Almighty Coach – โค้ชอหังการ - ตอนที่ 108
ตอนที่108 ที่สุดของที่สุด
เหล่ยควินเกือบจะถึงวงขว้างอยู่แล้วก่อนที่จะถูกหลี่ไต้เรียกกลับมา เมื่อเขาได้ยินเขาเรียก ควินหันหลังกลับแล้วเดินกลับทันที
ไม่มีใครเข้าใจว่าหลี่ไต้กำลังจะทำอะไร ทุกคนมองไปที่เขา หลี่ไต้นึกถึงวิธีใช้หนังสือเรียกกำลังใจ
“ขั้นแรก ชมนักกีฬาก่อนที่จะขึ้นสนามแข่ง ยังไงละ? ชมอะไรซักอย่างก็น่าจะได้ผลมั้ง!” หลังจากที่คิดอย่างนั้นแล้ว หลี่ไต้ก็พูดกับควินแบบโต้งๆว่า “เหล่ยควิน… นาย เจ๋ง มาก!!”
“อะไรนะ?” เหล่ยควินอ้าปากค้างทันที เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำแบบนี้ออกมาจากปากหลี่ไต้ เขาคิดว่าหลี่ไต้จะให้คำแนะนำอะไรเพิ่มเติมก่อนแข่ง เขาเลยทำหน้าตั้งใจแล้วเตรียมพร้อมจะรับฟังที่เขาพูด
“นี้มันคำชมนะ มันน่าจะได้ผลแหล่ะ ..มั้ง” หลี่ไต้พูด “โอเค ไปได้แล้ว!”
เหล่ยควินรู้สึกไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาถูกเรียกกลับไปที่หลี่ไต้ คิดว่าจะได้คำแนะนำที่สำคัญ แต่ที่เขาได้กลับมามีแค่คำว่า “นาย เจ๋ง มาก”
“หลี่ไต้มันทำอะไรของมัน เรียกนักกีฬากลับไปเพื่อบอกว่าเขาเจ๋งเหรอ” ฉางฮุย โค้ชทีมเยาวชนมองอย่างงงงวย
หลิวฮู โค้ชจากทีมโรงเรียนหนานทันมีสีหน้าแบบเดียวกัน “นี้มัน.. คล้ายๆกับการให้กำลังใจนักกีฬาปะ? นาย เจ๋ง มากเหรอ? แค่นี้เองเหรอ? ไม่ใช่ว่าควรจะพูดให้มากกว่านี้เหรอ ปลุกใจนักกีฬาเชียวนะ! ฉันว่าการตะโกนคำว่า “เอาเลย!!!!”ยังจะดูดีกว่าเรียกนักกีฬากลับไปแล้วบอกว่า”นายเจ๋งมากนะ”
ในเวลานั้น เสียงปรบมือก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงปรบมือของหลี่ไต้ที่ปรบให้ควิน
หลี่ไต้คิดในใจ “ขั้นที่2 ปรบมือให้นักกีฬาตอนที่เขากำลังเข้าสนามแข่ง มือฉันตบจนเจ็บไปหมดแล้ว น่าจะได้ผลแล้วละ! ขั้นที่3 เชียร์นักกีฬาระหว่างที่กำลังแข่ง
การตบมือของหลี่ไต้ไม่ได้เรียกความสนใจอะไร มันเป็นเรื่องปรกติที่โค้ชจะปรบมือให้นักกีฬาระหว่างการแข่ง
เหล่ยควินยืนอยู่ตรงวงกลม ถือตุ้มเหล็กเตรียมที่จะขว้าง
“เอาหน่อยโว้ยยย เหล่ยควิน! สู้ๆ! ไปเลยยยย!!!!!”หลี่ไต้จู่ๆก็เชียร์ขึ้นมาเสียงดังลั่น
ทุกคนในสนามหันมามองหลี่ไต้ การเชียร์ของเขามันไม่เหมือนกับรอบที่แล้ว มันไม่ปรกติเกินไป
“นี้คุณหลี่เขากลัวจนขึ้นสมองไปแล้วเหรอ? เขาดูโง่จัง!”ฉางฮุยรู้สึกอายขึ้นมาทันที
และในเวลาเดียวกันนั้น จิตวิญญาณของเหล่ยควินก็ลุกเป็นไฟขึ้นมา หนังสือเพิ่มกำลังใจมันได้ผล
เหล่ยควินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ให้ความรู้สึกเหมือนกับเขามีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องทำ แล้วเขาอดใจรอที่จะเขวี้ยงไม่ไหวแล้ว ความกังวล ความเหนื่อยล้า ความกลัวที่จะพลาดมันหายไปในชั่วพริบตา
ตอนนี้ เหล่ยควิน กำลังใจเต็มเปี่ยมมาก เขาตะโกนกล้า แล้วปาออกไป
“16.53เมตร!”ทีมงานประกาศ
“เก่งมากเหล่ยควิน!” หลี่ไต้ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากตะโกน นี้เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเหล่ยควินเท่าที่ทำมา
ลู่จินเพ็ง นักกีฬาจากหนานทัน รู้สึกกดดันที่หัวใจ คู่แข่งของเขาเหนือกว่าอีกแล้ว เขารู้สึกว่าความพ่ายแพ้กำลังจะเกิดขึ้นอีกแล้ว
หลิวฮูในทางกลับกัน ดูใจเย็นมากขึ้น เขาคิดว่านักกีฬาของหลี่ไต้คงปาได้ไม่เกิน16.5เมตร แค่ถึงจะเกินมาหน่อยๆ แต่มันก็ยังคงอีกห่างไกลถึง0.5เมตรจาก16.98เมตรของซูเสียน มันเป็นระยะห่างที่ก้าวข้ามไม่ได้
“ฉานชานฮาว นาย เจ๋ง มาก!” เขาพูดคำชมที่ไม่มีที่มาที่ไปอีก จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงปรบมือ
“ไปเลยย!!!สู้ๆ!!”ลี่ไต้เชียร์ดังไปทั้งสนาม บางคนก็เริ่มมองแบบแปลกๆใส่หลี่ไต้แล้ว ในสายตาของพวกเขา หลี่ไต้เริ่มกลายเป็นพวกบ้าบอแล้ว แต่กำลังใจของฉานชานฮาวมันเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทุ่มได้16.56เมตร
เฟ็งหลัวที่เป็นคนต่อไป ก็ทุ่มได้16.50เมตรเหมือนกัน
“16.50เมตรมันเป็นสถิติที่ดีมากแล้วสำหรับนักกีฬาที่อายุยังไม่ถึง18ปี มากพอที่จะมีคุณสมบัติเขาทีมกีฬาเขตไหนก็ได้ แต่มันยังไม่พอที่จะชนะหนานทัน ยังไม่พอที่จะชนะซูเสียน” รอยยิ้มผ่อนคลายปรากฏบนหน้าหลิวฮู “ฉันคิดว่าทีมเยาวชนเขตฮั่นเบจะขาดแคลนนักกีฬาแล้วจะง่ายซะอีก ฉันละไม่เชื่อเลยว่าจะไปเตะโดนหินเข้าให้ ยังโชคดีที่เรายังมีซูเสียนอยู่ในทีมทุ่มน้ำหนักเป็นไพ่ตายเราอยู่ ไม่อย่างงั้นเราคงแพ้ยับในงานง่ายๆแบบนี้แล้ว!”
ไม่ไกลกับเขามาก หลี่ไต้ยังดูสงบนิ่ง ไม่มีผลงานไหนที่เขาไม่กะไว้แล้ว การทุ่มได้ไกลกว่า16.50เมตรโดยเหล่ยควินกับฉานชานฮาวแล้วก็เฟ็งหลัวทำได้ดีมากแล้วจริงๆ แต่หลี่ไต้ไม่ได้กะจะนับทั้ง3คนนั้นให้ชนะซูเสียนจากหนานทันหรอก ไพ่ตายของหลี่ไต้จริงๆมันอยู่ที่นักกีฬา2คนที่เหลือ บิ่นหวางกับเจียนกังเฉินตั่งหาก
บิ่นหวางเป็นคนที่ทุ่มได้เกือบ17เมตรในการฝึก ถ้าเขาสามารถตั้งเป้าได้ไกลกว่านั้น เขาอาจจะทุ่มได้ไกลกว่า17เมตรก็ได้
ส่วนเจียนกังเฉิน เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดใน5คน เขาฉลาด เรียนรู้ไว และมีพรสวรรค์ที่สุดใน5คนนั้น ถึงแม้เขาอาจจะยังแข่งกับซูเสียนไม่ได้ แต่หลี่ไต้เชื่อว่า เขามีโอกาสที่จะชนะได้ด้วยวงแหวนระเบิดพลัง
ซูเสี้ยนไม่ได้ยอมแพ้ในรอบนี้ หลี่ไต้ก็จะไม่ให้บิ่นหวางกับเจียนกังเฉินยอมแพ้เหมือนกัน บิ่นหวางจะไปก่อน
นี้เป็นการแข่งครั้งแรกของบิ่นหวาง นั้นทำให้เขาประหม่านิดหน่อย แต่ความกังวลของเขาหายไป เพราะหลี่ไต้ก็เพิ่มกำลังใจให้เขาแล้วเหมือนกัน
หลิวฮูหลี่ตา “นักกีฬาคนนี้ยังไม่เคยแข่งเลยถึงตอนนี้ ฉันไม่รู้ว่าเขาจะเก่งแค่ไหน นักกีฬาที่เก่งที่สุดจะแข่งก่อนคนแรกเพื่อให้เพิ่มกำลังใจของคนอื่นในทีม หรือไม่ก็คนสุดท้ายเพื่อให้เป็นความหวังสุดท้าย ฉันไม่รู้ว่าหลี่มันจะเล่นแผนไหน”จากนั้นเขาก็ยิ้ม “แต่ถึงแม้จะเก่งแค่ไหนก็สู้ซูเสียนไม่ได้หรอก”
“ไปเลยหวาง!”หลี่ไต้เชียร์ดังและชัดเจนเหมือนเดิม ซึ่งนั้นเป็นขั้นสุดท้ายของการเพิ่มกำลังใจ จิตวิญญาณของหวางก็พุ่งทยานอีกครั้ง และมันพุ่งทยานไปพร้อมกับตุ้มเหล็กที่ขว้างไป
“ไกลมาก!”ตาของหลิวฮูเปิดกว้าง ตุ้มนั้นกระแทกพื้นทันทีที่เขาคิด
“17เมตรหรอ?นั้นเขาทำได้ถึง17เมตรใช่ไหม?”ฉางฮุยกุมหัว ตื่นเต้นกับผลที่ออกมา
“ฉันดูถูกนักกีฬาไปเอง เขาอาจจะเก่งเท่าซูเสียนก็ได้! ฉันไม่เชื่อเลยว่าทีมเยาวชนของฮั่นเบจะมีนักกีฬาระดับนี้ ในช่วงเวลาที่พวกเขาขาดคนด้วย”หลิวฮูเครียดทันที ถ้าลูกตุ้มลงตรงเป้า แต่มันใกล้ มันอาจจะดีกว่าของซูเสียนก็ได้
“16.97เมตร!” ทีมงานวัดระยะประกาศออกมาด้วยโทนเสียงสิ้นหวัง
“โถ่ววเอ่ย อีกนิดเดียวเอง แค่เซนเดียวเอง!”ฉางฮุยดูเสียดาย ให้ความรู้สึกเหมือนเขาพึงเฉียดเงินล้านไปนิดเดียว
“เกือบไปแล้วไหมละ อีกแค่เซนเดียวเอง”หลิวฮูเหงื่อตก เขากังวลมากเมื่อกี้ กลัวว่าซูเสียนจะแพ้การแข่งนี้
“ทำดีมาก เยี่ยมยอด!”หลี่ไต้พูดต่อ แล้วปรบมือไปที่ลูกศิทษ์ของเขา ถึงแม้เขาจะทำได้ไม่ถึง16.98เมตรของซูเสียน แต่มันก็เป็นสถิติที่ดีมากแล้ว
ฉางฮุยมีความสิ้นหวังในใจ “สุดท้ายแล้ว เราคงทำไม่ได้หรอก มันไม่ง่ายเลยที่จะชนะเสียนซูได้ อีกอย่าง มันยังมีโอกาสที่3อยู่ ซูเสียนอาจจะทำได้ดีกว่าเดิมก็ได้
ฉางฮุยลืมไปว่ายังเหลือเจียนกังเฉินอยู่
“เจียนกังเฉิน มานี้!”หลี่ไต้เรียกเจียนกังเฉินมา
“โค้ชครับ ไม่ใช่ว่าจะเรียกผมมาเพื่อที่จะพูดว่าผมเจ๋งมากหรอกนะครับ?”เจียนกังเฉินถามเขสตรงๆ หลี่ไต้พูด “นายเจ๋งมาก”ทุกครั้งที่ใช้หนังสือเรียกแรงใจก่อนหน้านี้
“เออ ก็ใช่ นายเจ๋งมาก!”หลี่ไต้อายนิดหน่อยแต่ก็ยังจะพูดต่อไป
“โค้ชครับ ถ้าโค้ชไม่เก่งเรื่องชมชาวบ้านก็อย่าชมเลยครับ มันดูเสแสร้ง”เจียนกังเฉินแซะอีกรอบ “เอางี้ไหมครับ ครั้งหน้าผมจะเตรียมคำมาให้คุณไว้ใช้พูดก่อนเริ่มการแข่ง จะได้พูดคำอื่นบ้าง ดีไหมครับ?”
“เอาหน่า ไปแข่งได้แล้ว ทำให้เต็มที่ อย่าให้ขายหน้าฉัน!”หลี่ไต้เกือบได้เตะตูดเจียนกังเฮิน แต่เจียนกังเฉินก็เดินไปเข้าสนามอย่างสบายๆ
เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดี เพราะงั้น แรงใจเต็มเปลี่ยมอยู่แล้ว!”หลี่ไต้ก็ยังปรบมือให้เจียนกังเฉินอยู่ดี
“เอาเลยยยย!”ในตอนที่เจียนกังเฉินกำลังจะทุ่ม หลี่ไต้ก็เชียร์ทันที
ในตอนนั้นเองหนังสือเรียกแรงใจก็ส่งผล เจียนกังเฉินจู่ๆก็เห็นภาพหลอนว่าตัวเองกลายเป็นนักรบผู้เกรียงไกรเดินขึ้นไปบนสังเวียน รอบตัวมีเสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังลั่น เสียงกลองรบดังสนั่น เหมือนกับว่าเขาเป็นดาราดังศูนย์กลางความสนใจของฝูงชน
เขายังเกือบจะเห็นนิมิตว่ามีเสียงแตรสังข์ดังลั่นเป็นสัญญาณให้เข้าพุ่งสู่สมรภูมิ ซึ่งทำให้ใจเขาเร้าร้อนไปด้วย ทุกอย่างรอบตัวเขาดูเป็นใจไปหมด แม้แต่ตุ้มน้ำหนักในมือยังรู้สึกเบาขึ้นเลย
“ย๊ากกกก!”เจียนกังเฉินทุ่มน้ำหนักไปพร้อมเสียงตะโกนลั่น
ความเร็วของเขาเพิ่มถึงจุดสูงสุดในชั่วขณะนึง ทีมงานวัดระยะถึงขั้นต้องถอยหลังไปอีกหลายก้าว ถึงเอาจริงๆพวกเขาจะยืนอยู่แถวเส้น20เมตรก็ตาม ในการทุ่มน้ำหนักระดับโลกนั้น นักกีฬาสามารถปาไกลพอที่จะเข้าหัวพวกเขาได้ อีกอย่างพวกเขาทึ่งในความเร็วของเจียนกังเฉิน
ตุ้มน้ำหนักพุ่งตรงไปในอากาศแล้วตกลงมากระแทกพื้นเป็นลอยชัดเจน
“17เมตร! เราทำได้ มันเกิน17เมตรไปแล้ว!”ฉางฮุยเป็นคนแรกที่ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น หลุมบนพื้นนั้นเห็นได้ชัดเลบว่าเกินเส้น17เมตรมาแล้ว
“เยสสส!!”เจียนกังเฉินกำหมัดแล้วตะโกนอย่างดีใจ ข้างหลังนั้นหลี่ไต้กับนักกีฬาอีก4คนกำลังเชียร์เหมือนกัน
หลิวฮูจากโรงเรียนหนานทันกำลังช๊อก มันเหมือนตุ้มเหล็กไปกระแทกโดนอกเขา
“เป็นไปได้ยังไง? มากกว่า17เมตรงั้นเหรอ นั้นลูกตุ้มน้ำหนัก16ปอนด์นะ แต่มันถูกทุ่มได้ไกลกว่า17เมตรโดยนักกีฬาเยาวชนเหรอ ระยะนี้มันติดท๊อปเท็นในการแข่งชิงแชมป์ของชาติในรุ่นผู้ใหญ่เลยนะ
ซูเสียนหน้าแดงแป๊ด เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจมาโดยตลอด แล้วก็ดูถูกสมาชิกทีมฮั่นเบเยอะด้วย ถึงแม้ว่าบิ่นหวางจะทุ่มได้16.97เมตร แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขากังวล แต่นี้ มันไกลกว่า17เมตร มันทำให้หน้าเขาเปลี่ยน
ทุกคนบอกได้เลยว่าซูเสียนกำลังตกใจ ทุกคนเริ่มสงสัยว่าเจียนกังเฉินทุ่มได้เท่าไรกันแน่
ทีมวัดระยะวัดหลายรอบเพื่อให้ได้ผลแน่นอน และประกาศออกมา
“17.11เมตร!!”
“เยี่ยมมาก”หลี่ไต้ยิ้มด้วยความโล่งอก