เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) - ตอนที่ 2203 หลบหนีเข้าไปในรอยแยก
ตอนที่ 2203: หลบหนีเข้าไปในรอยแยก
หลังจากตัดสินใจแล้ว ซูหรานก็ออกเดินทางทันที จักรวรรดิเฟิงกลายเป็นซากปรักหักพัง และแม้แต่เมืองหลวงของจักรวรรดิก็ไม่ได้รับการยกเว้น ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลที่นั่นจึงถูกทำลายไปแล้วเป็นธรรมดา นางรีบไปยังจักรวรรดินิรันดร์แห่งที่สองเพื่อใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลของพวกเขา เพื่อที่นางจะได้ไปถึงพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงโดยเร็วที่สุด
“ตอนนี้เราเสร็จแน่ เราทำผิดพลาดครั้งใหญ่ ตอนนี้ไม่เพียงแต่เราจะถูกราชาเผิงสีฟ้าตามล่าอย่างไม่ลดละเท่านั้น แต่แม้แต่ตระกูลของเราก็จะถูกลากเข้ามาด้วย … ”
ผู้เชี่ยวชาญสูงสุดของดาวเคราะห์เทียนหมิงและผู้นำดาวเคราะห์รวมตัวกันด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด
พวกเขาไปช่วยดูแลเรื่องของคนอื่นแต่กลับถูกไล่ล่าเอง พวกเขาล้มเหลวที่จะได้รับหอคอยอนัตตา และพวกเขายังทำให้ราชาเผิงสีฟ้าโกรธมากเช่นกัน
“ในเมื่อเจี้ยนเฉินหนีไปกับหอคอยอนัตตา การพยายามตามล่าเขามันจะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง แม้ว่าเราจะไม่สนใจความจริงที่ว่าเราไม่สามารถหาเจี้ยนเฉินได้อย่างง่ายดายเหมือนกับราชาเผิงสีฟ้า มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะเร็วราชาเผิงสีฟ้า … ”
“ลองคิดวิธีจัดการกับการแก้แค้นของราชาเผิงสีฟ้าจะดีกว่า ราชาเผิงสีฟ้าเป็นประเภทพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย เขาจะไม่ปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ผ่านไปง่าย ๆ แน่…”
“ส่งผู้คนไปยังพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงทันที แม้ว่าเราจะไม่สามารถส่งมอบหอคอยอนัตตาให้พวกเขาเป็นการส่วนตัวได้ หากเราเป็นคนแรกที่แจ้งให้พวกเขาทราบเกี่ยวกับหอคอยอนัตตา เราก็จะมีความดีความชอบ…”
…
ในพื้นที่ที่ห่างจากดาวเคราะห์เทียนหมิงมาก ในมิติที่เงียบสงบที่นั่นก็หมุนเป็นระลอกคลื่นราวกับน้ำ ในช่วงเวลาต่อมา มันก็เอนเอียงอย่างรุนแรงและร่างสองร่างก็ปรากฏตัวราวกับว่าพวกเขาหายตัวมา
พวกเขาสองคนคือเจี้ยนเฉินและไคยะซึ่งหนีเข้ามาผ่านยันต์เคลื่อนย้ายจักรวาล
อ๊าก !
ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว เจี้ยนเฉินก็อดทนต่อไปไม่ไหว เขากระอักเลือดออกจากปากของเขาอีกครั้ง ใบหน้าของเขาค่อนข้างซีด
“เจี้ยนเฉิน เจ้าสบายดีหรือไม่ ? อาการบาดเจ็บของเจ้าสาหัสมากหรือไม่ ? ” ไคยะถามด้วยความกังวล นางต้องการช่วยประคองเจี้ยนเฉิน อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นางเคลื่อนไหวนางก็พบว่าแขนของเจี้ยนเฉินโอบรอบเอวของนางแน่น มันทรงพลัง ป้องกันนางไม่ให้เคลื่อนไหว
เมื่อสัมผัสพลังและความอบอุ่นจากอ้อมแขนของเจึ้ยนเฉิน ไคยะก็พยายามที่จะสงบสติอารมณ์ หัวใจของนางเต้นในลักษณะที่ไม่สามารถควบคุมได้ ลึกในหัวใจของนางสั่นไหว
เจี้ยนเฉินรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของไคยะ เขาจึงปล่อยมือของเขาที่อยู่รอบเอวของนางทันที ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ไคยะจะเข้าไปในหอคอยอนัตตาได้ทันเวลา เป็นผลให้เขาคว้านางได้อย่างแน่นหนาและหนีผ่านยันต์เคลื่อนย้ายจักรวาล เขาไม่มีเจตนาเป็นอื่นนอกเหนือจากนั้น
แสงในดวงตาของไคยะกระเพื่อมเมื่อนางมองเจี้ยนเฉินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลว่า “นี่คือสมบัติสวรรค์ระดับเทพสำหรับการฟื้นฟู กินมันเร็วเข้า มันจะช่วยรักษาบาดแผลของเจ้า” ขณะที่ไคยะพูด นางก็หยิบสมบัติสวรรค์จากส่วนแบ่งของนางในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนและส่งให้กับเจี้ยนเฉิน
ในเวลาเดียวกันไคยะก็แบมือและมีบางอย่างปรากฏขึ้นทันที นางรวบรวมเลือดบรรพกาลทั้งหมดของเจี้ยนเฉินในบริเวณใกล้เคียง รวมตัวเป็นหยดเลือดขนาดนิ้วหัวแม่มือในมือของนาง
“ ข้ารู้ว่าสมบัติสวรรค์ในการบ่มเพาะของเจ้าสำหรับการตัดผ่านแต่ละครั้งลดลงไปมาก เลือดของเจ้ามีพลังงานของเจ้าอยู่ส่วนหนึ่ง ดังนั้นทุกหยดที่เจ้าสูญเสียไปจะหมายความว่าเจ้าได้สูญเสียพลังงานบางส่วน หยดเลือดเหล่านี้ไม่ควรถูกทิ้งไว้อย่างสิ้นเปลือง” ขณะที่นางพูด นางก็ค่อย ๆ ยกมือขึ้นและนำหยดเลือดไปทางปากของเจี้ยนเฉิน
เจี้ยนเฉินมองหยดเลือดและพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อดูดเบา ๆ เขาก็กลืนเลือดทั้งหมดและพูดว่า “การบาดเจ็บของข้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ข้าจะสามารถฟื้นฟูพลังทั้งหมดได้ไม่นาน” ในขณะที่เขาพูด เขาก็หยุดและมองไปที่พื้นที่ด้านหลังเขา ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมอย่างยิ่งขณะที่เขาพูดอย่างหนักใจว่า “ข้าเคยได้ยินมาว่าไม่มีใครเทียบราชาเผิงสีฟ้าได้ในด้านความเร็ว แม้ว่าเราจะสามารถหลบหนีได้ด้วยยันต์เคลื่อนย้ายจักรวาล แต่ข้าก็มีความรู้สึกที่รุนแรงว่าเราไม่ปลอดภัยในตอนนี้ ราชาเผิงสีฟ้าน่าจะตามมาทันในไม่ช้า”
ไคยะหยุดคิดเรื่องอื่นเมื่อนางได้ยินเช่นนั้น นางกลายเป็นคนเคร่งขรึมและกล่าวว่า “ด้วยความเร็วของเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหนีจากราชาเผิงสีฟ้า ถ้าเรารีบหนีผ่านนอกอวกาศ ราชาเผิงสีฟ้าคงมีวิธีการมากมายในการค้นหาเรา ดูเหมือนว่าเราควรจะเข้าไปในรอยแยกของมิติเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตามล่า”
“เจ้าพูดถูก มันวุ่นวายมากภายในรอยแยกของมิติ ซึ่งแม้แต่กฎของโลกก็ยังได้รับผลกระทบ แม้ว่าราชาเผิงสีฟ้าจะเป็นอัครสูงสุด เขาจะได้รับผลกระทบในระดับหนึ่งในรอยแยกของมิติ ยิ่งไปกว่านั้น เรามีหอคอย อนัตตากับตัว เราจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพายุอวกาศเลย เราสามารถผ่านมันไปได้อย่างไร้กังวล สำหรับเราในตอนนี้ มันอาจเป็นทางเลือกเดียวที่สามารถสลัดอัครสูงสุดได้” ดวงตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายขึ้นมา และเขาก็หยิบกระบี่นวดาราวิถีสวรรค์ออกมาทันที เขาพูดกับไคยะว่า “อย่ามัวรอช้า เข้าไปตอนนี้กันเลย อย่างไรก็ตาม ข้าจะไม่สามารถเจาะผ่านมิติได้ตัวคนเดียว ไคยะ ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า เราจำเป็นต้องปลดปล่อยความแข็งแกร่งทั้งหมดของเราและเจาะผ่านมิติที่นี่”
“เอาล่ะ” ไคยะพยักหน้าเห็นด้วยก่อนที่จะยืนเคียงข้างเจี้ยนเฉินและปลดปล่อยพลังเต็มที่ออกมา กฎแห่งการสร้าง, การทำลายล้างและไฟได้ถูกนำมาใช้ทั้งหมด นางมีกฎสามประเภทที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยสร้างรูปสัญลักษณ์ที่นางส่งไปยังมิติตรงหน้า
ในเวลาเดียวกัน กระบี่ของเจี้ยนเฉินก็ส่องแสงพราว ดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ถูกรวมเข้าด้วยกัน เขาโจมตีมิติข้างหน้าด้วยพลังที่เกือบจะทัดเทียมกับขอบเขตตั้งต้น
เจี้ยนเฉินและไคยะได้ปลดปล่อยการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดในเวลาเดียวกัน ทำให้มิติข้างหน้าพวกเขาสั่น รอยร้าวยาว 1 เมตรปรากฏขึ้นทันที
“เข้าไปในหอคอย ! ” เจี้ยนเฉินตะโกน ทั้งสองเข้าสู่หอคอยอนัตตาไปพร้อมกับแสงวูบวาบ เขาควบคุมหอคอยให้หดขนาดเท่ากำปั้นก่อนที่จะผ่านเข้าไปในรอยแยก
รอยแยกปิดตัวเองไม่นานหลังจากที่หอคอยอนัตตาเข้าไป มันกลับสู่สภาวะปกติ ทำให้มิติในอวกาศกลับคืนสู่ความสงบเหมือนก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตามความสงบนี้ไม่ได้อยู่นานก่อนที่มันจะถูกทำลายอีกครั้ง แสงสีฟ้าที่ส่องประกายระยิบระยับในอวกาศลึกมุ่งหน้าตรงไปยังที่ที่เจี้ยนเฉินหายไป
แสงสีฟ้าเร็วมาก มันว่องไวอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนหน้านี้มันยังอยู่ไกลออกไปในอวกาศ แต่ในช่วงเวลาเสี้ยววินาทีต่อมา มันได้มาถึงที่ตั้งของเจี้ยนเฉิน มันข้ามระยะทางที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ราวกับว่ามันหายตัวมา
รูปร่างสีฟ้าคือราชาเผิงสีฟ้าที่กำลังตามล่า !
“ร่องรอยของเจี้ยนเฉินหายไปจากที่นี่จริงเหรอ ? ” ราชาเผิงสีฟ้าบินวนเวียนอยู่ในทะเลแห่งดวงดาวเพียงลำพังในขณะที่เขาจ้องมองไปที่เลือดบรรพกาลในมือของเขาชั่วครู่หนึ่ง สัมผัสทางวิญญาณของเขาท่วมทันที มันคลอบคลุมทั่วทั้งจักรวาล
แต่ไม่ช้าเขาก็ขมวดคิ้ว เขาไม่ค้นพบอะไรด้วยสัมผัสทางวิญญาณ เขาล้มเหลว ไม่มีร่องรอยของเจี้ยนเฉินเลย เขาใช้ทักษะลับกับหยดเลือดบรรพกาลหลังจากมาถึงที่นี่ แต่เขาก็ไม่พบเบาะแสของเจี้ยนเฉินเช่นกัน
ราวกับว่าเจี้ยนเฉินได้หายตัวไปจากจักรวาล
“หืมมม เจ้ากำลังฝันหวานว่าตัวเองหลบหนีจากข้าพ้น ! ” ราชาเผิงสีฟ้าแค่นเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาเย็นชาอย่างยิ่ง จากนั้นเขาก็หลับตาและหลอมรวมวิญญาณของเขากับโลกโดยใช้ความเข้าใจในขั้นอัครสูงสุดด้านของกฎในการมองเข้าไปในอดีตและอนาคต
“อย่างนี้นี่เอง เจ้าเข้าไปซ่อนตัวในรอยแยกของมิติ เจ้าคงไร้เดียงสาเกินไปจนคิดว่าจะรอดพ้นจากข้าไปได้อย่างนั้นหรือ ? ข้าต้องไปที่หอคอยอนัตตาก่อนที่บรรพชนตระกูลกระบี่สันโดษจะมาถึง” ราชาเผิงสีฟ้าลืมตาของเขาขึ้นมาในไม่ช้าและเยาะเย้ย เขาแยกมิติให้เปิดโล่งได้อย่างง่ายดาย และเขาก็หายไปในรอยแตกของมิติพร้อมกับแสงวูบวาบ