไม่สิ! ฉันควรจะเรียกนายว่าโม่ฝานสินะ
“อืม!” โม่ฝานพยักหน้ารับ
อสนีบาตเกรี้ยวกราดราวกับอสรพิษนั้นถูกขว้างออกไปที่ปีศาจปรสิตตรงหน้าทันที โม่ฝานตระหนักได้ว่าแม้ว่าลำแสงพิสุทธิ์จะมีความสามารถในการจัดการกับสิ่งเหล่านี้ แต่ทว่ามันก็ยังไม่อาจกำจัดพวกมันทั้งหกตัวได้หมดในคราวเดียว!
“ระวัง!” หญิงสาวใบหน้ารูปไข่ตะโกนออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือก ในขณะนี้มีปีศาจตนนึงกำลังพุ่งออกมา เป้าหมายคือชายหนุ่มทั้งสองอย่างแน่นอน
ความเร็วของมันค่อนข้างสูงมาก โม่ฝานและจ้าวหม่าหยันไม่อาจหยุดพวกมันทั้งหมดสี่ตัวในคราวเดียวได้ อย่างไรก็ตามพวกมันทั้งหมดราวกับรู้ว่านี่คือจุดอ่อน พวกมันพุ่งเข้ามาพร้อมกันเป็นกำแพงแนวขวาง!
โม่ฝานถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ในขณะที่เขากำลังคิดว่าจะหนี ฉับพลันคำพูดของอธิการบดีเซียวดังก้องขึ้นมาในหูของเขา… บูทโลหิตนั้นสามารถดึงพลังของอสูรเวทออกมาใช้ได้ พลังเตะของมันนั้นแข็งแกร่งจนสามารถทำลายภูเขาลูกเล็กๆลงได้อย่างง่ายดาย!
เพียงแค่ความคิด พลังมากมายไหลหลากสู่ท่อนขาของเขาโดยฉับพลัน กล้ามเนื้อขาทั้งหมดตึงและขยายใหญ่ขึ้นอย่างทรงพลัง
เขาเฝ้ารอจังหวะที่เหมาะสม… จากนั้นจึงกระโดดขึ้นไปพร้อมกับเหวี่ยงขาออกไปอย่างรุนแรง
ออร่าสีแดงพุ่งออกมาเป็นเส้นยาวในขณะที่โม่ฝานกำลังวาดวงขา ส้นเท้าของเขาทุบลงที่ศีรษะของปีศาจร้ายอย่างแม่นยำ!
ปัง!!!!!!!!
แคร๊ก!
เสียงการกระแทกอย่างแรงตามมาด้วยเสียงกระดูกแตกหัก….
ใบหน้าของปีศาจเกล็ดเขียวบิดเบี้ยวด้วยความปวดร้าวทันที ร่างกายของมันกระเด็นไปสู่ผนังห้องอีกฝั่งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“แช่แข็ง!”
โม่ฝานภาคภูมิใจกับลูกเตะของตนเองเมื่อครู่อย่างปิติยินดี ในขณะเดียวกันหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เริ่มที่จะร่ายเวทมนตร์บ้าง
หิมะร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าอย่างรวดเร็ว มันทั้งหมดกำลังจะปกคลุมพื้นที่เพื่อยึดครอง
พื้นทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็งรวมไปถึงผนังของห้องโถงแห่งนี้ด้วย ทุกพื้นที่กลายเป็นน้ำแข็งโดยสมบูรณ์
แม้ว่าพลังนี้จะดูไม่ค่อยโดดเด่นมากนัก แต่ทว่าการเคลื่อนไหวของปีศาจปรสิตทั้งหมดนั้นเชื่องช้าลงอย่างมาก
ในคราวแรกกรงเล็บของพวกมันนั้นอนุญาตให้เดินอย่างรวดเร็วบนพื้นและสามารถไต่กำแพงผนังได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ทว่าเมื่อทั้งหมดนี้กลายเป็นน้ำแข็ง แม้แต่กรงเล็บหนาเตอะและแหลมคมเหล่านี้ก็ไม่อาจจะยึดเหนี่ยวพื้นเอาไว้ได้เลย ปีศาจตัวหนึ่งหล่นลงมาจากผนังในทันทีหลังจากที่โดนสายฟ้าของโม่ฝานเข้าไป
เวทมนตร์ระดับปฐมภูมินั้นไม่อาจสังหารปีศาจเหล่านี้ได้ยกเว้นธาตุแสงของจ้าวหม่าหยัน!
ตราบใดที่พวกมันได้สัมผัสกับลำแสงพิสุทธิ์แล้ว ทั้งหมดล้วนแต่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดอย่างทุกข์ทรมานและไม่อาจต้านทานได้
ความเร็วในการร่ายเวทของจ้าวหม่าหยันค่อนข้างที่จะรวดเร็วอย่างมาก ลำแสงพิสุทธิ์ลูกที่สองถูกปล่อยออกไปแล้ว มันได้จัดการกับปีศาจเกล็ดเขียวเพิ่มอีกหนึ่งตัว
เมื่อพวกเขาสามคนร่วมมือกัน ปีศาจหกตัวก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป
หลังจากนั้นโม่ฝานเห็นแสงสีทองเรืองรองเป็นเกราะให้กับจ้าวหม่าหยัน ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวพร้อมกับโพลงออกมาทันที
“เฮ้ นายเป็นนักเวทระดับมัชฌิมหนิ! ทำไมไม่ทำอะไรสักอย่างในการประลองเวทมนตร์กับอสูรเวทล่ะ?”
โล่ห์ศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นเวทมนตร์ระดับมัชฌิม โม่ฝานนั้นรู้สึกได้ว่าเพื่อนร่วมห้องของเขานั้นตั้งใจปกปิดความแข็งแกร่งของตนเองเอาไว้และในตอนนี้เขาได้เห็นแล้วว่าจ้าวหม่าหยันสามารถร่ายเวทระดับมัชฌิมได้ ในที่สุดข้อสงสัยทั้งหมดของโม่ฝานก็คลี่คลายสักที!
“ฉันเป็นนักเวทระดับกลางแล้วมันยังไงล่ะ? เราได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งพวกนี้งั้นเหรอ? นอกจากนั้นทำไมฉันจะต้องวิ่งขึ้นไปเป็นกระสอบทรายให้ลูกพี่ด้วยล่ะ เหอะ?” จ้าวหม่าหยันตอบกลับอย่างไร้อารมณ์
โม่ฝานคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน นักเวทระดับมัชฌิมนั้นมีความสำคัญกับทีมอย่างมาก ถ้าหากว่าเขาขึ้นมาต่อสู้กันล่ะก็… จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกลายเป็นกระสอบทราย!
สายตาของทั้งหมดกลับมาจับจ้องที่ปีศาจปรสิตตรงหน้าอีกครั้ง พวกมันทั้งหมดกำลังลอกคราบออกจากร่างกายของมนุษย์
แม้ว่าชุดของนักบาสหญิงเหล่านี้ยังไม่ได้หายไป แต่สุดท้ายแล้วทั้งร่างกายของพวกเธอล้วนแต่เต็มไปด้วยเมือกขาวใส ซึ่งมันเป็นภาพที่ดูแย่มากอยู่ดี
“บัดซบ ไอ้พวกบ้านี่มันเป็นปีศาจประเภทไหนกัน? ทำไมมันถึงได้เปลี่ยนหญิงสาวที่สวยงามให้มีสภาพเช่นนี้ได้?” จ้าวหม่าหยันอดไม่ได้ที่จะสาปแช่ง
“มันเป็นปีศาจประเภทปรสิตน่ะ ซึ่งมีคนจำนวนมากภายในโรงยิมติดเชื้อเหล่านี้ไป”
“สถาบันรู้เรื่องหรือยัง?”
“ฉันติดต่อพวกเขาไปแล้ว ในตอนนี้พวกเขาควรจะทำอะไรสักอย่าง… อ่า พวกนายได้ยินอะไรไหม?” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“ฉันได้ยิน ดูเหมือนกับว่ามันเป็นเสียงของประตูอัตโนมัติ…”
ขณะที่โม่ฝานกำลังจะตรวจสอบที่มาของเสียงเหล่านั้น เสียงของหลิงหลิงดังขึ้นมาในหูของเขาอย่างแจ่มชัด
“โม่ฝาน! ทางออกทุกแห่งของโรงยิมแห่งนี้ได้ถูกปิดจนหมดแล้ว”
“อะไรนะ? ปิดงั้นเหรอ!!!” โม่ฝานกลายเป็นมึนงงทันที
“ทางสถาบันและสมาคมนักล่าได้ตัดสินใจเรื่องนี้แล้ว พวกเขาไม่ต้องการให้ผู้ติดเชื้อออกมาด้านนอกเพื่อสร้างปัญหาอะไรอีก ในตอนนี้จึงจำเป็นจะต้องปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมดนี้ไว้ก่อน!” หลิงหลิงกล่าวอย่างชัดเจน
••••••••••••••••••••