จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 184
บทที่ 184: นักล่า VS ปีศาจ!
อีกฟากหนึ่ง โม่ฝานกำลังเพ่งสายตาไปที่ด้านบนอย่างมั่นเหมาะ ความสนใจของเขานั้นอยู่บนเพดานอย่างชัดเจน เขากำลังสบตากับปีศาจผู้ซึ่งกำลังฉีกยิ้มให้กับเขาอย่างเย็นเยือก
ผิวหนังของปีศาจตนนี้ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวเลื่อมด้วยสีเหลืองเป็นประกาย ซึ่งมันแตกต่างจากอสูรที่โม่ฝานได้พบเจอก่อนหน้านี้
ถือว่าเป็นโชคดีของโม่ฝานอย่างมากที่เขานั้นเป็นนักเวทระดับมัชฌิมแล้ว สัมผัสวิญญาณของเขานั้นแข็งแกร่งมากกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าหากว่าเป็นเพียงนักเวทระดับปฐมภูมิเขาก็คงจะตายตกไปในที่เกิดเหตุอย่างไม่ทันได้ต่อสู้เป็นแน่!
แม้ว่าความเร็วของปีศาจตนนี้จะไม่มากเท่าปีศาจสองตนก่อนหน้านี้ แต่โม่ฝานก็ไม่ได้ประมาทแต่อย่างใด เขาคิดว่าพลังของมันก็คงจะพอสูสีกับอสูรมืดที่ปรากฏตัวในเมืองบ่อ!
ซึ่งปีศาจตนนี้มีความคล่องแคล่วและรูปร่างคล้ายคลึงกับอสูรมืดอยู่มาก ทั้งกรงเล็บแข็งแกร่งคมปลาบพร้อมด้วยความเร็วที่คล่องตัว มันเปิดฉากการโจมตีโดยที่โม่ฝานไม่ทันตั้งตัวได้ เขาเอี้ยวตัวหลบกรงเล็บขนาดใหญ่นั้นแต่ก็ยังไม่พ้นดี ไหล่ของเขาถูกกรีดเป็นทางยาวจากกรงเล็บที่โหดเหี้ยมคู่นั้น!
แต่จำเป็นจะต้องขอบคุณสวรรค์สักหน่อย บาดแผลไม่ได้ลึกมากนักแต่ทว่ามันก็ยังคงมีเลือดซึมออกมาพอสมควร!
“มา มานี่ เข้ามาเลยไอ้สวะตัวจ้อย! แสดงความแข็งแกร่งออกมาให้ฉันดูสักหน่อยซิ!!!” โม่ฝานกล่าวออกมาพร้อมกับเริ่มเชื่อมต่อเส้นทางดวงดาวทันที
ราวกับว่าปีศาจปรสิตนี้เข้าใจคำพูดของมนุษย์ มันกรีดร้องออกมาพร้อมกับพุ่งตรงเข้าหาโม่ฝานอย่างเกรี้ยวกราด
มันพยายามพุ่งเข้ามาเพื่อขัดขวางการร่ายเวทของโม่ฝานอย่างแน่นอน แสดงว่าปีศาจร้ายตนนี้ค่อนข้างจะมีสมองสักหน่อย
“ไร้ประโยชน์!”
ถ้าหากว่าเป็นโม่ฝานคนเก่า แน่นอนว่าเขาจะต้องกระวนกระวายและเร่งรีบจัดการกับเรื่องตรงหน้าโดยด่วนที่สุด
อย่างไรก็ตามในตอนนี้เขากลายเป็นนักเวทระดับมัชฌิมแล้ว เวทมนตร์ระดับปฐมภูมินั้นโม่ฝานเพียงแค่ใช้เวลาเพียงวินาทีเดียว เขาก็สามารถโจมตีออกไปได้ ในตอนนี้เขาเพียงเฝ้ารอโอกาสอยู่เท่านั้น
จี๊สสสสสสส~~~~ ปีศาจกระโดดสูง เป้าหมายก็คือลำคอของโม่ฝาน
โม่ฝานเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหลบไปทางซ้าย ขณะที่เขากำลังเคลื่อนที่เบี่ยงลำตัวไปอีกทาง อสนีบาตเกรี้ยวกราดปรากฏขึ้นที่ข้อมือขวาของเขาอย่างแจ่มชัด
“อสนีคลั่ง!”
มือขวาของโม่ฝานฟาดลงบนร่างกายของปีศาจปรสิตอย่างไม่ลังเล สายฟ้านับร้อยพันเส้นวิ่งตรงไปด้านหน้าอย่างเกรี้ยวกราด ทั้งหมดล้วนแต่ต้องการแสดงพลังของตนให้ผู้เป็นนายภาคภูมิใจ
สายฟ้าราวอสรพิษร้ายแทรกซึมลงไปในผิวหนังของปีศาจปรสิตอย่างไร้ปราณี กล้ามเนื้อทุกส่วนของมันเริ่มกลายเป็นอัมพาต
“บอลเพลิง อัคคีกุหลาบ!”
ปีศาจที่ถูกถล่มด้วยสายฟ้าคลั่งก่อนหน้านี้ลงไปกองกับพื้น มันไม่ทันได้ตั้งตัวเปลวไฟอัคคีก็ปรากฏขึ้นบนมือซ้ายของโม่ฝานโดยฉับพลัน
บอลเพลิงขนาดเท่ากำปั้นพุ่งเข้ากระแทกใบหน้าของมันอย่างหนักหน่วงส่งให้ร่างกายของมันกระเด็นลอยออกไปไกลหลายเมตร ใบหน้าของมันแตกออกเป็นชิ้นๆอย่างไม่อาจต้านทานได้
เปรี้ยง~
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วบริเวณรอบๆทันที
แรงระเบิดทำให้โม่ฝานกระเด็นกลับหลังมาสองถึงสามก้าวด้วยเช่นกัน เสื้อผ้าของเขาปลิวไสวตามแรงระเบิดอย่างรุนแรง
เขายืนมองปีศาจปรสิตอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งรักษาระยะห่างเอาไว้อยู่เสมอ โม่ฝานตรวจสอบพลังของมันและไม่สามารถตรวจจับสิ่งใดๆได้อีก เช่นนี้เขาจึงคิดว่ามันไม่ควรจะมีเรี่ยวแรงลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งแน่นอน!
“พลังของอัคคีกุหลาบนี้ช่างเหลือเชื่อจริงๆ เพียงแค่การร่ายเวทบอลเพลิงครั้งเดียวสามารถระเบิดปีศาจปรสิตนี้ได้” โม่ฝานอุทานออกมาพร้อมกับเผยรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างดีอกดีใจ
พลังของปีศาจปรสิตตัวนี้นั้นใกล้เคียงกับอสูรมืดอย่างแท้จริง ถ้าหากว่าโม่ฝานได้พบกับอสูรมืดอีกครั้ง เขาคิดว่าเขาจะสามารถจัดการพวกมันลงได้เพียงการร่ายเวทครั้งเดียวเช่นกัน! ด้วยอัคคีกุหลาบนี้เขาไม่จำเป็นจะต้องเกรงกลัวอสูรระดับต่ำอีกต่อไป!
โม่ฝานเดินมาหยุดอยู่ด้านข้างของปีศาจตนนี้ พร้อมกับตรวจสอบรอยแตกบนผิวหนังของมันอย่างระมัดระวัง
ผ่านไปครู่หนึ่ง รอยแยกนั้นค่อยๆลุกลามไปเรื่อยๆ พวกมันวิ่งพล่านกันอย่างต่อเนื่องราวกับโดมิโน่ล้ม เกล็ดสีเขียวเหลืองค่อยๆแตกออกจนเผยให้เห็นเนื้อด้านใน
ร่างกายที่ถูกปกคลุมไปด้วยเมือกเหลวใสค่อยๆไหลออกมาจากเปลือกด้านนอกอย่างช้าๆ
ลอกคราบ!
สถานการณ์ในครั้งนี้เป็นเช่นเดียวกันกับตอนที่ชายคนนั้นถูกโม่ฝานช่วยเหลือเอาไว้ หลิงหลิงกล่าวถูก ถ้าหากว่าปีศาจปรสิตถูกฆ่าตาย บุคคลที่อยู่ด้านในนั้นจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
“ฉะ-ฉัน… น้ำ… ขอน้ำ…” หญิงสาวค่อยๆคืบคลานออกมาพร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยเมือกเหลวใส เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดราวกับกระดาษ ริมฝีปากของเธอแตกและแห้งราวกับว่ามันกำลังจะแหลกสลายไปตรงนี้ ดวงตาของเธอเปียกแฉะไปด้วยน้ำตาและเต็มไปด้วยการอ้อนวอน เธอมองโม่ฝานอย่างขอความช่วยเหลือ หวังเพียงแค่ให้เขาช่วยดึงเธอออกไปจากความทรมานตรงนี้เท่านั้น
การที่ได้มองเห็นหญิงสาวตรงหน้าเปลือยเปล่าอย่างขอความช่วยเหลือ โม่ฝานไม่มีอารมณ์ที่จะคิดวิปริตในตอนนี้เด็ดขาด เขาหมดความเป็นชายไปโดยปริยาย
โม่ฝานถอดเสื้อยืดของตนเองออกพร้อมกับนำมันไปห่อเธอไว้อย่างระมัดระวัง จากนั้นเขาอุ้มเธอออกไปจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
เขาพาเธอออกมาถึงที่นั่งด้านหน้าพร้อมกับเดินไปหยอดตู้กดน้ำมาหนึ่งขวด เขายื่นให้เธอ เร็วเท่าความคิดเธอคว้ามันอย่างรวดเร็วพร้อมกับดื่มมันราวกับว่าเธอไม่ได้ดื่มมันมาหลายวันแล้ว
โม่ฝานซื้อขนมมาอีกสองถึงสามอย่าง จากนั้นเขาเห็นว่าเธอค่อยๆฟื้นกำลังขึ้นมาแล้วเล็กน้อย เขาจึงเริ่มเปิดปากเพื่อกล่าวต่อ “รอที่นี่นะ ฉันจะโทรเรียกรถพยาบาลมารับเธอ”
“มะ-ไม่นะ อย่าไป… อย่า…” ดวงตาของหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินประโยคนั้น ร่างกายของเธอเริ่มสั่นขึ้นมาอีกครั้งจากความหวาดกลัว
เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เธอรู้สึกว่าเธอได้ทำสิ่งที่น่าหวาดกลัวลงไปแล้ว ในเวลานี้เธอกำลังวางใจและสบายใจอย่างมาก ภายในใจของเธอนั้นรู้ดีว่าโม่ฝานคือชายที่เข้ามาช่วยชีวิตของเธอไว้ ไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกเชื่อใจเขาในตอนนี้!
“ไม่ต้องกัลวนะ เดี๋ยวจะมีคนมาช่วยเธอแน่นอน” โม่ฝานตอบ
โม่ฝานไม่กล้าที่เสียเวลากับตรงนี้มากเกินไป เขารีบละทิ้งหญิงสาวคนนั้นแล้วกลับไปเพื่อคุมสถานการณ์ทันที
—
“ฝานโม่ นายเป็นอย่างไรบ้าง? ฉันเห็นว่าจุดสีแดงหายไปแล้ว” เสียงของหลิงหลิงดังขึ้นมาในหูของเขา
“เธอไปรับหญิงสาวคนเมื่อครู่ด้านนอกนั้นด้วย อย่าลืมหาเสื้อผ้าให้กับเธอด้วยล่ะ” โม่ฝานตอบกลับ
“ตกลง” หลิงหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “ไม่เข้าไปข้างในน่าจะดีกว่าไหม? รอให้สถาบันกับสมาคมนักล่ามาจัดการจะดีกว่า ข้างในนั้นมันอันตรายเกินไปน่ะ…”
หลิงหลิงนั้นไม่ต้องการที่จะให้โม่ฝานเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็น
เรื่องนี้อยู่นอกเหนือจากความรับผิดชอบของพวกเขาแล้ว จุดสีแดงกำลังแพร่กระจายไปทั่วราวกับไวรัส ถ้าหากโม่ฝานถูกล้อมล่ะก็… เขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกมันในทันที
พวกเขาทั้งสองคนเพียงแค่ค้นพบเหตุการณ์เหล่านี้ในภารกิจเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้มันจะเป็นหน้าที่ของสถาบันที่จะจัดการแยกผู้บริสุทธิ์กับผู้ติดเชื้อออกจากกัน ความจริงก็คือถ้าหากว่าโม่ฝานและหลิงหลิงไม่ได้ค้นพบเรื่องนี้ในวันนี้ แน่นอนว่ายอดการติดเชื้อปีศาจปรสิตจะเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว สถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน!
สิ่งที่ทั้งสองคนควรทำก็คือแจ้งให้สมาคมนักล่าและสถาบันรับทราบถึงเรื่องราวที่น่าหวาดกลัวเหล่านี้ จากนั้นก็ปล่อยให้คนระดับสูงลงมาจัดการกับมัน
“ฝานโม่?” หลิงหลิงตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบอะไรกลับมาหลังจากที่เธอเอ่ยปากถามออกไปเมื่อครู่
“บอกตำแหน่งของจุดสีแดงที่อยู่ใกล้ฉันที่สุด” เสียงราบเรียบดังขึ้นมาอย่างเฉยเมย
“แต่… เอาล่ะ อย่างนั้นก็ได้ แต่นายต้องระวังตัวและต่อสู้ในพื้นที่ที่ฉันตรวจสอบแล้วเท่านั้น ฉันจะคอยช่วยเหลืออยู่ตรงนี้” หลิงหลิงไม่ได้กล่าวรั้งอะไรเขาอีกต่อไป
เมื่อมองผ่านจอภาพแล้ว หลิงหลิงเห็นชายคนหนึ่งที่เธอรู้สึกคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างมาก ชายรูปร่างสูงโปร่งกำลังวิ่งไปด้านหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว แน่นอนว่าชายคนนี้คือคู่หูของเธออย่างแน่นอน ฝานโม่! ด้วยเหตุผลบางอย่างในขณะที่เธอกำลังมองสีหน้าและท่าทางของเขา เธอรู้สึกได้ว่าชายคนนี้ไม่ได้เกรงกลัวอสูรเวทแม้แต่น้อย!
หลิงหลิงตรวจสอบตำแหน่งที่โม่ฝานส่งมาให้เมื่อครู่ซึ่งเป็นตำแหน่งของหญิงสาวที่เขาได้ช่วยเหลือไว้ก่อนหน้านี้ หลิงหลิงพบว่าเธอกำลังขดตัวอย่างหวาดกลัวอยู่ข้างตู้หยอดเหรียญ
ร่างกายเรียวเล็กของเธอกำลังสั่นอย่างหวาดผวา ผิวหนังของเธอกลายเป็นสีขาวเหลืองราวกับไร้โลหิตไปหล่อเลี้ยง
เสื้อยืดที่เธอสวมไว้ในขณะนี้ดูเก่าและราคาถูก เสื้อตัวนี้ใหญ่พอที่จะปิดขาของเธอได้ ร่างกายของเธอยังคงเต็มไปด้วยเมือกเหลวสีใสอย่างเหนอะหนะ ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและร่องรอยของฝันร้ายในค่ำคืนที่โหดเหี้ยม!
••••••••••••••••••••