cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 134 Second Chance

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 134 Second Chance
Prev
Next

“ห—หมอนี่มัน…”
 

นากาที่ได้เห็นรูปถ่ายที่เอริกะหยิบออกมาให้ดูนั้นได้ยื่นมือไปคว้ามันมาดูใกล้ๆ ด้วยความตกใจก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองเอริกะด้วยความสงสัย แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดถามอะไรออกมาทางด้านเอริกะก็กลับชิงพูดอธิบายขึ้นมาเสียก่อน

 

“หน้าคุ้นๆ ใช่มั้ยล่ะ คนที่หายไปคือผู้ชายในรูปที่ชื่อว่าเดดารัสน่ะ ส่วนเด็กผู้หญิงอีกคนนั่นชื่อว่าทีเอร่า ก่อนหน้านี้มีคนของฉันไปเจอสองคนนี้อาศัยอยู่ในโบสถ์ร้างนอกเมืองเข้าก็เลยชวนให้มาทำงานด้วยกันน่ะ

 

“เดดารัสงั้นหรอ…”

 

นากาที่ได้ยินคำพูดของเอริกะได้เลิกคิ้วมองหน้าเอริกะอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เขาจะเข้าใจว่าเอริกะคงไม่อยากจะพูดถึงเรื่องที่ว่าเธอไปเจอขุนนางหนุ่มเวก้าที่น่าจะโดนวังหลวงของรีมินัสเก็บไปแล้วและพาตัวมาใช้งานได้อย่างไรเขาจึงได้ยักไหล่เล็กน้อยเป็นเชิงบอกให้เธอพูดต่อได้เลย

 

“อื้มๆ เดดารัสนั่นแหล่ะ ก่อนหน้านี้ฉันสั่งให้สองคนนี้ไปตรวจสอบเรื่องหมอกหนาผิดฤดูที่แพนเทร่าน่ะ แล้วตอนที่มีการโจมตีเกิดขึ้นที่นั่นสองคนนี้ก็อาสาจะออกไปช่วยอพยพชาวเมืองด้วยเหมือนกัน แต่เห็นทีเอร่าเขาบอกว่าอยู่ดีๆ เดดารัสเขาก็ทำหน้าตกใจก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในฝูงคนแล้วก็ไม่ได้กลับมาน่ะ”

 

เอริกะพูดย้ำถึงชื่อของเวก้าในตอนนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งราวกับอยากจะย้ำเตือนนากาว่าอย่าได้หลุดชื่อจริงของอดีตขุนนางหนุ่มออกมาเป็นอันขาดก่อนที่เธอจะพูดอธิบายออกมาเพิ่มเติม

 

“แต่ก็นะ เรื่องของเดดารัสนี่เธอไม่จำเป็นต้องไปสนใจก็ได้ เดี๋ยวให้ทีมของฉันที่นู่นเขาจัดการกันเองเถอะ แต่ถ้าเกิดว่าเธอบังเอิญไปได้ข้อมูลอะไรมาก็แอบแวบมาบอกฉันสักหน่อยก็แล้วกัน”

 

“อ่า ถ้าเธอว่าอย่างงั้นล่ะก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก… ว่าแต่เรื่องหมอกควันที่แพนเทร่าอะไรนั่นมันยังอยู่อีกหรอน่ะ ฉันว่าฉันเคยได้ยินไดเอน่าเขาพูดถึงเรื่องนี้ตั้งนานแล้วนะ”

 

“อื้ม… แล้วก็ดูท่าทางว่ามันจะไม่หายไปง่ายๆ ด้วยน่ะสิ”

 

“เธอหมายความว่าไงน่ะ?”

 

คำพูดพึมพำเบาๆ ของเอริกะที่นากาดันหูดีไปได้ยินนั้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องพูดถามขึ้นมา ซึ่งเอริกะก็ได้พูดอธิบายออกมาสั้นๆ ให้เขาได้ฟัง

 

“ก็แบบว่าถ้ามันเป็นหมอกธรรมดาๆ มันก็น่าจะโผล่มาแค่พักเดียวเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนหรืออะไรแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ แต่ว่านี่นอกจากหมอกมันจะหนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันยังมีรายงานเรื่องแปลกๆ ตามมาอีกเรื่อยๆ ด้วยน่ะสิ”

 

“เรื่องแปลกที่ว่านั่นมันแปลกขนาดไหนถึงทำให้เธอเหมือนจะกังวลได้แบบนี้กันล่ะนั่น?”

