Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 628 ปลา
บทที่ 628 ปลา
เจ่าไห่ไม่รู้ว่าม้าน้ําตัวนี้ไม่ใช่ม้าน้ําธรรมดาทั่วไป ตัวมันไม่ได้ใหญ่มาก แต่ม้าน้ําเหล่านี้เป็นม้าน้ําที่แข็งแกร่งและดุร้ายมาก
ไม่ว่าจะเป็นบนบกหรือทะเล ก็จะมีสัตว์ที่มีความแข็งแกร่งเหล่านี้อยู่ทุกที่เสมอ และสัตว์เวทย์เหล่านี้ก็มีความแข็งแกร่งกว่าพันธุ์ของพวกมันเอง ผู้คนมองว่าพวกมันเป็นสัตว์ดุร้าย
สัตว์เวทย์ทั่วไปเป็นสัตว์ป่าที่ใช้พลังเวทย์ได้ แต่สัตว์เวทย์ที่แตกต่างเหล่านั้นคือสัตว์ที่มีความสามารถที่ไม่ธรรมดา พวกมันมีพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งกว่ามาก
ม้าน้ําเหล่านี้ที่ลูอิงและคนอื่น ๆ ขี่เป็นสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่ง
พวกมันอาจดูเหมือนสัตว์ที่เชื่องช้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันเป็นสัตว์ที่ใช้พลังเวทย์ได้มาก
เจ่าไห่มองดูม้าน้ําเหล่านั้นด้วยความตื่นเต้น แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ในขณะที่ซอมบี้วาฬมั่งหน้าไปยังสนามรบพร้อมกับแดชานและลูอิง
ไม่นานมากนักพวกเขาก็มาถึง ในตอนนี้มีซากศพลอยอยู่ที่แห่งนี้เป็นจํานวนมาก แต่พวกเงือก เหล่านี้ไม่ได้ทําอะไรกับซากศพเหล่านี้เลย เพราะพวกเขาคิดว่าซากศพเหล่านี้อีกไม่นานก็น่าจะถูกกระแสน้ําพัดไป นี่เป็นเหตุผลว่าทําไมเจ่าไห่ถึงเลือกที่จะมาในเวลานี้ เจ่าไห่ไม่อยากพลาดที่จะจัดการกับซากศพเหล่านี้
ชาวเงือกไม่มีพิธีฝังศพไว้ใต้ดิน แต่มันกับเป็นว่าเมื่อพวกเขาตาย พวกเขาจะถูกเก็บไว้ในเปลือกหอยที่มีขนาดใหญ่เป็นโลงศพของพวกเขา และพวกเขาก็จะปล่อยให้ถูกกระแสน้ําพัดไป
แต่ถ้าพวกเขาไม่มีเปลือกหอยจริง ๆ พวกเขาก็จะปล่อยศพไว้แบบนั้น เพื่อให้กระแสน้ําพัดไป แต่นี่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกขาไม่เคารพคนตาย ที่จริงแล้วพวกเขาเคารพคนที่ตายไปแล้วมาก พวกเขาแค่คิดว่าตั้งแต่พวกเขาอยู่ในทะเล หลังจากที่พวกเขาตายพวกเขาจะต้องกลับคืนสู่ทะเลอีกครั้ง เนื่องด้วยสาเหตุนี้ทําให้พวกเขาไม่จําเป็นต้องฝังศพ
เงือกเหล่านี้รู้ดีว่าเมื่อพวกเขาปล่อยให้ญาติพี่น้องลอยไป พวกเขาจะกลายเป็นอาหารของสัตว์อย่างแน่นอน แต่พวกเขาก็ยังยอมรับให้ทํา เพราะพวกเขาเชื่อว่าสัตว์เวทย์แห่งท้องทะเลเป็นสิ่งมีชีวิตที่เทพแห่งทะเลมอบให้พวกเขา และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเป็นส่วนหนึ่งของทะเล
ในสนามรบพวกเขาก็ทําแบบเดียวกัน ในความเห็นของพวกเขาแล้วการตายในการต่อสู้ครั้งนี้
เหมือนกับถูกฝังในทะเลแล้ว ทําให้พวกเขาไม่จําเป็นต้องเก็บน่าเอาศพกลับไป เจ่าไห่มองที่ศพที่กําลังลอยอยู่ แม้ว่าการเป็นมิตรของทั้งสองจะไม่ได้นานมากนัก แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าคนที่บาดเจ็บล้มตายมีกี่คนกันแน่ จากที่เจ่าไห่คิดคนที่ตายแล้วน่าจะมีประมาณ 1,000 คน
เจ่าไห่หันไปหาลูอิงและพูดว่า “ท่านแม่ทัพ ศพของนักรบเหล่านี้ข้าข้าได้ใช่ไหม?” ลูอิงมองไปที่เจ่าไห่พร้อมกับพยักหน้า “นายน้อย ถ้านักรบที่ตายแล้วรู้ว่าพวกเขาได้ให้ความช่วยเหลือเราและลดจํานวนคนที่ต้องตายได้ พวกเขาก็น่าจะพักผ่อนได้อย่างสงบสุขๆ
เจ่าไห่มองไปที่ลูอิง เขาเห็นว่าลูอิงเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถมากจริง ๆ เธอเป็นแม่ทัพที่มีหัวใจเหมือนนักรบ เขามีคุณสมบัติในการเป็นแม่ทัพที่ดี เขาเป็นคนที่นักรบทุก ๆ ยอมรับ จากนั้นเจ่าไห่ก็หันหน้ากลับไปที่ซากศพและโบกมือ หมอกสีดําก็ล้อมรอบศพเหล่านั้นก่อนที่จะหายไปพร้อมกัน
เจ่าไห่คิดว่าพวกเงือกเหล่านี้ไม่อยากเป็นซอมบี้ในตอนนี้ เขารู้ว่าชาวเงือกเหล่านี้จะแสดงสีหน้ายังไง หลังจากที่ได้เห็น ถ้าเจ่าไห่ให้เงือกเหล่านี้เห็นซอมบี้ของเขา ขวัญกําลังใจของพวกเขาก็จะหายไปด้วย เพราะตอนนี้เป็นช่วงสมครามเจ่าไห่คิดว่ากําลังใจของพวกเขาเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด
เมื่อลูอิงเห็นว่าศพหายไป เธอก็มองไปที่เจ่าไห่ด้วยความตื่นเต้น เจ่าไห่ก็หันไปหาลูอิงด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ทัพไม่ต้องเป็นห่วง ข้าได้เก็บซอมบี้เอาไว้แล้ว ข้ากลัวว่าการที่ให้พวกซอมบี้ออกมาจะทําให้ขวัญและกําลังใจของเหล่านักรบหายไป”
เมื่อเธอได้ยินเจ่าไห่พูด ลูอิงก็พยักหน้า เธอค่อนข้างประหลาดใจที่เจ่าไห่ทําเช่นนี้ เธอไม่คิดเลยว่าเจ่าไห่จะเป็นคนที่เก่งขนาดนี้
จากนั้นเจ่าไห่ก็มองไปที่พวกเงือกและพูดว่า “ท่านแม่ทัพ ถ้าศัตรูกลับมา ข้าก็ขออยู่ที่นี่ด้วยท่านคิดยังไง?”
ลูอิงมอง เธอไม่คิดว่าเจ่าไห่จะอาสาตัวเองเข้าร่วมการต่อสู้ แต่เธอก็ส่ายหัวและพูดว่า “นายน้อยไม่ต้องเป็นห่วง สงครามเป็นแบบนี้ในทุก ๆ วันศัตรูแค่อยากจะจัดการกับพวกเขาทีละคน พวกมันต้องการที่จะลดจํานวนของพวกเรา ข้าอยากให้นายน้อยรออีกสัก 2-3 วันเพื่อเพิ่มจํานวนของซอมบี้อีก หลังจากนั้นเราก็จะสามารถเอาชนะพวกมันได้ในคราวเดียว”
เจ่าไห่มองจากนั้นเขาก็พยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะ ข้าจะทําตามที่แม่ทัพบอก ถ้าท่านแม่ทัพต้องการอะไรจากข้า อย่าลังเลที่จะบอกข้าๆ
ลูอิงพยักหน้า จากนั้นเขาก็พาเจ่าไห่และคนอื่น ๆ กลับไปที่เปลือกมังกรฟ้า หลังจากเข้าไปในเปลือกแล้ว ลูอิงก็เรียกนักรบของเธอมาทันที พวกเขาเริ่มจัดการกองกําลังเสริมของแดชานออกเป็นส่วน ๆ แล้ว
ในตอนนี้เจ่าไห่ต้องการที่จะกลับไปที่ซอมบี้วาฬของเขาและไปยังมิติ แต่เมื่อเขาเห็นว่าลิซซี่ และเมแกนตั้งใจดูลูอิงว่าเขาจัดการสิ่งต่าง ๆ ยังไง เจ่าไห่เลยตัดสินใจที่จะอยู่ต่อไม่นานนักกองทัพที่เจ่าไห่มาด้วยก็ได้แยกกันไปเป็นกลุ่ม ๆ ในเวลาเดียวกัน ลูอิงยังให้นักรบเหล่านั้นอยู่ในแบบป้องกันเต็มรูปแบบ เธอคิดว่าเมื่อศัตรูมาโจมตีอีก 2-3 ครั้งก็จะถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องโจมตีกลับ ดังนั้นจะเป็นการดีที่พวกเขาจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม
เจ่าไห่สังเกตอย่างรอบคอบว่าลูอิงแบ่งกองทัพยังไง เขาเห็นว่าถึงแม้กองทัพจะจัดเป็นกอง ๆ แต่ก็ดูเหมือนว่ากองกําลังของพวกเขาจะพร้อมที่จะป้องกันและโต้กลับตลอดเวลาเลย พวกเขาทั้งหมดพร้อมที่จะฟังคําสั่งของท่านแม่ทัพตลอด การจัดกองทําของพวกเขายังมีความยืดหยุ่นกับคําสั่งที่จะได้รับด้วย
อีกอย่างที่ทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจคือวิธีการสื่อสารที่ดีของพวกเขา เมื่อต้องส่งคําสั่งไป จะมีปลาตัวเล็กว่ายไปบอกคําสั่งทั้งหมดด้วยความเร็ว มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่พิเศษมากของทะเล ร่างของพวกมันมีขนาดที่เล็ก แต่ความเร็วในการว่ายน้ําของพวกมันเร็วมาก ๆ นอกจากนี้ยังสามารถฝึกได้ง่ายอีกด้วย สิ่งที่สําคัญที่สุดคือปลาเหล่านี้สามารถส่งข้อมูลต่อกันได้ แม้ว่าปลาสองตัวจะอยู่ห่างกัน แต่ก็ยังสามารถส่งสัญญาณพิเศษไปหากันได้
ชาวเงือกใช้ความสามารถของปลาส่งสารเพื่อส่งข่าวหากัน ข้อความของพวกเขาไปถึงกันได้เร็วมาก ซึ่งก็มาพร้อมกับรหัสคําสั่งด้วย นี่เป็นสิ่งที่ทําให้ข้อความของพวกเขาปลอดภัยที่สุด ถ้าใครไม่รู้รหัสลับ แม้ว่าจะมีปลา พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าคนที่ส่งมาพูดว่าอะไร
เมื่อรู้เรื่องนี้ เจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงตอนนี้อยู่บนโลก ตอนที่เขาดูหนังทางทีวี ทั้งสองคน สามารถใช้โทรเลข ซึ่งเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นดั้งเดิม ดูเหมือนว่าการค้นพบนี้จะเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก
เจ่าไห่สนใจปลาตัวนี้มาก เขาจึงแสดงความต้องการปลาตัวนี้ขึ้นทันที เจ่าไห่ได้ขอลูอิงทันที และได้ส่งเข้าไปในมิติทันทีเพื่อที่จะเจ่าไห่จะสามารถเลี้ยงปลาพวกนี้ได้ แม้ว่ามิติจะไม่ได้มีการอัพเกรดอะไร แต่ความสามารถของมันก็ทําให้มิติมีการสื่อสารที่ดีขึ้น
จบบทแล้วนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ บ๊าย…บาย