cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 135 Borrowed Peace

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 135 Borrowed Peace
Prev
Next

“นี่เธอเอาของที่กินลงไปไปไว้ไหนหมดเนี่ยอีฟ…”
 

“นั่นสิ…”

 

“……?”

 

หลังจากที่มื้ออาหารขนาดใหญ่ราวกับการจัดงานเลี้ยงที่คอนแนลขนออกมาจากห้องครัวผ่านพ้นไปแล้ว นากาและโมโกะก็ได้แต่จ้องมองอีฟที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขาด้วยความงงงวยกับปริมาณอาหารที่เด็กสาวสามารถยัดเข้าไปในร่างเล็กๆ ของเธอได้

 

เพราะถึงแม้ว่าในตอนแรกที่พวกเขาเห็นปริมาณอาหารจำนวนมากที่คอนแนลทำมาแล้วพวกเขาจะหน้าซีดไปเพราะว่าพวกเขาเพิ่งจะทานข้าวกับเอริกะมาก็ตาม แต่ว่าหลังจากที่อีฟกระตุกชายเสื้อของนากาและโมโกะสลับกันไปกันมาเรื่อยๆ เพื่อขอให้ป้อนอาหารให้อยู่สักพักหนึ่งแล้ว ปริมาณอาหารที่เหลืออยู่ก็ลดลงด้วยความรวดเร็วอย่างน่าใจหายจนหมดไปภายในพริบตาโดยที่ทั้งสองคนแทบจะไม่ได้แตะต้องอะไรเลย

 

และหลังจากที่พวกเขาจัดการข้าวกลางวันก็ไม่ใช่ข้าวเย็นก็ไม่เชิงของคอนแนลเป็นที่เรียบร้อยแล้วนากาก็ได้เดินตรงไปที่ห้องนอนของเขาเพื่อจัดการเตรียมเสื้อผ้าเพื่อที่จะได้ไปนอนเป็นเพื่อนโมโกะที่ห้องของเธอเหมือนกับทุกวัน

 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องชะงักไปก่อนที่จะได้ก้าวเท้าไปยังตู้เสื้อผ้าซะด้วยซ้ำ เมื่อเขาได้พบว่าโมโกะและอีฟได้เดินเข้ามาภายในด้วยทั้งๆ ที่เขาบอกให้พวกเธอรออยู่ข้างนอกไปแล้ว

 

“วันนี้เธอจะนอนที่นี่หรอโมโกะ?”

 

“อ…อื้อ… มะ…ไม่ได้หรอ…?”

 

“ก็ต้องได้อยู่แล้วสิ”

 

นากาพูดตอบโมโกะกลับไปพร้อมกับยกมือขึ้นไปลูบหัวของเธอเบาๆ ก่อนจะพูดถามเรื่องเกี่ยวกับดวงตาของเธอขึ้นมา

 

“ว่าแต่ตาข้างนั้นของเธอเป็นยังไงบ้างล่ะโมโกะ? พวกเอริกะกับคาร์เทียร์เขาได้พูดอะไรบ้างมั้ย?”

 

“มันก็ยังพอมองเห็นอยู่บ้างแหล่ะ… แค่ว่ามันเบลอไปหมดจนมองไม่ชัดเท่านั้นเอง…”

 

“เจ็บหรือเปล่า…?”

 

“ไม่หรอก…”

 

โมโกะเอ่ยปากพูดตอบนากากลับไปพร้อมกับจับมือของนากาที่ลูบหัวของเธออยู่ลงมาเพื่อใช้แก้มของเธอคลอเคลียกับฝ่ามือของเขาราวกับลูกแมวตัวน้อย

 

“ตอนนี้ไม่รู้สึกเจ็บแล้วล่ะ…”

 

“จริงหรอ?”

 

“อื้ม…”

 

โมโกะพูดตอบนากากลับไปด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงมุมปากที่ยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจนเขาแทบจะไม่สังเกตเห็น แต่ว่ามันก็ทำให้นาการู้สึกโล่งใจขึ้นมามากที่เพื่อนสาวหูแมวของเขาสามารถแสดงอารมณ์ด้านบวกออกมาได้บ้างแล้ว

 

“ถ้าฉันมานอนด้วยแบบนี้จะรบกวนนายหรือเปล่า…?”

 

“ไม่เป็นไรหรอกน่า… ตอนนี้ถ้ามีอะไรที่เธอทำแล้วรู้สึกสบายใจก็ทำไปได้เลย ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอก”

 

“อื้ม…”

 

คำตอบของนากาได้ทำให้โมโกะซุกหน้าเข้ากับอ้อมแขนของเขาอย่างเงียบๆ ในขณะที่ทางด้านอีฟที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นก็เริ่มที่จะซนไปทั่วห้องของนากาโดยการเปิดตู้เสื้อผ้าและกระโดดเข้าไปสำรวจด้านในด้วยความสนใจเสียแล้ว

 

แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนที่นากาจะได้พูดดุเธอออกมา โมโกะที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาก็ได้เอ่ยปากเรียกเขาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเสียก่อน

 

“นี่นากา…”

 

“หืม? ว่าไง”

 

“ฉันตัดสินใจแล้ว… ว่าฉันเองก็จะเข้าร่วมกลุ่มดอว์นกับนายด้วย…”

 

“……..”

 

คำพูดของโมโกะก็ได้ทำให้นากาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ทั้งสองคนจะจ้องมองกันอย่างเงียบๆ สักพักหนึ่งจนในที่สุดแล้วนากาก็ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นมาเองเพื่อยืนยันความคิดของเธอ

 

“เธอแน่ใจแล้วหรอ…? งานของกลุ่มดอว์นมันอันตรายมากเลยนะ แถมทางเมืองเองก็ยังทำท่าเหมือนกับว่าจะไม่ยอมให้ความร่วมมืออะไรสักเท่าไหร่เลยซะด้วยซ้ำ…”

 

“ก็เพราะแบบนั้นฉันถึงต้องไปช่วยด้วยยังไงล่ะ… ฉันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบวันนั้นเกิดขึ้นที่อื่นอีกโดยที่ไม่มีใครยอมทำอะไรอีกแล้ว… ไม่ใช่ต่อหน้าฉันแน่ๆ ล่ะ…”

 

“งั้นหรอ… ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะไปบอกไดเอน่าให้ตอนที่เขากลับมาแล้วก็ละกัน แล้วระหว่างนี้ถ้าเธอเปลี่ยนใจก่อนก็อย่าลืมมาบอกฉันล่ะ”

 

“อื้อ…”

 

โมโกะพูดตอบนากากลับไปเบาๆ และซุกหน้ากลับลงไปในอ้อมแขนของนากาก่อนที่ทันใดนั้นเองทั้งสองคนจะต้องชะงักไปเมื่ออยู่ดีๆ อีฟที่เดินสำรวจห้องของนากาอยู่จะเดินเข้ามากระตุกแขนเสื้อของนากาพร้อมกับยื่นอะไรบางอย่างออกมาให้เขาดู

 

“หืม? มีอะไรหรออีฟ?”

 

“กล่องนั่นมัน… ของขวัญวันเกิดของยัยพรีมูล่าที่พวกเราไปช่วยกันเลือกมาเมื่อตอนนั้นนี่…”

 

สิ่งที่อยู่บนมือของอีฟนั้นก็คือกล่องของขวัญกล่องเล็กๆ ที่ก่อนหน้านี้นากากับโมโกะไปช่วยกันเลือกมาให้เป็นของขวัญวันเกิดของพรีมูล่าที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ที่พวกเขาคงจะไม่มีโอกาสได้จัดมันอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

 

“………….”

 

ตัวตนของกล่องของขวัญใบน้อยที่พวกเขาลืมมันไปเสียสนิทได้ทำให้ทั้งสองคนนิ่งเงียบไปอีกครั้งหนึ่งก่อนที่นากาจะยื่นมือไปหยิบมันมาจากอุ้งมือของอีฟและตัดสินใจที่จะแกะห่อของขวัญชิ้นน้อยออกเพื่อหยิบเอาสร้อยคอเส้นเล็กๆ ที่มีแท่งคริสตัลสีใสกระจ่างราวกับก้อนน้ำแข็งสีใสบริสุทธิ์ห้อยอยู่ออกมาพร้อมกับพูดพึมพำออกมาด้วย

 

“ตอนนั้นพวกเราก็อุตส่าห์หาเลือกก้อนคริสตัลใสๆ แบบนี้กันแทบตาย… แล้วยัยนั่นก็ดันมาชิงจากไปก่อนจะได้เอาให้ซะได้… เฮ้อ… เอาไงดีล่ะ เธอจะเก็บเอาไว้มั้ยล่ะโมโกะ”

 

“ไม่ล่ะ… เชยจะตายไป… สีใสๆ ไม่มีลายอะไรเลยแบบนี้ไม่รู้ว่ายัยตัวแสบนั่นชอบเข้าไปได้ยังไง…”

 

“ถ้างั้นแล้วจะเอาไงดีล่ะเนี่ย…”

 

ท่าทางของโมโกะที่ไม่มีท่าทีว่าจะอยากได้สร้อยแสนสวยในความคิดของใครบางคนไปเลยนั้นทำให้นากาต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวก่อนที่ทันใดนั้นเองอีฟที่ถูกแย่งกล่องของขวัญไปจะชะโงกหน้าเข้ามาดูตัวสร้อยที่นากาหยิบออกมาจากกล่องด้วยความสนอกสนใจจนทำให้นากาตัดสินใจที่จะลองเอ่ยปากถามโมโกะขึ้นมา

 

“นี่โมโกะ… ถ้าฉันจะให้สร้อยนี่กับอีฟเขาไปเธอจะว่าอะไรหรือเปล่าน่ะ”

 

“เรื่องนั้นก็แล้วแต่นายเลยก็แล้วกัน…”

 

“เธอไม่ว่าอะไรแน่ๆ นะ?”

 

“อื้ม… อย่างน้อยๆ มันก็คงจะดีกว่าการทิ้งมันเอาไว้เฉยๆ จริงมั้ยล่ะ…”

 

“นั่นสินะ… ถ้างั้นเธอหันมานี่หน่อยสิอีฟ”

 

นากาพยักพูดตอบโมโกะกลับไปก่อนที่เขาจะหันไปทางอีฟและปลดตะขอของสร้อยคอออกเพื่อที่จะได้สวมใส่มันให้กับเธอ

 

แต่ว่าก่อนที่เขาจะปลดมันได้สำเร็จนั้นทางด้านอีฟก็กลับอ้าปากและยื่นหน้าตรงไปยังตัวคริสตัลบนสร้อยคอราวกับว่าเธอจะกินมันเข้าไปจนทำให้โมโกะต้องรีบร้องห้ามขึ้นมาเสียก่อน

 

“นั่นมันไม่ใช่ของกินนะ…”

 

“…….?”

 

“ฮะฮะ อีฟเขาเห็นอะไรใหม่ก็เอาใส่ปากก่อนตั้งแต่ตอนที่ฉันเจอตัวแล้วล่ะ หลังจากนี้ไปก็คงจะต้องสอนกันอีกยาวเลยล่ะมั้ง… เอ้า มานี่มา”

 

นากาหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับท่าทางไร้เดียงสาของอีฟและจับตัวเธอเอาไว้ให้อยู่นิ่งๆ ก่อนจะสวมสร้อยคอคริสตัลให้กับเธอและหันไปพูดถามโมโกะที่อยู่ข้างๆ กันขึ้นมา

 

“เธอคิดว่าไงบ้างล่ะ?”

 

“ก็ไม่แย่นะ… แต่ปกติเด็กตัวแค่นี้เขาคงไม่ใส่เครื่องประดับแบบนี้กันหรอกมั้ง…”

 

“นั่นสินะ แล้วเธอว่าไงบ้างล่ะอีฟ? ถ้าเธอรำคาญหรือว่าไม่ชอบมันล่ะก็เดี๋ยวฉันจะถอดให้ก็แล้วกันนะ”

 

“……!!”

 

คำพูดของนากาได้ทำอีฟสะบัดหน้าไปมาอย่างรวดเร็วและใช้มือทั้งสองข้างกุมสร้อยคอคริสตัลเอาไว้และยื่นมันออกห่างจากนากาไปจนสุดเท่าที่ตัวสร้อยคอจะยืดได้จนทำให้นากาหลุดยิ้มออกมา

 

“งั้นเอาไว้ถ้าเกิดเธออยากถอดมันเมื่อไหร่ก็มาบอกฉันหรือไม่ก็โมโกะก็แล้วกันนะ”

 

“……..”

 

อีฟพยักหน้าตอบนากากลับไปทีหนึ่งก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาด้วยท่าทีงัวเงีย และนั่นก็ทำให้นากายื่นมือออกไปลูบหัวของอีฟเบาๆ แล้วจึงเดินจูงมือเธอไปยังเตียงนอนของเขา

 

และในทันทีที่อีฟกระโดดลงไปนอนบนเตียงนั้นเองเธอก็ได้ผล็อยหลับไปในพริบตาจนทำให้โมโกะอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา

 

“หลับไปแล้วแหะ…”

 

“เด็กๆ ก็งี้แหล่ะ…มั้ง… แต่เอาเป็นว่าพวกเราเองก็พักกันบ้างเถอะ”

 

“อื้อ…”

 

โมโกะพยักหน้าตอบนากากลับไปก่อนที่ทั้งสองคนจะปีนขึ้นไปนอนข้างๆ อีฟฝั่งละคนจนดูราวกับว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น

 

 

“เฮ้อ… พวกเด็กๆ เขานี่ก็น๊า~ ถึงอีฟจังเขาจะค่อนข้างว่านอนสอนง่ายกว่าเด็กทั่วๆ ไปอยู่พอสมควรก็เถอะ แต่ว่ายังไงฉันก็ไม่ถูกกับเด็กเล็กแบบนั้นจริงๆ นั่นแหล่ะ~”

 

ในขณะเดียวกันกับที่นากา โมโกะ และอีฟเพิ่งจะนอนหลับไปกันนั้นเอง ทางด้านเอริกะก็ได้ละสายตาออกมาจากอุปกรณ์ของเธอที่มีลักษณะเหมือนกับกระเป๋าพับโลหะที่เธอวางเอาไว้บนโต๊ะทำงานเพื่อหันไปพูดกับนิลิมที่ยืนอยู่ข้างๆ กันขึ้นมา

 

แต่ว่าก่อนที่นิลิมจะได้พูดตอบอะไรกลับไปก็ได้มีเสียงของเซซิเรียดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวของเอริกะที่เธอวางทิ้งเอาไว้ข้างๆ กันเข้าเสียก่อน

 

“แต่ทั้งๆ ที่เธอบ่นอย่างงั้นเธอก็ยังเก็บเด็กนั่นเอาไว้อีกนะ ถ้าเธอเกลียดเด็กจริงๆ ล่ะก็ทำไมเธอไม่เอาไปปล่อยให้พวกชาวบ้านของหมู่บ้านโมริโกะเขาเลี้ยงดูกันเองไปเลยล่ะ”

 

“แหม่~ ก็นากาคุงเขาเป็นคนเอ่ยปากบอกว่าจะขอรับอีฟจังไปเลี้ยงด้วยตัวเองเลยนี่นา~ แถมเขายังรับปากด้วยว่าจะยอมส่งหนูอีฟคืนครอบครัวแท้ๆ ถ้าเกิดว่าหาตัวเจอด้วยนะ เพราะงั้นมันก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลยนี่นา~”

 

“นากาคุง…”

 

นิลิมที่ได้ยินสิ่งที่เอริกะพูดออกมาได้พูดชื่อของลูกชายของเธอขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เพราะว่าตัวเธอที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นรู้ดีว่าการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งมันยากเย็นแค่ไหน

 

ซึ่งน้ำเสียงเป็นห่วงของนิลิมนั้นก็ได้ทำให้เอริกะต้องหาเรื่องเอ่ยปากชวนคุยขึ้นมาเพื่อไม่ให้คุณแม่ลูกสองที่ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยไปมากคนนี้ต้องกังวลจนเกินเหตุไปเสียก่อน

 

“ว่าแต่ตอนนี้สถานการณ์รอบๆ เขตรีมินัสเป็นยังไงบ้างล่ะนิลิม?”

 

“ก็… จะบอกว่าเรียบร้อยทุกอย่างมันก็ไม่เชิงหรอกค่ะ เพราะตอนนี้ที่พวกชาวบ้านเขาทำกันได้ก็มีแค่การตั้งเต็นท์พักอาศัยกันอยู่ที่ทุ่งหญ้าทางตะวันออกเฉียงเหนือกันเพราะไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกันดีน่ะ”

 

“งั้นตอนนี้ตรงแถวนั้นก็แทบจะกลายเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไปแล้วงั้นสินะ…”

 

คำพูดของนิลิมได้ทำให้เซซิเรียที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเครื่องมือสื่อสารที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูดขึ้นมาเบาๆ และนั่นก็ทำให้เอริกะต้องพูดอธิบายออกมาให้ทั้งสองคนฟัง

 

“ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็พอจะเดาแผนการของพวกนั้นได้แล้วล่ะ พวกนั้นทำลายหมู่บ้านต่างๆ จนไม่เหลือซากทำให้พวกคนที่รอดมาได้ได้แต่หวังไปพึ่งเมืองหลวงที่อยู่ใกล้ๆ …. แต่ก็อย่างที่พวกเรารู้กันว่าวังหลวงของแต่ละเมืองขี้เหนียวกันขนาดไหน เพราะงั้นก็แน่นอนว่าที่พักที่ทางเมืองจัดให้ต้องไม่พออยู่แล้วจนผู้รอดชีวิตต้องมาจับกลุ่มพึ่งพาอาศัยกันเอง…”

 

เมื่อเอริกะพูดมาถึงตรงนี้เธอก็เริ่มที่จะหมุนเก้าอี้ของเธอเล่นไปมาราวกับว่าอยากจะระบายความเครียดพร้อมกับพูดอธิบายออกมาต่อไปด้วย

 

“อื้มมมม… แล้วพอคนที่ไม่คุ้นเคยกันต้องมาจับกลุ่มอยู่ด้วยกันแบบนั้นก็แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกันเท่าที่ควรสักเท่าไหร่ และที่มั่นใจได้แน่ๆ เลยก็คือว่าวังหลวงของแต่ละเมืองน่าจะเจียดเสบียงออกมาให้แค่ส่วนเดียวเพราะคิดว่าไม่ใช่ธุระของตัวเองให้แค่นี้ก็ใจดีมากแล้ว… แล้วพออาหารขาดแคลนแบบนั้นก็แน่นอนว่าจะต้องมีคนล้มป่วย แล้วพอมีคนป่วยก็จะต้องมีคนตายเพิ่มขึ้น… พอมีคนตายเยอะๆ เข้าก็ตามมาด้วยโรคระบาด พอมีโรคระบาดแล้วสุดท้ายก็ ตู้ม คนที่เหลือรอดอยู่ตายกันหมด แถมเผลอๆ โรคมันอาจจะลามไปสร้างความลำบากให้กับแต่ละเมืองจนประหยัดแรงเจ้าพวกนั้นไปหน่อยด้วย… ถึงจะไม่อยากชมเจ้าพวกนั้นแต่ก็เรียกได้ว่าแผนของพวกนั้นมันแทบจะไร้ที่ติจริงๆ นั่นแหล่ะ”

 

ทันทีที่เอริกะพูดออกมาจนจบเธอก็หยุดเก้าอี้ของตัวเองที่กำลังหมุนด้วยความเร็วที่ดูน่าหวาดเสียวและหันไปเคาะลงบนแป้มพิมพ์ของอุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนกระเป๋าพับของเธออย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านนิลิมที่ได้ยินคำพูดอธิบายยาวเหยียดของเอริกะเข้าไปแล้วก็ได้ก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับกัดฟันพูดออกมาเบาๆ

 

“นี่พวกเราทำได้แค่นี้เองหรอ…”

 

“ใช่แล้วล่ะ ทั้งหมดที่ฉันกับเอริกะพยายามทำกันมาไม่ว่าจะเป็นพวกกองกำลังทหารรับจ้าง การสนับสนุนงานวิจัยของเมืองต่างๆ หรือแม้แต่การกระโดดเข้าไปขัดขวางแผนการของพวกนั้นโดยตรงนั่น… สุดท้ายมันก็ทำได้แค่เพิ่มจำนวนผู้รอดชีวิตจากแผนการของยัยพวกนั้นมาแค่นิดเดียวอย่างที่เห็นนั่นล่ะ”

 

เซซิเรียที่ยังคงอยู่ในสายการสื่อสารได้พูดขึ้นมาตรงๆ อย่างไม่อ้อมค้อม แต่ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงของเธอก็ยังคงไม่มีความท้อแท้เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อยเพราะเธอตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะต้องหยุดแผนการของเด็กสาวในชุดผ้าคลุมให้ได้ตั้งแต่ตอนที่เธอได้เจอกับเด็กสาวเมื่อคราวก่อน และในครั้งนี้ก็เป็นเพียงความพ่ายแพ้ในศึกแรกเท่านั้น พวกเธอยังคงมีโอกาสในศึกต่อๆ ไปเหลือให้คาดหวังได้อยู่

 

ส่วนทางด้านเอริกะเองก็ได้เอ่ยปากพูดตามขึ้นมาตรงๆ ด้วยอีกคนหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าพวกเธอจะดูเหมือนแพ้ยับเยินแบบนี้ตั้งแต่ศึกแรกก็ตาม แต่ว่าด้วยการแทรกแซงของใครบางคนที่ไม่มีตัวหมากใดๆ ที่เต้นอยู่บนกระดานหมากนี้คาดถึงก็ทำให้สถานการณ์ที่ควรจะเลวร้ายชนิดดิ่งลงเหวเปลี่ยนแปลงไปมาก

 

“ถึงพวกเราจะดูเหมือนแพ้ยับเยินตัวถลอกปลอกเปิกตั้งแต่ยกแรกแบบนี้ก็เถอะนะ… แต่ฉันขอบอกตรงๆ เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนที่หมู่บ้านโมริโกะนั่นก็ทำให้แผนการของพวกนั้นรวนไปพอสมควรเลยล่ะ”

 

“แต่นั่นมันก็ต้องแลกมากับชีวิตของอารอนแล้วก็ผู้ช่วยของเขาไม่ใช่หรือไง…?”

 

คำพูดของเอริกะได้ทำให้เซซิเรียต้องพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เพราะถึงแม้ว่าอารอนจะตัดสินใจเข้ามาช่วยเหลือเอริกะในครั้งนี้จนต้องแลกมาด้วยชีวิตของเขาก็ตาม แต่ว่าจริงๆ แล้วที่ผ่านมาอารอนได้ถอนตัวออกไปจากกลุ่มของพวกเธอเพื่อหลบซ่อนตัวเองอยู่อย่างเงียบๆ หลังจากที่เกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นในอดีตและแทบจะไม่ได้โผล่กลับมายุ่งเกี่ยวกับพวกเธอหรือว่ากลุ่มของเด็กสาวในชุดผ้าคลุมเลยแม้แต่น้อย จะมีก็เพียงแค่ไม่กี่ครั้งที่เขาโผล่มาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ยุ่งยากผิดคาดและมีแค่เขาคนเดียวที่สามารถทำได้ตามคำขอของเอริกะที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของพวกเธอ

 

ซึ่งคำพูดของเซซิเรียนั้นก็ได้ทำให้นิลิมต้องก้มหน้าลงต่ำ เพราะว่าที่ผ่านมาเธอเคยรบกวนอารอนเอาไว้มากตามคำขอของเอริกะที่เคยขอร้องให้อารอนมาช่วยเหลือเธอ

 

แต่ว่าทันใดนั้นเองนิลิมก็ต้องเงยหน้ากลับขึ้นมามองเอริกะด้วยความตกใจในสิ่งที่นักประดิษฐ์สาวที่เป็นคนรู้จักเก่าแก่ของอารอนพูดขึ้นมา

 

“ถ้าเรื่องอารอนล่ะก็พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกหน่า~ อย่างอารอนเขาน่ะไม่ยอมตายง่ายๆ ด้วยเรื่องแค่นี้หรอกนะ~”

 

“….!”

 

คำพูดของเอริกะได้ทำให้นิลิมได้แต่จ้องมองนักประดิษฐ์สาวด้วยความแปลกใจในสิ่งที่เธอได้ยิน ซึ่งทางด้านเอริกะก็ได้หมุนเก้าอี้ของเธอไปทางด้านหน้าต่างบานใหญ่ของห้องออฟฟิศของเธอและเงยหน้าขึ้นไปมองหมู่ดาวเบื้องบนที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่ด้านนอกก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาต่อ

 

“เธอเองก็น่าจะสัมผัสได้ไม่ใช่หรอนิลิม เสียงร้องเรียกจากแขนทั้งสองข้างของเธอนั่นน่ะ คาร์เทียร์จังเขาเองก็น่าจะสัมผัสได้จากดวงตาของเขาเหมือนกัน… เพราะไม่อย่างงั้นพวกเธอทั้งคู่คงจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ ในเมืองแบบนี้หรอกใช่มั้ยล่ะ…”

 

“เสียงร้องเรียกงั้นหรอคะ…”

 

นิลิมเอ่ยปากพูดพึมพำออกมาเบาๆ และยกฝ่ามือทั้งสองข้างของเธอที่มีสีผิวขาวซีดผิดกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายขึ้นมาจ้องมองอยู่ชั่วขณะก่อนที่เธอจะเผยรอยยิ้มเศร้าๆ ออกมาแล้วจึงเอ่ยปากพูดตอบเอริกะกลับไป

 

“นั่นสินะคะ…ถึงในตอนนี้ฉันจะสัมผัสไม่ได้แล้วก็เถอะ แต่ว่าคุณอารอนยังมีชีวิตอยู่จริงๆ สินะคะ…”

 

“ถ้าเกิดว่าพวกเธอรู้สึกแบบนั้นงั้นก็หมายความว่าเขายังอยู่ดีนั่นแหล่ะ~ ที่เหลือก็มีแค่ว่าพวกเราจะหาตัวเขาเจอก่อนหรือว่าเขาจะโผล่กลับมาหาพวกเราก่อนก็แค่นั้น~”

 

คำพูดยืนยันของเอริกะได้ทำให้นิลิมกลับมามีท่าทีสดใสอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ทันใดนั้นเองเซซิเรียที่นั่งฟังอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของอุปกรณ์สื่อสารจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“แต่ว่าสำหรับแม็กซิสนั่น… เขาคงจะไม่ได้โชคดีขนาดนั้นสินะ แต่ก็เอาเถอะ… สำหรับเขาแล้วการได้ทำอะไรแบบนั้นเป็นอย่างสุดท้ายในชีวิตก็คงจะทำให้เขาพอใจแล้วล่ะ”

 

หลังจากที่เซซิเรียพูดจบแล้วทั้งสามคนก็ได้นิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งราวกับว่าเป็นการไว้อาลัยให้กับชายชราที่เป็นหนึ่งในคนรู้จักเก่าแก่ของพวกเธออีกคนหนึ่ง และหลังจากนั้นไม่นานนิลิมที่มีชนักติดหลังก็ได้เอ่ยปากพูดกับเซซิเรียขึ้นมาด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

 

“นี่เซซิเรีย… ขอโทษที่ฉันทิ้งเธอเอาไว้แล้วไปที่หมู่บ้านโมริโกะคนเดียวแบบนั้นนะ… แล้วหลังจากนี้ฉันคงจะไปทำงานกับเธอไม่ได้อีกสักพักใหญ่เลยด้วย…”

 

“เธอไม่ต้องคิดมากเรื่องนั้นหรอก แค่เธอกลับมาอย่างปลอดภัยได้แบบนี้ฉันก็พอใจแล้วล่ะ”

 

เซซิเรียที่ได้ยินนิลิมพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดได้พูดตอบกลับมาแบบไม่ได้ถือสาอะไรเลยแม้แต่น้อยก่อนที่เธอจะเอ่ยปากขอตัวไปทำงานต่อขึ้นมา

 

“ถ้างั้นเดี๋ยวฉันขอไปดูอาการของพวกคนเจ็บก่อนก็แล้วกันนะเอริกะ เอาไว้เดี๋ยวพอเธอวางแผนขั้นต่อไปเสร็จแล้วก็ค่อยติดต่อมาหาฉันก็แล้วกัน”

 

“จ๋าจ้ะ~ แต่เอาจริงๆ ช่วงนี้ก็ไม่น่าจะมีแผนให้ทำอะไรมากนักหรอกนะ เพราะงั้นพักนี้เธอก็คอยดูแลคนเจ็บแล้วก็สร้างขวัญกำลังใจให้พวกเขาไปก่อนเถอะเพราะว่าคราวหน้าพวกเราคงจะไม่ได้โชคดีมีตัวแปรที่คาดไม่ถึงอย่างคราวนี้อีกแล้วนะ เอาเป็นว่าเดี๋ยวถ้ามีอะไรฉุกเฉินให้เธอทำฉันจะติดต่อไปก็แล้วกัน~”

 

ปิ๊บ

 

หลังจากที่เอริกะพูดตอบกลับไปจบแล้วเธอก็ยื่นมือไปจิ้มบนด้านที่เป็นกระจกของเครื่องมือสื่อสารของเธอเพื่อตัดสายการสื่อสารไปในทันที ในขณะที่ทางด้านนิลิมนั้นก็กลับมีท่าทีแปลกใจกับท่าทางผ่อนคลายของนักประดิษฐ์สาวจนทำให้เธอต้องเอ่ยปากพูดถามขึ้นมา

 

“คุณเอริกะดูไม่รีบร้อนจะเตรียมการรับมือกับแผนการขั้นต่อไปของพวกเขาเลยนะคะ… ทั้งๆ ที่พวกเราเพิ่งจะแพ้ยับมาแบบนั้นแท้ๆ น่ะ”

 

“ก็นะ~ ถึงในรอบนี้พวกเราจะแพ้ยับเยินมาก็เถอะ แต่ว่าการลงมือของอารอนน่ะทำให้พวกเราได้รับสิ่งสำคัญที่จำเป็นที่สุดสำหรับพวกเราในตอนนี้มาแล้วล่ะนะ”

 

“สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ของพวกเรางั้นหรอคะ?”

 

“ช่าย~ มันก็คือ ‘เวลา’ ยังไงล่ะ~”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 135 Borrowed Peace"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved