Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 632 เจ่าไห่
บทที่ 632 เจ่าไห่
หลังจากที่เจ่าไห่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นซอมบี้ เขากลับไปที่วาฬและบอกแดชานว่าเขาต้องการพักผ่อนและจะไม่กลับไปที่เปลือกมังกรฟ้า แดชานก็ไม่ได้พูดอะไรเลย เจ่าไห่เป็นพันธมิตรของนางเงือก และหลัวหยิงก็ไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะออกคําสั่งเจ่าไห่ แดชานก็เลยไม่ได้ว่าอะไร เขาปล่อยให้เจ่าไห่ท่าในสิ่งที่ต้องการ
เจ่าไห่เข้าไปในซอมบี้วาฬแล้วก็เปิดจอ ลอร่าและคนอื่น ๆ ก็อยู่ข้าง ๆ เขา พวกเขามองไปที่จอด้วยความตั้งใจ พวกเขาไม่สนใจสถานการณ์ของสงครามในตอนนี้เลย เจ่าไห่ต้องการจะเห็นเผ่าเงือกในเปลือกหอยมังกรฟ้า
ลูอิงอยู่กับหลัวหยิงในตอนนี้ เจ่าไห่และคนอื่น ๆ เห็นภาพจากจอมิติอย่างชัดเจนมาก เมื่อเห็นเจ่าไห่ออกไป หลัวหยิงก็เรียกหาลูอิงทันทีและพูดว่า “ลูอิง นายน้อยเจ่าไห่ผู้นี้มาถึงเมืองของเราได้ยังไง? แล้วเขามาทําไม?”
ลูอิงเล่าทันทีว่า เจ่าไห่ขอพบกับราชินีแล้วบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องของเผ่าเงือก แม้ว่าหลัวหยิงจะรู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของเจ่าไห่ แต่ข่าวที่เธอได้มาจากปลาส่งสารนั้นไม่ได้ละเอียดมากนัก การได้เห็นเจ่าไห่ต่อสู้ในวันนี้ทําให้หลัวหยิงระวังเจ่าไห่มากขึ้น ในความเห็นของเธอ เจ่าไห่นั้นอันตรายเกินไป เธอจึงถามที่มาของเจ่าไห่
หลังจากที่ลูอิงพูดจบ หลัวหยิงก็พยักหน้าและพูดว่า “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ข้าไม่คิดว่านายน้อย เจ่าไห่จะมีสถานะมากมายในดินแดนมนุษย์ ดูเหมือนว่านายน้อยเจ่าไห่จะเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งได้ การที่เขาอยู่กับเรามันจะเป็นผลดีต่อเรา”
ลูอิงพยักหน้าและพูดว่า “ราชินีพูดเหมือนกับที่หลัวหยิงพูดเลย การที่เราชนะสงครามได้ก็น่าจะเป็นเพราะนายน้อยเจ่าไห่”
หลัวหยิงพูดว่า “เจ้าโง่ ลูอิงทําไมมันง่ายขนาดนั้น เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่ามังกรทะเลจะอ่อนแอขนาดนั้น? นอกจากนี้ดูเหมือนว่ามังกรทะเลจะได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์และมังกรแห่งทวีป ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็เป็นไปได้สําหรับพวกเขาที่จะมีมังกรแสงและกิลแห่งความสว่างอยู่กับพวกเขาด้วย ทั้งสองมีความเชี่ยวชาญเรื่องเวทย์มนตร์แห่งแสงเป็นอย่างดี และเวทย์มนตร์แห่งแสงก็ถือเป็นศัตรูกับเวทย์มนตร์แห่งความมืด เวทย์มนตร์ของเจ่าไห่อาจโดนจัดการได้ทันที”
เผ่าเงือกของเรามีเครือข่ายข่าวกรองอยู่ไปทั่วทวีป ดังนั้นพวกเขาจึงมีความรู้เกี่ยวกับจอมเวทย์แห่งความมืดมาบ้างแล้ว เลยไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้ว่าเวทย์แห่งแสงจะเป็นเหมือนความหายนะของเวทย์แห่งความมืด แต่สิ่งที่หลัวหยิงไม่รู้ก็คือความจริงที่ว่าเจ่าไห่ต่างจากจอมเวทย์แห่งความมืดทั่วไป จอมเวทย์แห่งความมืดบางคนจะกลัวเวทย์แห่งแสง แต่มันไม่ใช่สําหรับเจ่าไห่
เมื่อลูอิงได้ยินหลัวหยิงท่าทางของเธอก็เปลี่ยนไป แล้วนางก็บอกว่า “แล้วเราจะต้องทํายังไง? ท่านแม่ทัพ พวกเราจะสามารถเข้าชนะเผ่ามังกรทะเลได้ใช่ไหม?”
หลัวหยิงมองไปที่ลูอิงแล้วก็ยิ้มออกมา “แน่นอนว่าเราสามารถเอาชนะเผ่ามังกรทะเลได้ ไม่ต้องเป็นห่วง การที่เราได้รับความช่วยเหลือจากเจ่าไห่มันเป็นการดีต่อเรามาก พวกเราจะเตรียมตัวและจัดการกับเผ่ามังกรทะเลในครั้งเดียว”
หลัวหยิงพูดแบบนั้นก็เพื่อปลอบลูอิง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เธอพูดก็มีความจริงอยู่บ้าง เผ่านางเงือกได้ปกครองเผ่าเงือกมาเป็นเวลานาน และจากนี้ไป ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุที่พวกเขาต้องเจอกับเรื่องแบบนี้เพราะพวกเขาไม่ได้เตรียมตัวตั้งรับ ถ้าพวกเขามีเวลาที่จะรวบรวมนักรบของพวกเขา พวกเขาน่าจะจัดการกับเผ่ามังกรทะเลได้ในครั้งเดียว พวกเขาจะได้ไม่ต้องสูญเสียขนาดนี้
เมื่อลูอิงได้ยินหลัวหยิงเธอก็ไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเลย เมื่อเห็นท่าทางของลูอิงแล้ว หลัวหยิงก็ยิ้มออกมา เธอไม่สามารถต่อว่าลูอิงได้ เพราะเธอยังเด็กและยังไม่เคยเจอกับโลกใบใหญ่ เธอไม่เคยไปอยู่ในสนามรบจริง ๆ ด้วยซ้ํา ลูอิงเลยไม่ค่อนรู้สึกอะไรมากนัก
ในตอนนี้แดชานก็เข้ามา เขาแสดงความเคารพต่อหลัวหยิงและพูดว่า “ท่านแม่ทัพ นายน้อย เจ่าไห่ได้จัดการกับซากศพพวกนั้นแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ในซอมบี้วาฬของเขาเพื่อพักผ่อน” หลัวหยิงพยักหน้า จากนั้นเธอก็หันไปหาลูอิงและพูดว่า “ในซอมบี้วาฬเป็นยังไงบ้าง? ถ้ามันไม่ดีข้าจะจัดห้องให้นายน้อยเจ่าไห่ได้พักที่นี่”
ลูอิงยิ้มและพูดว่า “ท่านแม่ทัพ ท่านไม่รู้หรอก ข้างในของซอมบี้วาฬนั้นสบายมาก มีหลายห้องในนั้น ห้องนั่งเล่น ห้องน้ํา และแม้แต่สามารถมองออกมาข้างนอกได้ด้วย มันเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ”
ทันทีที่เธอได้ยินลูอิง หลัวหยิงก็รู้สึกประหลาดใจมาก เธอมองไปที่ลูอิงและพูดว่า “จริงเหรอ? ดูเหมือนว่าพลังเวทย์แห่งความมืดของเจ่าไห่จะไม่ธรรมดาเลย”
ลูอิงพยักหน้าและพูดว่า “นายน้อยเจ่าไห่แข็งแกร่งมาก ภรรยาของเขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ข้าได้เห็นมาแล้วว่านายน้อยเจ่าไห่ให้ความสําคัญกับความคิดเห็นของภรรยามาก ทุกครั้งที่พวกเขาพูดคุยกันทําให้รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาดีมาก ภรรยาของนายน้อยมีความสามัคคีกันมาก พวกเขาได้กลายเป็นเพื่อนกับพี่สาวของเราที่เกาะนางเงือกแล้ว”