cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต - ตอนที่ 76 เมื่อทุกอย่างมาบรรจบกัน 2

  1. Home
  2. All Mangas
  3. อัศวินดำคุงไม่อยากเป็นเซ็นไต
  4. ตอนที่ 76 เมื่อทุกอย่างมาบรรจบกัน 2
Prev
Next

 

 

ถูกเรียกว่าอัศวินดำเหมือนกัน…?!

 

มันพูดอะไรของมันออกมาฟะ

 

แต่ถ้าให้ว่ากันตามตรงชื่อนั้นก็เป็นสิ่งที่คนอื่นใช้เรียกฉันมาตั้งนานเลย ส่วนตัวไอ้ฉันก็ไม่ได้สนใจเสียด้วยว่าคนอื่นจะอะไรยังไงเลยไม่คิดถึงความหมายของมันมาก่อน

 

 

 

「……」

 

「หรือจะเป็นคำถามที่ยากไป? 」

 

 

ไอ้บ้าสวมสูทสีเกราะหนาสีดำที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้

 

แต่อยู่ดีๆ มันก็ฟาดหัวของมอทัลเรดซะยับอย่างง่ายดาย

 

นั่นทำให้ฉันรู้สึกว่าเจ้านี่เคี้ยวไม่ง่าย

 

เอาเป็นว่าลองตามน้ำไปสักหน่อยละกัน

 

 

 

「ถ้าถามว่าทำไม ฉันก็ไม่รู้ คนอื่นมันเรียกแบบนั้นกันเองนี่หว่า」

 

 

ได้ยินแบบนั้นอัศวินดำอีกคนก็กอดอกราวกับบอกว่าเข้าใจฉัน

 

 

「……เหมือนกับฉันเลย」

 

「หะ หือ? 」

 

「……」

 

「……」

 

 

เหมือน…อะไรของมันฟะ?!

 

ใจฉันก็อยากจะเข้าไปซัดหน้ามันเลยให้จบ

 

แต่บรรยากาศแปลกๆ ที่ชวนไม่ให้ออกหมัดนี่มันอะไรกัน?!

 

 

「นั่นสินะ ถ้าให้พูดกันตามตรงแค่ไม่มีดาบก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช่อัศวิน」

 

「อ่า แล้ว? 」

 

「การที่คนเราจะถูกเรียกว่าอัศวิน ของอย่างพวกม้าหรือยานพาหนะอื่นก็น่าจะพอไปได้ไหมนะ เพราะการจำกัดแค่คนถือดาบเป็นอัศวินได้เนี่ย พวกที่ใช้หอกคงได้โวยวายแย่」

 

 

แล้วตูจะไปตรัสรู้ด้วยเหรอฟะ

 

อันที่จริงแอบสงสัยด้วยซ้ำว่าในจักรวาลนี้มันต้องสนใจแนวคิดอย่างพวกอัศวินไรงี้ด้วยเหรอ

 

ไม่สิเดี๋ยวก่อน ทำไมฉันต้องมานั่งคิดตามศัตรูด้วย?

 

 

「นั่นสินะ ฉันก็คงเป็นอัศวินดำได้แหละ」

 

「หือ? 」

 

「ก็ฉันมียานน่ะ ใหญ่มากด้วย」

 

 

หมายถึงยานอวกาศสินะ?

 

แม้ว่าฉันจะไม่เห็นหน้าเจ้าหมอนี่ แต่ก็มั่นใจได้ว่ามันคิดหนักจริงๆ

 

 

 

「อัศวินขาวเองก็ขี่มอเตอร์ไซค์ กับยานบิน….แล้วนายก็เป็นคนคนเดียวกัน ดังนั้นก็เรียกว่าอัศวินได้แหละ」

 

「……หา ฉันเคยขี่ไอ้ของแบบนั้นด้วยเหรอ!? 」

 

「หือ แปลกใจเรื่องนั้นหรอกเหรอ……? 」

 

「คัตซึน……」

 

 

จะว่าไปก็เคยเห็นฉันก่อนเสียความทรงจำขี่รถด้วยนี่หว่า?

 

แอบแปลกใจวุ้ยเพราะมันก็เป็นหนึ่งในความปรารถนาของฉันเหมือนกัน นี่ฉันไปทำตอนเสียความทรงจำเหรอฟะ

 

เมื่อฉันมองที่คิราระ กับอัศวินขาวที่ดูเหมือนจะรู้จักฉัน พวกเธอก็พยักหน้าให้เหมือนกับบอกว่าจริง

 

 

「นั่นเรื่องจริง」

 

「เอาจริงดิ……」

 

 

พอมองดีๆ ก็เห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์สีขาวดำจอดอยู่บนดาดฟ้าด้วย

 

ไอ้นั่นคือรถที่ฉันเคยขี่เหรอ ดีไซน์เท่ชะมัด

 

 

「อัศวินดำคุง จะดูก็ทีหลังเถอะ สนใจศัตรูก่อนไหม」

 

「อะ อื้อ นั่นสินะ」

 

ฉันรู้สึกตบใจกับความจริงนี้ แถมศัตรูยังอยู่ตรงหน้าด้วย

 

เอาเป็นว่าช่างมันก่อนละกัน

 

 

 

「คิดว่าจะแค่เฝ้าดูแท้ๆ 」

 

「ไม่เคยบอกจะทำแบบนั้น แค่เจ้ามอทัลเรดมันกวนบาทาเกินไป」

 

「……อ่า นั่นก็เรื่องจริง……」

 

 

หลังคุยกับมอทัลเยลโล่เสร็จ อัศวินดำก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

 

เหมือนจะมีบางอย่างใกล้เข้ามา

 

เงาของใครบางคนที่หนึ่งในนั้นได้ชักบางอย่างคล้ายกับดาบออกมาแล้วเหวี่ยงใส่อัศวินดำ

 

 

 

 

「นักรบของดาวโลก…… (ปลดปล่อย) 」 (ในวงเล็บคือภาษาปริศนา)

 

อัศวินดำลบการโจมตีของอีกฝ่ายทิ้งไปเหมือนกับที่ลบการโจมตีของฉัน

 

แล้วร่างของอีกฝ่ายที่โจมตีมาก็ปรากฏขึ้น เรดกับบลู พวกเธอกระโดดลงมายืนข้างๆ ฉัน

 

 

「บลู นั่นมันอะไร? 」

 

「จากที่วิเคราะห์น่าจะเป็นพลังจากคำพูด ภาษาลึกลับ ต้องขอให้ประธานช่วย」

 

「แต่จะพูดคุยกันตอนนี้ก็ไม่ไหวเพราะการสื่อสารไม่เสถียร….」

 

หลังสองสาวคุยกันเสร็จ พวกเธอก็หันมาหาฉัน

 

 

「มาร่วมสู้ไปด้วยกันเถอะอัศวินดำคุง」

 

「พวกเธอไม่ต้องทำเป็นเหมือนเคยเจอกันครั้งแรกหรอก….คิรา….ฉันได้ยินจากเยลโล่หมดแล้วว่าพวกเรารู้จักกันมาก่อน」

 

「「……」」

 

「ชิบ……!? 」

 

 

….ทำไมพวกหล่อนปลดปล่อยออร่าสังหารออกมาฟะ

 

แต่คงไม่แปลกมั้งเพราะยังไงพวกเธอก็ต้องต่อสู้กับพวกสัตว์ประหลาดแบบเดียวกับฉัน

 

ถึงจะไม่เห็นใบหน้าของพวกเธอ แต่การแสดงออกนั้นก็นับว่าชัดมากแล้ว

 

 

หลังจากที่เรดกับบลูมาถึง ก็มีแสงสว่างส่องออกมาจากยานรูปดาบ

 

แล้วเสาแห่งแสงนั้นก็ปรากฏร่างของพวกเซ็นไตที่ถูกฆ่าตายไปเมื่อกี้

 

 

「เอาล่ะ ทุกคนพวกเรามาลุยกันต่อดีกว่า!!」

 

「บ้าจริง!! โดนฆ่าไปแล้วรอบหนึ่ง!!」

 

「นี่เรด ดูสิแขนของฉันกลับมาแล้ว เรด ดูสิๆ!!」

 

「……」

 

 

อุปกรณ์ที่ติดมาด้วยคราวนี้เยอะขึ้น

 

ดูท่าพวกมันจะระวังฉันมากขึ้นสินะ?

 

 

「ก็อยากคุยกับต่อหรอกนะ แต่จัดการพวกมันก่อนดีกว่า」

 

「นั่นสินะ รีบกำจัดพวกขยะทิ้งก่อนละกัน」

 

「เปิดรูที่ท้องเพื่อให้ระบายอากาศได้ดีขึ้น」

 

「โอ่ะ โอ้……」

 

 

ทำไมเป็นสาวเป็นนางถึงได้พูดอะไรหยาบคายแบบนี้ออกมากันนะ?

 

ถึงไอ้ฉันจะพูดจาไม่เข้าหูเหมือนกันก็เถอะ หรือพวกเธอได้อิทธิพลไปหว่า

 

ไม่สิๆ ทำไมฉันถึงได้เผลอคิดว่าตัวเองเป็นพวกถ่อยกันฟะ?

 

เฮ้อ ช่างหัวมันก่อนละกัน

 

「ถ้างั้นก็ไปเลยกันเลย จัสติสครูเซเดอร์!」

 

「โอ้!」

 

「ฉันจะจัดการกับเจ้าสูทดำนั่นเอง ส่วนพวกเธอไปเก็บพวกเซไคเซ็นไตละกัน!」

 

「รับทราบ……!!」

 

 

บลูยกนิ้วโป้งขึ้นมาให้ฉัน ก่อนที่ฉันจะหันไปหาอัศวินดำ

 

ในขณะเดียวกันพวกเซไคเซ็นไตก็ถืออาวุธในมือกันพร้อมเริ่มบรรเลง

 

 

 

 

「ดูเหมือนสมาชิกจะมากันพร้อมหมดแล้ว งานนี้จะต้องสนุกมากแน่ๆ!!」

 

「ทั้งที่เป็นพวกกระจอกที่ไม่กล้าเอาร่างจริงตัวเองมาสู้แท้ๆ 」

 

 

พวกมันคือร่างปลอมส่วนตัวจริงอยู่บนยาน

 

จะฆ่าไปกี่ครั้งก็กลับมาได้

 

 

 

 

「คิดว่าการที่ไม่มีวันตายแล้วจะแข็งแกร่งเหรอ? ของแบบนั้นหากไม่ผ่านความเป็นตายจริงไม่มีทางได้มาหรอก」

 

「……พวกเธอจะมารู้อะไรเกี่ยวกับพวกฉันกัน? 」

 

「ไม่รู้และไม่คิดจะสนใจ」

 

 

มันเป็นคำพูดที่เหมือนกับจะบอกว่า พวกมอทัลเรดก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดที่พวกเธอเคยสู้ด้วย

 

 

「เห้อ พอทำบ่อยๆ แล้วคิดกลับกันฉันก็อยากร้องไห้เหมือนกันนะถ้าโดน」

 

「อัศวินดำคุงทำตลอด พวกสัตว์ประหลาดต้องโดนแบบนี้…」

 

「โหดแท้น้อ……」

 

「ทำไมเหมือนพวกหล่อนบอกว่าการกระทำของตัวเองมันได้มาจากฉันหมดฟะ โฮ่ย? 」

 

 

คู่ต่อสู้ของฉันไม่ใช่พวกเซไคเซ็นไต

 

แถมตัวที่เคี้ยวยากสุดก็เป็นอัศวินดำตรงหน้านี่แหละ

 

 

———ชิ!

 

ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เลยสักนิด พอหันสายตาไปหาอีกฝ่ายหมัดกับดาบก็เข้าปะทะกันแล้ว

 

อัศวินดำกับฉัน จัสติสครูเซเดอร์กับเซไคเซ็น

 

「ฮึบ!!」

 

「อึก」

 

พลังงานเส้นสีแดงถูกปล่อยปล่อยออกมาจากคอของฉัน หมัดของฉันก็ถูกเสริมพลังพุ่งไปด้วยความเร็วสูง

 

 

จากนั้นฉันก็ถีบร่างของอัศวินดำให้ปลิวไป

 

 

「เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะจัดการกับพวกนี้เอง!!」

 

「ใช่แล้ว ลุยต่อเลยอัศวินดำคุง!!」

 

「หา!? 」

 

「ชนะให้ได้ล่ะ!!」

 

 

ไม่จำเป็นต้องบอกก็จะทำอยู่แล้ว!!

 

ฉันเตะพื้นพุ่งตามร่างของอัศวินดำที่ปลิวไปพร้อมกับประเคนหมัดให้

 

 

 

「คู่ต่อสู้ของแกคือฉันนี่แหละเฟ้ย……!!」

 

「ก็คงจะเป็นแบบนั้น ฝากตัวด้วย」

 

 

 

……มันไม่เป็นอะไรเลยสักนิด!! ให้ตายสิ!!

 

 

เจ้านี่แข็งแกร่งกว่าพวกเซไคเซ็นไตแบบเทียบไม่ติดเลย

 

 

「คึก!」

 

 

หมัดรอบนี้ของฉันถูกมันสกัดเอาไว้ได้ แต่แรงกระแทกก็ไม่ได้หายไป ร่างของมันปลิวไปชนเข้ากับอาคารใกล้ๆ

 

ทางฉันจึงพุ่งตามไปเพื่อเตะซ้ำ แต่มันก็กระซิบพูดคำบางอย่างออกมา

 

 

 

「ไม่มีใครสามารถหยุดเสียงเรียกนี้ได้」 (ภาษาปริศนา)

 

 

วินาทีนั้นเอง รอบตัวของฉันก็กลายเป็นสีเทาไปจนหมด

 

 

「!」

 

 

จัสติสครูเซเดอร์ที่กำลังต่อสู้ได้หยุดนิ่ง บาทาที่ฉันจะประเคนใส่มันก็หยุดค้างในอากาศด้วยเช่นกัน

 

 

———มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันฟะ!?

 

ในขณะที่ฉันกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงของมันก็ดังขึ้นผ่านหน้ากากอีกครั้ง

 

 

「สายฟ้าฟาด!」 (ภาษาปริศนา)

 

 

หลังสิ้นเสียงนั้น

 

ร่างกายของฉันที่หยุดนิ่งก็กลับมาเคลื่อนไหวได้ แต่อยู่ดีๆ สายฟ้าฟาดก็ผ่าเข้ามาหมายจะโจมตีร่างของฉันจากข้างบนฟ้า

 

 

『คัตสึมิ สายฟ้าปริศนาผ่าลงมาแล้ว!!』

 

「……!!」

 

 

ฉันกระโดดขึ้นไปแล้วรัวหมัดใส่สายฟ้านั้น

 

ทุกสิ่งรอบตัวฉันเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวได้แล้ว

 

ถึงมันจะดูเป็นวิธีการบ้าบอ แต่ฉันมั่นใจว่าตัวฉันในตอนนี้สามารถจัดการสายฟ้านี้ได้

 

 

「นี่แกหยุดเวลาได้เหรอฟะ? 」

 

「น่าตกใจจริงๆ ยังมีสติอยู่ด้วยเหรอ? 」

 

 

อัศวินดำส่งเสียงประหลาดใจออกมาในขณะที่ฉันร่อนลงบนหลังคาของอาคารอีกฟาก

 

 

「ก็ไม่ใช่สิ่งที่สะดวกขนาดนั้นหรอก แต่เป็นพลังที่ต้องใช้ผ่านคำพูดมากกว่า」

 

「ทำมาเป็นพูด แต่ถ้ามันไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย แกคนจะเสกเป็นพายุสายฟ้ามาแล้วแหง」

 

พอจะเริ่มวิเคราะห์พลังของเจ้านี้ได้บ้างแล้ว

 

ถึงพลังของมันจะน่าเหลือเชื่อ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีรับมือ

 

 

「งั้นฉันก็พอเดาได้แล้วว่าแกจะเกลียดการโจมตีแบบไหน」

 

「แบบไหนกันล่ะ? 」

 

 

ฉันกระโดดไปหาอัศวินดำเพื่อจะต่อยอีกครั้ง

 

แน่นอนว่าเวลาก็หยุดนิ่งไปเช่นเดิมทว่าคราวนี้การโจมตีของฉันกลับไม่ได้หยุดลงและโดนเข้าที่หน้ากากของอัศวินดำ

 

 

 

 

「———อึก!」

 

「แกน่ะจะเกลียดพวกไม่ใช้หัวคิดเลยยังไงล่ะ!!」

 

 

พลังในการหยุดเวลาเป็นพลังที่สุดอันตรายอย่างแน่นอน แต่มันก็เท่านั้นแหละ

 

เพราะจากที่ฉันเห็นอีกฝ่ายก็ไม่สามารถทำอะไรฉันในช่วงหยุดเวลาได้เหมือนกัน การโจมตีทั้งหมดจะเริ่มหลังจากเวลาเดินอีกครั้งเท่านั้น งั้นก็ไม่ต้องไปสนว่าจะโดนอะไรหลังจากเวลาเดินไหม แค่ประเคนหมัดใส่มันต่อก็จบ

 

 

「ก็เกลียดจริงๆ นั่นแหละ」

 

 

หลังจากที่ฉันจะรัวหมัดใส่ซ้ำ อีกฝ่ายก็ดึงดาบออกมาจากเอวแล้วฟันฉัน

 

พอเห็นว่ามีควันบางอย่างออกมาจากดาบด้วย ฉันเลยรีบชักหมัดกลับแล้วปล่อยบีมออกจากหมัดแทน

 

 

「ปลดปล่อย」

 

 

เสียงนั่นเสริมพลังให้กับดาบเหรอ?!

 

หลังสิ้นเสียงนั้น มันก็เหวี่ยงดาบแล้วทำลายบีมของฉันทิ้งอย่างง่ายดาย

 

ป้องกันได้อีกแล้ว!!

 

 

 

「คึก」

 

「คิดถูกที่ชักหมัดกลับแต่——」

 

 

มันชี้นิ้วมาทางฉันที่กระโดดถอยอกอมาแล้วเวลาก็หยุดนิ่งอีกครั้ง

 

 

 

「ฝ่าเท้าแห่งยักษา」

 

 

ทันใดนั้นเอง เท้า ขนาดยักษ์ก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าและกระแทกเข้ากับร่างของฉัน ก่อนจะหายไป

 

 

 

 

「———คึก ไอ้ระยำเอ้ย!!」

 

พลังของมันจะโกงเกินไปไหมฟะ?!

 

อะไรก็เสกออกมาได้หมด

 

แต่ถ้าแค่นี้จะหยุดฉันได้ละก็ผิดแล้ว

 

ฉันตั้งสติแล้วพุ่งเข้าไปหามันอีกรอบ

 

「อย่าคิดว่าแค่นี้จะทำอะไรฉันได้ล่ะ!!」

 

「ก็คงแบบนั้น เท่าที่ฉันเห็นความสามารถทางกายภาพของนายมันสัตว์ประหลาสุดๆ 」

 

 

อัศวินดำเตรียมรับมือกับการโจมตีของฉันทันที

 

เหมือนว่าจะมาคำบางอย่างถูกสลักเอาไว้ตรงดาบของเขาด้วย เมื่อเขาพยายามจะชักมันออกมาอีกครั้งฉันก็หาทางรับมือทันที

 

「หึ」

 

「อะไรกัน……? 」

 

 

ฉันใช้หมัดของตัวเองหยุดการชักดาบของมันเอาไว้

 

ก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไร แต่ถ้าไม่ได้ใช้ก็เปล่าประโยชน์

 

ชิบ เหมือนมันจะหยุดเวลาอีกครั้งแล้ว

 

 

「อย่าหยุดเวลาเอามั่วซั่วสิฟะ มันน่ารำคาญ!!」

 

「คึก……」

 

 

ฉันทำการใช้หัวตัวเองโขกเข้าไปที่หน้าของอีกฝ่ายเพื่อหยุดพลังเอาไว้

 

ถ้าเจอหยุดเวลาไปบ่อยๆ ใครก็รู้สึกรำคาญไหมฟะ เหมือนเล่นเกมอยู่แล้วโดนกดปุ่มหยุดตลอดเนี้ย

 

จากนั้นฉันก็หมุนตัวจะเตะส่งมันให้ขาดครึ่ง แต่มันกลับใช้ฝักดาบมารับการโจมตีของฉันได้ทัน

 

 

「ห่าฝน」 (ภาษาปริศนา)

 

 

 

……น้ำเหรอ!!

 

เวลาที่ถูกหยุดไปครู่หนึ่งกลับมาเดิน แล้วก็เกิดห่าฝนตกลงมาจำนวนมาก

 

ทางฉันพยายามจะโจมตีต่อโดยไม่สนใจมัน แต่อัศวินดำก็ชักดาบออกมาได้สำเร็จแล้วชี้มาที่ฉัน

 

 

 

 

「เยือกแข็ง」 (ภาษาปริศนา)

 

ร่างกายที่เปียกของฉันถูกแช่แข็งในทันที

 

 

 

「หยุดใช้กลกระจอกได้แล้วเว้ย!!」

 

「……!」

 

 

ด้วยพลังขับเคลื่อนของฉัน ฉันได้หลุดออกจากผนึกนั้นทันที จากนั้นฉันก็ยัดหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายจนหน้ากากของอีกฝ่ายแตกไปส่วนหนึ่งแล้วกระเด็นถอยไป

 

 

「ดูเหมือนผลหยุดเวลาจะเริ่มเบาลงแล้ว เอ้ามีอะไรก็งัดมาอีกสิบทเพลงของแกน่ะอัศวินดำ!!」

 

「……บทเพลง? 」

 

「เอ้า ก็คำพูดที่แกพ่นออกมาได้สักพักหนึ่งนั่นไง มีอะไรก็งัดมาซะ!!」

 

 

ฉันไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร

 

แต่สิ่งที่เจ้าหมอนี่พูดออกมาจะกลายเป็นความจริง

 

ทว่ามันก็ไม่มีผลกับสิ่งมีชีวิตโดยตรงแน่

 

ไม่งั้นฉันคนระเบิดตัวแตกไปแล้ว

 

 

 

「……งั้นเหรอ」

 

「!」

 

 

บรรยากาศของมันเปลี่ยนไป!

 

ฉันหยุดการโจมตีและรีบถอยห่างจากมันทันที

 

อีกฝ่ายก็มองไปที่มือของตัวเองก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงอันสั่นเทา

 

「สำหรับนายมันคือบทเพลงสินะ…? 」

 

 

 

……ใครฟังก็รู้ป่าวฟะว่ามันเหมือนการร้องเพลง?

 

 

ไม่สิ ทำไมต้องมาสนใจเรื่องอะไรพวกนี้ด้วยกัน

 

「แล้วมันจะทำไมฟะ? 」

 

「ทั้งที่พูดออกมาเพียงแค่คำเดียว ก็รู้ว่าเป็นบทเพลงเหรอ? 」

 

「……? 」

 

「นี่ บทเพลงของฉันมันทำให้นายรู้สึกสบายใจหรือเปล่า? 」

 

 

เจตนาการต่อสู้ของอีกฝ่ายลดลงไป

 

อะไรของมันฟะ? เกิดประทับใจที่มีคนฟังเพลงตัวเองออกหรือไง?

 

 

「ใช่แล้ว สิ่งเหล่านี้คือบทเพลง บทเพลงจากดวงดาวของฉัน บ้านเกิด บทเพลงที่ไม่มีผู้ใดจดจำมันได้อีก」

 

 

ไม่สนแล้วเฟ้ย ยัดแม่มเลยละกัน!!

 

ในขณะที่ฉันยกกำปั้นขึ้นจะยัดใส่อีกฝ่าย เวลาก็เริ่มเดินช้าอย่างผิดปกติอีกครั้ง

 

 

 

「——อึก」

 

 

….นี่แหละเหตุผลที่อยากจะฆ่ามันให้ได้ เลิกหยุดเวลาได้เลยเฟ้ย!!

 

ยังดีที่อีกฝ่ายก็ขยับไปไหนไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็น่ารำคาญชะมัด!

 

 

 

「บทเพลงแห่งการขับร้องและเต้นรำ แด่ผู้ที่ข้าคำนึงหา กรงขังที่มีเพียงเราสอง」

 

 

คราวนี้ไม่ใช่คำต่อคำแบบครั้งก่อน แต่มันคือบทเพลงจริงๆ

 

แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่เสียงนั้นก็ก้องกังวาลอยู่ในใจของฉัน พื้นที่รอบๆ เริ่มเปลี่ยนไป

 

 

「อะไรกัน……」

 

 

มีบางอย่างคล้ายกับฟิล์มโปร่งใสปกคลุมรอบตัวฉันกับมัน

 

มันกลายเป็นกรงขังที่กั้นระหว่างภายนอกกับข้างในเอาไว้

 

 

 

「คึก คิดจะขังฉันเอาไว้เหรอ? 」

 

「ไม่หรอก แค่ทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรรั่วไหลออกไป เอาเป็นว่าตอนนี้ก็มีแค่ฉันกับนายแล้ว」

 

พื้นที่รอบๆ ได้กลายเป็นความว่างเปล่า ฉันร่วงหล่นลงไปภายในมิตินี้ทันที

 

ไม่นานนักอีกฝ่ายก็กระโดดตามลงมาแล้วเหยียบส่วนที่น่าจะเป็นเหมือนแท่นเหยียบของห้วงมิตินี้

 

ไม่รู้เลยว่ามันตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?

 

 

「การทำลายโลกไม่ใช่สิ่งที่เธอคนนั้นต้องการ….เอาเถอะ หลังจากได้เจอกับนายฉันก็คิดแบบเดียวกัน」

 

「อะไรของแก? 」

 

 

ฉันที่ตั้งสติได้ก็กระโดดไปเหยียบแท่นยืนโปร่งใสที่โผล่มาในอากาศบ้าง

 

 

「นายเรียกสิ่งที่ถูกมองว่าคือคำสาปแช่งว่าเป็นบทเพลง ไม่เคยเจอมาก่อนจริงๆ 」

 

 

มันถอดหน้ากากที่แตกส่วนหนึ่งออกแล้วโยนทิ้งไป

 

หน้ากากกลายเป็นอนุภาคแสงก่อนจะหายไปในอากาศ เผยให้เห็นเส้นผมที่ยาวถึงเอวโผล่ออกมาจากใต้หน้ากากนั้น

 

 

 

 

「เสียง คำพูด และบทเพลงของฉัน มันคือคมมีดที่จะทำลายทุกสิ่ง」

 

 

 

「ฉันได้ทำลายบ้านเกิด ฆ่าผู้คน และดวงดาวของฉัน」

 

 

 

「สิ่งที่เหลือตอนนี้ก็มีแค่เพียงบทเพลงของฉันเท่านั้น」

 

 

 

「ทว่าบทเพลงดังกล่าวก็ยังเป็นลำนำเชื้อเชิญให้ผู้คนที่ได้ยินจมลงสู่หายนะ」

 

 

เธอเริ่มพูดกับตัวเอง

 

จากนั้นเกราะที่ปกคลุมร่างของเธอได้ระเบิดออกแล้วลอยขึ้นไปบนอากาศเพื่อทำการประกอบกลายเป็นสิ่งใหม่

 

ปืนใหญ่…? ไม่สิ ไอ้นั่นมัน?

 

 

「สปีกเกอร์เหรอ? 」

 

 

ไม่ใช่อาวุธใหม่หรืออะไรทำนองนั้นเลย

 

จากนั้นเธอก็ปลดเอาผ้าปิดปากของตัวเองออกก่อนจะถอนหายใจแล้วยิ้มออกมา

 

「รู้สึกประหม่านิดหน่อย เสียงจะเป็นยังไงนะ」

 

ไม่ใช่เสียงอุดอู้ที่เคยได้ยินผ่านหน้ากาก มันเป็นเสียงที่ใส่และชัดเจนมาก

 

「เจ้านกน้อยที่ถูกขังอย่างสันโดษเอ๋ย จงผนึกกำลัง」

 

 

มีนกจำนวนมากปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า

 

แต่สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้ฉันประหลาดใจเท่าหน้าตาของอีกฝ่าย

 

เส้นผมสีม่วงทำให้บอกได้ชัดว่าไม่ใช่มนุษย์โลก แต่ใบหน้ากลับงดงามเสียยิ่งกว่าดารา

 

และอาจจะเป็นเพราะต้นกำเนิดของดาวเธอ ใบหน้าของเธอจึงมีลวดลายสีดำชวนให้นึกถึงรอยสักของดอกไม้ปรากฏแต่งแต้มผิวของเธอตั้งแต่บริเวณหน้าผากขวาไปจนถึงแก้ม

 

 

 

「ไม่ใช่ผู้ชายเหรอฟะ?!」

 

「ลำดับแห่งดวงดาราที่ 8 อัศวินดำ ไอรีน」

 

 

ถ้าเลขหลักเดียวก็แปลว่าเหมือนกับเจ้ากระเทยยักษ์นั่น!!

 

แล้วทำไมไอ้มอทัลเรดนั่นมันถึงคุยกับเหมือนกับอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเลยฟะ?!

 

 

 

「หรืออีกชื่อก็คือ อัลฟ่าบทเพลงแห่งจุดจบ」

 

「หา อัลฟ่า……!」

 

 

เธอมองมาที่ฉัน ก่อนจะพูดต่ออีกครั้ง

 

 

 

「ในกรงนกที่ตัดขาดจากโลกภายนอกแห่งนี้ ฉันจะให้นายได้ฟังบทเพลงของฉัน」

 

「……หา เพื่ออะไรฟะ!? 」

 

 

ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ามันจะมาร้องเพลงให้ฉันฟังทำบ้าอะไร?!

 

 

 

「ก็การร้องเพลงคนเดียวมันเหงาออกนี่นา ดีใจจริงๆ ที่ในที่สุดฉันก็ได้เจอคนที่รับฟังเพลงของฉันอย่างสนุกสนานโดยไม่ตายไปเสียก่อน」

 

「จะละเมอก็เอาแค่ตอนนอนสิเห้ย!? 」

 

 

เหตุผลมันลอยหายไปไหนหมดฟะ?!

 

ถ้าเป็นงั้นจริงช่วยบอกว่าอยากจะฆ่าฉันให้ตายยังดูสมเหตุสมผลกว่าอีก

 

ก่อนที่ฉันจะได้เถียงอะไรต่อ อัศวินดำไอรีนก็สูดหายใจแล้วเริ่มร้องเพลง

 

 

「เธอผู้นั้นได้กลายเป็นเกลียวคลื่นโหมกระหน่ำและกลืนกินชายหนุ่ม」

 

「โห้ย ฟังที่ชาวบ้านพูดบ้างสิฟะ……!!」

 

 

นกที่ปรากฏตัวก่อนหน้านี้ได้ขยายจำนวนต่อจนกลายเป็นคลื่นขนาดใหญ่ที่พร้อมโจมตีฉัน

 

ฉันก็รีบกระโดดหลบการโจมตีนั้นทันที แต่มันกลับไล่ตามฉันมาได้เหมือนมีชีวิต เห็นแบบนั้นก็เลยยัดหมัดสวนแทน

 

 

 

「ท่ามกลางคืนทะเลสูงเสียงฟ้า ปฐพีสั่นสะเทือน ยักษาโบราณก็ได้ถือกำเนิด」

 

 

หลังจากคลื่นลูกใหญ่ได้โหมใส่ฉัน ก็มียักษ์ที่คล้ายกับมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นแล้วส่งเสียงคำรามออกมา

 

 

「แค่ขนาดมันเอาฉันไม่ลงหรอกเว้ย!!」

 

 

ฉันเตะหัวยักษ์ที่โผล่ออกมาทันที

 

แล้วเจ้านั่นก็ล้มลงไปพร้อมกันส่งเสียงคำราม

 

 

「แค่ตัวเดียวไม่พอหรอ——」

 

『เดี๋ยวก่อน คัตสึมิ!!』

 

「หือ!? 」

 

 

เมื่อคลื่นยักษ์หายไป จนทำให้มองเห็นพื้นที่รอบๆ ได้ชัดขึ้นมันก็——

 

 

『『『โอ้วววววว!!』』』

 

 

 

「เยอะชิหัย……」

 

 

ยักษ์หลายสิบตัวได้ล้อมฉันเอาไว้หมดแล้ว

 

ไอ้แบบนี้งานหยาบสุดๆ แหง

 

 

 

「ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เล่นๆ แล้วนะ เวรเอ้ย……!!」

 

『ศัตรูสามารถสร้างความเป็นจริงใหม่ผ่านเสียงเพลง……!? 』

 

เป็นบทเพลงที่ยุ่งยากชะมัด

 

หากไอรีนทำการร้องเพลงออกมา สิ่งที่เธอร้องก็จะกลายเป็นคนจริง

 

「ก็เอาสิฟะ งั้นก็จะขอฟังกันจนเบื่อไปข้างหนึ่งเลย ไอ้ชิบผาย!」

 

เมื่อบทเพลงสิ้นสุดเมื่อไหร่ก็จะเป็นจังหวะเดียวกับชีวิตของแกสิ้นสุดลง

 

ฉันส่งเสียงหัวเราะออกมาระหว่างเขาไปงัดกับพวกยักษ์ทั้งหลาย

 

 

 

————-

Note 1 : มาเม้ามอยหลังอ่านกันได้ที่เพจนะครับ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่ช่วยหารค่าไฟ  และสามารถช่วยค่าไฟคนแปลได้ที่ กสิกร 2092612913 หรือ QR Code

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 76 เมื่อทุกอย่างมาบรรจบกัน 2"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved