cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 522 ข่าวลือในทางไม่ดี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 522 ข่าวลือในทางไม่ดี
Prev
Next

ตอนที่ 522 ข่าวลือในทางไม่ดี

หลินม่ายนอนหลับไป จนกระทั่งโจวฉายอวิ๋นเข้ามาปลุกตอนเจ็ดโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น

เธอสะพายกระเป๋าเป้ยีนที่เถาจืออวิ๋นทำให้ และกำลังจะไปโรงเรียนด้วยจักรยาน แต่พบว่าจักรยานพัง จึงจำเป็นต้องเดินไปโรงเรียนแทน

ก่อนไปที่โรงเรียน เธอได้แวะไปหาคุณลุงเจ้าของแผงหนังสือเพื่อหยิบหนังสือพิมพ์ตามที่เคยสั่งไว้

เมื่อเห็นสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสผิดปกติของคุณลุง หลินม่ายก็ถามด้วยรอยยิ้มว่าทำไมวันนี้คุณลุงถึงได้ดูอารมณ์ดีนัก

คุณลุงบอกว่า เขากำลังจะสร้างซุ้มสำหรับขายหนังสือพิมพ์ในบริเวณที่เขาเคยมาตั้งแผงเมื่อสองวันก่อน พอสร้างซุ้มเสร็จ หน่วยงานรัฐก็จะมาติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะใกล้ ๆ ถึงตอนนั้นเขาจะไม่ขายหนังสือพิมพ์และนิตยสารแค่อย่างเดียว แต่ยังรับให้บริการโทรศัพท์สาธารณะให้กับผู้สัญจรไปมาอีกด้วย นอกจากรายได้จะเพิ่มขึ้นแล้ว เขาก็ไม่ต้องเผชิญกับลมฝนเหมือนเมื่อก่อนด้วย

รัฐบาลเริ่มทำให้โทรศัพท์สาธารณะเริ่มกลายเป็นที่นิยม หมายความว่าอีกไม่นานโทรศัพท์บ้านก็จะกลายเป็นที่นิยมเช่นกัน

หลินม่ายคิดในใจว่าหลายเดือนก่อนหน้านี้ เธอยังต้องเข้าหาผอ.เขตโอวหยางเพื่อขอติดตั้งสายโทรศัพท์อยู่เลย

หลังจากนั้นไม่นานการติดตั้งโทรศัพท์ก็จะง่ายขึ้น ทำให้ระบบโทรคมนาคมในจีนพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เธอยิ้มกว้างพร้อมแสดงความยินดีกับคุณลุง แนะนำให้เขาซื้ออมยิ้ม ไอศกรีม และน้ำอัดลมมาขายควบคู่

หลินม่ายกางหนังสือพิมพ์อ่านไปด้วยเดินไปด้วย

แทบไม่ต้องกวาดสายตาหาให้ยากเย็น เพราะข่าวใหญ่บนพาดหัวหน้าหนึ่งคือข่าวไฟไหม้โรงงานตัดเสื้อ Unique เมื่อคืนที่ผ่านมา

จากการรายงานข่าว เหตุไฟไหม้ที่โรงงานUniqueทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมูลค่าประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวน

ความสูญเสียทางเศรษฐกิจดังกล่าว ได้แก่ ผ้าจำนวนมากที่ถูกไฟเผาวอด ห้องทำงานที่แทบไม่เหลือเค้าเดิม รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในสำนักงาน…

มือวางเพลิงชื่อทังชุ่นอิงถูกจับกุมตัวไว้ได้ตอนตีสองภายในคืนเดียวกัน พวกเขาพบหล่อนเข้าขณะที่หล่อนกำลังจะส่งมอบความบรรลัยไปยังเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่คนงานเพิ่งทำเสร็จ

ตำรวจสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเข้มงวดข้ามคืน ในที่สุดทังชุ่นอิงก็อธิบายถึงแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรมของตัวเองและกระบวนการทั้งหมด

หลังจากที่หลินม่ายอ่านข่าวจบ เธอก็พับหนังสือพิมพ์ใส่ลงในกระเป๋าเป้

เวลานี้คือชั่วโมงเร่งด่วนที่ผู้คนต่างเดินทางไปทำงานหรือไปโรงเรียน ท้องถนนเต็มไปด้วยจักรยาน การเดินไปอ่านหนังสือพิมพ์ไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

เธอไม่คาดคิดเลยว่าทังชุ่นอิงจะใจกล้ากว่าที่เธอคิดไว้มาก

หลังจากจุดไฟเผาอาคารสำนักงานเป็นครั้งที่สอง หล่อนยังกล้าเข้ามาวางเพลิงเป็นครั้งที่สาม

อาจเป็นเพราะหล่อนคิดว่าตัวเองคงหนีไปไหนไม่รอดแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ทุบหม้อข้าวตัวเองเสียเลย ตัดสินใจสร้างความเสียหายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

จิตใจชั่วช้าของหล่อนมันทำด้วยอะไรกัน!

เมื่อกี้นี้ตอนอ่านหนังสือพิมพ์ หลินม่ายจำได้ว่าคำสารภาพของทังชุ่นอิงไม่ได้พูดถึงความผิดของตัวเองที่ต้องการจะเผาเธอให้ตายคากองไฟเลยสักนิด

หล่อนคงกลัวตาย ถึงไม่ยอมปริปากพูดเรื่องนั้น

ถึงอย่างนั้นคดีอาชญากรรมอย่างลอบวางเพลิงและพยายามฆ่า ก็มีแนวโน้มสูงว่าจะถูกตัดสินประหารชีวิตอยู่ดี

คิดเหรอว่าตัวเองไม่ยอมสารภาพแล้วจะรอดตายไปได้?

หลินม่ายตะคอกในใจอย่างเย็นชา เธอตั้งใจว่าหลังสอบเสร็จในช่วงเช้าจะแวะไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งความหล่อนในเรื่องนี้สักหน่อย

เนื่องจากวันนี้เธอตื่นสายเกินไป หลินม่ายจึงไม่ทันกินอาหารมื้อเช้า

ขณะที่เดินอยู่นั้น เธอคิดว่าตัวเองควรซื้ออะไรกินเป็นอาหารมื้อเช้าดี ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นแผงลอยขายก๋วยเตี๋ยวน้ำตั้งอยู่ไม่ไกล

นานแล้วที่เธอไม่ได้ซดก๋วยเตี๋ยวน้ำสักชาม เธอคิดถึงรสชาติเข้มข้นของก๋วยเตี๋ยวน้ำจะแย่

ขณะที่ยกเท้าขึ้นและกำลังจะเดินข้ามไปอีกฝั่ง ก็บังเอิญเห็นว่าเสี่ยวหม่านและหลี่หมิงเฉิงกำลังพูดคุยกัน

เมื่อพิจารณาจากภาษากายของคนทั้งสองแล้ว เสี่ยวหม่านน่าจะคะยั้นคะยอให้หลี่หมิงเฉิงไปกินก๋วยเตี๋ยวน้ำด้วยกัน แต่หลี่หมิงเฉิงปฏิเสธ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นเสี่ยวหม่านพยายามป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ หลี่หมิงเฉิง

เสี่ยวหม่านแอบชอบหลี่หมิงเฉิงมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าหลี่หมิงเฉิงจะไม่ได้มีท่าทางแบบนั้นตอบเลย

วลีที่ว่าเทพธิดามีใจแต่เซียงอ๋องไร้ฝัน ก็คือเขาทั้งสองคนนั่นเอง

หลินม่ายไม่อยากทำให้เสี่ยวหม่านอับอาย ดังนั้นจึงเปลี่ยนใจไม่ไปที่นั่น แต่เดินอ้อมไปอีกทาง

เธอซื้อเชียนเฉิงปิ่ง*จากแผงขายริมถนนมาสองชิ้น แล้วกินมันในขณะเดินไปด้วย

(*千层饼 อาหารริมทางชนิดหนึ่งของจีน เป็นแป้งพายพับทบกันเป็นชั้นๆ แล้วนำไปทอดน้ำมัน)

เชียนเฉิงปิ่งเป็นอาหารว่างของเหอหนาน มีความหอมมัน กรอบแต่ไม่มันเยิ้ม กัดแล้วไม่แตกร่วน รสชาติอร่อยมาก

รสชาติจะอร่อยยิ่งขึ้นถ้ากินคู่กับเต้าฮวยหรือข้าวหมากสักถ้วย

น่าเสียดายที่ยุคสมัยนี้ยังไม่มีถ้วยหรือชามสำเร็จรูปแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่อย่างนั้นหลินม่ายคงซื้อข้าวหมากมาสักถ้วยแล้วกินระหว่างเดิน

เธอเพิ่งกินเชียนเฉิงปิ่งหมดไปไม่นาน ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเธอจากข้างหลัง

พอหันมองย้อนกลับไปก็เห็นว่าเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนหลายคนกับเหยียนเหวินเล่อที่วิ่งมาหาเธอจากด้านหลัง

เมื่อไม่ได้เจอกันนาน เพื่อนร่วมชั้นบางคนจึงค่อนข้างตื่นเต้น

โดยเฉพาะเด็กหญิงสองคนที่รีบทักทายหลินม่าย “ม่ายจื่อ โฆษณาเสื้อผ้าUniqueของเธอสวยมากเลย!”

หนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานข่าวเกี่ยวกับแบรนด์Uniqueอยู่บ่อยครั้ง เกือบทุกคนในหมู่นักเรียนต่างรู้ว่าหลินม่ายเป็นผู้อำนวยการโรงงานตัดเสื้อUnique จึงพากันชื่นชมเธอยกใหญ่

หลินม่ายเดินไปโรงเรียนเคียงข้างกับพวกเขา พูดอย่างถ่อมตัว “ไม่ขนาดนั้นหรอก”

ทุกคนคุยกันเรื่องUniqueไปสักพัก ทันใดนั้นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ถามว่า “ม่ายจื่อ โรงเรียนเราเปิดสอนมาเกือบเดือนแล้ว ทำไมถึงไม่เห็นเธอมาโรงเรียนเลยล่ะ?”

พอเธอถามจบ นักเรียนคนอื่น ๆ ก็พากันหุบปากฉับ แล้วจ้องมองไปทางหลินม่ายด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

หลินม่ายสับสนเล็กน้อยกับท่าทีของพวกเขา ก่อนจะอธิบายให้ทุกคนฟังว่า “กิจการของฉันยุ่งมาก ไหนจะต้องคอยอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนอีก ฉันก็เลยมาเรียนตามปกติไม่ได้ ก็เหมือนตอนที่ฉันเรียนชั้นมัธยมต้นนั่นแหละ เรียนด้วยตัวเองอยู่ที่บ้าน จะมาโรงเรียนก็ต่อเมื่อมีสอบที่สำคัญ ๆ”

เหมยจวินทำหน้าเศร้าโศก “ฉันนึกว่าหลินม่ายมาโรงเรียนไม่ได้เพราะมีคดีด่างพร้อยซึ่งขึ้นตรงกับทางหน่วยงานตำรวจ และถูกไล่ออกจากโรงเรียนไปแล้วซะอีก ก่อนหน้านี้ฉันหลงเชื่อ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

เหยียนเหวินเล่อแย้ง “ฉันไม่เคยเชื่อข่าวลือพรรค์นั้นด้วยซ้ำ!”

นักเรียนคนอื่น ๆ อีกหลายคนแสดงสีหน้าอับอายและรู้สึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาหลินม่าย

พวกเขาทั้งหมดต่างเชื่อข่าวลือในเวลานั้น

หลินม่ายฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมทุกคนถึงได้รับข่าวลือว่าฉันมีคดีด่างพร้อยกับทางหน่วยงานตำรวจล่ะ?”

นักเรียนหลายคนช่วยกันอธิบาย “เธอไม่มาเรียนเลยสักวัน หลายคนก็เลยเกิดความสงสัย พวกเขาต่างคาดเดาถึงสาเหตุที่เธอไม่มาโรงเรียนไปต่าง ๆ นานา ว่านฮุ่ยบอกว่าเธอทำเรื่องผิดกฎหมาย เลยถูกตำรวจภาคทัณฑ์และตัดสินลงโทษ หลังจากนั้นก็โดนไล่ออกจากโรงเรียน เป็นสาเหตุที่เธอไม่มาเรียนกับพวกเรา”

หลินม่ายแค่นเสียง “หล่อนพูดโกหกทุกเรื่อง นอกจากฉันจะไม่เคยทำผิดกฎหมายแล้ว ฉันยังไม่เคยโดนใครไล่ออกจากโรงเรียนด้วย แถมฉันยังเอาเวลาว่างทั้งหมดไปอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบเลื่อนชั้นอีก”

นักเรียนหลายคนได้ยินแบบนั้นก็ตกใจมากจนถึงกับร้องอุทาน!

หลินม่ายไม่ได้ไปเอาเรื่องว่านฮุ่ยถึงชั้นเรียนเพื่อลบล้างข่าวลือนั้น

ทันทีที่เธอปรากฏตัวขึ้นในโรงเรียนเพื่อสอบไล่รายเดือน ข่าวลือจากปากว่านฮุ่ยก็ย้อนกลับไปทำร้ายตัวหล่อนเอง ทำให้หล่อนไม่สามารถสู้หน้าใครได้อีก ไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปลบล้างคำครหา

เมื่อหลินม่ายเดินเข้ามาในห้องเรียน พบว่าอาจารย์หวังมารออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เขาเห็นเธอก็พยักหน้าให้

ช่วงเช้ามีสอบสองวิชา วิชาภาษาจีน และวิชาคณิตศาสตร์

ภาษาจีนถูกจัดสอบก่อน หลังจากหมดเวลาสอบภาษาจีน จะมีช่วงพักสิบห้านาที หลังจากนั้นจึงจัดสอบวิชาคณิตศาสตร์

ภาษาจีนไม่ใช่จุดแข็งของหลินม่าย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะทำข้อสอบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเหมือนวิชาวิทยาศาสตร์หรือภาษาอังกฤษ จึงค่อย ๆ ทำไปทีละข้อจนหมดเวลาสอบ

ทันทีที่ผลักกระดาษข้อสอบออกไป ก็เห็นว่าอาจารย์หวังซึ่งเป็นอาจารย์ประจำชั้นปรากฏตัวขึ้นหน้าประตูห้องเรียน แล้วเรียกชื่อเธอ “หลินม่าย ออกมาหาครูที่ห้องทำงานหน่อย”

หลินม่ายรู้สึกงงงวยเล็กน้อย

ถ้าอาจารย์หวังจะเรียกเธอไปวิจารณ์ว่าการเรียนด้วยตัวเองที่บ้านมีผลเสียยังไงบ้าง เขาก็ควรรอผลคะแนนสอบออกก่อนไม่ใช่หรือ

เธอเพิ่งจะสอบไปได้แค่ครั้งเดียว เขากลับเดินมาเรียกเธอไปพบที่ห้องทำงานเป็นการส่วนตัวเสียแล้ว เพราะอะไรกัน?

พอเธอเดินตามอาจารย์หวังเข้าไปในห้องทำงาน ก็เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอาจารย์หวัง

อาจารย์หวังชี้ไปยังเก้าอี้ข้างโต๊ะเพื่อเชิญให้หลินม่ายนั่ง ก่อนจะพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง “สหายตำรวจคนนี้มาที่นี่เพราะต้องการสอบถามเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้ในโรงงานตัดเสื้อUniqueเมื่อคืน ไม่ต้องกลัวนะ”

ทุกครั้งที่อาจารย์หวังพบหน้าหลินม่าย เขามักแสดงทีท่าเหมือนไม่พอใจอยู่เสมอ จนหลินม่ายอดคิดไม่ได้ว่าเขาคงไม่ชอบหน้าเธอ

ไม่คาดคิดเลยว่าคนอย่างเขาก็แสดงความอ่อนโยนกับเธอเป็นเหมือนกัน

หลินม่ายพยักหน้าแทนคำขอบคุณ

ตอนแรกเธอวางแผนว่าจะไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความเรื่องที่ทังชุ่นอิงพยายามฆ่าตัวเองในตอนเที่ยง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาหาเธอถึงที่ เธอจึงใช้โอกาสนี้แฉวีรกรรมของทังชุ่นอิงเสียเลย

เธอถาม “ไม่ทราบว่าสหายตำรวจต้องการทราบเรื่องอะไรเป็นพิเศษคะ?”

เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียสมาธิไปเล็กน้อย

เมื่อคืนนี้เขาเจอหลินม่ายแล้วครั้งหนึ่งก็จริง แต่ช่วงเวลากลางคืนที่มีแสงสว่างน้อยนิดแถมยังอยู่ไกล เขาจึงเห็นหน้าเธอไม่ชัดเจนนัก

พอได้เห็นหน้าเธอชัด ๆ แล้วก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้

ลำพังแค่ความสวยของหลินม่ายอาจไม่ทำให้เขาถึงกับเสียสมาธิ อย่างมากก็แค่ประหลาดใจ

ที่ทำให้เขาตกใจคือการที่นักเรียนชั้นมัธยมปลายคนหนึ่งสามารถเปิดโรงงานตัดเสื้อเป็นของตัวเองได้ ซึ่งน่าทึ่งไม่น้อยเลย

พอได้ยินคำถามจากหลินม่าย เขาก็รีบดึงสติกลับคืนมา “ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับว่าคุณวิ่งฝ่ากองเพลิงออกมาได้ยังไง?”

หลินม่ายพยักหน้า “ได้สิคะ”

จากนั้นเธอก็เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ช่วงที่ตัวเองกำลังตรวจค้นห้องทำงานกับเจ้าหน้าที่รปภ.อีกคนเมื่อคืนนี้ โดยไม่ลืมเน้นย้ำเหตุการณ์ตอนที่ถูกโจมตี

เธอสงสัยว่าคนที่ทำร้ายตัวเองจากด้านหลังเป็นคนเดียวกันกับมือวางเพลิง อีกฝ่ายมีเจตนาฆ่าอย่างไม่ต้องสงสัย

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจดบันทึกคำให้การแล้ว พวกเขาก็ถามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย แล้วขอตัวจากไป

ตอนนี้ถึงเวลาสอบวิชาคณิตศาสตร์พอดี หลินม่ายจึงรีบกลับไปที่ห้องเรียนเพื่อเข้ารับการสอบ

ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์เป็นอะไรที่เข้าทางมาก เธอทำสอบเสร็จภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง

ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าส่งกระดาษคำตอบในทันที ยังคงนั่งทบทวนอยู่ในห้องสอบ

เมื่อครู่นี้เธอรู้ตัวว่าทำข้อสอบวิชาภาษาจีนได้ไม่ดีนัก จึงกลัวว่าผลคะแนนรวมอาจออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นต้องใส่ใจกับวิชาคณิตศาสตร์ให้มากหน่อย

ไม่อย่างนั้นถ้าอาจารย์หวังไม่พอใจขึ้นมา แล้วไม่ยอมให้เธอทบทวนบทเรียนอยู่ที่บ้านเหมือนเดิมล่ะ?

ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาติปัจจุบันก็ตาม เธอรู้สึกว่าภาษาจีนเป็นวิชาที่ยากต่อการทำความเข้าใจ

มนุษย์หนึ่งพันคนมีความคิดอ่านหลายพันอย่าง ความรู้ความเข้าใจในการอ่านของทุกคนต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่ต้องตอบออกมาในมาตรฐานเดียวกัน

หลินม่ายตรวจสอบกระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์อย่างระมัดระวัง นอกเหนือจากคำถามเพิ่มเติมข้อสุดท้ายที่เธอไม่มั่นใจ ข้ออื่น ๆ ก็ดูไม่น่ามีปัญหา

อาจารย์คุมสอบมองนาฬิกาตัวเอง ก่อนจะประกาศว่าการสอบสิ้นสุดลงแล้ว

นักเรียนบางคนวางปากกาลงอย่างไม่เต็มใจ แต่หลินม่ายกวาดทุกอย่างใส่ลงในกระเป๋าเป้ พอคว้ามันขึ้นมาได้ก็วิ่งฉิวจากไปทันที

เธอพุ่งกลับบ้านเหมือนลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากสาย อยากกลับไปทายาให้ฟางจั๋วหรานเต็มที

เมื่อเห็นว่าหญิงสาววิ่งเร็วยิ่งกว่ากระต่าย อาจารย์คุมสอบก็ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้

หลินม่ายเดินออกจากประตูโรงเรียน ก็เห็นเฉินเฟิงกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ตรงมาหาเธอ

หลินม่ายถามด้วยความประหลาดใจ “นายมาที่นี่ทำไม?”

น้ำเสียงเฉินเฟิงราบเรียบเป็นธรรมชาติ “แวะมาดูอาการบาดเจ็บของเธอน่ะสิ”

เมื่อเช้านี้เขาอ่านหนังสือพิมพ์ ถึงได้รู้ว่าเมื่อคืนมีคนแอบลอบวางเพลิงเผาโรงงานตัดเสื้อUnique และหลินม่ายเป็นคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ถึงในรายงานข่าวจะบอกว่าอาการบาดเจ็บของเธอไม่ร้ายแรง แต่เขาต้องเห็นกับตาเท่านั้นถึงจะเชื่อ จึงมาเยี่ยมหลินม่ายถึงที่โรงเรียน

หลินม่ายอายุยังน้อย หลังจากผ่านไปหนึ่งคืน รอยแผลเล็ก ๆ บนหลังมือก็สมานจนเกือบหายดีแล้ว

ถ้าเฉินเฟิงไม่พูดถึงมันขึ้นมา เธอคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ

เธอยื่นมือข้างที่บาดเจ็บให้เฉินเฟิงดู “แผลเกือบจะหายดีแล้วล่ะ”

เฉินเฟิงพยักหน้าอย่างโล่งใจ ก่อนจะสะบัดหัวไปทางหนึ่ง “ขึ้นรถ ฉันจะพาเธอไปส่งบ้าน”

หลินม่ายกำลังคิดว่าจะปฏิเสธเขาอย่างไรดี ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกริ่งจักรยานดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงกังวานนั้นฟังดูคุ้นเคยมาก

พอหันหน้ากลับไปก็เห็นว่าฟางจั๋วหรานกำลังปั่นจักรยานตรงมาหาเธอ

หลินม่ายส่งยิ้มให้เฉินเฟิงเป็นเชิงขอโทษ “แฟนฉันมารับพอดีเลย”

พูดจบเธอก็หันหลังกลับและวิ่งไปหาฟางจั๋วหราน ก่อนจะขึ้นนั่งบนเบาะหลังของจักรยานทันที

ขณะมองตามแผ่นหลังของทั้งสองที่ค่อย ๆ ห่างออกไป เฉินเฟิงก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมา

ถึงเขาจะขับมอเตอร์ไซค์ แต่ก็ยังพ่ายแพ้ให้จักรยานของฟางจั๋วหราน

………………………………………………………………………………………………………………………..

สารจากผู้แปล

ทังชุ่นอิงเธอไม่น่ารอดนะ รอดยากทีเดียว คิดเมนูอาหารมื้อสุดท้ายที่อยากกินไว้ได้เลย

ยัยว่านฮุ่ยยังไม่สำนึกอีกเหรอ เพื่อนไม่คบขนาดนั้นแล้วยังไม่รู้ตัวอีก

คุณไม่ใช่ผู้ถูกเลือกอะ เสียใจด้วยนะเฉินเฟิง

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 522 ข่าวลือในทางไม่ดี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved