จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 179
บทที่ 179: แย่งชิงจากปากอสูร!
โม่ฝานหยุดไล่ล่าอสูรลอกคราบตนนั้นในทันที เขารีบหันความสนใจกลับไปที่ห้องของผู้ชายคนนั้น
เมื่อโม่ฝานมาถึงประตู เขาได้ยินเสียงดังด้านในกำลังกรีดร้องเสียงดัง ใครจะรู้ว่าเด็กต้องเห็นภาพอะไรถึงได้ร้องเสียงดังเช่นนั้นออกมา
เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านในห้องนั้น “ร้องไห้เข้าไป แกมันก็รู้จักแต่การร้องไห้เท่านั้น เหอะ… รู้ไหมว่าอะไรที่ฉันรำคาญที่สุด… ก็เสียงร้องไห้ของแกไงล่ะ… หลังจากนี้… ฉันจะไม่ต้องอดทนฟังเสียงนี้อีกต่อไป… มันจะหายไป…”
เสียงที่เขาพูดออกมานั้นดูแปลกประหลาดและไร้สิ่งที่บ่งบอกว่านั่นคือเสียงของมนุษย์!
“ฝานโม่ เร็วกว่านี้! ในตอนนี้เขายังกลายร่างไม่เสร็จสิ้น ถ้าหากเขาทำสำเร็จ เด็กคนนั้นต้องตายแน่นอน!” หลิงหลิงกล่าวออกมาอย่างเร่งรีบ
“ไม่ต้องกังวล ฉันไม่ปล่อยให้มันทำสำเร็จแน่!”
เงาหลบหลีก!
โม่ฝานยืนอยู่ด้านหน้าประตู ร่างกายของเขาค่อยๆกลืนหายไปพร้อมกับเงาใต้ขอบประตูพร้อมหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เงาค่อยๆขยับจากด้านนอกประตูเคลื่อนย้ายเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ
หลังจากที่เขาย้ายเข้ามาด้านในแล้ว โม่ฝานค่อยๆโผล่ออกมาจากอีกฝั่งของประตู
ตอนนี้เขายืนอยู่ภายในห้องแล้ว โม่ฝานมองเห็นภาพชายคนหนึ่งกำลังกลายร่างอย่างช้าๆ เขาฉีกเสื้อผ้าของตนเองออกพร้อมกับรูปร่างที่คล้ายกับซอมบี้เดินได้
เสื้อผ้าทั้งหมดหลุดลุ่ยออกจากร่างกายพร้อมเผยให้เห็นเนื้อด้านในที่ดูหนาเตอะและเต็มไปด้วยความน่าขยะแขยง
ชายคนนี้ลอกคราบไปกว่าครึ่งทางแล้ว ในกระบวนการตอนนี้ของเขาไม่ได้เร็วมากนัก การเคลื่อนไหวของเขาทั้งหมดนับได้ว่าเชื่องช้าราวกับเด็กแรกเกิด เขาเดินโซเซไปรอบห้องอย่างควบคุมไม่ได้
ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะความเชื่องช้าของเขา แน่นอนว่าเด็กคนนี้ก็คงจะตายตกไปแล้ว!
สายตาของโม่ฝานจับจ้องอยู่ที่ชายตรงหน้าอย่างไม่วางตา ถ้าหากเป็นมนุษย์ทั่วไปได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าขยะแขยงเหล่านี้พวกเขาเหล่านั้นคงจะเป็นลมล้มพับไปแล้ว แต่โชคดีที่โม่ฝานนั้นแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป เขาเต็มไปด้วยภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างยอดเยี่ยม ในตอนนี้เขากัดฟันพร้อมกับจ้องมองอสูรร้ายตรงหน้าอย่างมุ่งมั่น
“อสนีบาต!”
โม่ฝานเชื่อมต่อเส้นทางดวงดาวอย่างรวดเร็ว สายฟ้ามากมายหลายเส้นราวกับอสรพิษยักษ์ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
เพียงการตวัดมือเพียงครั้งเดียว สายฟ้ามากมายพุ่งไปที่ร่างกายของปีศาจร้ายตรงหน้าในทันที…
เกล็ดของปีศาจบนร่างกายของมันนั้นแข็งแกร่งและหนามากเกินไป สายฟ้าของโม่ฝานดูเหมือนว่าจะไม่สามารถสะกิดมันได้เลยแม้แต่น้อย เขาไม่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของมันได้ ความงุนงงและสับสนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของโม่ฝานอย่างช่วยไม่ได้
“แก… น่าสนใจดีหนิ!”
ปีศาจลอกคราบเปล่งเสียงออกมาเบาๆ มันหันศีรษะของตนมาที่โม่ฝานช้าๆ พร้อมกับสะบัดบางสิ่งออก ทันทีที่มันหันมาสบตา โม่ฝานเห็นดวงตาที่สามของมันในทันที!
แขนของมันถูกยกขึ้นเล็กน้อย เมื่อผ่านการออกแรงนิดหน่อยราวกับว่ามีก้อนหินโผล่ออกมาจากหัวไหล่กลายเป็นโล่ห์ป้องกัน พวกมันหนาขึ้นสามเท่าทันทีและกลายเป็นเกราะหิน!
“ฝานโม่ ปีศาจพวกนี้มันมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ นายต้องระวังให้ดี!” หลิงหลิงตะโกนออกมา
โม่ฝานสูดหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับเริ่มสงบอารมณ์ของตนเองและถอยหลังเล็กน้อย
ฉับพลันแขนของอสูรร้ายได้ขยายออกและพุ่งเข้ามาโม่ฝานด้วยความเร็วรี่
แขนของมันไม่เพียงแต่ขยายออกได้ แต่ทว่ามันกลับยืดเข้าออกได้ราวกับยางอีกด้วย!
เช่นนี้ไม่อาจเรียกว่าหมัดได้แล้วใช่ไหม? มันคล้ายกับลูกเหล็กขนาดใหญ่กำลังถูกเหวี่ยงออกมา ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างภายในห้องล้วนแตกกระจายออกเป็นเศษธุลีเมื่อสิ่งเหล่านี้ได้ขวางทางกำปั้นยักษ์
โม่ฝานนั้นเตรียมตัวไว้แล้วสำหรับการต่อสู้เหล่านี้ เขาใช้เงาเคลื่อนย้ายเพื่อหลบไปยังมุมห้องในทันที
หลังจากที่เขาได้หลบหลีกมันได้อย่างรวดเร็วแล้ว เขาโผล่ออกมาอีกที่หนึ่งในทันทีหลังจากเงาที่เขาใช้ทั้งหมดได้หายไปแล้ว
ความแข็งแกร่งของปีศาจเหล่านี้นั้นไร้ขีดจำกัด ความน่ากลัวของมันทำให้โม่ฝานไม่กล้าที่จะประมาท เขาพยายามรักษาระยะห่างและไม่เข้าใกล้มันมากเกินไป
เขาใช้โอกาสที่ปีศาจร้ายกำลังงุ่นง่านวิ่งไปด้านหลังของมันพร้อมกับคว้าเอาเด็กชายซึ่งกำลังร้องไห้ลั่นอยู่ตรงหน้า
ก่อนหน้านี้โม่ฝานไม่กล้าที่จะใช้เวทมนตร์ระดับมัชฌิมออกมา เพราะเขาเกรงว่าลูกหลงของมันจะทำร้ายเด็ก นั่นไม่ใช่เพราะว่าเขาจะไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด สำหรับเขาแล้วเด็กผู้ไร้เดียงสาจะมาตายตกในสถานการณ์อย่างนี้ไม่ได้!
“ไอ้สารเลว วันนี้ฉันพ่อของแกชื่อโม่ฝาน! จงจำไว้ให้ดี ฉันจะเป็นตัวแทนจากสวรรค์ลงทัณฑ์แกแอง…” ขณะกล่าวเช่นนั้นโม่ฝานเชื่อมต่อเส้นทางดวงดาวอย่างรวดเร็ว พวกมันทั้งหมดก่อตัวเป็นพลังที่แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นทันที
“ฝานโม่ระวัง มันอยู่ข้างหลังนาย!” หลิงหลิงตะโกนออกมาอย่างด่วนจี๋
โม่ฝานหันหลังกลับในทันที ปีศาจลอกคราบอีกตัวอยู่ด้านนอกของหน้าต่าง ลิ้นยาวของมันกำลังเคลื่อนไหวอย่างน่าขยะแขยง สายตาของมันจับจ้องมาที่โม่ฝานพร้อมกับเด็กที่อยู่ในมือของเขา!
“บัดซบ สามีภรรยาคู่นี้กำลังจะร่วมมือกัน!” โม่ฝานอดไม่ได้ที่จะโวยวาย
แม้ว่าโม่ฝานจะสามารถเชื่อมต่อดวงดาวเสร็จสิ้นแล้วแต่เขาก็ไม่อาจร่ายเวทต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นคอของเขาจะถูกลิ้นตวัดจนขาดเป็นสองท่อนแน่นอน
“รีบวิ่งเร็วเข้า นายไม่สามารถเอาชนะพวกมันทั้งสองตัวได้!” หลิงหลิงรบเร้า
“เหอะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก!” โม่ฝานตอบกลับ
โม่ฝานพ่นลมหายใจยาวเหยียดออกมาอย่างตั้งสติ
ขณะนี้เขายืนอยู่ในห้องที่ไร้เงา ทางหลบหลีกของเขาทั้งหมดถูกตัดขาดในทันที การเคลื่อนไหวด้วยเงาถูกจำกัดไว้อย่างช่วยไม่ได้
แต่อย่างไรก็ตามโชคยังเข้าข้างเขาอยู่ อุปกรณ์เวทมนตร์ที่อธิการบดีเซียวนั้นจำเป็นจะต้องถูกใช้งานแล้วในวันนี้ บูทโลหิตนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและสามารถช่วยเหลือเขาได้มากที่สุด!
“บูทโลหิต!” โม่ฝานกล่าวเบาๆกับตนเอง เขาล้มเลิกการเชื่อมต่อเนบิวลาทั้งหมดพร้อมกับเปิดใช้งานอุปกรณ์เวทมนตร์ทันที
สีแดงเปล่งประกายออกมาจากขาของเขาอย่างเร็วรี่ มันค่อยๆเรืองแสงและควบแน่นกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นทั้งหมดปกคลุมทั้งขาของโม่ฝานกลายเป็นรองเท้าบูทสีแดงสด!
รองเท้ากินพื้นที่ไปจนถึงหน้าแข้งของเขา ลักษณะของมันราวกับเกราะที่ถูกเรียกออกมาจากในอากาศอย่างไรอย่างนั้น!
หลังจากที่เปิดการใช้งานบูทโลหิตแล้ว โม่ฝานรู้สึกได้ถึงพลังมากมายกำลังไหลเวียนอยู่ภายในขาของตนเอง เพียงแค่การกระทืบเท้าครั้งเดียวอาจจะพังทลายตึกนี้ได้ไม่ยากเย็นนัก!
หลังจากที่หลิงหลิงได้เห็นโม่ฝานเปิดใช้งานอุปกรณ์เวทมนตร์ภายในกล้องวงจรปิดแล้ว เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมไม่ลืมที่จะกล่าวเตือน “อย่าดึงดันต่อสู้อย่างไร้เหตุผล จงระวัง ไม่เช่นนั้นนายจะทำร้ายเด็ก!”
โม่ฝานเข้าใจสิ่งนี้เป็นอย่างดี ในขณะที่ปีศาจลอกคราบวิ่งเข้ามาหาเขา โม่ฝานย่อตัวลงเล็กน้อยพร้อมกับกระโดดขึ้นไปบนเพดานอย่างรวดเร็ว
มือข้างหนึ่งของเขาคว้าเอาโคมไฟระย้าตรงกลางห้องเอาไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งกำลังอุ้มเด็กน้อยไว้อย่างมั่นเหมาะ โม่ฝานทรงตัวอยู่บนเพดานได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้นเขาจึงกระโจนเข้าไปในห้องครัว
ปีศาจทั้งสองไม่ยอมลดละแต่อย่างใด พวกมันวิ่งตามโม่ฝานในทันที
โม่ฝานนั้นไม่โง่พอที่จะหยุดต่อสู้กับพวกมันทั้งสองตัวอย่างแน่นอน เขาเปิดใช้งานอุปกรณ์เต็มที่พร้อมกับวิ่งออกไปทันที
การเตะเพียงครั้งเดียวของเขาทำให้หน้าต่างแตกกระจายออก โม่ฝานไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาจำเป็นจะต้องพาเด็กกระโดดลงไปที่ชั้นหกซึ่งเป็นชั้นที่ปิดไฟอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วธาตุเงาของเขาจะสามารถใช้งานได้อีกครั้ง
ฟู่ววววววว~
ร่างกายของโม่ฝานร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว ในส่วนของเด็กน้อยนั้นร้องไห้จ้าออกมาเสียงดังขณะที่ได้เล่นบันจี้จัมพ์ฟรี! เสียงของลมปะทะเข้ากับใบหน้าของพวกเขาทั้งสองจนน้ำตาไหล
โม่ฝานเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบน เขาเห็นว่าปีศาจทั้งสองตนกำลังชะโงกหัวออกมาด้วยความโกรธจัด ขณะที่เขากำลังจะมาถึงชั้นที่หก เขายื่นมือข้างหนึ่งออกมาพร้อมกับชูนิ้วกลางให้กับปีศาจที่กำลังเกรี้ยวกราดอยู่บนห้องอย่างไม่แยแส
“แม่ครับ… ผมอยากจะเข้าห้องแล้ว ผมจะอ่านหนังสือต่อ”
“ได้จ๊ะลูก อย่าลืมเปิดไฟให้สว่างด้วยล่ะ ลูกจะได้ไม่แสบตา”
โม่ฝานได้ยินเสียงนี้มาจากเป้าหมายที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปด้านในเพื่อใช้ประโยชน์จากความมืด ในขณะที่เขาได้ยินเช่นนั้น ในใจของเขาอดไม่ได้ทันทีที่จะสาปแช่งอย่างหงุดหงิด
ฉับพลันระเบียงของชั้นที่หกทั้งหมดได้สว่างไสวทันที แม้แต่ระเบียงก็ไม่มีแม้แต่เงาให้เขาได้ใช้งานแม้แต่น้อย ไม่เหลือเงาอีกต่อไป!
โม่ฝานกระโดดลงมากว่าสิบชั้นเพื่อจะมาพบว่าสิ่งที่เขาคาดหวังได้หายไปในพริบตา ใครเขาจะรู้ว่าเขาจะต้องพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวอย่างโกรธจัดในขณะที่หัวใจกำลังกรีดร้องอย่างสุดเสียง!
‘ไอ้เด็กเวร แกจะมาอยากอ่านหนังสืออะไรตอนนี้! แกรู้ไหมว่าพ่อคนนี้กำลังจะตายเพราะแกอยากจะทบทวนหนังสือ!’
••••••••••••••••••••