Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 566 - หวาดกลัว
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 566 - หวาดกลัว
บทที่ 566 – หวาดกลัว
(ความเดิมตอนที่แล้ว) ตอนนี้พวกของเจ่าไห่และชูโน่กําลังเดินทางไปยังภูเชาชองคนแคระ
ตอนนี้พวกเขาอยู่บนเรือเฮแวนของเจ่าไห่ สีหน้าของชูโน่ดูธรรมดาไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเลย ตอนนี้เจ่าไห่ก็ยืนอยู่ข้างๆ ชูโน่ ตอนนี้พวกเขาล่องเรือไปในแม่น้ําวอลฮอร์ส
ตอนนี้เรือของตระกูลทาชิไม่สามารถแล่นออกไปได้เพราะโดนการโจมตีมาอย่างหนัก จึงต้องซ่อมแซม ก็เลยทําให้การเดินทางในครั้งนี้พวกเขาจะต้องใช้เรือของเจ่าไห่
แม่น้ําวอลฮอร์สไม่ได้แค่เพียงเป็นเส้นทางของจักรวรรดิพุทธเท่านั้น แต่แม่น้ําสายนี้ยังลึกและกว้างมาก และแม่น้ํานี้ก็เป็นเหมือนเส้นชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่
ปลายแม่น้ํานี้อยู่ไม่ไกลจากหุบเขาคนแคระ และนี่ก็เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะพวกเขาสามารถใช้เรือเพื่อไปยังหุบเขาคนแคระได้เลย
พวกเขาใช้เวลาอยู่บนเรือ 4 วันหลังจากออกจากหมู่บ้านของตระกูลทาชิ อีกประมาณ 3 วัน พวกเขาก็น่าจะไปถึงปลายสายของแม่น้ําแล้ว
ชูโน่มองไปในแม่น้ํารอบๆ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมา “นานแค่ไหนแล้วนะที่ข้าไม่ได้เดินทางออกจากหมู่บ้าน ข้าไม่รู้เลยว่าคนแคระเหล่านั้นเป็นยังไงบ้าง เจ่าไห่การเดินทางในครั้งนี้ ข้าทําได้แค่พาพวกเจ้าไปหาเหล่าคนแคระเท่านั้น เจ้าต้องรู้ว่าคนแคระเหล่านั้นดื้อและไม่ฟังใคร หากพวกเขาตัดสินใจที่จะไม่ทําตามคําขอ ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนความคิดของพวกเขาได้ จริงสิ เจ้าต้องการแลกเปลี่ยนอะไรกับพวกเขากันหล่ะ?”
เจ่าไห่ยิ้ม “สิ่งที่ข้าอย่างจะทําการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายกับพวกคนแคระก็คือเครื่องโลหะ หรือเหล็กของพวกเขา และข้าเองก็ต้องใจจะเอาไวน์มาแลก”
ชูโน่มองเจ่าไห่และหัวเราะออกมา “ดีจริงๆ มันเป็นความคิดที่ดี คนแคระเหล่านั้นชอบและรักในการดื่มมาก หากว่าเจ้าให้ไวน์ที่ดีกับพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องยอมทําตามข้อตกลงของเจ้าแน่ แล้วเจ้ามีไวน์อะไรกัน ไวน์นมใช่ไหม?”
ดูเหมือนว่าไวน์ที่ขายดีที่สุดของเจ่าไห่ ชูโน่จะรู้จักมันด้วย เจ่าไห่ยิ้ม “ใช่แล้ว แต่ข้าเองตั้งใจที่จะแลกสินค้ากับพวกเขาด้วยไวน์นมที่มีคุณภาพมากกว่านี้”
ชูโน่ยิ้ม “นั่นเป็นความคิดที่ดี ไม่มีการแลกเปลี่ยนไหนดีไปกว่าไวน์ที่ดี ข้าได้ลองชิมไวน์นมของเจ้าแล้วมันดีมาก ซึ่งมันมีคุณภาพที่สูงมาก มันก็เลยมีกลิ่นที่หอมจนข้าแทบอดใจไม่อยู่” ไวน์นมที่ชูโน่กําลังพูดถึงคือไวน์นมที่ทํางานนมวัว นั่นเป็นเพราะว่านมวัวกินแล้วไม่อ้วนเท่ากินนมแกะ ทําให้รสชาติของไวน์นมดีขึ้นมาก ซึ่งมันก็เหมาะกว่าที่จะเอามาทําไวน์นม แน่นอนว่าคนขายจะต้องแยกความแตกต่างและบอกความแตกต่างของทั้งสองให้ได้ ไม่งั้นคนที่จะซื้อเขาก็จะไม่มั่นใจในสินค้า
เจ่าไห่ยิ้ม “ท่านปู่ชูโนถ้าหากว่าท่านต้องการดื่มก็บอกข้าได้ ข้าจะจัดให้ท่านชุดหนึ่งเลย ไม่ว่าจะยังไงไวน์นมมันก็เป็นของข้าการที่หลานคนนี้จะให้ท่านมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย”
ชูโน่นยิ้ม “มันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ แต่ตอนนี้ยังก่อนดีกว่าหลังจากที่เราจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จ ข้าขอให้เจ้าให้ข้าสักหน่อยแล้วกัน ตั้งแต่ที่ได้ดื่มไวน์นมของเจ้า ข้าก็ดื่มไวน์อื่นไม่ได้อีกเลย ทําไมเจ้าดูสบายจังตอนอยู่บนเรือ”
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “ข้าเองก็ไม่ได้สบายอย่างที่ท่านพูดสักเท่าไหร่ ท่านน่าจะเห็นว่าข้าเองก็เดินไปเดินมาและทําสิ่งต่างๆ ไปเรื่อย”
ชูโน่ยิ้มและพูดว่า “เจ้าไม่ต้องฟังข้าก็ได้ ข้าแก่แล้วก็พูดอะไรบ่นอะไรไปเรื่อย จริงสิคนแคระเหล่านั้นชอบคนดี แต่ห้ามไปหลอกพวกเขาโดยเด็ดขาด ไม่งั้นพวกเขาไม่ปล่อยพวกเราไว้แน่” เจ่าไห่พูดทันที “สบายใจได้ ข้ารู้เรื่องนี้มาบ้างแล้ว ข้าพอเข้าใจในตัวตนของพวกเขามาแล้ว พวกเขาดูเหมือนกับชนเผ่าในทุ่งหญ้าที่ข้างเคยเจอมาก”
ชูโน่ยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ แค่นี้ข้าก็สบายใจ ที่ข้าจะบอกอีกก็คือคนแคระเหล่านั้นชอบเล่น ตลกและเจ้ายังสามารถล้อเลียนพวกเขาในเรื่องของความสูงได้ด้วย พวกเขาจะไม่โกรธแต่ถึงจะไม่โกรธเรื่องนั้น แต่ถ้าหากว่าเจ้าพูดว่าเหล็กของพวกเขาไม่ดีพวกเขาจะโกรธเอามาก ๆ การทําแบบนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย”
เจ่าไห่พยักหน้า “ได้สิข้าจะจําเรื่องนี้เอาไว้ ข้าจะคิดก่อนพูดทุกๆ ครั้งที่จริงแล้วข้าต้องการเหล็กของพวกเขาไปขายที่ทุ่งหญ้าให้แก่ชนเผ่า ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะต้องการเล็กของพวกเขา”
ชูโน่พยักหน้า เหตุผลที่เขาเตือนเจ่าไห่ในเรื่องนี้ก็เพราะว่าเขากลัวว่าเจ่าไห่จะตัดราคาพวกเขา เพราะเหล็กของพวกคนแคระไม่ดี ถ้าเห็นเช่นนั้นเจ่าไห่จะต้องถูกจัดการโดยคนแคระเหล่านั้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเมื่อชูโน่ได้ยินว่าเจ่าไห่ต้องการเหล็กของคนแคระเพื่อไปขายให้กับชนเผ่าในทุ่งหญ้า เขาก็เริ่มสงสัยว่าไวน์นมของเจ่าไห่จะเกี่ยวข้องกับชนเผ่าในทุ่งหญ้า แต่สิ่งที่ยังทําให้ชูโน่งงๆ อยู่นั้นก็เพราะว่าไวน์นมของเจ่าไห่ขายดีกว่าไวน์นมของชนเผ่ามากๆ มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกจริงๆ
ชูโน่มองไปที่เจ่าไห่และพูดว่า “เจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับชนเผ่าในทุ่งหญ้าใช่ไหม?”
เจ่าไหยิ้มและพูดว่า “ใช่ข้าเป็นมิตรกับพวกเขา ข้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลายเผ่า และข้าเองก็ได้ทําข้อตกลงกับพวกเขา แต่ก็ยังมีเผ่าอื่นๆ ที่ข้าไม่ได้มีสัมพันธ์ด้วยเช่นกัน”
ชูโน่พยักหน้าจากนั้นเขาก็ยิ้ม “จริงสิ กิลแห่งควงามสว่างได้สร้างเรื่องครั้งใหญ่ในจักรวรรดิอาร์ซู เรื่องนี้มันเกี่ยวกับเจ้าหรือไม่?”
เจ่าไห่มองจากนั้นเขาก็ส่ายหัวและพูดว่า “ข้าไม่เกี่ยวข้องข่าวลือที่ได้ยินมันไม่จริง แท้จริง แล้วข้าไม่รู้เรื่องเลย และท่านก็น่าจะรู้ว่าข้าและกิลแห่งความสว่างไม่ถูกกันมากๆ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ข้าจะรู้เรื่องของพวกเขา และสายลับของข้าก็ไม่ได้มีพลังเหนือธรรมชาติที่จะรู้เรื่องของกิลแห่งความสว่าง นอกจากนี้กิลแห่งความสว่างจะไม่ปล่อยให้คนที่พวกเขาไม่ไว้ใจรู้เรื่องเหล่านี้ได้
ชูโน่พยักหน้า เขาเชื่อสิ่งที่เจ่าไห่พูด กิลแห่งความสว่างให้ความสําคัญกับข่าวของพวกเขามาก ไม่งั้นพวกเขาคงไม่อส่งจมเวทย์ที่มีพลังมาขนากนั้น แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชนเผ่าในทุ่งหญ้า
รู้เรื่องเหล่านั้นได้ยังไง เรื่องในครั้งนั้นมันทําให้กิลแห่งความสว่างต้องสูญเสียไปเป็นอย่างมาก แม้ว่าทั่วโลกจะไม่เข้าใจ แต่ก็มีคนไม่มากที่รู้ว่าเจ่าไห่และกิลแห่งความสว่างไม่ถูกกัน กิลแห่งความสว่างรู้ดีว่าพวกเขาจะต้องระวังเจ่าไห่เป็นพิเศษ
ในเวลาเดียวกันตระกูลบูดาก็ยังเป็นตระกูลที่เกิดใหม่ พลังของพวกเขายังไม่เพียงพอ ยิ่งไปกว่านั้นเจ่าไห่ยังถูกขับไล่โดยจักรวรรดิอาร์ซู เหมือนจะไม่มีตระกูลไหนในจักรวรรดิอาร์ซูอยู่ข้าง
พวกเขาเลย แม้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับตระกูลเพอร์เซลล์และตระกูลอิซ่าจะดีมาก แต่พวกเขาก็ถูกทําลายไปโดยกิลแห่งความสว่าง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ่าไห่จะรู้เรื่องทั้งหมด
เพราะเช่นนี้หลังจากสงครามไม่ว่ากิลแห่งความสว่างจะแพ้ไปด้วยความแปลก แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าเจ่าไห่มีส่วนในการจัดการกับกิลแห่งความสว่าง
เรื่องทั้งหมดถูกสรุปออกมาเห็นว่าเจ่าไห่ไม่ได้เป็นคนผิด นี่เป็นความผิดของกิลแห่งความสว่าง ถึงแม้ว่าคนอื่นๆ จะรู้ว่าตระกูลบูดาแข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นฝีมือของตระกูลบูดา
แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็เถอะ คําถามของชูโน่ทําให้เจ่าไห่เหงื่อตกกันเลยที่เดียว มันดีมากที่เจ่าไห่ได้เตรียมข้อแก้ตัวสําหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว เจ่าไห่ไม่ต้องการให้คนอื่นๆ รู้ว่าเขาใช้ชนเผ่าในทุ่งหญ้าเป็นเครื่องมือในการจัดการกับกิลแห่งความสว่าง
ผู้คนอาจจะรังเกียจกิลแห่งความสว่าง แต่พวกเขาก็ยังมองว่าพวกเขาเป็นเพื่อนมนุษย์ หากว่าพวกเขารู้ว่าเจ่าไห่อยู่ข้างชนเผ่าในทุ่งหญ้า เพื่อจัดการกิลแห่งความสว่างพวกเขาจะต้องทําให้เจ่าไห่เป็นเหมือนศัตรูของพวกเขาอย่างแน่นอน
ยังดีที่มีชนเผ่าไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ พวกเขาคิดว่ามีชายลึกลับค่อยช่วยพวกเขาอยู่ ถึงแม้ว่าเจ่าไห่จะไปหาพวกเขา พวกเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย
ชูโน่ถามคนถามนี้ออกไปโดยไม่ได้คิดและไม่ได้ใส่ใจ แต่แม้ว่าเจ่าไห่จะบอกเขาว่าเขาใช้ชนเผ่าเหล่านั้นจัดการกับกิลแห่งความสว่าง เขาก็จะไม่พูดอะไร หากว่าชนเผ่าเหล่านั้นไม่เข้าโจมตี
จักรวรรดิอาร์ซู พวกเขาก็จะโดนกิลแห่งความสว่างโจมตีอยู่ดี
และด้วยการโจมตีคริสเตนหลานสาวของเขาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ชูโน่จะไม่มีวันไปสนับสนุนกิลแห่งความสว่างอีกแล้ว ชูโน่มีลูกหลายคนแต่คนที่เขาชอบมากที่สุดคือพ่อคริสเตน ชูโน่ตั้งใจให้พ่อของคริสเคนขึ้นเป็นผู้เฒ่าของตระกูลในอนาคตอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามคนที่ชูโน่รักมากที่สุด
คือคริสเตน และการที่กิลแห่งความสว่างโจมตีคริสเตนก็เหมือนกับสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว ตระกูลทาชิเป็นตระกูลที่นิสัยดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต้องอดทน ในช่วงปีแรกๆสาเหตุที่ตระกูลทาชิสามารถยึดครองดินแดนของตนได้ ก็เพราะพวกเขาต่อสู้เพื่อเอาคืนมาเช่นกัน หากว่าพวกเขารวมพลังกันจริงๆ ก็ไม่แพ้ตระกูลอื่นๆอย่างแน่นอน แต่พวกเขาไม่ได้ทําเช่นนั้น เพราะด้วยค่าสอนที่ถูกส่งต่อกันมา พวกเขาเลยต้องใช้ชีวิตแบบนี้
ถึงแม้ว่าชูโน่จะบอกว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะจัดการกับกิลแห่งความสว่าง แต่เขาก็ส่งคนไปที่กิลแห่งความสว่างเพื่อคอยไปดูพวกมันเอาไว้
การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอารมณ์โกรธ หากว่าโดนรังแกไม่มีใครหรอกที่จะต้องยอมได้ทุกครั้ง ถ้าหากว่ายอมไปเรื่อยมันก็เท่ากับว่าคุณยอมให้มันทําทุกอย่างในตัวคุณแล้ว เหตุที่ชูโน่บอกเจ่าไห่ว่าเขาไม่ต้องการทําอะไรกับกิลแห่งความสว่างก็เพราะเขาไม่ต้องให้เจ่าไห่รู้ ชูโน่รู้ดีว่าเจ่าไห่เป็นศัตรูกับกิลแห่งความสว่าง ถ้าชูโน่บอกกับเจ่าไห่ว่าจะจัดการกับพวกเขา
มันก็จะทําให้เรื่องใหญ่ขึ้น ซึ่งเขาเองอยากให้เรื่องอยู่ในการควบคุมของเขาเอง
สวัสดีครับ จากผู้แปลนะครับ หากชอบการแปลก็กดไลน์เป็นกําลังใจให้ด้วยนะครับ แต่ถ้าหากมีข้อผิดพลาดก็เข้ามาบอกกันได้เลยนะครับ จะพยายามพัฒนาทักษะการแปลให้ดีขึ้นะครับขอบคุณครับ