 

“ก็ไม่เชิงว่ากังวลหรอก… ต้องบอกว่าคาใจเฉยๆ มากกว่าน่ะ ลองดูนี่สิ ตรงหัวข้อข่าวด้านล่างที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญนั่นน่ะ”

 

เอริกะพูดตอบนากากลับไปพร้อมกับหยิบเอาหนังสือพิมพ์จำนวนหนึ่งออกมาจากลิ้นชักของโต๊ะทำงานของเธอจนทำให้นากาชักจะเริ่มแปลกใจแล้วว่าในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเอริกะบรรจุอะไรเอาไว้ด้านในบ้างกันแน่

 

“หืม? ไหนๆ ‘หมอกยังคงหนาแน่น’ ‘ข่าวจากทางโบสถ์’ ‘รายงานการซ่อมแซมวังหลวง’ … แล้วอันไหนล่ะที่เธอบอกว่ามันแปลกๆ น่ะ?”

 

“ก็เนี่ย อันนี้นี่ไง ที่เขาเขียนว่า ‘เกาะติดการหายไปของศพภายในสุสานหลวงใต้ดินของแพนเทร่า’ เนี่ย”

 

“เห….”

 

นากาที่เห็นเอริกะชี้ไปที่หัวข้อข่าวเล็กๆ อันหนึ่งที่ฟังดูไม่มีความสำคัญมากนักเท่าไหร่ได้ลองเปิดอ่านที่ด้านในดู แต่ถึงอย่างงั้นมันก็ไม่มีอะไรที่ฟังดูสำคัญสักเท่าไหร่นักเลย เขาจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นฝีมือของโจรปล้นสุสานหรืออะไรทำนองนั้นมากกว่า

 

“ฉันเคยได้ยินมาว่าที่แพนเทร่าโดยเฉพาะพวกขุนนางที่นั่นนี่เขาชอบฝังสมบัติเอาไว้ในสุสานด้วยนี่นา อาจจะเป็นฝีมือของพวกโจรหรืออะไรพวกนั้นเปล่าน่ะ?”

 

“โธ่เอ๊ยนากาคุง แล้วโจรที่ไหนเขาจะขโมยศพออกมากันล่ะจริงมั้ย แต่ก็นะ เรื่องนี้เธอไม่ต้องไปสนใจหรอก เดี๋ยวฉันจะให้ทีมที่ประจำอยู่ที่นั่นลองหาข้อมูลดูเอง”

 

เอริกะที่ได้ยินนากาพูดสันนิษฐานขึ้นมาได้พูดหยอกเล่นกลับไปก่อนที่เธอจะพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาแทน

 

“เอาล่ะ เรื่องที่เมืองแพนเทร่ามันก็มีอยู่แค่นี้แหล่ะ ถึงตอนแรกฉันคิดจะไปปรึกษาอารอนเกี่ยวกับเรื่องหมอกควันนั่นอยู่ก็เถอะ แต่ว่าเขาดันหายตัวไปแล้วแบบนี้ก็เลยกลายเป็นว่าฉันต้องมานั่งปวดหัวอยู่คนเดียวเนี่ยแหล่ะ~”

 

“ถ้างั้นเธอมีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้บ้างหรือเปล่าล่ะ? พักนี้ฉันต้องหยุดอยู่บ้านมาคอยดูแลโมโกะเขาน่ะก็เลยน่าจะว่างอยู่ล่ะมั้ง”

 

“จุ๊ๆ ถ้าเธอบอกทางโรงเรียนไปว่าจะหยุดมาดูแลโมโกะจังเขาก็อยู่ดูแลโมโกะจังไปสิจ๊ะนากาคุง~ แล้วอีกอย่างนึงตอนนี้พวกเธอก็ติดอยู่ที่รีมินัสนี่เพราะงั้นคงจะไปช่วยเรื่องทางนั้นไม่ได้หรอกนะ”

 

“นั่นสินะ… ว่าแต่แล้วเรื่องของพวกทหารที่ไปบุกที่หมู่บ้านของฉันที่พวกมันติดตราของเมืองรีมินัสเอาไว้นั่นเป็นยังไงบ้างล่ะ? เธอพอจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้างหรือยังน่ะเอริกะ”

 

นากาที่ได้ยินคำพูดหยอกล้อของเอริกะได้พยักหน้ากลับไปให้เธอเบาๆ ก่อนที่เขาจะพูดถามถึงเรื่องอื่นขึ้นมาบ้าง ซึ่งนั่นก็ทำให้เอริกะที่พูดเปลี่ยนเรื่องออกมาจากเรื่องน่าปวดหัวที่เมืองแพนเทร่าเป็นผลสำเร็จแล้วแทบจะสะดุ้งไปและรีบพูดตัดบทออกมา

 

“เรื่องนั้นทางวังหลวงกำลังสืบกันให้วุ่นเลยล่ะว่าเป็นฝีมือของหน่วยไหนหรือว่าเป็นการสั่งการของใครกันแน่น่ะ เดี๋ยวเอาไว้อีกสักพักนึงฉันจะไปเล่าให้เธอฟังเองก็แล้วกัน ส่วนตอนนี้พวกเรากลับไปหาโมโกะจังก่อนเถอะ อยู่กับอีฟจังสองคนแบบนั้นไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างแล้วนั่น”

 

“อื้ม… นั่นสินะ…”

 

นากาพูดตอบเอริกะกลับไปและเดินนำเธอออกไปจากห้องออฟฟิศ ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเขาได้พบเข้ากับภาพของอีฟที่กำลังนั่งอยู่บนตักของโมโกะที่กำลังกอดและใช้มือลูบหัวของเด็กสาวอยู่ด้วยท่าทีเอ็นดูอีกทั้งยังอ้าปากรับคุกกี้ที่อีกฝ่ายคอยป้อนให้อยู่เรื่อยๆ เข้าจนทำให้นากาถึงกับนิ่งไปเพราะคาดไม่ถึง ในขณะที่ทางด้านเอริกะนั้นกลับชะโงกหน้าไปพูดแซวขึ้นมาอย่างไม่รอช้า

 

“โอ๊ะ— ดูเหมือนว่าจะเข้ากันได้ไม่มีปัญหาสินะเนี่ย~”

 

“ก…ก็เมื่อกี้นี้เด็กคนนี้เขาทำท่าเหมือนกับว่าจะแบ่งคุกกี้ให้… ต–แต่อยู่ดีๆ เขาก็ขึ้นมานั่ง…”

 

“น่าๆ ไม่ต้องอายไปหรอกโมโกะจัง~ แค่เห็นเธอสดใสขึ้นมาบ้างแบบนี้ฉันก็สบายใจแล้วล่ะ~”

 

“ก็ตามที่เอริกะพูดนั่นแหล่ะโมโกะ เธอไม่ต้องคิดมากหรอก แค่ได้เห็นเธอดีขึ้นมาบ้างแบบนี้พวกฉันก็ดีใจแล้ว”

 

เอริกะและนากาพูดตอบโมโกะที่กำลังหน้าแดงก่ำกลับไปและเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาของห้องนั่งเล่น โดยเอริกะได้นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามของโมโกะในขณะที่ทางด้านนากานั้นก็เดินตรงไปนั่งที่ข้างๆ ของเด็กสาวหูแมวและยกมือขึ้นไปลูบหัวของเธออย่างแผ่วเบา

 

ส่วนทางด้านอีฟนั้นก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองมือของนากาที่กำลังลูบหัวของโมโกะอยู่ด้วยเปลือกตาที่ปิดสนิทของเธออยู่สักพักหนึ่งราวกับสงสัยว่าทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันก่อนที่เธอจะก้มหน้ากลับไปหยิบเอาคุกกี้ที่เหลือน้อยชิ้นเต็มทีขึ้นมากินต่อ ซึ่งนั่นก็ทำให้เอริกะที่สังเกตเห็นปริมาณคุกกี้ที่เหลือเพียงแค่ก้นไหอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา

 

“หว๋าย~ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้นี่กินเก่งจริงนะเนี่ยเธอ”

 

“…..?”

 

“เอ้ย นี่เธอกินจนหมดเลยหรอเนี่ยอีฟ… โทษทีนะเอริกะ เดี๋ยวเอาไว้ฉันจะซื้อมาคืนให้ก็แล้วกัน”

 

“แหม่~ ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ฉันแค่เห็นแม่หนูนี่นั่งเคี้ยวแก้มตุ่ยแบบนี้แล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้เท่านั้นเอง”

 

“….!”

 

ทันทีที่สิ้นเสียงของเอริกะ เธอก็ได้ยื่นมือไปดึงแก้มนิ่มๆ ของอีฟจนยืดจนทำให้โมโกะและนากาต้องรีบช่วยกันพูดห้ามปรามออกมา

 

“ก… แก้มอีฟเขาแดงหมดแล้วนะ…”

 

“ถ้าอีฟเขาร้องไห้ขึ้นมาเธอปลอบเองนะเอริกะ”

 

“อุ้ย—”

 

คำพูดเตือนของนากาได้ทำให้เอริกะต้องรีบปล่อยมือออกจากแก้มของอีฟในทันทีและรีบพูดหาเรื่องให้นาการ้อนรนขึ้นมาแทนบ้าง

 

“ว่าแต่เธอปล่อยให้อีฟจังเขาซัดคุกกี้ซะเต็มที่แบบนี้จะดีหรอนากาคุง เดี๋ยวเขาก็กินข้าวไม่ลงเอาหรอกนะ~”

 

“เออ… จริงด้วยสิ ท่าทางเหมือนว่าอีฟเขาจะยังไม่ได้กินข้าวเลยนี่ นี่เธอปล่อยให้อีฟเขาทนหิวจนต้องรอให้ฉันมาเปิดไหคุกกี้ให้กินเลยหรือไงเนี่ย?”

 

“อ่ะๆ อันนี้โทษฉันไม่ได้นะ~ ก็ตอนแรกฉันกะว่าจะรอให้พวกเธอมาถึงก่อนแล้วก็ค่อยมากินข้าวกลางวันกันให้พร้อมหน้าแล้วแท้ๆ แต่ว่าพวกเธอเล่นมาช้ากันเองนี่~”

 

“…..!”

 

ในทันทีที่อีฟได้ยินคำว่าข้าวกลางวันนั้นเธอก็ได้ละความสนใจออกมาจากไหคุกกี้และยื่นมันไปให้นากาถือเอาไว้ก่อนจะกระโดดลงจากตักของโมโกะไปดึงแขนเสื้อของนากาด้วยท่าทางคาดหวังจนทำให้โมโกะที่เคยเป็นเบาะรองนั่งอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา

 

“ห…เหมือนว่าอีฟเขาจะยังหิวอยู่เลยนะ…”

 

“หะ—? ทั้งๆ ที่ยัดคุกกี้เข้าไปทั้งไหแล้วนั่นน่ะนะ?”

 

“เอาหน่าๆ ถ้าอีฟจังเขายังกินข้าวไหวก็ดีแล้วแหล่ะ เด็กๆ กินเยอะๆ ยิ่งโตไวนะนากาคุง~”

 

เอริกะที่เห็นนากาหลุดเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจแบบนั้นได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขบขันก่อนที่ทันใดนั้นเองเธอจะต้องเหงื่อตกเล็กน้อยเมื่อนากาพูดเหมือนกับว่าจะเห็นด้วยออกมา

 

“อื้ม… นั่นสินะ”

 

“นี่ๆ คุณพ่อมือใหม่ ถึงฉันจะพูดอย่างงั้นก็เถอะ แต่ถ้าเกิดว่าเธอตามใจอีฟจังเขามากเกินไปเข้า ระวังหนูอีฟเขาจะโตขึ้นมาเสียนิสัยหมดนะ~”

 

“……..”

 

คำพูดของเอริกะที่ฟังดูเหมือนกับว่าจะไม่มีข้าวให้อีฟกินนั้นได้ทำให้เด็กสาวดูห่อเหี่ยวลงไปในทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้เอริกะที่ปากก็บอกว่าเกลียดพวกเด็กๆ แต่กลับใจดีด้วยผิดคาดต้องรีบพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

“แต่จะว่าไปฉันเองก็ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยนี่นะ ถ้ายังไงเดี๋ยวก่อนพวกเธอจะกลับกันก็มากินข้าวกับฉันก่อนก็แล้วกัน เอาล่ะโมโกะจังไปช่วยฉันทำอาหารในครัวหน่อยสิ~”

 

“อ…อื้อ… ได้สิ…”

 

โมโกะเอ่ยปากพูดตอบเอริกะกลับไปเบาๆ แล้วจึงเดินตามหลังอีกฝ่ายหายเข้าไปในห้องครัว ซึ่งนั่นก็ทำให้นากาเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา เพราะว่าท่าทางของโมโกะนั้นดูสดใสขึ้นกว่าก่อนที่พวกเขาจะมาถึงที่นี่อยู่มากพอสมควร

 

แต่ว่าทันใดนั้นเอง อยู่ๆ อีฟก็ได้ยกมือขึ้นมาโบกที่เบื้องหน้าของเขาเพื่อเรียกความสนใจ ก่อนที่เธอจะก้มลงไปจ้องมองไหคุกกี้ในมือของนากาและยื่นนิ้วเข้าไปในปากเหมือนกับที่เธอทำคราวที่แล้วที่พยายามจะขอให้นากาเปิดไหคุกกี้ให้

 

“ไม่ได้แล้ว เธอกินไปตั้งเยอะแล้วนะ”

 

“……..”

 

“ก็ได้ๆ แต่แค่ชิ้นเดียวนะ”

 

“….!”

 

 

“เอาล่ะ หลังจากนี้ไปที่นี่จะเป็นบ้านของเธอนะอีฟ อย่างน้อยก็จนกว่าจะหาครอบครัวจริงๆ ของเธอเจอน่ะนะ…”

 

“….?”

 

หลังจากที่นากาและโมโกะทานข้าวเที่ยงกับเอริกะจนเสร็จแล้วพวกเขาก็ได้พาอีฟกลับไปที่คฤหาสน์และพูดแนะนำสถานที่ขึ้นมาให้เด็กสาวฟัง

 

แต่ถึงกระนั้นอีฟก็กลับละความสนใจจากพวกเขาไปและเดินตรงไปสำรวจข้าวของที่ถูกประดับไว้ในห้องโถงหลักด้วยท่าทีสนอกสนใจจนเป็นโอกาสให้โมโกะได้ใช้จังหวะนี้สะกิดนากาเพื่อพูดถามสิ่งที่เธอสงสัยอยู่ออกมา

 

“ต…แต่ถ้าอีฟมาอยู่กับพวกเราแบบนี้แล้วเรื่องเรียนจะเอายังไงล่ะ…? จะพาอีฟเขาไปโรงเรียนด้วยก็คงจะไม่ได้ไม่ใช่หรอ…?”

 

“เห็นเอริกะบอกว่าตอนไปโรงเรียนให้พาอีฟเขาไปฝากไว้กับคาร์เทียร์ที่ห้องพยาบาลก่อนก็ได้น่ะ”

 

“ต…แต่แบบนั้นมันก็ลำบากคาร์เทียร์เขาไม่ใช่หรอ…?”

 

“ถ้าไม่งั้นก็คงต้องพาไปฝากกับคุณแม่ฉันที่คลินิกของอารอนกันก่อนที่พวกเราจะไปโรงเรียนนั่นแหล่ะ ถึงจะต้องเดินอ้อมกันหน่อยแต่ก็น่าจะยังไปโรงเรียนทันอยู่ล่ะมั้ง”

 

นากาพูดตอบโมโกะกลับไปอย่างจนปัญญา พลางคิดหาแผนสำรองเผื่อในกรณีที่ทั้งคาร์เทียร์และคุณแม่นิลิมของเขาติดธุระพร้อมๆ กันขึ้นมา ซึ่งเขาเองก็มีอยู่แค่ไม่กี่ทางเลือกอย่างเช่นอลิซที่เขาไม่อยากจะรบกวนสักเท่าไหร่นักเพราะอีกฝ่ายก็คงจะยุ่งกับการเตรียมสอนอีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บอยู่อีกด้วย หรือว่าเอริกะที่ดูเหมือนว่าจะเอาแน่เอานอนในเรื่องการเลี้ยงดูเด็กแบบนี้ไม่ได้สักเท่าไหร่ ในขณะที่ทางด้านเอริซาเบธนั้นเขาแทบจะตัดทิ้งไปตั้งแต่ที่ชื่อของเธอผุดขึ้นมาในหัวซะด้วยซ้ำเพราะว่ายังไม่อยากให้อีฟโตไปเสียคน

 

“ถ้ายังไงจะพามาฝากไว้ที่ห้องพยาบาลตอนที่พวกพี่ๆ เรียนอยู่ก็ได้นะคะ เมื่อวานนี้พี่เอริกะเขามาคุยกับหนูเรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วน่ะค่ะ แถมอาจารย์เอริเขาก็ทำเรื่องให้เรียบร้อยแล้วด้วย”

 

“อ่ะ—”

 

ในขณะที่นากากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเองก็ได้มีเสียงของคาร์เทียร์ดังขึ้นมาจากทางด้านบนบันไดที่ขึ้นไปยังชั้นสอง ก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีเสียงของคอนแนลร้องโวยวายดังมาตามโถงทางเดินชั้นหนึ่งและตามมาด้วยร่างของคอนแนลที่รีบวิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา

 

“นี่ทั้งสองคนออกไปไหนมากันครับเนี่ย! ผมเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรอครับว่าถ้ามีนัดอะไรที่ไหนก็ให้บอกกันก่อนน่ะครับ!”

 

“อ..อ่า โทษทีๆ พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าต้องไปรับตัวอีฟเขาหลังจากที่นายออกไปเรียนแล้วน่ะ”

 

“ให้ตายสิ… แล้วอีฟนี่หมายถึงเด็กคนนั้นสินะครับ?”

 

คอนแนลที่ได้ยินนากาเอ่ยปากพูดขอโทษออกมาได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยใจ แต่ก็นับว่ายังดีที่นากาตัดสินใจพาโมโกะออกไปด้วยแบบนั้น เพราะไม่อย่างงั้นเขาคงจะทำใจเย็นไม่ลงแน่ๆ ถ้าเกิดว่านากาทิ้งให้โมโกะที่มีสภาพแบบที่เขาเห็นเมื่อเช้านี้อยู่บ้านด้วยตัวคนเดียว

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้คอนแนลตัดสินใจหันไปมองทางด้านเด็กสาวผมสีขาวที่ยืนหลับตาเงยหน้ามองตะเกียงวิซอันหนึ่งอยู่ด้วยความสนอกสนใจ ทำให้นากาต้องเดินไปจูงมือเธอมาแนะนำตัวให้คอนแนลกับคาร์เทียร์รู้จัก

 

“อื้ม เหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่รอดชีวิตมาได้จากแถวๆ หมู่บ้านของฉันน่ะ… ฉันไปเจอเธอมาตรงจุดที่เคยเป็นหมู่บ้านของฉันมาก่อนก็เลยพากลับมาด้วย แล้วพอเอริกะเห็นว่าเด็กคนนี้พูดอะไรไม่ได้ก็เลยตั้งชื่อให้ว่าอีฟไปก่อนน่ะ”

 

“แล้วตอนที่คุณเอริกะบอกว่าไม่ถูกกับพวกเด็กๆ แล้วก็พยายามหาคนรับไปเลี้ยงอยู่นากาก็คงจะเผลอพูดอาสาไปโดยไม่ทันได้ไตร่ตรองเอาไว้ก่อนสินะครับ”

 

“นายก็พูดเกินไปหน่อยมั้ง… เอ่อ… แต่เอาจริงๆ มันก็ตามที่นายว่ามานั่นแหล่ะ”

 

นากาที่ได้ยินคำพูดเชิงตำหนิของคอนแนลได้พยายามจะพูดแก้ตัวออกมาก่อนที่เขาจะต้องพูดยอมรับออกมาแต่โดยดี เพราะว่าในตอนนั้นมันก็เกือบๆ จะเป็นการตัดสินใจชั่ววูบจริงๆ ส่วนทางด้านคาร์เทียร์เองก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยความเห็นอกเห็นใจ เพราะว่าตัวเธอเองก็เคยสูญเสียทุกอย่างรอบตัวไปอย่างกะทันหันภายในคืนเดียวเช่นเดียวกัน

 

“แต่หนูว่าเรื่องนี้พี่นากาเขาทำได้ดีแล้วแหล่ะค่ะพี่คอนแนล… ถ้ายังไงตอนเข้าเรียนพี่นากาพาอีฟจังเขามาฝากไว้ที่ห้องพยาบาลได้เลยนะคะ เดี๋ยวหนูจะช่วยดูให้เอง”

 

“อ–อื้ม ขอบใจนะคาร์เทียร์… ว่าแต่แล้วไหงทั้งสองคนถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? นี่มันยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนเลยไม่ใช่หรอ?”

 

ท่าทีมุ่งมั่นเกินปกติเล็กน้อยของคาร์เทียร์ก็ได้ทำให้นากาแปลกใจเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพูดถามถึงสาเหตุที่ทั้งสองคนกลับบ้านเร็วก่อนกำหนดแบบนี้ขึ้นมา เพราะว่าตามปกติแล้วในเวลานี้มันน่าจะเป็นช่วงเวลาของกิจกรรมชมรมหรือไม่ก็การเรียนคาบพิเศษที่มีอาจารย์สักท่านขอเอาไว้

 

“ก็พวกผมเป็นห่วงพวกนายก็เลยไปขออนุญาตอาจารย์เอริกลับบ้านกันก่อนน่ะสิครับ! แล้วดูซิว่าพวกผมกลับมาเจออะไร บ้านว่างๆ ที่คนที่ควรจะอยู่บ้านดันหายออกไปข้างนอกแบบไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ไงครับ”

 

“คือแบบว่าถ้ามีเหตุจำเป็นอะไรจริงๆ เราจะสามารถขอลายเซ็นจากอาจารย์สักสองสามท่านเพื่อขอออกนอกเขตโรงเรียนก่อนเวลาได้น่ะค่ะ”

 

ในขณะที่คอนเนลพูดขึ้นมาเหมือนกับว่าเขายังโกรธที่นากาพาโมโกะออกไปข้างนอกโดยไม่บอกไม่กล่าวอยู่นั้น ทางด้านคาร์เทียร์ก็ได้พูดอธิบายขึ้นมาให้พวกเขาได้ฟังจนทำให้คอนแนลเหมือนจะใจเย็นขึ้นมาได้บ้างและเดินเข้าไปลูบหัวอีฟที่กำลังอมนิ้วของตัวเองอยู่ไปมา

 

“เอาจริงๆ พวกเพื่อนๆ ในห้องก็อยากจะมาเยี่ยมโมโกะอยู่เหมือนกันนะครับ แต่ว่าอาจารย์เอริเขาไม่อนุญาตเพราะคิดว่าจะกลับก่อนเป็นหมู่คณะแบบนั้นมันออกจะเกินไปสักหน่อยนึง แต่ถ้ายังไงทุกคนก็ไปนั่งพักกันข้างในห้องนั่งเล่นกันก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะไปทำอะไรมาให้กินกันก่อนก็แล้วกัน ผมเห็นนากายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงที่ผมทำเอาไว้ให้เลยนี่นา”

 

“อ่ะ—ถ้าเรื่องข้าวเที่ยงนั่น… เออ นั่นสินะ เอาเป็นว่าฝากด้วยแล้วกันนะคอนแนล”

 

นากาที่กำลังจะเอ่ยปากพูดว่าเขาไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านเอริกะมานั้นได้ชะงักไปกลางคันเมื่อเขานึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อคราวก่อนที่เขาบอกคอนแนลไปว่าไปนอนค้างที่บ้านเอริกะมานั้นอัศวินหนุ่มเบื้องหน้ามีท่าทีดุดันขนาดไหน เขาจึงได้จูงมือของอีฟให้เดินไปทางห้องนั่งเล่นแทนอย่างรวดเร็ว

 

และในขณะที่โมโกะกำลังจะเดินตามหลังนากากับอีฟไปนั้น ทางด้านคาร์เทียร์ก็ได้เอ่ยปากเรียกโมโกะให้เดินตามเธอไปอีกทางหนึ่งแทน

 

“อ่ะ— พี่โมโกะตามหนูมาทางนี้หน่อยสิ เดี๋ยวหนูว่าจะตรวจอาการกับเปลี่ยนผ้าพันแผลให้สักหน่อยนึงน่ะค่ะ”

 

“อ…เอ่อ… อีกแล้วหรอ…”

 

โมโกะที่ถูกคาร์เทียร์ที่มีเรี่ยวแรงมากกว่าเด็กปกติลากไปอีกทางหนึ่งได้หันมาทางนาการาวกับพยายามจะขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ว่าทางด้านนากาที่อยากจะให้โมโกะหายดีไวๆ ก็กลับตัดสินใจจะไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรและเดินจูงมืออีฟหายเข้าไปในห้องนั่งเล่นในทันที

 

“เดี๋ยวพวกฉันรออยู่ในห้องนั่งเล่นก็แล้วกันนะโมโกะ”

 

“งื้อ…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 134 Second Chance"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved