Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 611 เผ่านาก
บทที่ 611 เผ่านาก
เมแกนพยักหน้าและพูดว่า “เป็นไปได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็เกรงว่าเราไม่จําเป็นต้องมาที่นี่ตอนนี้ ฉันคิดว่าราชาแห่งท้องทะเลจะไม่มีเวลามาเพื่อพบกับเรา”
เจ่าไห่ยิ้มมุมปาก และพูดว่า “ไม่หรอก บางทีเราอาจจะมาถูกเวลาแล้วก็ได้ หากว่าเราสามารถช่วยราชาแห่งท้องทะเลเอาไว้ได้ เอาอาจมีอํานาจมากขึ้นในการพูดคุยกับพวกเขาก็ได้” เม็กขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า “นายน้อย แต่นี่คือทะเล เมื่อเทียบกับจักรวรรดิ์อาร์ค สถานที่นี้มีขนาดที่ใหญ่มาก ๆ เป็นไปได้ว่าที่แห่งนี้จะมีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งอยู่มากมายเลยในที่แห่งนี้ เราต้องเข้าไปร่วมแก้ปัญหากับพวกเขาจจริง ๆ งั้นเหรอ?”ๆ
ภรรยาของเจ่าไห่ มีเพียงเม็กเท่านั้นที่เรียกเขาว่านายน้อย แม้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกันมานานแล้วก็ตาม เรื่องนี้ทําให้เจ่าไห่รู้สึกแปลก ๆ เขาเคยบอกเม็กเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเม็กจะไม่เต็มใจที่จะเรียกเจ่าไห่เป็นอย่างอื่น
เจ่าไห่ส่ายหัวและพูดว่า “แม้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งมากมายในทะเล แต่พวกเราก็มีมากเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ครั้งนี้ข้าต้องการพูดคุยกับพวกเขาเกี่ยวกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์กับราชาแห่งท้องทะเล ซึ่งท้องทะเลมีประชากรมากที่สุดของโลก หากว่าพวกเขายอมร่วมมือกับพวกเรา การที่จะจัดการกับพวกนั่นก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น”
ลอร่าพยักหน้า “ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ มันก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่พี่ไห่ ฉันเกรงว่ามันจะยากกว่าที่คิด เพราะสงครามในทะเลมันไม่ได้เหมือนกับสงครามที่อยู่บนพื้นดินเลยนะ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “พี่ให้เจ่าฉินอี้เตรียมการสําหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว ตอนนี้เรามีซอมบี้ระดับ 9 อยู่ในมิติ และบางส่วนก็เป็นสัตว์ที่มากจากทะเล พวกมันจะแข็งแกร่งมากเมื่อได้ต่อสู้ในท้องทะเลด้วยความแข็งแกร่งของพวกมัน พี่คิดว่าทุกอย่างไม่ใช่ปัญหาที่เราจะต้องคิดมากเลย” เมื่อได้ยินเจ่าไห่พูด เธอก็พูดต่อทันที “พี่ไห่คิดเรื่องนี้ไว้แล้วเหรอ? ถ้าทําเช่นนั้นมันก็ไม่ใช่ปัญหาเลย แต่มันก็น่าเสียเดียที่พวกเราไม่สามารถลงไปใต้ท้องทะเลได้
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ทําไมเราจะลงไปไม่ได้ พี่ได้ขอให้เจ่าฉินอี้เปลี่ยนปลาวาฬให้เป็นซอมบี้แล้ว เมื่อถึงตอนนั้นจริง ๆ เราก็จะสามารถเข้าไปอยู่ในปลาวาฬเพื่อลงไปใต้น้ําได้เลย เมแกนมีความสุขหลังจากที่ได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด เธอพูดต่อทันทีว่า “มันเป็นอะไรที่วิเศษมาก ฉันอยากเห็นก้นทะเลจริง ๆ ฉันไม่คิดว่าพี่ไห่จะจัดการเรื่องพวกนี้ไว้แล้ว จริงสิแล้วเราจะไปเมื่อไหร่?”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าเราไปตอนนี้ ผู้เฒ่าเผ่าร็อคอาจจะโกรธเราได้ มันจะดีกว่าที่เราจะรอคําตอบจากเขาที่นี่ก่อน พี่ไม่คิดว่ามันจะนานก่อนไป จงรอเขาสัก 2-3 วันเถอะ” เมแกนเบ้ปากก่อนจะพยักหน้า เจ่าไห่ยิ้ม เมแกนอยากจะลงไปใต้น้ําตอนนี้เลย แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่พวกเขาต้องลงไป พวกเขายังไม่ได้รับอนุญาตจากราชาแห่งท้องทะเล ถ้าพวกเขาลงไปตอนนี้ พวกเขาอาจจะถูกโจมตีเลยก็ได้
แม้ว่าเจ่าไห่จะอยู่บนเรือ แต่การติดต่อของเจ่าไห่กับทวีปอื่น ๆ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม การค้าของเขากับชนเผ่าในทุ่งหญ้าและคนแคระไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
7 วันต่อมา เจ่าไห่ผู้ซึ่งรอผู้เฒ่าจากเผ่าร็อค ไม่นานนักผู้เฒ่าเผ่าร็อคก็ออกมา เจ่าไห่ไปที่ดาดฟ้าเรือทันที และแน่นอนว่าทันทีที่เจ่าไห่มาถึงบนดาดฟ้าเรือ เขาก็ได้ยินผู้เฒ่าเผ่าร็อคพูดว่า “ข้าขอพบกับนายน้อยเจ่าไห่”
จากนั้นเจ่าไห่ก็พาลอร่าและคนอื่น ๆ ไปที่หัวเรือเพื่อพบกับผู้เฒ่า เมื่อเห็นหน้าผู้เฒ่าเผ่าร็อค เจ่าไห่ก็โค้งคํานับทันทีและพูดว่า “ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว”
ผู้เฒ่าเผ่าร็อค พูดตอบกลับเจ่าไห่ทันที “ราชาแห่งท้องทะเลตกลงที่จะให้นายน้อยเข้าเผ้า ได้โปรดตามน้ามา”
เจ่าไห่ตอบกลับทันที “ขอบคุณท่านผู้เฒ่า” จากนั้นผู้เฒ่าก็พยักหน้าดึงหัวเรือไป เจ่าไห่รู้ว่านี่เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องพาเจ่าไห่ไป เจ่าไห่ได้ให้ซอมบี้เอาสมอเรือขึ้น ขณะที่ให้เรือไปตามผู้เฒ่าเผ่าร็อคไป
ชาวเผ่าร็อคจํานวนมากกําลังว่ายน้ําอยู่ข้าง ๆ เรือของเจ่าไห่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นการคุ้มกันหรือเป็นการเฝ้าระวัง
เจ่าไห่และคนอื่น ๆ นั่งในเรือขณะที่ดูจอเพื่อดูสถานการณ์ในท้องอันกว้างใหญ่ ตอนนี้เรือของเจ่าไห่เดินทางได้เร็วมาก ๆ แต่เมื่อเทียบกับชาวเงือกแล้ว มันก็ยากมากที่จะตามให้ทัน
ยิ่งไปกว่านั้น เจ่าไห่ยังพบว่าเส้นทางที่พวกเขากําลังใช้นั้นปลอดภัยมาก พวกเขาไม่ได้เจอกับการโจมตีจากใครเลย และไม่เจอกับแนวปะการังหรือกระแสน้ําที่ดูจะเป็นอันตรายเลย ในช่วงกลางคืนผู้เฒ่าเผ่าเงือกจะให้ทุก ๆ คนไปพักผ่อนในทะเลก่อน เจ่าไห่ก็หยุดเรือของเขา และรอจนเช้าวันต่อไป พวกเขาทําแบบนี้ซ้ํา ๆ เป็นเวลา 10 วัน
ในช่วง 10 วันนี้ เจ่าไห่ได้เห็นชนเผ่าทะเลจํานวนมากแล้ว มีเต่าและปลามากมาย เนื่องจากจํานวนของพวกเขา เจ่าไห่จึงไม่สามารถบอกได้ถึงจํานวนที่ถูกต้องได้
ชนเผ่าเหล่านั้นได้เข้ามาพูดคุยกับผู้เฒ่าเผ่าเงือกตลอด เพราะเขาได้เข้าไปในเขตของพวกเขา มีแม้กระทั่งเผ่าที่ตั้งใจจะปล้นพวกเขา ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ผู้เฒ่าเผ่าเงือกก็นําเอาเหรียญให้พวกเขาดู ทําให้พวกเขายอมให้ผ่านไปโดยไม่ทําอะไร แต่ถึงแม้ว่าเจ่าไห่จะได้รับให้เข้าเฝ้าราชาแห่งท้องทะเล แต่พวกเงือกก็ยังมองไปที่เจ่าไห่ด้วยความอยากรู้
เจ่าไห่รู้ด้วยว่านี่เป็นเพราะคนกับเงือกไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว จึงไม่แปลกที่เมื่อพวกเขาเห็นเจ่าไห่ พวกเขาถึงให้ความสนใจมากขนาดนี้
ในช่วง 10 วันนี้ เจ่าไห่คิดว่าเขาได้ถูกพาไปหาราชาแห่งท้องทะเล แต่เขาไม่ได้คิดว่าผู้เฒ่าเผ่าเงือกจะพาเขาไปหาเผ่านาก
เหตุผลที่เจ่าไห่รู้ตัวก็เพราะสัตว์ที่พวกเขาขี่ คนที่ขี่มีหนามแหลมยาวมาก ซึ่งสามารถใช้เป็นหอกได้ มันดูแข็งแกร่งมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีปลาที่ตัวใหญ่มากอยู่ด้วย มันยาวประมาณ 10 เมตร ด้านหลังมีครีบขนาดใหญ่ ดูแล้วมันเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่งมาก แต่ดูเหมือนว่าพวกนากเหล่านั้น กําลังขี่มันอยู่
จบแล้วครับผม ขอบคุณที่ติดตามนะครับ