cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 457 โจวฉายอวิ๋นกลับมาแล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 457 โจวฉายอวิ๋นกลับมาแล้ว
Prev
Next

ตอนที่ 457 โจวฉายอวิ๋นกลับมาแล้ว

หลังจากกินข้าวที่วิลล่าเสร็จสรรพ หลินม่ายก็กลับมาที่บ้านเพื่ออ่านหนังสือ

เธอเปิดประตู ตอนที่หยิบรองเท้าแตะออกมาจากตู้เก็บรองเท้า เสียงอันคุ้นเคยก็ดังมาจากในครัว “ม่ายจื่อ เธอกลับมาแล้ว!”

หลินม่ายถามด้วยความประหลาดใจ “พี่ฉายอวิ๋น กลับมาแล้วเหรอ?” ขณะที่พูดก็วิ่งเข้าไปในครัวอย่างไม่รอช้า

โจวฉายอวิ๋นเพิ่งทำบะหมี่ให้ตัวเองเสร็จหมาด ๆ จากนั้นก็หันมองไปทางหลินม่าย “เสี่ยวหม่านบอกว่าเดี๋ยวนี้เธอไม่กลับมากินข้าวมื้อกลางวันที่บ้านแล้ว ฉันก็เลยทำบะหมี่แค่ในส่วนของตัวเอง”

หลินม่ายตอบกลับ “ฉันกินมาแล้ว พี่ไม่ต้องห่วงเลย”

ขณะที่พูดคุยกันอยู่นั้น เธอก็ได้กลิ่นผักดองตลบอบอวลอยู่ในจมูก จึงถามว่า “พี่เอาผักดองฝีมือตัวเองมาด้วยใช่ไหม อยู่ไหนล่ะ? ฉันขอชิมหน่อยสิ”

“อยู่บนโต๊ะอาหารน่ะ ไม่ได้มีแค่ผักดองนะ ยังมีซอสพริกด้วย”

หลินม่ายได้ยินแบบนั้นก็คว้าตะเกียบติดมือไปด้วยคู่หนึ่ง แล้วเดินออกไปที่ห้องรับประทานอาหาร เห็นว่าบนโต๊ะมีพริกสดดองกับถั่วฝักยาวดองรสเปรี้ยววางอยู่ รวมถึงซอสพริกอีกหนึ่งชาม

ซอสพริกเป็นสีแดงเข้ม แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเผ็ดถึงใจ

หลินม่ายนั่งลงหน้าโต๊ะอาหาร คีบตะเกียบไปข้างหน้า แล้วตักซอสพริกในชามเข้าปากคำเล็ก ๆ

โจวฉายอวิ๋นตามออกมาพร้อมกับบะหมี่ชามใหญ่ในมือ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม

ถามอย่างรอคอยคำตอบ “เทียบกับซอสพริกฝีมือคุณยายเถียนแล้ว ซอสพริกฝีมือฉันยังมีรสชาติห่างไกลจากต้นฉบับอยู่หรือเปล่า?”

หลังจากหลินม่ายชิมซอสพริกเข้าไปแล้ว ก็รีบรินน้ำต้มสุกใส่แก้ว แล้วยกดื่มเพื่อแก้เผ็ด

พอดื่มน้ำแล้ว เธอก็แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับซอสพริกฝีมือโจวฉายอวิ๋น “สดใหม่ เผ็ดกำลังดี รสชาติไม่เลวเลยล่ะ ความเค็มก็อยู่ในระดับปานกลาง โดยรวมแล้วอร่อยมาก”

โจวฉายอวิ๋นยิ้มหน้าบานทันทีเมื่อได้รับคำชม

หล่อนกลัวว่าการที่ตัวเองปลีกตัวไปเรียนรู้กรรมวิธีกับคุณยายเถียนตั้งนานแล้ว ถ้าฝีมือไม่พัฒนาขึ้นเลย หลินม่ายคงเสียดายเวลาแย่

หล่อนเอื้อมหยิบซอสพริกชามนั้นขึ้นมา แล้วใช้ตะเกียบตักซอสผสมลงในชามบะหมี่ พร้อมกับคะยั้นคะยอหลินม่าย “เธอลองชิมพริกสดดองกับถั่วฝักยาวดองของฉันดูด้วยสิ”

