จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 181
บทที่ 181: บุกทะลุธาตุเงา!
ปีศาจหญิงได้หลบหนีหายไป แต่ทว่าร่างกายของเธอคงจะบาดเจ็บหนักพอสมควร ตอนนี้นางอาจจะหนีไปที่อื่นด้วยความหวาดกลัว อีกทั้งถ้าหากว่าเขาไล่ล่าตามนางไปก็คงจะไม่ทันอยู่ดี
ชายหนุ่มถูกส่งไปที่โรงพยาบาลทันที แต่ทว่าหมอกลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆบนร่างกายของเขา แต่จากการตรวจสอบแล้วพบว่ากล้ามเนื้อทั้งหมดของเขาอ่อนแรงอีกทั้งยังเสียเลือดมาก
โม่ฝานและหลิงหลิงยืนเฝ้าเขาอยู่ที่โรงพยาบาลจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นจากดินมาอีกคราวเป็นสัญญาณแห่งวันใหม่ ในตอนนี้ทั้งสองมั่นใจว่าชายคนดังกล่าวปลอดภัยแล้ว
“เธอแน่ใจเหรอว่าเขาจะไม่ลอกคราบอีกครั้ง?” หลังจากเดินออกมาจากโรงพยาบาล โม่ฝานอดที่จะถามไถ่ไม่ได้
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก แม้ว่าฉันจะไม่สามารถตรวจสอบปีศาจตนนั้นได้ แต่ฉันมั่นใจมากว่ามันจะไม่ทำอะไรโจ่งแจ้งในเวลากลางวันแน่นอน” หลิงหลิงตอบกลับ
“แล้วอย่างเขานั่นเรียกว่าตัวอะไรงั้นเหรอ? มนุษย์หรืออสูรเวท?” โม่ฝานถามออกไปอย่างสับสน
ถ้าหากว่าเธอตอบกลับว่าชายคนนั้นคือปีศาจ แต่ตอนนี้เขานอนเป็นมนุษย์ธรรมดาอยู่ในโรงพยาบาล…
ถ้าหากจะเรียกเขาว่ามนุษย์ โม่ฝานก็ยังไม่เข้าใจเพราะเขาได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังชายผู้นั้น เขากลายเป็นปีศาจที่ดุร้ายและไม่น่ามองอย่างมาก!
“ฉันจำเป็นจะต้องกลับบ้านไปศึกษามันก่อนสักหน่อย อย่างไรก็ตามภารกิจของเราถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว สิ่งเล็กน้อยที่ยังคงเหลืออยู่ปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของทีมจากสมาคมนักล่าเถอะ” หลิงหลิงกล่าว
จากคำพูดของหลิงหลิงเมื่อครู่ ทำให้โม่ฝานรู้สึกว่าทีมหน่วยล่าฉิงเทียนนั้นอยู่เหนือทีมจากสมาคมนักล่าอยู่มาก โม่ฝานรู้สึกเลื่อมใสในหน่วยล่าฉิงเทียนมากยิ่งขึ้นจากคำพูดไม่กี่คำของเธอ
“อืม คงไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ฉันจะกลับไปที่สถาบันก่อน แล้วทีมของสมาคมนักล่าจะดูแลเด็กใช่ไหม?” โม่ฝานหันไปมองเด็กชายไร้เดียงสาที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เขากำลังดูดนิ้วโป้งของตนเองอยู่อย่างเหงาหงอย
เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองโม่ฝานพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา เด็กน้อยเกรงกลัวว่าโม่ฝานจะพาเขาไปกระโดดบันจี้จัมพ์อีกครั้ง เมื่อคิดถึงสถานการณ์น่ากลัวที่เพิ่งเกิดขึ้น น้ำตาของเด็กชายเริ่มไหลอาบแก้มทั้งสองอย่างไม่อาจควบคุม
“อืม นายสามารถกลับไปที่สถาบันก่อนได้เลย หลังจากลูกค้าจ่ายเงินให้กับเราเสร็จสิ้นแล้ว เราจะโอนส่วนที่เหลือเข้าบัญชีนายโดยตรง” หลิงหลิงทิ้งท้ายคำพูดไว้เพียงเท่านี้ แม้ว่าใบหน้าของเธอจะดูนางน่ารักมากเพียงใด แต่เมื่อเธอพยายามขยับแว่นดำหนาเตอะบนสันจมูกขึ้นมา กริยาเช่นนี้ทำให้รู้สึกว่าเธอจะดูแก่เกินวัยไปสักหน่อย…
——
หลังจากรุ่งสางได้ผ่านไป โม่ฝานกลับเข้ามาในสถาบันอีกครั้ง
วินาทีที่เขาเข้ามาถึงเตียงนอน ราวกับว่าสวิทซ์ทุกอย่างถูกปิดพรึ่บในทันใด ร่างกายของเขาล้มลงบนเตียงพร้อมกับหลับสนิททันที ไม่มีเรื่องราวปีศาจก่อนหน้านี้ให้เขานึกถึงแม้แต่น้อย ในเวลานี้การนอนเป็นสิ่งที่เขาโหยหามากที่สุด
ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนที่เขาได้พบเจอกับอสูรเวทที่น่าสยดสยองเช่นนี้ เขาก็คงจะตาแข็งค้างไปหลายวัน
แต่หลังจากที่เขาได้ผ่านสมรภูมิรบภายในเมืองบ่อมาอย่างนับไม่ถ้วน สิ่งน่าเกลียดเหล่านี้ไม่สามารถรบกวนจิตใจของเขาได้อีกต่อไป
——
ตะวันลอยลับไปจากฟากฟ้า หลงเหลือไว้เพียงความมืดมิด โม่ฝานตื่นขึ้นมาและพบว่ามันค่ำเสียแล้ว
ท้องของเขาร้องอย่างก้องกังวาล ความหิวครอบงำทันที แม้เขาจะอยากนอนต่อมากเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานความหิวที่พุ่งเข้าใส่เช่นนี้แน่นอน
โม่ฝานพยายามคลานออกมาจากเตียงอย่างเหนื่อยล้า เขาค่อยๆเดินไปที่ห้องอาหารอย่างอ่อนแรงและหิวโหย
ภายในห้องอาหารของสถาบันมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังอยู่ในนี้ โม่ฝานจัดการตัวเองพร้อมกับนั่งรับประทานข้าวอย่างเงียบเชียบ
“เอิ่กกก เต็มถังแล้ว… เยี่ยมไปเลย” หลังจากที่เขากินจนอิ่มและเรอออกมาเสียงดังลั่น เขาอดไม่ได้ที่จะคำรามออกมาเล็กน้อยด้วยความสดชื่น
หน่วยล่าฉิงเทียนนั้นทำงานได้อย่างรวดเร็ว เมื่อโม่ฝานกลับมาถึงห้องพักของตน มีข้อความแจ้งเตือนว่าเงินจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนเข้าบัญชีของเขาเรียบร้อยแล้ว!
เรื่องเงินนั้นสามารถทำให้โม่ฝานตื่นเต้นได้เสมออย่างไม่รู้จบ!
แม้ว่ามันยังห่างไกลจากหลักล้าน แต่ทว่ารายได้เท่านี้ก็เหมาะสมกับเขาแล้วในตอนนี้ เขาจะพยายามเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ เมื่อเขาสามารถเก็บเงินได้มากพอที่จะซื้อเมล็ดอสนีวิญญาณได้ละก็…. ความแข็งแกร่งของเขานั้นจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่าแน่นอน!
——
ผ่านมาหลายวันแล้ว โม่ฝานไม่ได้รับข้อความใดๆจากหลิงหลิงแม้แต่น้อย
เขาไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับการที่เธอไม่ติดต่อเขามาเช่นนี้ อีกทางมันกลับทำให้เขานั้นฝึกฝนอยู่กับตนเองอย่างสงบสุข
ตอนนี้ละอองดาราธาตุเงาของเขาได้มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ผิวชั้นนอกของมันราวกับถูกเคลือบเอาไว้ด้วยอะไรสักอย่างที่ดูมันวาว
ภาพปรากฏการณ์นี้โม่ฝานเคยเห็นมันมาก่อน มันคือช่วงเวลาที่ธาตุไฟและธาตุสายฟ้าของเขากำลังจะทะลุเข้าสู่ระดับต่อไป …มันกำลังจะเข้าสู่ระดับมัชฌิม!
“เยี่ยมไปเลย! คืนนี้ฉันจะทะลุสู่ระดับมัชฌิม!”
ความจริงที่ปรากฏนี้ทำให้โม่ฝานรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่สามารถเก็บอาการเอาไว้ได้ เขากำลังจะก้าวไปสู่จักรวาลใหม่ที่ชื่อว่าเนบิวลาอีกครั้ง
“จี้ทมิฬเอ๋ย แกต้องช่วยฉันอีกครั้งแล้วหละนะ!” โม่ฝานหยิบจี้ที่ห้อยคอของเขาขึ้นมาพร้อมกับจูบมันหนึ่งทีเพื่ออ้อนวอน
——
โม่ฝานค้นหาที่เงียบๆเพื่อที่จะเข้าสู่สมาธิ เมื่อเขาได้ที่นั่งอันเหมาะเจาะ เขามุ่งเข้าสู่โลกวิญญาณทันทีเพื่อที่จะจัดการให้ธาตุเงาบุกทะลุเข้าสู่ระดับมัชฌิม!
ครั้งจากประสบการณ์คราวก่อนได้สอนเอาไว้ โม่ฝานเข้าใจสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดคราวนี้ทั้งหมดแล้ว เขาพร้อมที่จะบุกทะลุไปรวดเดียวจบ!
โม่ฝานไม่ได้ฟุ้งซ่านเหมือนคราวก่อน พลังงานของเขาถูกเติมเต็มและสภาพร่างกายพร้อมจิตใจอยู่ในสภาวะที่พร้อมที่สุด
เขาปล่อยตัวและจิตใจให้ว่างเปล่า ไม่พยายามมากจนเกินไปเพื่อเป็นการใช้พลังจิตอย่างคุ้มค่า
นักเวททุกคนล้วนแต่มีพลังจิตที่จำกัด ถ้าหากพวกเขาประมาทแม้เพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่ความเสียหายไร้ขีดจำกัดได้!
ภายในโลกวิญญาณของโม่ฝาน ดูเหมือนว่าความกว้างของมันจะแคบลงอย่างมาก
ดินแดนที่เคยเต็มไปด้วยโคลนตมต่างถูกลบออกไปจากพื้นที่โดยสมบูรณ์ ปรากฏให้เห็นถึงขุมพลังไม่มีที่สิ้นสุดตรงหน้าอย่างกว้างใหญ่
ในตอนนี้คลื่นพลังที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเข้าครอบครองพื้นที่ตรงนี้ทั้งหมด สิ่งเก่าๆที่เคยอยู่ก่อนหน้านี้จึงจำเป็นจะต้องถูกถอดถอนออกไปจนหมดสิ้น
การบุกทะลุระดับมัชฌิมกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว! มันกำลังส่งสัญญาณ!
โม่ฝานพยายามจัดระเบียบของพลังและปรับแต่งมันให้เหมาะสมที่สุด
ความตั้งใจที่แน่วแน่ของเขาพยายามจะแปรเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นคลื่นสึนามิขนาดยักษ์ เขาต้องการที่จะถล่มกำแพงตรงหน้าให้ราบเป็นหน้ากองด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเพื่อยึดครองพื้นที่กว้างใหญ่ในจักรวาลแห่งนี้!
“มาเถิด.. จงสู้เพื่อฉัน!” โม่ฝานร่ำร้องอยู่ภายในจิตใจของตนเองอย่างบ้าคลั่ง ท้ายที่สุดพลังของเขาก่อตัวเป็นคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ที่แสนเกรี้ยวกราด มันพุ่งโจมตีกำแพงหนาตรงหน้าอย่างไม่ลังเลด้วยความมุ่งมั่นทั้งหมดที่มี!
จิตใจที่เด็ดเดี่ยวของเขาคือสิ่งที่โหดเหี้ยมที่สุด!
ในฐานะที่โม่ฝานเป็นนักเวทระดับมัชฌิม แน่นอนว่าจิตวิญญาณของเขานั้นเข้มแข็งมากกว่าผู้อื่นหลายเท่านัก อีกทั้งในเวลานี้เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในอดีตไว้อย่างชัดเจน คราวนี้เขาจะไม่พลาดซ้ำเป็นครั้งที่สองแน่นอน!
การปลดปล่อยพลังมหาศาลทำให้เขาสามารถจัดการกับละอองดาราธาตุเงาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ไม่มีความลังเลแม้แต่เศษเสี้ยวเมื่อเขาตัดสินใจจะบุกเข้าไป
เป็นไปตามที่เขาได้คาดการณ์ไว้ตอนต้น คราวแรกละอองดาราธาตุเงานั้นต่อต้านเขาเล็กน้อย มันพยายามที่จะโต้กลับมาผ่านสัมผัสวิญญาณเพื่อสื่อสารกับเขาโดนตรง
โม่ฝานนั้นรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องโจมตีเขากลับมาอย่างแน่นอน แต่เขานั้นมีประสบการณ์ที่ยากลำบากเป็นบทเรียนแล้วในก่อนหน้านี้ แล้วทำไมจะต้องเกรงกลัวด้วยล่ะ? ในวันนี้เขาแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานสิ่งเหล่านั้นได้แล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องเกรงกลัวอีกต่อไป!
ภายในโลกวิญญาณของโม่ฝานนั้นมีเนบิวลาโคจรอยู่ถึงสองดวง การโจมตีเล็กน้อยของละอองดาราไม่สามารถทัดเทียมกับพลังที่เขามีได้อยู่แล้ว!
หลังจากที่โต้ตอบกันต่อไปอีกสักพัก โม่ฝานใช้พลังเฮือกใหญ่เพื่อบุกทำลายกำแพงของธาตุเงา คราวนี้พวกมันเริ่มมีรอยร้าวและใกล้จะแตกออกในทุกขณะ
รังผึ้งที่อยู่รอบๆละอองดาราเริ่มจะแตกสลายออกช้าๆ รอยแยกปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
หลังจากที่พวกมันแตกกระจายออกมา ธาตุเงาที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ล้วนแต่ต้องการพื้นที่กว้างใหญ่สำหรับตนเอง พวกมันเกรี้ยวกราดและกลืนกินทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อยึดครองพื้นที่ภายในจักรวาลแห่งนี้
ทั้งหมดจัดสรรพื้นที่สำหรับตนเองพร้อมกับเริ่มโคจรกระจายตัวออกเป็นเนบิวลาขนาดใหญ่ พวกมันค่อยหมุนโคจรอย่างเชื่องช้ากลายเป็นดอกกุหลาบสีดำบานสะพรั่งอย่างงดงาม!
“เนบิวลาธาตุเงา!” โม่ฝานโห่ร้องออกมาอย่างยินดี “ยอดเยี่ยม ในที่สุดธาตุทั้งสามของฉันก็อยู่ในระดับมัชฌิมเสียที!” โม่ฝานรู้สึกมีความสุขกับภาพตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก
ในตอนนี้ธาตุเงาของเขามาถึงระดับมัชฌิมแล้ว!
แม้ว่าการฝึกฝนเชื่อมต่อเส้นทางของเนบิวลาธาตุเงาจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่ทว่าโม่ฝานยังคงมีคัมภีร์เส้นทางดวงดาวของธาตุเงาที่เพิ่งได้รับมาจากอาจารย์ถังหยู่เหลือ!
เขายังมีหนังสือช่วยเหลือยามคับขัน หมายความว่าถ้าหากโม่ฝานสามารถทำให้ธาตุเงาของตนเองเข้าสู่ระดับมัชฌิมได้ เขาก็จะสามารถใช้หนังสือเล่มนี้ร่ายเวทระดับมัชฌิมได้อย่างง่ายดาย!
ลูกบอลเพลิง!
หมัดเพลิง!
อสนีบาต!
อสนีบาตมรุธา!
เงาหลบหลีก!
กรงเล็บเงายักษ์!
มิติอัญเชิญ!
‘ฉันคือบุรุษผู้ที่สามารถร่ายเวทได้ถึงเจ็ดคาถา! อยากจะรู้จริงๆว่าใครกันนะที่จะกล้าหาญมาต่อกรกับโม่ฝานคนนี้??! ฮ่าฮ่าฮ่า!’
••••••••••••••••••••