จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 187
บทที่ 187: เพื่อนร่วมห้องธาตุแสง!
ทว่าปีศาจปรสิตเหล่านี้ราวกับว่าพวกมันไม่รู้จักความกลัวใดๆ หลังจากได้เห็นหมัดเพลิงที่ร้ายกาจของโม่ฝานแล้ว พวกมันควรจะวิ่งไปพร้อมกับหางของตนเอง!
แต่กับปีศาจปรสิตทั้งหกตัวที่เหลือนั้นราวกับว่าไม่รู้จักกลัวความตาย พวกมันเห็นว่าโม่ฝานกำลังพักหลังจากร่ายเวทขนาดใหญ่ออกมา ทั้งหมดรีบกรูกันผ่านทางเดินที่ถูกเผาไหม้ไปเมื่อครู่อย่างบ้าคลั่ง
แล้วขณะนี้โม่ฝานจะมีเรี่ยวแรงที่จะหยิ่งผยองต่ออสูรเวทเหล่านี้ได้อย่างไรกัน? หลังจากที่เขาเห็นว่าพวกมันกำลังวิ่งเข้าใส่ โม่ฝานออกวิ่งอีกครั้งทันที
บูทโลหิตนั้นเริ่มทำงานอีกครั้งหลังจากเขาออกวิ่ง ความเร็วของโม่ฝานนั้นรวดเร็วกว่าปีศาจปรสิตหลายเท่า เช่นนี้เพียงไม่นานระยะของเขาทิ้งห่างกับพวกมันโดยสมบูรณ์
——
ที่ชั้นสองของโรงยิม แผนที่ของชั้นนี้นั้นแตกต่างจากชั้นอื่นๆ มีเด็กหนุ่มผมทองกำลังค่อยๆผลักหญิงสาวคนหนึ่งเข้ากับผนัง…
ใบหน้าของหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นมาอย่างเอียงอาย ดูเหมือนว่าเธอจะควบคุมความต้องการของตนเองไม่ได้จนเผลอครางออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
“ถ้าหากมีคนมาที่นี่… พวกเราจะ…” หญิงสาวพยายามกระซิบต่อชายหนุ่มตรงหน้าผู้ซึ่งกำลังกดทับเธออยู่
“พวกเขาไม่มาที่นี่กันหรอก ทั้งหมดกำลังสนุกกับการเล่นอยู่ด้านล่าง เรารีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จกันดีกว่า…” หนุ่มผมบลอนด์ยิ้มตอบ
ชายหนุ่มกำลังซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอของหญิงสาวอย่างอ้อยอิ่ง เขากำลังคืบคลานลงไปในส่วนลึกของลำคออย่างเชี่ยวชาญ
หญิงสาวผู้ซึ่งกำลังเปี่ยมไปด้วยความต้องการคว้าเส้นผมของหนุ่มผมบลอนด์เอาไว้อย่างมั่นเหมาะ ริมฝีปากที่ฉ่ำบางพร้อมด้วยดวงตาสีเข้มทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเร้าอารมณ์มากยิ่งขึ้นไปอีก ฉับพลันในขณะที่เธอกำลังจะจัดการกับยกทรงของตนเองเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางแห่งสวรรค์ ปีศาจปรสิตเกล็ดเขียวค่อยๆคืบคลานออกมาจากหน้าต่าง…
“น่ะ-นั่น มันสัตว์ประหลาด!” หญิงสาวใบหน้ารูปไข่เปล่งเสียงออกมาพร้อมกับใบหน้าขาวโพลน
หนุ่มผมบลอนด์เผยยิ้มออกมาอย่างหยอกเย้าพร้อมกล่าวว่า “อ่า ใช่แล้ว ฉันนี่แหละสัตว์ประหลาดที่กำลังจะกินเธอ…”
หลังจากที่เขาพูดจบ ริมฝีปากของเขากดลงไปบนปากของเธออีกครั้งอย่างเร้าอารมณ์
ดวงตาของหญิงสาวเบิกโพลงออกมาอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าปีศาจปรสิตเกล็ดเขียวกำลังไต่เพดานเข้ามาใกล้พวกเขาทั้งสอง!
ซิ๊ซซซซซซ~ ฉับพลันปีศาจเกล็ดเขียวพุ่งทะยานออกมาหาพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับขากรรไกรที่อ้ากว้างเผยให้เห็นฟันแหลมคมด้านในครบทุกซี่ เป้าหมายของมันคือลำคอ!
“โล่ห์ศักดิ์สิทธิ์!”
ทันใดนั้นเองหนุ่มผมบลอนด์หันหลังกลับมาพร้อมกับยืนประจันหน้ากับปีศาจเกล็ดเขียว เขาร่ายเวทของตนในทันที ร่างกายของเขาถูกลำแสงสีทองครอบไว้อย่างหมดจด!
ลำแสงสีทองเปล่งประกายออกมาคุ้มครองทั้งสองเอาไว้อย่างรวดเร็ว โล่ห์ขนาดใหญ่ปกป้องทั้งสองคนเอาไว้อย่างแน่นหนา
หัวของปีศาจปรสิตกระแทกเข้ากับโล่ห์นี้อย่างรุนแรง มันกระเด็นออกไปไกลพร้อมล้มลงกับพื้นด้วยความมึนงง
เหมือนกับว่าโล่ห์ศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถเผาไหม้ปีศาจร้ายได้ด้วย เมื่อปีศาจเกล็ดเขียวได้สัมผัสกับโล่ห์นี้ ผิวหนังของมันไหม้เกรียม เสียงกรีดร้องดังออกมาราวกับแวมไพร์ที่ถูกสาดด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์อย่างไรอย่างนั้น!
“แกกล้ามากที่มาทำลายความสุขของบิดาคนนี้!” หนุ่มผมบลอนด์กล่าวออกมาพร้อมกับส่งสายตาเย็นชาไปที่ปีศาจเกล็ดเขียวผู้ซึ่งกำลังนอนดิ้นอย่างเจ็บปวดอยู่บนพื้น
พลังทำลายของโล่ห์ศักดิ์สิทธิ์นั้นราวกับว่าได้ชำระล้างสิ่งชั่วร้ายออกไป มันไม่เหมือนกับการเผาไหม้จากเปลวไฟของโม่ฝาน มันเป็นการชำระล้างปีศาจ!
ปีศาจเกล็ดเขียวนั้นไม่ได้ถูกเวทมนตร์ทำร้ายแต่อย่างใด แต่ในขณะที่มันสัมผัสกับโล่ห์ศักดิ์สิทธิ์นั้นราวกับว่าพลังที่ชั่วร้ายของมันได้ถูกกำจัดออกไป
ใบหน้าของปีศาจค่อยๆถูกลบออกไปอย่างช้าๆ การชำระล้างค่อยๆลุกลามไปทั่วร่างกาย มันกำลังขจัดพลังของปีศาจให้หายไปจากร่างกายของเธออย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุดปีศาจปรสิตไม่อาจอดทนต่อความเจ็บปวดได้ มันฉีกร่างกายของตนเองออกจากร่างที่ครอบครองอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงผิวหนังขาวบางของมนุษย์เท่านั้น
“อย่าฆ่าเธอ… ดูเหมือนว่าเธอจะถูกครอบงำ!” หนุ่มผมบลอนด์กำลังจะสังหารเธอในขั้นต่อไป แต่หญิงสาวข้างกายของเธอได้หยุดมือของเขาไว้อย่างรวดเร็ว
“อืม ก็อาจจะเป็นไปได้ ฉันได้ยินเรื่องราวเหล่านี้เมื่อสองสามวันก่อนเช่นกัน ใช่เรื่องเดียวกันรึเปล่านะ?” หนุ่มผมบลอนด์กล่าวขึ้นมาอย่างสงสัย
“ใช่ ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน… ดูสิ นั่น! เธอเป็นผู้หญิง!” หญิงสาวใบหน้ารูปไข่อุทานออกมา
หลังจากที่ผิวหนังของปีศาจเกล็ดเขียวได้หลุดลอกออกมาจนหมดสิ้นแล้ว มันเหลือไว้เพียงร่างกายของหญิงสาวที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเมือกใส
หญิงสาวที่นอนขดอยู่ตรงนั้นราวกับเริ่มจะมีสติขึ้นมา เธอรีบลุกขึ้นจากพื้นที่ตรงนั้นพร้อมด้วยร่างกายที่อ่อนแออย่างมาก เธอหยิบเสื้อผ้าที่ฉีกขาดก่อนหน้านี้มาห่อหุ้มร่างกายของตนเองไว้อย่างลนลาน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จากนั้นเธอนั่งขดอยู่ตรงนั้นด้วยความอ่อนแรงราวกับวิญญาณของเธอหลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว
“ฉันจะโทรเรียกเพื่อนร่วมห้องของฉันให้มาช่วยเหลือ เราควรจะส่งเธอไปที่โรงพยาบาลก่อนและจากนั้นเราต้องแจ้งให้สถาบันทราบเรื่องนี้” หนุ่มผมบลอนด์กล่าวขึ้นมา
“อืม ฉันจะแจ้งหัวหน้าสาขาของฉัน!” หญิงสาวใบหน้ารูปไข่กล่าวออกมาอย่างสงบนิ่ง
หนุ่มผมบลอนด์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับคิดว่าจะโทรหาใครดีที่พอจะดูมีประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้
“เฮ้ นายอยู่ที่ไหนน่ะ? มาช่วยฉันตรงนี้หน่อยสิ ดูเหมือนว่าจะมีผู้หญิงถูกครอบงำด้วยปีศาจอะไรสักอย่าง…” หนุ่มผมบลอนด์กล่าวขึ้นมากับปลายสาย
“ไอ้บัดซบ! ทำไมแกต้องโทรหาฉันเวลานี้ด้วยนะ!” ชายหนุ่มปลายสายคำรามออกมาใส่โทรศัพท์ทันที
—
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองของโรงยิมโดยที่ตนเองไม่ได้สวมใส่เสื้อ
เขากำลังวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตพร้อมกับสาปแช่งใส่โทรศัพท์ไปพร้อมๆกัน
“กรี๊สสสสสสสส~!!!!”
“ซิ๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ~!!”
ใกล้กับทางเดิน ปีศาจเกล็ดเขียวทั้งหกตัวราวกับว่าตรวจจับสัญญาณโทรศัพท์ของโม่ฝานได้ มันกำลังจะออกไปจากพื้นที่แล้วในตอนแรก แต่สุดท้ายแล้วพวกมันทั้งหมดตัดสินใจวิ่งตามโม่ฝานทันที
“ดูเหมือนว่าทางนั้นก็กำลังยุ่งเหยิงเช่นเดียวกับฉันสินะ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?” ชายหนุ่มผมบลอนด์เหมือนกับว่าได้ยินเสียงแหลมทะลุผ่านสายโทรศัพท์มาด้วยเช่นกัน
“ช่วยดูด้วยว่าพ่อคนนี้กำลังจะถูกไล่ล่าจนตาย! ฉันไม่มีเวลามาคุยกับนายหรอกนะ ตอนนี้ฉันกำลังยุ่งกับการสลัดไอ้พวกนี้ให้หลุดพ้นสักที!” โม่ฝานพูดใส่โทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด
“รอเดี๋ยว อย่าเพิ่งวางสาย! ฉันรู้สึกว่าได้ยินเสียงนายอยู่ในโรงยิม???”
“เออน่ะสิ!”
“ที่โถงทางเดินชั้นบนรึเปล่า?”
“ใช่โว้ย!”
“วิ่งมาทางด้านขวา มีห้องศิลปะอยู่! เข้ามาซ่อนในนั้น!!!”
——
โม่ฝานไม่กล้าที่จะชักช้า หลังจากที่เขาวิ่งขึ้นมาถึงชั้นสองและเลี้ยวขวา เขามองเห็นป้ายห้องศิลปะขนาดใหญ่ทันที
หลังจากวิ่งมาถึง เขาเห็นว่ามีบางคนกำลังเปิดประตูออก โม่ฝานไม่คิดอะไรเขารีบวิ่งเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
จ้าวหม่าหยันปิดประตูอย่างรวดเร็วพร้อมกับจ้องมองไปที่ขาของโม่ฝานอย่างตกตะลึง ดวงตาของเขาแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าเมื่อได้เห็นบูทโลหิต!
“หนึ่ง สอง สาม… บัดซบ หกตัวงั้นเหรอ!!!” จ้าวหม่าหยันมองออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างพร้อมกับเห็นปีศาจเกล็ดเขียวทั้งหกตัว พวกมันกำลังเดินเข้ามาใกล้ห้องแห่งนี้อย่างไม่หยุดยั้ง
“มีหญิงสาวหลายคนในสถาบันติดเชื้อ…” โม่ฝานกล่าวเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเหนื่อยหอบ ในขณะที่เขากำลังจะอธิบายให้จ้าวหม่าหยันฟัง เขาตระหนักได้ว่าภายในห้องนี้มีหญิงสาวนั่งอยู่ถึงสองคน หนึ่งในนั้นผมเผ้าและเสื้อผ้าของเธอหลุดรุ่ยราวกับว่าเพิ่งผ่านเหตุการณ์น่าตื่นเต้นมา ส่วนอีกคนหนึ่งไม่ได้สวมใส่อะไรเลยพร้อมกับห่อตนเองด้วยผ้าคลุมโต๊ะและนั่งตัวสั่นอยู่ที่มุมห้อง ท่าทางของเธอราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
“อย่าเข้าใจฉันผิด ลองดูสถานการณ์ด้วย เธอออกมาจากร่างกายของสัตว์ประหลาดเหล่านั้น” จ้าวหม่าหยันรีบอธิบาย
“ฉันรู้แล้ว นายไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร ไว้ฉันจะอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง แต่ว่าในตอนนี้มาช่วยฉันจัดการกับไอ้หกตัวที่ตามฉันมาซะก่อนดีกว่า” โม่ฝานกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
••••••••••••••••••••