หลินม่ายจึงเลื่อนตะเกียบไปคีบพริกสดดองมาชิม

รสเผ็ดเปรี้ยวกลมกล่อม อร่อยมากเลยล่ะ

จากนั้นก็เลื่อนตะเกียบไปคีบถั่วฝักยาวดองมาชิมบ้าง พบว่ารสชาติเผ็ดเปรี้ยวกำลังดี อร่อยไม่แพ้กัน

หลินม่ายพยักหน้า “อร่อยทุกอย่างเลย”

ทันใดนั้นโจวฉายอวิ๋นก็ยิ้มแฉ่งเหมือนดอกไม้ผลิบาน คีบบะหมี่เข้าปากคำใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยความตื่นเต้น “ถ้าอย่างนั้นเธอก็รีบรับสมัครคนงานได้เลย เราจะได้ทำซอสพริกกับผักดองขายกันซะที”

หลินม่ายส่ายหน้า “อย่าเพิ่งรีบร้อน ฉันต้องลองชิมกะปิฝีมือพี่ก่อน”

กะปิคือกุญแจสำคัญของงานนี้ นอกจากจะขายผักดองแล้ว หลินม่ายยังตั้งใจว่าจะทำเครื่องปรุงสักอย่างที่สามารถผสมรวมกับไส้เกี๊ยวและไส้ซาลาเปาได้

ถ้าขาดกะปิไปอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผักดองหรือไส้ติ่มซำ ก็อาจถูกลอกเลียนแบบได้ง่าย ๆ เธอต้องการสร้างเอกลักษณ์ในตัวสินค้าให้ต่างจากที่อื่น จะได้ไม่ซ้ำใครอีกต่อไป

กะปิจึงถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่สุด

โจวฉายอวิ๋นวางตะเกียบลงทันที แล้วตักกะปิออกมาจากขวดโหลเล็ก ๆ ที่หล่อนพกกลับมาจากชนบทด้วย แล้ววางไว้ตรงหน้าหลินม่าย

หลินม่ายลิ้มรสชาติอย่างพิถีพิถัน ได้ข้อสรุปว่ามันมีรสชาติดีกว่าของคุณยายเถียนเสียอีก อย่างน้อยก็ไม่เค็มเท่า

เธอพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “อร่อยมาก! พี่เป็นสีครามแต่กลับเด่นกว่าสีน้ำเงินซะอีก”

โจวฉายอวิ๋นถามกลับ “สีครามเด่นกว่าสีน้ำเงิน(1)? ประโยคนี้หมายความว่ายังไงกัน?”

หลินม่ายจึงอธิบายความหมายให้ฟัง

โจวฉายอวิ๋นมีความสุขยิ่งกว่าเดิม “คุณยายเถียนก็ชมเหมือนกันว่ากะปิของฉันอร่อยกว่ากะปิฝีมือท่าน ฉันยังคิดอยู่เลยว่าท่านพูดเกินจริงหรือเปล่า ที่แท้คุณยายก็พูดความจริงนี่เอง”

หลินม่ายกระตุ้นหล่อนทันที “พี่ต้องมั่นใจในตัวเองเข้าไว้สิ”

ข้อเสียเปรียบที่ใหญ่ที่สุดของโจวฉายอวิ๋น คือหล่อนมักจะคิดเสมอว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

โจวฉายอวิ๋นยิ้มตอบด้วยท่าทางเขินอาย ก้มหน้าลงกินบะหมี่ต่อไป

ก่อนจะแต่งงาน เมื่อใดก็ตามที่หล่อนอยากทำอะไรสักอย่าง พ่อแม่มักจะปรามาสเสมอว่าผู้หญิงอย่างหล่อนจะไปทำอะไรได้?

หลังจากแต่งงาน สามีและครอบครัวฝั่งสามีต่างก็เอือมระอากับหล่อนกันทั้งนั้น บ้างก็ว่าหล่อนทำกับข้าวไม่อร่อย ซักเสื้อผ้าไม่สะอาด ทั้งหมดนี้ทำให้หล่อนรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี

ด้วยปมด้อยที่ถูกปลูกฝังมาอย่างยาวนาน หล่อนจะมีความมั่นใจในตัวเองได้อย่างไร

หลินม่าย “นอกเหนือจากซอสพริกสูตรดั้งเดิมแล้ว ฉันยังอยากให้พี่ลองทำซอสพริกแบบอื่น ๆ ดู อย่างเช่นซอสพริกเต้าซี่(2) ซอสพริกคั่วเซียงล่า ซอสพริกเห็ดหอม”

พอพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็หยุดชะงักไป

สมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน เธอรู้ดีว่าซอสพริกชนิดไหนบ้างที่เป็นที่นิยมในการบริโภคอย่างแพร่หลาย

ซอสรสชาติอร่อยที่ว่าก็อย่างเช่น ซอสพริกมันไก่ ซอสเผ็ดเนื้อวัว หมูผัดน้ำมันพริกเผา… หลินม่ายอยากให้โจวฉายอวิ๋นลองทำดูทุกแบบด้วยซ้ำ

แต่พอคิดทบทวนดูแล้ว ต่อให้เธอประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากแค่ไหน ยุคสมัยนี้ก็ใช่ว่าจะหาซื้อมันไก่จำนวนมากขนาดนั้นได้ โดยเฉพาะเนื้อวัวที่หาซื้อได้ยากเย็น

ถึงหมูจะเป็นวัตถุดิบที่หาซื้อได้ง่ายที่สุด แต่เธอยังคิดวิธีการถนอมอาหารไม่ออก เมื่อทำหมูผัดน้ำมันพริกเผาแล้วต้องขายให้หมดภายในวันเดียว ไม่สามารถข้ามคืนแล้วขายในวันถัดไปได้

ถึงแม้ยุคนี้จะยังไม่มีกฎเกณฑ์การผลิตอาหารที่เข้มงวด และยังไม่มีกรมคุ้มครองผู้บริโภคคอยตรวจสอบคุณภาพและระยะเวลาการผลิตก็ตาม

แต่หลินม่ายก็เคยเป็นคนยุคใหม่ ต่อให้รัฐยังไม่จัดตั้งหน่วยงานพวกนี้ขึ้นมาเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหาร เธอก็มีจิตสำนึกมากพอที่จะคำนึงถึงมัน

สุภาพชนควรได้รับโชคลาภมาในทางที่ถูกที่ควร

เธอต้องการหารายได้ก็จริง แต่เงินที่ได้รับควรมาจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสุขภาพของลูกค้า

หลินม่ายพูดต่อ “ลองทำแค่นี้ดูแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะรับสมัครคนงานสักห้าคนมาเรียนรู้การทำผักดอง คงต้องตั้งโรงงานชั่วคราวไว้ในห้องใต้ดินไปก่อน อีกหน่อยถ้ากิจการไปได้สวย ค่อยสร้างโรงงานเป็นกิจจะลักษณะ”

โจวฉายอวิ๋นพยักหน้าอย่างไม่เห็นแก่ตัว “ฉันจะลองทำซอสพริกแบบอื่นตามที่เธอบอกดู”

หลินม่าย “ทำไม่ยาก แค่เพิ่มส่วนผสมบางอย่างลงไปผสมเคล้ากับซอสพริกแบบดั้งเดิมที่พี่ทำก็ได้แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะทำออกมาได้ไม่ดี เดี๋ยวฉันจะคอยช่วยพี่อีกแรงหนึ่ง”

ถึงเธอไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการผักดองกับซอสพริกขนาดนั้น แต่เธอรู้กรรมวิธีในการทำอย่างชัดเจนเชียวล่ะ

เพราะชาติที่แล้วเธอศึกษามาเป็นอย่างดี คงพอช่วยแนะนำและช่วยชิมรสได้บ้าง

มีโจวฉายอวิ๋นอยู่ทั้งคน เธอมั่นใจว่าตัวเองสามารถทำซอสพริกออกมาได้ดีไม่แพ้ซอสพริกเหล่ามาม่าในชาติที่แล้วแน่ ๆ

หลังจากสองสาวหารือกันเรื่องงานจบแล้ว หลินม่ายก็ถามถึงครอบครัวของคุณยายเถียน อยากรู้ว่าการเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูใบไม้ร่วงสิ้นสุดแล้วหรือยัง

โจวฉายอวิ๋นสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก ตอบกลับ “สิ้นสุดแล้ว ฉันไม่กล้ากลับมาหรอกถ้างานเก็บเกี่ยวยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี คุณยายเถียนแก่มากแล้ว กระดูกกระเดี้ยวก็ไม่ค่อยจะดี รอบนี้ถ้าฉันไม่ไปช่วยเขาคงลำบาก”

จากนั้นหล่อนก็พูดต่อ “แต่พอฉันกลับมาอยู่ในเมืองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หลานก็ยังเด็กมาก แล้วจากนี้ใครจะดูแลคุณยายกัน”

โจวฉายอวิ๋นไปอาศัยอยู่กับคุณยายเถียนช่วงหนึ่งเพื่อเรียนรู้การทำซอสพริกและกลเม็ดสูตรเด็ดต่าง ๆ ระหว่างนั้นก็คอยช่วยหยิบจับงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ

ตอนที่โจวฉายอวิ๋นกลับมา คุณยายเถียนยังใช้ชีวิตสุขสบายดี แต่เกิดวันไหนฝนตกขึ้นมา แล้วคุณยายเถียนต้องเดินไปตักน้ำที่บ่อ โจวฉายอวิ๋นก็อดกลัวไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจลื่นล้มเข้า

หลินม่ายคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากนั้นก็บอกว่า “รอให้ฉันสร้างอาคารชุดเสร็จก่อน ฉันจะขายห้องชุดแบบสองห้องนอนกับห้องชุดแบบหนึ่งห้องนอนให้ในราคาทุน จากนั้นก็พาสองยายหลานย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองซะ ห้องหนึ่งเอาไว้อยู่เอง ส่วนอีกห้องเอาไว้ปล่อยเช่า จากนี้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาก็จะไม่ขัดสนอีก เราเองก็จะได้ช่วยดูแลหลานของคุณยายเถียนอย่างใกล้ชิด”

โจวฉายอวิ๋นถึงกับยืดหลังตรงเมื่อได้ยินคำพูดของหลินม่าย เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ “เดี๋ยวนี้เธอมีโครงการจะขายห้องชุดด้วยเหรอ?”

หลินม่ายพยักหน้า

ดวงตาของโจวฉายอวิ๋นเต็มไปด้วยความชื่นชม “เธอนี่เก่งจริง ๆ เลย ภายในเวลาไม่กี่เดือนก็วางแผนสร้างห้องชุดขายแล้ว!”

หลินม่ายตอบกลับอย่างถ่อมตัว “โอกาสวางอยู่ตรงหน้า พอคิดว่าตัวเองน่าจะมีความสามารถ ก็เลยลองดู”

โจวฉายอวิ๋นขมวดคิ้ว “ถึงเธอจะใจกว้างขายห้องชุดสองห้องให้คุณยายเถียนในราคาทุน แต่คุณยายคงไม่มีเงินพอซื้อหรอกมั้ง”

หลินม่ายตอบ “ต้องมีสิ ฉันเคยขอซื้อสูตรจากคุณยายเถียน และยังบอกด้วยว่าจะจ่ายค่าสูตรให้เป็นเงินสี่พันหยวน แต่ลองมาคิดอีกที คุณยายเถียนเองก็อายุมากแล้ว ถ้าต้องเก็บรักษาเงินจำนวนมากขนาดนั้นเอาไว้กับตัว กลัวจะเป็นการนำภัยมาสู่คนแก่เสียมากกว่า ดังนั้นฉันเลยเก็บเงินส่วนนั้นเอาไว้เอง นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายสำหรับสร้างบ้านใหม่ให้สองยายหลานแล้ว ยังเหลือเงินอีกตั้งหลายพัน ฉันจะใช้เงินหลายพันที่ว่านี่แหละซื้อห้องชุดแบบสองห้องนอนกับห้องชุดแบบหนึ่งห้องนอนให้ในราคาทุน”

คิ้วของโจวฉายอวิ๋นยังไม่คลายออกจากกัน “ค่าเช่าห้องชุดแบบหนึ่งห้องนอน จะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตของสองยายหลานไหม?”

“ถ้าไม่เพียงพอฉันจะช่วยสมทบในส่วนที่ขาดเอง”

สำนวนไม่เจ้าเล่ห์ขี้โกงไม่ใช่พ่อค้า คือหลักการที่หลินม่ายยึดถือมาโดยตลอด

ในห้างสรรพสินค้า เธอทำธุรกิจโดยไม่มีช่องโหว่ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย

สำหรับผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือ เธอย่อมเต็มใจที่จะมอบความช่วยเหลือให้

หลังจากโจวฉายอวิ๋นกินบะหมี่จนหมดแล้ว ก็ถือชามเข้าไปในครัวเพื่อจัดการล้าง

หลินม่ายปลีกตัวเข้าห้องไปเพื่ออ่านหนังสือ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ในห้องนั่งเล่นก็ดังขึ้น

หลินม่ายเดินไปที่โซฟาแล้วนั่งลง ยกหูขึ้นเพื่อรับสาย

สายนี้โทรมาจากเหรินเป่าจู แจ้งว่าหลังเสร็จการประชุมตอนเช้า หล่อนก็ไปที่ถนนฮั่นเจิ้งโดยทันทีเพื่อตามหาเถ้าแก่เกา แต่กลับคว้าน้ำเหลว

หล่อนตัดสินใจรอจนเถ้าแก่เกากลับมา เขากลับบอกหล่อนแค่ว่าตัวเองให้ความร่วมมือทางการค้ากับซีม่านไปแล้วเรียบร้อย

เหรินเป่าจูพูดมาตามสายด้วยอารมณ์เดือดพล่าน “เถ้าแก่เกานี่ก็ช่างไม่มีคุณธรรมเอาซะเลย รู้ทั้งรู้ว่าซีม่านลอกเลียนแบบเรา แต่ก็ยังไปร่วมมือกับพวกเขาอีก!”

หลินม่ายตอบกลับ “แน่อยู่แล้วล่ะ ตราบใดที่มีช่องทางทำเงิน คุณธรรมก็ไม่สำคัญ! โกรธไปก็เสียเวลาเปล่า คุณคงยังไม่ได้กินข้าวกลางวันสินะ รีบกลับมาที่โรงงานเราเถอะ อย่าปล่อยให้ท้องหิว คุณกับฉันต้องทำงานหนักด้วยกันไปอีกนาน”

เหรินเป่าจู “ฉันจะไปซื้ออาหารเดี๋ยวนี้ค่ะ น่าจะกลับถึงโรงงานประมาณบ่ายสองโมง”

หลินม่ายส่งเสียงตอบรับ

หลังจากอ่านหนังสือเรียนไปได้ระยะหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าจวนจะบ่ายสองแล้ว

หลินม่ายรีบเขียนสูตรและขั้นตอนการปรุงซอสพริกเต้าซี่ ซอสพริกคั่วเซียงล่า และซอสพริกเห็ดหอม

จากนั้นก็ส่งต่อให้กับโจวฉายอวิ๋น เพื่อให้หล่อนลองทำซอสพริกพวกนี้ที่บ้านไปพลาง ๆ ก่อน เสร็จแล้วก็ตรงดิ่งไปที่โรงงานตัดเสื้อ Unique เพื่อพบกับเหรินเป่าจู จะได้หารือเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้กันต่อไป

…………………………………………………………………………………………………………..

สีครามเด่นกว่าสีน้ำเงิน หมายถึง ศิษย์ได้รับการอบรมสั่งสอนจากครู กลับเก่งกาจกว่าครูซะอีก (สีครามก็เกิดมาจากสีน้ำเงิน)

ซอสพริกเต้าซี่ ซอสเผ็ดสไตล์กุ้ยโจว มีส่วนผสมของถั่วดำหมัก รสชาติเผ็ดเค็ม

สารจากผู้แปล

เย้ กำลังสำคัญของม่ายจื่อกลับมาแล้ว

จะตอบโต้ทางซีม่านยังไงดีนะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 457 โจวฉายอวิ๋นกลับมาแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved