cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 456 ความเสียใจของเฉินเฟิง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 456 ความเสียใจของเฉินเฟิง
Prev
Next

ตอนที่ 456 ความเสียใจของเฉินเฟิง

เฉินเฟิงสะอึกเล็กน้อยกับคำถามของหลินม่าย “พูดเรื่องไร้สาระอะไรของเธอน่ะ แม่บังเกิดเกล้าของฉันยังมีชีวิตอยู่ ผู้หญิงในรูปที่เธอเห็นตอนนั้นเป็นแม่บุญธรรมของฉันต่างหาก ในความหมายเดียวกันนี้ ก็อาจรวมถึงเธอด้วยเหมือนกัน”

หลินม่ายได้ยินว่าตัวเองโดนลากเข้ามาพาดพิง ก็เตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อย่าพาดพิงถึงฉันสิ ฉันไม่ชอบ เดี๋ยวศาสตราจารย์ก็ได้หมายหัวฉันอีกรอบหรอก”

พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น เฉินเฟิงก็รู้สึกหน้าชาไปเล็กน้อย แต่ก็ระมัดระวังคำพูดมากขึ้น

เขายิ้มบาง ๆ พลางอธิบาย “ฉันผิดเอง วันหลังจะไม่พูดอะไรแบบนั้นอีก”

หลินม่ายไม่ถือสาเอาความอะไร

พอนึกถึงคำพูดที่เฉินเฟิงบอกว่าจะกลับไปสืบทอดธุรกิจของครอบครัวพ่อเลี้ยงในอนาคต หลินม่ายก็อดนึกถึงหญิงวัยกลางคนที่สวมเครื่องประดับอัญมณีซึ่งเธอเคยเห็นมาแล้วสองครั้งไม่ได้

จึงถามขึ้น “คุณป้าคนสวยคนเมื่อกี้ที่เพิ่งจะออกมาจากห้องของนายคงเป็นแม่แท้ ๆ ของนายสินะ?”

เฉินเฟิงพยักหน้า กลิ้งแก้วเปล่าในมือเล่นไปมาพลางพูดว่า “หล่อนเป็นแค่แม่ทางพฤตินัยของฉัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฉันแต่อย่างใด”

ทันทีที่หลินม่ายได้ยินแบบนั้น เธอก็เข้าใจทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่คงไม่ค่อยดีสักเท่าไร

เธอรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เธอไม่น่าเผลอไปสะกิดปมในอดีตอันเจ็บปวดของเขาเลย

เธอเกาคิ้วตัวเองด้วยความลำบากใจ “ฉัน… ฉันไม่ได้ตั้งใจจะถามนายเรื่องนั้น”

เฉินเฟิงเงยหน้ามองเธอ “คิดว่าฉันยังเสียใจกับมันอยู่หรือไง? ฉันอายุยี่สิบหกแล้วนะ ไม่ใช่สิบหก ถ้าตอนนี้ฉันยังเป็นวัยรุ่นอยู่ แล้วแม่แท้ ๆ ที่ทอดทิ้งฉันไปตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แวะเวียนมาหาถึงหน้าประตูบ้าน แล้วพยายามยัดเยียดตัวเองให้ฉันรู้จัก ฉันคงทั้งโกรธทั้งเสียใจมากแน่ ๆ ต่อให้ตายไปก็ไม่มีวันจดจำไว้ในสมอง แต่ฉันอายุเกือบสามสิบแล้ว ความคับข้องใจในอดีตไม่มีผลกับฉันอีกต่อไป ในหัวมีแค่ผลกำไรเท่านั้น โลกของผู้ใหญ่เลวร้ายกว่านั้นมาก ใครจะมัวมานั่งสนใจแต่เรื่องในอดีต ไม่งั้นฉันคงไม่ต้อนรับผู้หญิงคนนั้นและยอมรับทรัพย์สินมหาศาลของสามีหล่อนหรอก”

เขาพูดประโยคทั้งหมดออกมาด้วยสีหน้าสงบราบเรียบ ทั้ง ๆ ที่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น

ความจริงต่อให้เขาจะโตเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน เขาก็ยังมีความเกลียดชังแม่ของตัวเองอยู่ลึก ๆ ไม่แปรเปลี่ยน

ถึงอย่างไรเขาก็ถูกทอดทิ้งมานานกว่ายี่สิบปี

ยี่สิบปีไม่ใช่เวลาน้อย ๆ เลย แทบจะเป็นครึ่งชีวิตของคนคนหนึ่งอยู่แล้ว

ถ้าเมื่อก่อนแม่ไม่ทอดทิ้งเขา ต่อให้เขาต้องกินแต่ผักหรือแม้แต่กินแกลบเพื่อประทังชีพ ชีวิตในวัยเด็กของเขาคงต่างออกไป

เด็กชายตัวเล็ก ๆ ถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีแม่ ทุกครั้งที่เขาแสดงท่าทางไม่พอใจก็มักจะถูกรังแกอยู่บ่อย ๆ

เพราะเหตุนี้คุณป้าของเขาจึงยอมให้เขาเรียกตัวเองว่าแม่แทน ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเขาที่ต้องถูกเด็กคนอื่นเยาะเย้ยถากถาง และรุมกลั่นแกล้งอย่างไร้เหตุผลได้

ภาพจำที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเด็กกลุ่มนั้นยังตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอเหมือนงูพิษ

บางครั้งช่วงกลางดึก เขายังคงฝันว่าตัวเองถูกคนรอบข้างเยาะเย้ยและรุมทุบตี ทำให้เขาต้องสะดุ้งตื่นขึ้นจากการหลับใหลโดยที่เหงื่อท่วมตัว

อดีตอันเลวร้ายในวัยเด็กตามติดเขาเป็นเงา ต่อให้ต้องใช้เวลาตลอดทั้งชีวิต ก็ใช่ว่าจะลบเลือนจนหายขาดได้

หลินม่ายจ้องมองด้วยสายตาว่างเปล่าไปทางเฉินเฟิง ไม่รู้ว่าควรปลอบโยนเขายังไงดี ดูเหมือนไม่มีคำพูดไหนในโลกที่สามารถเยียวยาเขาได้

เฉินเฟิงส่งยิ้มให้ “อย่ามองฉันแบบนั้นสิ ฉันยังโอเค”

หลินม่ายพยักหน้า ลุกขึ้นเตรียมตัวจะจากไป

แทนที่จะนั่งอยู่ตรงนี้แล้วสร้างความสบายใจให้กับทั้งสองฝ่าย สู้ปล่อยให้เฉินเฟิงเลียแผลใจตามลำพังยังดีกว่า

เฉินเฟิงเป็นหมาป่า แต่เป็นหมาป่าเดียวดาย เขาคงไม่อยากให้ใครมองเห็นบาดแผลในหัวใจของตัวเอง

หลังหลินม่ายจากไปแล้ว เฉินเฟิงก็จ้องมองไปที่ลูกอมและบิสกิตบนโต๊ะด้วยสายตาเลื่อนลอย

หลินม่ายส่งลูกอมกับบิสกิตพวกนี้มาให้เขาตั้งแต่เมื่อวาน

เขาไม่ชอบขนมหวานหรือเบเกอรี่แบบตะวันตก เขาชอบกินของว่างสไตล์จีน ๆ มากกว่า

เขาไม่ชอบก็จริง แต่เหลียนเฉียวชอบ

ทันใดนั้นเขาก็คิดว่าจะส่งพวกมันไปให้หล่อน แต่ก็กลัวว่าคนบ้าอย่างหล่อนจะคิดว่าเขาให้ความสนใจอีก

หลังจากคิดให้ดี ๆ แล้ว เขาจึงคิดว่าไม่ส่งให้เสียเลยดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความคลุมเครือที่อาจเกิดขึ้น

หลินม่ายออกมาจากห้องทำงานของเฉินเฟิงแล้ว ก็ขี่จักรยานไปที่ร้านเปาห่าวซือต่อทันที

เจิ้งซวี่ตงเพิ่งเคลียร์งานที่ตัวเองรับผิดชอบในฐานะผู้จัดการร้านเสร็จ และกำลังจะออกจากร้านเพื่อไปตรวจสอบร้านที่กำลังปรับปรุงใหม่

พอเห็นว่าหลินม่ายแวะมา ก็รู้ทันทีว่าเธอมาที่นี่เพื่อตามเรื่องขนมไหว้พระจันทร์

เขารีบเข้าไปเรียกพ่อครัวสองคนที่มีฝีมือการทำขนมไหว้พระจันทร์ดีที่สุดในร้าน แนะนำให้พวกเขารู้จักกับหลินม่าย แล้วขอตัวไปทำงานต่อ

ถึงหลินม่ายจะยังอายุน้อย แต่รัศมีความเป็นเจ้าคนนายคนของเธอก็เด่นชัดมาก พ่อครัวทำขนมไหว้พระจันทร์ทั้งสองคนที่มีอายุสามสิบและสี่สิบปีตามลำดับจึงไม่ดูหมิ่นเธอ เดินตามขึ้นไปยังห้องส่วนตัวชั้นบนด้วยความหวาดระแวง

พอพ่อครัวทั้งสองได้ยินว่าหลินม่ายต้องการให้พวกเขาทำขนมไหว้พระจันทร์ไส้ผลไม้ พวกเขาก็รีบหันมองหน้ากันทันที

พ่อครัวคนหนึ่งยิ้มพร้อมกับพูดว่า “แต่พวกเรา… ไม่รู้วิธีทำขนมไหว้พระจันทร์ไส้ผลไม้นะครับ”

หลินม่าย “ไม่ยากเลยค่ะ แค่ตีฟักเขียวให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็ผสมน้ำตาลและผลไม้ต่าง ๆ ที่รสหวานทานง่าย ขั้นตอนง่ายกว่าการทำขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมซะอีก”

ถึงชาติที่แล้วหลินม่ายจะไม่เคยทำขนมไหว้พระจันทร์ด้วยตัวเองมาก่อน แต่ก็พอจะรู้กรรมวิธีอยู่บ้าง

พ่อครัวทั้งสองชำนาญด้านนี้ดีอยู่แล้ว หลังจากปรึกษาหารือกับหลินม่ายเสร็จ พวกเขาก็วางแผนว่าจะทำขนมไหว้พระจันทร์ออกมาทั้งหมดหกรสชาติ อย่างเช่น รสสตรอเบอร์รี่ รสสับปะรด และรสลิ้นจี่

ถึงแม้ว่ายุคสมัยนี้ประเทศจีนจะยังล้าหลังมาก แต่ก็ยังพอหาซื้อผลไม้รสหวานพวกนี้ได้ เพราะนิยมนำมาทำลูกอมรสผลไม้ทั่วไป

เนื่องจากวัตถุดิบในการทำขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้หาซื้อยากมากนัก หลินม่ายจึงไม่มีความกังวลเกี่ยวกับมัน

เธอขี่จักรยานไปดูบ้านทุกหลังของชุมชนในเมืองซึ่งเจิ้งซวี่ตงจัดการซื้อไว้ พบว่าแต่ละหลังล้วนมีคุณภาพคุ้มกับเงินที่เสียไป

หลินม่ายวางแผนว่าจะโอนโฉนดที่ดินของบ้านเหล่านี้ให้กับเฉินเฟิง ตอนที่ประชุมกับส่วนกลางในเช้าวันจันทร์

จากนั้นก็ให้เขาส่งคนไปติดต่อกับเจ้าของหมู่บ้าน จัดการทุบบ้านทิ้งซะ แล้วสร้างใหม่เป็นอาคารห้าชั้น

หลังจากเทียวไปเทียวมารอบ ๆ ไม่นานก็เป็นเวลาเที่ยงตรงไปดี คุณปู่ฟางและคนอื่น ๆ กำลังรอให้หลินม่ายแวะมากินอาหารมื้อกลางวัน

หลินม่ายรู้สึกผิดมาก กำชับพวกเขาว่าต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องรอเธออีก ถ้าถึงเวลาแล้วเธอยังมาไม่ถึง ให้กินข้าวกันไปก่อนได้เลย

คุณปู่ฟางพูดอย่างใจดี “คนในบ้านมีกันอยู่ไม่กี่คน เวลาปกติก็เงียบเหงาจะแย่ ถ้าไม่รอเธอกลับมากินข้าวด้วยกัน บ้านนี้คงยิ่งเงียบเหงาเข้าไปอีก”

คุณย่าฟางยิ้มพร้อมพูดเสริม “รอให้เธอกับจั๋วหรานแต่งงานกันแล้วมีลูกหลาย ๆ คนก่อนเถอะ บ้านเราคงมีชีวิตชีวามากกว่านี้”

จากนั้นคุณปู่ฟางก็หันไปพยักหน้าแรง ๆ ให้กับฟางจั๋วหราน ทำให้หลินม่ายเขินอายจนตัวบิด

กลุ่มคนนั่งลงที่โต๊ะอาหารเพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

คุณย่าฟางพูดว่า “ก่อนเธอจะกลับมา แม่ของจั๋วเยวี่ยมาที่นี่ด้วยแหละ”

คุณปู่ฟางกับคุณย่าฟางไม่ค่อยชอบหน้าหวังเหวินฟางเท่าไหร่นัก เพราะมองออกว่าเนื้อแท้ของหล่อนไม่ใช่คนดี จึงไม่เคยเรียกหล่อนว่าลูกสะใภ้ มักจะเรียกว่าแม่ของจั๋วเยวี่ย

ฟางจั๋วหรานกำลังตักซุปสาหร่ายซี่โครงหมูให้หลินม่าย พอได้ยินแบบนั้น ก็ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หล่อนมาที่นี่ทำไมครับ? มาสร้างปัญหาให้กับคุณปู่คุณย่าหรือเจตนามารบกวนกัน? ปล่อยให้อาหวงไปกัดหล่อนยังได้!”

คุณปู่ฟางหันมองเขา “คนอย่างหล่อนหรือจะกล้าสร้างปัญหาให้พวกฉัน นับประสาอะไรกับการรบกวนพวกเราในที่สาธารณะ หล่อนแค่ยุยงพ่อเธออยู่เบื้องหลังให้เขามากวนใจพวกเราให้อยู่ไม่สุขน่ะสิไม่ว่า!”

ฟางจั๋วหรานถามต่อ “แล้วพวกเขามาที่นี่ทำไมกัน? คิดจะเรียกให้จั๋วเยวี่ยกลับบ้านงั้นเหรอ? ก็ทำไมไม่ไปคุยกับเขาโดยตรงล่ะ มารบกวนคุณปู่คุณย่าทำไม?”

คุณปู่ฟางส่ายหน้า “พวกเขาไม่ได้มาหาเราเรื่องนั้น แค่แวะมาบอกกล่าวเรื่องน่าอวดของตัวเองนิดหน่อย”

หลินม่ายคันปากอยากถามออกไปจริง ๆ ว่าคนอย่างหวังเหวินฟางมีอะไรให้น่าอวดกัน

แต่เพราะเธอยังไม่ได้แต่งเข้าตระกูลฟาง คำถามดังกล่าวอาจดูละลาบละล้วงเกินไป

โชคดีที่ฟางจั๋วหรานเป็นคนถามคำถามนั้นแทนเธอ

คุณย่าฟางพูดด้วยสีหน้าเหยียดหยาม “หลานสาวหล่อนกำลังจะได้แต่งงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกงในวันชาติที่จะถึงนี้ ก็เลยเอาข่าวมาอวดเรากลาย ๆ แถมยังส่งบัตรเชิญมาให้เราโดยเฉพาะ ให้ไปร่วมงานแต่งของหวังหรง”

คุณปู่ฟางโบกตะเกียบไปมา “หล่อนอวดได้ก็อวดไป เราไม่สนใจซะอย่าง เขาจะไปทำอะไรเราได้? อีกอย่างในวันชาติที่จะถึงนี้ เราก็เตรียมการจัดงานหมั้นให้จั๋วหรานกับม่ายจื่อเหมือนกัน ฉะนั้นอย่าหวังเลยว่าเราสองคนจะไปร่วมงานแต่งของหลานสาวหล่อนให้ได้หน้า!”

คุณปู่ฟางเคยเป็นข้าราชการระดับสูง สถานะทางสังคมโดดเด่น เขาแค่ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสมถะเท่านั้น

ถ้าเขาไปร่วมงานแต่งของหวังหรง นั่นเท่ากับเป็นการส่งเสริมใบหน้าให้กับตระกูลหวังของหล่อนไม่ใช่เหรอ?

หลินม่ายคิดว่าคำพูดของคุณปู่ฟางชัดเจนในตัวของมันเองอยู่แล้ว

คุณย่าฟางถามฟางจั๋วหราน “เธอกับม่ายจื่อใกล้จะหมั้นกันอยู่แล้ว ได้จัดเตรียมอะไรไว้บ้างแล้วหรือยัง?”

ฟางจั๋วหรานพยักหน้า “นอกเหนือจากชุดที่ม่ายจื่อจะสวมใส่ในวันนั้น ส่วนอื่น ๆ ก็พร้อมเกือบทุกอย่างแล้วครับ”

หลินม่ายคาดไม่ถึงว่าเขาจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ไม่ทันไรงานหมั้นก็พร้อมแล้ว

เธอคิดว่าเขาจะยังไม่ทำอะไรจนกว่าเทศกาลไหว้พระจันทร์จะผ่านไปซะอีก

คุณย่าฟางยังคงถามฟางจั๋วหรานต่อไป ว่าคิดจะจัดงานหมั้นที่โรงแรมไหน

ฟางจั๋วหรานตอบ “ผมว่าจะจัดงานหมั้นที่ภัตตาคารอ้ายฉินไห่ ที่เดียวกันกับที่ม่ายจื่อจัดงานเลี้ยงขอบคุณอาจารย์ คุณปู่คุณย่ามีความเห็นว่ายังไงบ้างครับ?”

สองสามีภรรยาชราไม่ใช่คนประเภทที่ชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

ต่อให้หวังเหวินฟางมาอวดข่าวดีซึ่งหน้า พวกเขาก็ไม่คิดจะใช้งานเลี้ยงฉลองหมั้นของฟางจั๋วหรานกับหลินม่ายเป็นเครื่องมือตอบโต้ทำให้หวังเหวินฟางกับหลานสาวของหล่อนได้รับความอับอาย

เมื่อได้ยินว่าฟางจั๋วหรานเลือกร้านอาหารธรรมดา พวกเขาจึงไม่ออกความเห็นใด ๆ

เพียงกำชับเขาว่าอาหารจะต้องดีกว่างานเลี้ยงคราวก่อน เพื่อให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานได้รับประทานกันอย่างจุใจ

ยิ่งไปกว่านั้น หลินม่ายจะต้องแต่งตัวในวันสำคัญให้สวยที่สุด

หลินม่ายก้มหน้าลงกินข้าวต่อไปเงียบ ๆ

เธอกำลังคิดแผนการบางอย่างอยู่ในใจ ตอนที่แม่หรงเที่ยวถือป้ายประท้วงไปทุกที่ เพื่อใส่ร้ายว่าร้าน Unique ของเธอลอกเลียนแบบเสื้อผ้าของร้านซีม่าน เธอยังไม่ได้จัดการกับอีกฝ่ายในเรื่องนี้เลย

หรือเธอควรยื่นฟ้องแม่หรงในวันแต่งงานของลูกสาวตัวเอง ทำให้วันสำคัญของหวังหรงต้องมีอันยุ่งเหยิง จนกลายเป็นที่น่าขบขันในสายตาคนอื่นดี?

…………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

วันชาตินี้สนุกแน่ ไม่รู้ว่าทางฝั่งยัยหรงจะวุ่นวายขนาดไหน

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 456 ความเสียใจของเฉินเฟิง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved