Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 583 – อัพเกรดหนึ่งขั้น
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 583 – อัพเกรดหนึ่งขั้น
บทที่ 583 – อัพเกรดหนึ่งขั้น
เจ่าไห่ได้บ่นและว่าเหล่าเทพเจ้าและอสูรดูเหมือนว่าพวกมันทั้งสองต้องการที่จะยึดทวีปอาร์ค
ไปเป็นของตัวเอง ถ้าหากว่าพวกมันร่วมมือกันจริงๆ มันคงเป็นความโชคร้ายของทวีปอาร์คมาก
ทําไมเจ่าไห่ถึงต้องเข้าไปเป็นพระเอกในเรื่องนี้ด้วย
เมื่อชูโน่ได้ยินเรื่องที่เจ่าไห่พูด เขาก็ถอนหายใจและพูดว่า “นายน้อยเจ่าไหไม่ต้องคิดเลยว่าคนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นคนดี แม้ว่าจะมีหลายคนจากทวีปได้ขึ้นไป แต่จากสิ่งที่ฮาชิพูดไว้นั้น คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นั่นเป็นคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เราไม่ต้องคิดเลยว่าพวกเขาเป็นคนของเรา”
บิลลี่ก็ยิ้มและพูดว่า “คนพวกนั้นไม่ใช่คนดีเลย ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถหาวิธีการเป็นเทพระดับเก้าได้ให้เร็วที่สุด บางทีเมื่อถึงเวลานั้นเราจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อพวกมันมาที่นี่”
เจ่าไห่ยิ้มเขารู้ว่าสิ่งที่บิลลี่และชูโน่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง พวกเขาไม่น่าเชื่อถือเลย คนที่ไปจากทวีปอาร์คก็เป็นพวกกับพวกมันไปแล้ว
ชูโน่มองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เอาเถอะไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว กินกันเถอะ หลังจากกิน แล้วเจ่าไห่ก็รับเอาสินค้าแล้วเจ้าก็เดินทางได้ ข้าเองก็ต้องเดินทางกลับเหมือนกัน”
บิลลี่หันไปหาชูโน่และพูดว่า “อะไรนะ? เจ้ากําลังจะไปงั้นเหรอ? ข้าคิดว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวัน”
ชูโน่ยิ้มและพูดว่า “อย่าไม่คิดถึงเรื่องนั้นเลย ข้าจากตระกูลมานานเกินไปแล้ว ข้าเองก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากที่นี่ ให้ข้าได้กลับไปที่บ้านสักหน่อยเถอะ”
บิลลี่พยักหน้าและพูดว่า “ก็ได้ การเตรียมตัวรับมือมันคือสิ่งที่สําคัญที่สุดตอนนี้ ข้าจะไม่ห้ามเจ้าเองไว้ กินเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันได้ และข้าเองก็จะส่งข่าวไปยังชนเผ่าในทุ่งหญ้าด้วย หากเจ่าไห่เอาจดมายไปให้กับราชาแห่งชนเผ่า โอกาสที่จะได้จะเห็นหอกเงินของพวกเขาก็เป็นไปได้สูง”
เจ่าไห่เข้าใจสิ่งที่บิลลี่กําลังจะบอก แม้ว่าเจ่าไห่จะมีตําแหน่งในทุ่งหญ้าที่สูงอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังเป็นคนจากต่างแดนที่ชนเผ่าไม่ค่อยวางใจ โดยเฉพาะเรื่องอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา แต่ถ้ามีจดหมายจากคนแคระไป ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปได้ง่ายขึ้น
ทั้งสามคนไม่ได้ปล่อยเวลาให้เสียไป หลังจากที่กินอาหารกันแล้ว พวกเขาก็รีบออกไปข้างนอกทันที เมื่อเจ่าไห่เห็นสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าเขา เขาก็มองมันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขามีมากกว่า 100 อย่าง ซึ่งประกอบไปด้วยสัตว์เวทย์ 30 สายพันธุ์ พืชมากกว่า 50 ชนิด และแร่มากกว่า 12 อย่าง แร่เหล่านี้หายากมากๆ หลายคนอาจไม่เคยเห็นมันด้วยซ้ํา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาเห็นมันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก สิ่งที่สําคัญคือพืชและสัตว์ที่มีชีวิตสําหรับเจ่าไห่สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์มากๆ
เจ่าไห่ไม่เกรงใจแล้ว เขาได้เอาทุกอย่างเข้าไปในมิติทันที จากนั้นก็มีเสียงเตือนดังขึ้น “ส่วนใหญ่เกี่ยวกับพืชและสัตว์ แต่ในสุดท้ายก็มีคําพูดเกี่ยวกับแร่เหมือนกัน แร่นั้นหายากและวิเศษมากจริงๆ แต่เนื่องจากปริมาณยังน้อยเกินไป จึงยังไม่สามารถทําอะไรได้ในตอนนี้ และเมื่อเวลาผ่านไปแร่เหล่านี้จะค่อยเพิ่มขึ้นมาเอง”
เนื่องจากการอัพเกรดครั้งล่าสุดของมิติมันจึงเป็นไปได้ที่มิติจะสามารถเพิ่มจํานวนของแร่ได้
ถ้าเป็นเมื่อก่อนถ้าแร่มีน้อยขนาดนี้มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะเพิ่มขึ้น สําหรับเจ่าไห่แล้วการอัพเกรดในครั้งนั้นถือเป็นเรื่องที่ดีมาก
แต่สิ่งที่ทําให้เจ่าไห่ประหลาดใจมากคือสิ่งเหล่านี้สามารถอัพเกรดมิติได้ 1 ขั้น มันทําให้เจ่าไห่ดีใจมาก
แต่ด้วยความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับมิติ มันเป็นไปไม่ได้ที่สิ่งเหล่านี้จะทําให้มันอัพเกรดได้ การอัพเกรดในครั้งนี้มันทําให้เขาประหลาดใจมาก
อย่างไรก็ตามหลังจากที่คิดอยู่สักพัก เจ่าไห่ก็รู้ว่าทําไม่มันถึงอัพเกระได้ เป็นไปได้ว่าหลังจากที่เลือดของเทพเจ้าเข้าไปในมิติและอัพเกรดไป 3 ขั้นและยังมีพลังเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถอัพเกรดมิติได้ แต่ก็รอเพียงแค่บ้างสิ่งเพื่อที่มิติจะอัพเกรดอย่างเช่นนครั้งนี้ เจ่าไห่ไม่ได้ทําให้เรื่องมันใหญ่มากนัก แม้ว่ามิติจะอัพเกรดเพิ่ม แต่เขาก็ยังต้องการอีก 2 ขั้น เพื่อให้บางสิ่งที่สําคัญเกิดขึ้น 2 ขั้นต่อไปนี้มันจะไม่ง่ายสําหรับเขาเลย เจ่าไห่หวังแค่ว่าที่ทุ่งหญ้าจะมีสิ่งที่ดีรอเขาอยู่
หลังจากได้รับสิ่งเหล่านี้แล้ว เจ่าไห่และคนอื่นๆ ก็ไปที่โกดังที่คนแคระได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้ว อันที่จริงโกดังนี้ก็คือถ้ําของเหล่าคนแคระ ที่สําคัญถ้าแห่งนี้ไม่ได้เปิดให้ใช้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าคนแคระจะขโมยของที่อยู่ในถ้ํานี้
เมื่อเจ่าไห่ดูถ้ําแล้ว สิ่งที่เขาต้องทําก็ใกล้จะหมดแล้ว การเตรียมคนแคระไปยังแดนทมิฬยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร มันค่อยข้างดีแล้วที่บิลลี่จัดการเรื่องเหล่านี้
เมื่อจัดการเรื่องทั้งสองเสร็จแล้ว พวกเขาก็กลับไปที่ห้องทํางานของบิลลี่ทันที เมื่อพวกเขานั่งลง บิลลี่ก็หันไปหาเจ่าไห่และพูดว่า “เจ่าไห่ ข้าได้เตรียมเครื่องเหล็กให้เจ้าไว้แล้ว แต่ต้องใช้เวลาหนึ่งวันในการรวบรวม รอจนถึงพรุ่งนี้ได้ไหม?”
เจ่าไห่คิดอยู่พักหนึ่ง เจ่าไห่เองก็ไม่ได้เป็นห่วงในเรื่องของการเดินทางเลย เขาพยักหน้าและพูดว่า “เอาเถอะ งั้นข้าจะรอจนถึงพรุ่งนี้และค่อยออกเดินทางไป”
บิลลี่พยักหน้าจากนั้นเขาก็หันไปทํางานและเริ่มเขียนจดหมาย เจ่าไห่รู้ว่าบิลลี่กําลังเขียนจดหมายที่จะมอบให้กับราชาแห่งชนเผ่า ดังนั้นเจ่าไห่จึงไม่รบกวน เขาหันไปหาชูโน่และกระซิบว่า “ผู้เฒ่าชูโน่ หลังจากที่เราเดินทางในวันพรุ่งนี้ ข้าสามารถไปส่งท่านที่ทาชิก่อนได้และมุ่งหน้าไปยังเกาะทองคํา ข้ายังต้องเตรียมตัวที่จะไปทุ่งหญ้าด้วย เกรงว่าข้าจะต้องเดินทางต่อเลย” ชูโน่เข้าใจเขาพยักหน้าและพูดว่า “นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย การจัดการกับเรื่องนี้สําคัญมากกว่า เรายังมีเวลาอีกมากเมื่อจัดการกับเรื่องเหล่านี้เสร็จ”
เจ่าไห่พยักหน้า “แน่นอนถ้ามีโอกาส แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องการให้ท่านช่วย เนื่องจากที่อยู่ของข้าอยู่ไกลกับกลุ่มคลื่นทะเลที่ชอบก่อความวุ่นวายข้าเลยไม่ได้มีโอกาสที่จะได้เจอพวกมัน เป็นไปได้ที่กลุ่มคลื่นทะเลจะเป็นคนของกิลแห่งความสว่างแล้วข้าอยากจะให้ท่านคอยดูพวกมันไว้ด้วย”
ชูโน่ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีปัญหา เราจะจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุดและระวังที่สุด ถ้าได้ข่าวอะไร เราจะส่งต่อให้บิลลี่และให้เขาเขียนจดหมายให้เจ้าทันที ด้วยวิธีนี้ข่าวน่าจะไปถึงเจ้าได้เร็วที่สุด” เจ่าไห่พยักหน้าและพูดว่า “เอาล่ะ เรื่องที่เกี่ยวกับเทพเจ้าและดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากเรื่องเหล่านี้ถูกกระจายออกไป มันอาจจะนําสิ่งที่เป็นอันตรายมาถึงตัวพวกเราได๋”
ชูโน่พยักหน้า “ไว้ใจได้ ข้าเข้าใจความหมายของมันดี ข้าจะไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ จริงสิ ข้ามีแผนที่จะส่งคนไปทําการค้าที่เกาะทองคํา”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ได้สิ มันเป็นเรื่องที่ดีมาก ข้าจะไปบอกผู้จัดการเกาะให้ก่อน เมื่อคนของท่านไปถึงที่เกาะ ก็บอกพวกเขาได้เลยว่าท่านมาจากตระกูลทาชิ พวกเขาจะช่วยเหลือท่านทุกอย่าง”
ชูโน่ตบไหล่เจ่าไห่และพูดว่า “ขอบคุณเจ้ามาก นายน้อยเจ่าไห่”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ตอนนี้เราเป็นมิตรกันแล้ว ดังนั้นดินแดนของข้าขอต้อนรับท่าน นอกจากคนในตระกูลบูดาของข้าแล้ว มีเพียงท่านและผู้เฒ่าบิลลี่เท่านั้นที่รู้ความลับของข้า แม้แต่พ่อตาของข้าก็ยังไม่รู้เรื่อง ท่านควรเก็บความลับนี้จากคนอื่นๆด้วย” ชูโน่ยิ้มและพูดว่า “ไว้ใจข้าได้เลย ข้าไม่ได้เป็นคนขี้หลงขี้ลืมขนาดนั้น แต่ข้าไม่ได้คิดว่าหมอกพิษในแดนทมิฬจะเป็นสิ่งที่เจ้าท่า นอกจากนี้หมอกพิษนั้นยังสามารถจัดการกับคนที่มีพลังระดับเก้าได้ด้วย ไม่น่าจะมีใครรู้ว่าที่นั่นเป็นที่อยู่ของเจ่าไห่”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “เมื่อก่อนข้าไม่ได้มีทางเลือกอื่น เผ่าบูดาของเรายังอ่อนแออยู่มาก หากคนอื่นรู้ว่าเรายังอยู่ในแดนทมิฬ พวกเขาอาจจะไปจัดการกับเราถึงที่เลยก็ได้ และถึงแม้ตอนนี้เราจะมีกําลังแล้ว แต่ข้าก็ยังไม่อยากมั่นใจในความสามารถของตัวเองมากเกินไป มีคนที่โลภมาก เป็นจํานวนมากในวีปนี้ หากพวกเขารู้ถึงความเป็นอยู่ของตระกูลบูดาของข้า พวกเขาอาจเข้าไปร่วมมือกับกิลแห่งความสว่างและมันจะทําให้ข้าต้องเจอกับปัญหาใหญ่มากแน่ๆ”
ชูโน่ยิ้ม เขารู้ว่าสิ่งที่เจ่าไห่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง ตอนนี้เกี่ยวกับเกี่ยวดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องถูกเก็บเป็นความลับ สิ่งเดียวที่สามารถเปลี่ยนความสนใจของคนทั่วไปได้ก็คือข่าวที่ว่าตระกูลบูดา กําลังครอบครองแดนทมิฬทั้งหมด และมันจะทําให้คนมุ่งหน้าไปหาตระกูลบูดา แดนทมิฬนั้นใหญ่เกินไป และมีพื้นที่ทํามาหากินเป็นจํานวนมากในตอนนี้ ดินแดนที่มั่งคั่งนี้มักเป็นสิ่งที่คนโลภชอบไปยิ่งนัก
เหตุผลที่คนในทวีปจัดการกับกิลแห่งความสว่างเพราะกิลแห่งความสว่างได้คุกคามการปกครองของพวกเขา ก่อให้เกิดภัยต่อผลประโยชน์ของพวกเขา หากจู่ๆ เนื้อชิ้นใหญ่อย่างแดนทมิฬปรากฏขึ้นในทวีป ผู้คนก็จะไม่สนใจกิลแห่งความสว่างและไปสนใจกับตระกูลบูดาแทน ขณะที่พวกเขากําลังคุยกันอยู่ บิลลี่ก็เขียนจดหมายเสร็จแล้ว เขาไม่ได้ใช้กระดาษในการเขียน แต่กลับใช้หนังสัตว์เวทย์ที่มีความทนมากกว่ากระดาษหลายเท่าและนี่ยังแสดงให้ราชาแห่งชนเผ่ารู้ด้วยว่ามันมาจากคนแคระจริงๆ
บิลลี่ม้วนจดหมายที่ทําจากหนังสัตวและปิดมัน เขายื่นจดหมายให้เจ่าไห่และพูดว่า “นายน้อย เจ่าไห่เอาจดหมายนี้ไปให้กับราชาแห่งชนเผ่า เขาจะรู้ถึงตราประทับนี้ทันที ว่ามาจากเผ่าคนแคระของข้า ข้าเขียนทุกอย่างเกี่ยวกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ไว้แล้ว ข้าเชื่อว่าหลังจากที่พวกเขาได้อ่าน จดหมายนี้แล้ว เขาก็จะยอมรับคําขอของเจ้าทันที”
เจ่าไหรับจดหมายและพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า “ข้าคิดว่าเขาจะเป็นอย่างที่ท่านบอก ความสัมพันธ์ของข้ากับพวกเขานั่นค่อนข้างดีมาก ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลย”
จบแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับที่ติดตามกันมา หากมีตรงไหนไม่ชอบบอกกันมาได้เลยนะครับ พร้อมแก้ไขครับ ช่วงนี้ก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