cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 521 ผมบอกว่าเป็นก็เป็นสิ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 521 ผมบอกว่าเป็นก็เป็นสิ
Prev
Next

ตอนที่ 521 ผมบอกว่าเป็นก็เป็นสิ

ช่วยไม่ได้ที่ความทนทานของรองเท้าแตะซึ่งหลินม่ายสวมอยู่ต่ำเกินไป ด้วยความที่เธอต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วเท่ากับฟางจั๋วหราน ทำให้รองเท้าข้างหนึ่งหลุดไปข้างหลัง

ไฟชั้นล่างน่ากลัวกว่าไฟที่ลามมายังทางเดินบนชั้นสามมาก ความร้อนเทียบได้กับเปลวเพลิงในห้องทำงานของเธอเลย

แม้แต่พื้นคอนกรีตก็ถูกไฟเผาจนกลายเป็นกระทะย่างดี ๆ นี่เอง ร้อนจนฝ่าเท้าแทบกลายเป็นเทปันยากิ จนเธอไม่สามารถวางเท้าเปล่าลงกับพื้นได้

ความเร็วของเธอเริ่มช้าลง ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากกลายเป็นตัวถ่วงของฟางจั๋วหราน กลัวว่าพวกเขาอาจติดแหง็กอยู่ในกองเพลิงกันทั้งคู่

เธอออกแรงผลักฟางจั๋วหรานออกไป “คุณวิ่งไปก่อนเลย ทิ้งฉันไว้คนเดียว!”

ดวงตาของฟางจั๋วหรานลุกโชนไม่ต่างจากไฟ “ผมยอมเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อช่วยคุณ คิดว่าผมจะยอมทิ้งคุณไว้ตามลำพังเหรอ!”

จากนั้นเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ช้อนร่างหลินม่ายขึ้นอุ้มแนบอกแล้ววิ่งลงไปชั้นล่าง

ถึงหลินม่ายจะวิงเวียนจนเกือบอาเจียนออกมาเนื่องจากร่างกายกระเด็นกระดอนขึ้นลง แต่หัวใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความสุขสมและปิติยินดี

เกิดมาชีวิตหนึ่ง ใครบ้างไม่อยากได้คู่ชีวิตที่ไม่ยอมปล่อยมือเราแม้ในยามคับขันซึ่งเกี่ยวพันกับความเป็นตาย

ไฟบนชั้นสองรุนแรงยิ่งกว่า กระทั่งหลินม่ายได้กลิ่นโปรตีนจากเส้นผมที่ถูกเผาไหม้

เส้นผมบางส่วนของฟางจั๋วหรานถูกไฟเผาจริง ๆ ในขณะที่ศีรษะของเธออยู่ใต้ผ้านวมชุ่มน้ำ ทำให้เปลวไฟไม่สามารถทำลายเส้นผมของเธอได้

พอฟางจั๋วหรานอุ้มหลินม่ายวิ่งลงไปจนถึงชั้นหนึ่ง ในที่สุดหลินม่ายก็ได้ยินเสียงไซเรนจากรถดับเพลิงเสียที

ไม่ใช่เรื่องแปลกว่าทำไมรถดับเพลิงถึงมาถึงที่เกิดเหตุล่าช้าทุกครั้ง

ยุคสมัยนี้ในเจียงเฉิงยังมีสถานีดับเพลิงไม่กี่แห่ง จึงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่ารถดับเพลิงจะเดินทางมาจากระยะไกล

เมื่อเห็นว่าฟางจั๋วหรานสามารถพาหลินม่ายฝ่าเปลวเพลิงลงมาได้สำเร็จ ทุกคนก็โห่ร้องกันอีกครั้ง

คนงานหลายคนกรูเข้ารวมตัวกัน ถามหลินม่ายด้วยความเป็นห่วงว่าเธอถูกไฟคลอกตรงไหนบ้าง

หลินม่ายที่เพิ่งถูกฟางจั๋วหรานวางร่างลงกับพื้นสูดลมหายใจรับเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเฮือกใหญ่ จากนั้นก็ส่ายหน้า “ฉันปลอดภัยดี เกรงว่าคนที่มีแผลไฟไหม้ตามร่างกายจะเป็นคุณหมอฟางซะมากกว่า ฉันต้องรีบพาเขาไปโรงพยาบาล”

หลังจากนั้น เธอก็จับมือฟางจั๋วหรานแล้วลากเขาให้เดินตามไปที่โรงจอดรถ

ฟางจั๋วหรานลังเล “คุณไม่อยู่เคลียร์สถานการณ์ในโรงงานก่อนเหรอ?”

“วันพรุ่งนี้ค่อยมาจัดการเรื่องพวกนั้นทีหลัง”

ไม่ต้องพูดถึงการจับกุมมือวางเพลิง ต่อให้ท้องฟ้าจะถล่มทลายลงมา หลินม่ายก็ไม่อยากให้ความสนใจกับอะไรทั้งนั้น สำหรับเธอในเวลานี้แล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าฟางจั๋วหราน

ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์หลายฉบับบึ่งมาถึงที่เกิดเหตุพร้อมกับรถดับเพลิง

พวกเขากระจายตัวไปรอบ ๆ บริเวณที่เกิดเหตุไฟไหม้ บ้างก็ถ่ายรูปหรือสัมภาษณ์คนงานและรปภ.ประจำโรงงาน

หนิวลี่ลี่ก็เป็นหนึ่งในนักข่าวพวกนี้ เมื่อกวาดตามองปราดเดียวก็เห็นหลินม่าย จึงรีบวิ่งไปขวางทางเธอกับฟางจั๋วหรานเอาไว้

เธอพยายามสัมภาษณ์อีกฝ่ายด้วยความกังวล แต่แล้วก็ชี้ไปที่มือขวาของหลินม่าย “มือคุณมีเลือดออก”

ฟางจั๋วหรานและหลินม่ายก้มลงมองไปที่มือขวาของเธอพร้อมกัน

หลังมือขวามีรอยบาดแผล หนำซ้ำยังมีเลือดไหลซึมออกมา ที่เธอไม่รู้ตัวอาจเป็นเพราะสมองจดจ่ออยู่กับการวิ่งเพื่อเอาชีวิตรอด

ฟางจั๋วหรานแสดงอาการตื่นตระหนกทันที รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าลายตารางหมากรุกที่สะอาดสะอ้านออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วใช้มันต่างผ้าพันแผล

หนิวลี่ลี่เขียนคำว่า ‘ผู้บาดเจ็บ’ ลงในสมุดบันทึกการสัมภาษณ์อย่างจริงจัง

จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นเพราะหวังว่าจะสัมภาษณ์อีกฝ่ายต่อ แต่ฟางจั๋วหรานกลับปฏิเสธอย่างเย็นชา

สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนหนิวลี่ลี่ไม่กล้าฝืนรั้งไว้ ได้แต่เฝ้าดูทั้งสองคนเดินไปยังโรงจอดรถเพื่อเข็นจักรยานออกมา ก่อนจะปั่นโดยซ้อนกันออกไป

เมื่อพวกเขามาถึงโรงพยาบาล ฟางจั๋วหรานก็ช้อนร่างเธอขึ้นอุ้มอีกครั้งแล้วตรงไปที่แผนกฉุกเฉิน เนื่องจากรองเท้าแตะของหลินม่ายหลุดหายไปในระหว่างที่วิ่งหนีตาย

หลินม่ายพยายามต่อต้าน “คุณไม่เห็นต้องอุ้มฉันเลยนี่คะ ใช่ว่าฉันได้รับบาดเจ็บที่เท้าหรือขาซะหน่อย”

“แต่คุณไม่มีรองเท้า ถ้าโดนเศษของมีคมบาดเอาระหว่างเดินจะทำยังไง?”

เหตุผลของเขามีน้ำหนักพอสมควร หลินม่ายไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้เขาอุ้มต่อไป

พอมองไปรอบ ๆ หลินม่ายถึงเห็นว่าฟางจั๋วหรานพาเธอมาหยุดอยู่หน้าห้องผ่าตัดของแผนกฉุกเฉิน จึงถามด้วยความประหลาดใจ “เรามารักษาแผลไฟไหม้ไม่ใช่เหรอคะ?”

ฟางจั๋วหรานอธิบายว่า “อาการบาดเจ็บของคุณอาจถึงขั้นผ่าตัด”

เธอพูดทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมแขนเขา “เราตั้งใจมาที่นี่เพื่อตรวจดูแผลไฟไหม้ของคุณต่างหาก แผลของฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย”

ฟางจั๋วหรานพูดอย่างหมดความอดทน “ผมบอกว่าเป็นก็เป็นสิ!”

หลินม่ายไม่อยากโต้เถียงกับเขาอีก จึงจำใจยอมเชื่อฟังเขา

เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉินพร้อมกับอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขน ชายหนุ่มสองคนที่รออยู่ด้านนอกคิดว่าหลินม่ายต้องอาการแย่มากแน่ ๆ จึงบอกให้พวกเขาลัดคิวก่อนได้เลย แต่ฟางจั๋วหรานปฏิเสธ

อาการบาดเจ็บเล็กน้อยของหลินม่ายไม่ถึงขั้นต้องลัดคิวผู้ป่วยฉุกเฉินรายอื่น

เขาแค่อยากตรวจสอบอาการของเธอให้โล่งใจ

เมื่อแพทย์ฉุกเฉินปลดผ้าเช็ดหน้าที่ใช้แทนผ้าพันแผลออก มุมปากของเขาก็กระตุกอย่างควบคุมไม่ได้หลายครั้ง

บาดแผลของหญิงสาวไม่ได้รุนแรงมาก อีกไม่นานก็ตกสะเก็ดและหายเป็นปกติในไม่ช้า

แต่เพราะคุณหมอฟางเอาแต่จ้องเขม็งมองมาด้วยสายตาแผดเผา ทำให้เขาไม่กล้าพูดตามตรงว่าบาดแผลของหลินม่ายเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย

ในขณะที่ถูไอโอดีนลงบนแผลของหลินม่าย เขาก็สอบถามความคิดเห็นของฟางจั๋วหรานไปด้วย “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จะฉีดยาป้องกันบาดทะยักด้วยเลยไหม?”

พอหลินม่ายได้ยินแบบนั้น ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที รีบหันมองไปทางฟางจั๋วหรานเพื่อขอความช่วยเหลือ

ฟางจั๋วหรานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “ฉีดด้วยก็ดี”

ถึงแผลของหลินม่ายไม่ใหญ่มาก แต่เขาก็กังวลว่าเธออาจถูกเหล็กหรือโลหะที่เป็นสนิมขีดข่วนเข้า

ดังนั้นต้องฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าติดเชื้อบาดทะยักขึ้นมาแล้วจะเป็นอันตรายมาก

จากนั้นฟางจั๋วหรานก็ลากหลินม่ายที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปฉีดวัคซีนบาดทะยัก

หัวหน้าพยาบาลเป็นคนเตรียมเข็มฉีดยาด้วยตัวเอง

ฟางจั๋วหรานรู้ว่าหลินม่ายกลัวเข็มเป็นที่สุด ดังนั้นก่อนที่หัวหน้าพยาบาลจะทิ่มเข็มฉีดยาในมือลงไป เขาก็เลื่อนฝ่ามือใหญ่ไปปิดตาเธอไว้ก่อน

แพขนตายาวของหลินม่ายปัดผ่านฝ่ามือของเขา ทำให้รู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย ถึงอย่างนั้นวิธีนี้ก็ช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงกว่าเดิม

วัคซีนป้องกันบาดทะยักไม่จำเป็นต้องฉีดตรงสะโพกแค่จุดเดียว ยังสามารถฉีดผ่านกล้ามเนื้อไตรเซพตรงต้นแขนได้ด้วย

ขณะที่หัวหน้าพยาบาลถลกแขนเสื้อหลินม่ายขึ้น หลินม่ายก็กลับมารู้สึกประหม่าอีกครั้งจนนิ้วเท้าจิกเกร็งแทบขูดไปกับพื้น

หัวหน้าพยาบาลยิ้มพลางพูดว่า “กลัวเข็มสินะ ไม่เจ็บหรอกค่ะ”

หลินม่ายฝืนยิ้มตอบ

ฟางจั๋วหรานผลักศีรษะเล็ก ๆ ของเธอให้เอนไปซบหน้าอกของเขา

หลินม่ายจึงได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นแรงเป็นจังหวะ

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หลังมือ ในขณะที่พยายามควบคุมสติให้ผ่อนคลายลงมากที่สุด ปลายเข็มก็เจาะผ่านผิวหนังเรียบร้อย

“เสร็จแล้ว ไม่เจ็บใช่ไหมล่ะ?” หัวหน้าพยาบาลแซวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็เดินไปฉีดยาให้คนไข้รายอื่นต่อ

ท้ายที่สุดก็เดินกลับมาตรวจดูแผลไฟไหม้ตามร่างกายของฟางจั๋วหราน

นอกเหนือจากแผลพุพองหลายจุดที่บริเวณหลังมือ เสื้อเชิ้ตของเขายังมีรูเล็ก ๆ หลายรูซึ่งเกิดจากประกายไฟ

ภายใต้รูเล็ก ๆ พวกนั้นล้วนเป็นรอยไหม้ที่น่าตกใจอยู่บนผิวหนัง รอยไหม้พวกนั้นมีลักษณะไม่ต่างจากโดนก้นบุหรี่จี้ แค่ได้เห็นก็รู้สึกแสบร้อนมากแล้ว

โชคดีที่ไม่ใช่บาดแผลร้ายแรง ต้องทายารักษาแผลไหม้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสองสัปดาห์จึงจะหายเป็นปกติ

ถึงอย่างนั้นหลินม่ายก็ยังรู้สึกทุกข์ใจไม่น้อย

หลังจากเสร็จสิ้นการรักษา ฟางจั๋วหรานก็เดินออกมาพร้อมกับอุ้มหลินม่ายไว้ในอ้อมแขนเหมือนเดิม จัดให้เธอนั่งบนเบาะหลัง แล้วเข็นจักรยานออกจากประตูโรงพยาบาลไป

เมื่อสัมผัสถึงหยดน้ำตาที่ไหลรินเป็นสายของหลินม่าย เขาก็ประคองจักรยานด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วใช้มืออีกข้างเกาจมูกน้อย ๆ ของเธอ

“ไม่เห็นมีอะไรน่าร้องไห้เลย หมอบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าแผลไฟไหม้พวกนี้ไม่รุนแรง อีกไม่กี่วันก็หายเป็นปกติแล้ว”

หลินม่ายปาดน้ำตาด้วยความเขินอาย “ถึงแผลไม่รุนแรงก็จริง แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี”

ฟางจั๋วหรานพูดด้วยรอยยิ้ม “ได้รอยจูบจากคุณ ผมก็ไม่เจ็บอีกต่อไปแล้ว”

หลินม่ายหันมองไปรอบ ๆ ก่อนรุ่งสางแบบนี้ ตามท้องถนนไม่มีใครสัญจรผ่านเลยสักคน

เธอลงจากจักรยาน ยืนบนถนนด้วยเท้าเปล่า เขย่งเท้า แล้วยื่นหน้าไปจูบฟางจั๋วหรานที่ริมฝีปาก

จูบครั้งนี้ไม่ได้ผิวเผินเหมือนครั้งก่อน ๆ แต่ค้างอยู่นานกว่าสิบวินาที

หลังจากมอบจูบให้เขาอย่างอ่อนหวาน หลินม่ายก็ถามอย่างอาย ๆ “ตอนนี้อาการดีขึ้นหรือยังคะ?”

“ไม่พอ ยังไม่ทันหายเจ็บเลย”

หลินม่ายกัดริมฝีปากอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะยื่นหน้าไปจูบเขาอีกครั้ง

เท่านี้ฟางจั๋วหรานก็พอใจแล้ว เขาอุ้มหลินม่ายขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังจักรยานตามเดิม แล้วปั่นไปข้างหน้า

เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงโกรธเคืองว่าทำไมคืนนี้เธอถึงได้ประมาท ทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย

หลินม่ายรู้ดีว่าเป็นเพราะความคิดที่ไม่รอบคอบของตัวเอง ทำให้ตัวเองเกือบโดนฆ่าตาย แถมยังทำให้ฟางจั๋วหรานต้องมาเสี่ยงไปด้วยอีก

เธอพูดด้วยความรู้สึกผิดอย่างยิ่งยวด “ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเองค่ะ ฉันประมาท คิดว่าความเป็นไปได้ที่คนวางเพลิงจะซ่อนตัวอยู่บนชั้นสามมีน้อยมาก ก็เลยไม่ได้เรียกใครมาช่วย ใครจะคิดว่านอกจากมือวางเพลิงจะซ่อนตัวอยู่บนชั้นสามแล้ว ยังพยายามโจมตีฉันด้วย ให้ตายเถอะ!”

เมื่อเห็นว่าเธอสำนึกผิดจากใจจริง ท่าทางของฟางจั๋วหรานก็อ่อนลง บอกเธอว่าคราวหน้าอย่าได้ประมาทอีก ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม

หลินม่ายเอนศีรษะพิงแผ่นหลังของเขา แล้วตอบกลับอย่างกระเง้ากระงอด “เข้าใจแล้วค่ะ!”

ฟางจั๋วหรานมาส่งเธอถึงบ้าน ก่อนที่เขาจะกลับไปที่วิลล่า

โจวฉายอวิ๋นยังไม่ได้นอนจนถึงตอนนี้ เมื่อเห็นว่าฟางจั๋วหรานพาหลินม่ายมาส่งถึงที่ ก็ตกใจมากเพราะคิดว่าเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อรู้ว่าฟางจั๋วหรานแค่มาส่งเธอถึงบ้านเพราะเธอทำรองเท้าแตะหลุดหาย ก็โพล่งขึ้นด้วยความโล่งอกทันที “เธอดูสิว่าศาสตราจารย์ฟางเขาดีกับเธอแค่ไหน!”

หลินม่ายรินชาใส่ถ้วยพลางหรี่ตามองอีกฝ่าย “พี่โทรหาศาสตราจารย์ฟางแล้วบอกเขาว่าโรงงานตัดเสื้อถูกไฟไหม้ใช่ไหม?”

โจวฉายอวิ๋นหัวเราะแหะ ๆ “ฉันกลัวว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นกับเธอน่ะสิ…”

หลินม่ายพูดไม่ออก “ฉันบอกพี่ตั้งหลายครั้งแล้วว่าอย่าโทรไปรบกวนเขาเพราะฉัน ต่อให้มีอะไรเกิดขึ้นกับฉันจริง ๆ ความร้อนใจจะส่งผลร้ายต่อเขาซะมากกว่า โชคดีที่เมื่อกี้นี้เราสองคนรีบฝ่าออกมาจากทะเลเพลิงได้ทันเวลา ไม่งั้นเราคงโดนไฟคลอกตายกันทั้งคู่ไปแล้ว ฉันไม่มีค่าพอให้จั๋วหรานต้องเอาชีวิตตัวเองมาแลกหรอกนะ”

ถึงโจวฉายอวิ๋นไม่ได้โต้เถียงอะไร แต่ในใจกลับไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหลินม่ายเท่าไหร่นัก

ที่ว่าไม่มีค่าพอให้ศาสตราจารย์ฟางต้องเอาชีวิตตัวเองมาแลกมันหมายความว่าอย่างไร เป็นหน้าที่ของผู้ชายที่ต้องช่วยคนรักของเขาไม่ใช่เหรอ?

หล่อนเปลี่ยนเรื่อง ถามถึงสถานการณ์ของโรงงานตัดเสื้อ

หลินม่ายตอบ “โชคดีมีคนเห็นต้นเพลิงได้ทันเวลา ก็เลยไม่มีผู้เสียชีวิต”

“แล้วทรัพย์สินเสียหายเยอะไหม?”

หลินม่ายคำนวณในใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คงไม่ใช่น้อย ๆ แน่ ฉันก็ยังไม่รู้แน่ชัด”

ความจริงแล้วเธอรู้มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นดี ถึงแม้โกดังเกือบถูกเผาวอด แต่มูลค่าความเสียหายก็ไม่ได้มากมายอะไร

วัสดุอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในโกดังเป็นแค่เศษผ้าที่เหลือจากการตัดเย็บ มีแค่ชั้นบนสุดเท่านั้นที่เก็บผ้าคุณภาพต่ำราคาถูกซ้อนทับกันไว้ ซึ่งรวมกันแล้วไม่ถึงห้าพันหยวนด้วยซ้ำ

สำหรับผ้าเนื้อดีจำนวนมาก หลังจากรู้ว่ากวนหย่งหัวส่งคนมาแอบสืบถามว่าโรงงานตัดเสื้อUniqueซื้อผ้าราคาถูกมาจากที่ไหน หลินม่ายก็ขอให้เฉินเฟิงช่วยทำการขนย้ายพวกมันไปเก็บอีกที่อย่างลับ ๆ

เธอเป็นคนระมัดระวังโดยสัญชาตญาณ เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอสัมผัสได้ถึงอันตราย เธอจะวางแผนรับมือและเตรียมการล่วงหน้าเสมอ

เมื่อโจวฉายอวิ๋นได้ยินว่ามูลค่าความเสียหายไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย หล่อนก็ทำหน้าเศร้าอยู่นาน ก่อนจะถามว่า “มือวางเพลิงถูกจับได้แล้วเหรอ?”

หลินม่ายส่ายหน้า “ฉันรีบพาจั๋วหรานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

ตอนนี้เวลาล่วงมาถึงตีสามกว่า ๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จ หลินม่ายก็ผล็อยหลับไปแทบจะทันที

ช่วงเวลาซึ่งท้องฟ้ามืดมนที่สุดก่อนถึงรุ่งสาง เงาตะคุ่มสีดำเดินย่องมาหยุดอยู่หน้าเกสต์เฮ้าส์ที่กวนหย่งหัวพักอยู่…

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

พี่หมอเขาทุ่มเทขนาดนี้ยังจะบอกว่าตัวเองไม่สำคัญพอให้เขามาเสี่ยงอีกเหรอ เขาได้ยินแล้วจะเสียใจเอาได้นา

เดาว่ามือวางเพลิงคือยัยทังชุ่นอิง วางสิบบาท เพราะต้องเป็นคนที่รู้แผนผังในโรงงานเป็นอย่างดี

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 521 ผมบอกว่าเป็นก็เป็นสิ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved