cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 32 สลายค่ายกล

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สลับชะตา ชายามือสังหาร
  4. ตอนที่ 32 สลายค่ายกล
Prev
Next

เดิมทีเจ้าคำรามน้อยยังคิดอยากจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นท่าทีแน่วแน่ของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วจึงกลืนคำพูดที่มาถึงริมฝีปากแล้วกลับลงไป แล้วก็ไปอยู่ใกล้ๆ นาง หมายจะดูสักหน่อยว่ามีของสิ่งใดที่ดูเหมือนดวงตาค่ายกลบ้างหรือไม่

“ที่นี่ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน ไม่มีพระอาทิตย์ แล้วเจ้าแสงสว่างพวกนี้มาจากไหนกัน” เจ้าคำรามน้อยมายังต้นไผ่เพียงลำพังแล้วมองดูแสงสว่างที่เปล่งออกมาจากต้นไผ่ซึ่งอาบย้อมจนขนสีขาวบริสุทธิ์ของตนกลายเป็นสีเขียวพลางพูดอย่างสงสัย

แสงสว่างหรือ

ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ฟังวาจาของเจ้าคำรามน้อยแล้วความคิดสายหนึ่งก็วาบขึ้นมาในหัว ต้นไผ่เหล่านี้ล้วนเปล่งแสงจางๆ เหมือนกันหมด ถ้าหากหาต้นที่ไม่เปล่งแสงพบได้ ไม่แน่ว่าบางทีนั่นอาจจะเป็นดวงตาค่ายกล!

“ฮ่า เจ้าคำรามน้อย พวกเราไปหาต้นไผ่ที่ไม่เปล่งแสงกัน!” เธอยืนขึ้นแล้วปัดเศษใบไม้บนร่างกายพลางพูดกับเจ้าคำรามน้อยที่อยู่ด้านหลัง

“ต้นไผ่ที่ไม่เปล่งแสงอย่างนั้นหรือ จะหาสิ่งนั้นไปทำไมกัน” เจ้าคำรามน้อยบินเข้ามาถาม

“มันมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นดวงตาค่ายกล” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เอาเป็นว่าเจ้าช่วยข้าหาดูก่อนก็แล้วกัน”

“ได้สิ”

จากที่แต่เดิมทั้งคู่มัวแต่เดินไปทั่วป่าไผ่อย่างไร้จุดหมาย พอกำหนดว่าต้องหาต้นไผ่ที่ไม่มีแสงขึ้นมา จึงดูมีเป้าหมายขึ้นมาทันที “เจ้านาย ข้าสัมผัสได้แล้ว” เจ้าวิญญาณน้อยที่สงบเงียบมาโดยตลอด จู่ๆ กลับเปล่งเสียงพูดขึ้นมา

“เจ้าวิญญาณน้อย เจ้าสัมผัสสิ่งใดได้อย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์หยุดฝีเท้าแล้วถาม

“ที่นี่มีกลิ่นอายของศิลาวิญญาณอยู่” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“ศิลาวิญญาณ เป็นมณีเหมือนกันกับเจ้าหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามกลับ

“ของสิ่งนั้นจะมาเปรียบกับข้าได้อย่างไรเล่า ข้าเป็นมณีวิญญาณทิพย์ ทั่วฟ้าดินมีแค่ข้าเพียงก้อนเดียวเท่านั้น ข้าหลอมเป็นมณีวิญญาณ แบกรับฟ้าดินได้ เศษขยะเหล่านั้นอย่างมากที่สุดก็ทำได้เพียงแค่นำมาหล่อเลี้ยงวิญญาณเท่านั้น ไม่อาจนำมาหล่อเลี้ยงชีวิตได้เสียหน่อย” เจ้าวิญญาณน้อยพูดอย่างลำพองตน

“เช่นนั้นแล้วเจ้าจะตื่นเต้นไปทำไมกัน”

“เจ้าช่างโง่นัก! ในเมื่อนี่เป็นค่ายกลลวง แต่เจ้าดวงตาค่ายกลย่อมต้องทำมาจากสิ่งที่มีผลต่อวิญญาณ เช่นนี้จึงจะทำให้ค่ายกลใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“พูดเช่นนี้ก็หมายความว่ามีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าศิลาวิญญาณนั้นจะเป็นที่อยู่ของดวงตาค่ายกล?” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง

“เฮอะ ยังดีที่มิได้โง่มากนัก” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“เช่นนั้นเจ้าสัมผัสถึงกลิ่นอายของมันได้ แล้วสัมผัสถึงตำแหน่งที่มันอยู่ได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม

“ถ้าหากอยู่ภายนอกค่ายกล ข้าก็ยังหามาได้อยู่หรอก แต่ว่าตอนนี้เราอยู่ภายในค่ายกล ข้าจึงสัมผัสได้เพียงว่ามันอยู่บริเวณใกล้ๆภายในบริเวณรัศมีห้าสิบเมตร เจ้าไปหาเอาเองก็แล้วกันนะ”

เจ้าวิญญาณน้อยพูดจบก็เงียบไปทันทีซือหม่าโยวเย่ว์ลองมองดู กอไผ่ที่นี่ก็มิได้หนาทึบมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับที่อื่นๆ แล้วพูดได้ว่าหาได้ยากยิ่ง

เธอสำรวจต้นไผ่ทุกต้นอย่างละเอียด เห็นว่ากิ่งไผ่ทุกกิ่งดูคล้ายจะเปล่งแสงกันหมด ไม่มีกิ่งไหนเหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้เลยแม้แต่กิ่งเดียว

“หรือว่าการคาดเดาของข้าจะผิดไปนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบคางของตนอย่างสงสัย “เย่ว์เย่ว์ บางทีดวงตาค่ายกลอาจจะมิได้อยู่ในกอไผ่ก็ได้นะ” เจ้าคำรามน้อยพูด

“มิได้อยู่ในกอไผ่อย่างนั้นหรือ”

“ใช่แล้ว ถ้าหากดวงตาค่ายกลเป็นศิลาวิญญาณจริงๆ แล้วละก็ เช่นนั้นมันก็น่าจะดูคล้ายก้อนหินมากกว่านะ” เจ้าคำรามน้อยตอบ

“อืม ก็เป็นไปได้นะ เช่นนั้นพวกเราก็ตรวจดูก้อนหินที่นี่กันสักรอบหนึ่งเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์อุ้มเจ้าคำรามน้อยเอาไว้แล้วทั้งสองก็พากันมองหาก้อนกรวดทั่วทุกตารางนิ้ว แต่กลับไม่พบก้อนกรวดที่นี่เลยแม้แต่ก้อนเดียว

เมื่อเห็นก้อนหินใหญ่เพียงก้อนเดียวที่มีอยู่ที่นี่ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงพิจารณาหินก้อนนี้ให้ดีอีกครั้ง “อาจเป็นก้อนนี้ก็ได้กระมัง” เธอเดินเข้าไปใกล้ก้อนหินแล้วเดินวนดูอยู่สองสามรอบ รู้สึกว่าหินก้อนนี้ดูคล้ายจะแตกต่างกับก้อนหินที่เห็นมาก่อนหน้านี้อยู่บ้าง จึงลองยื่นมือออกไปสัมผัสดูครั้งหนึ่งพบว่ามันให้ความรู้สึกเยียบเย็นราวน้ำแข็งเหมือนกันกับต้นไผ่เหล่านั้น

“เย่ว์เย่ว์ ใช่อันนี้หรือไม่” เจ้าคำรามน้อยเหาะเข้ามาถาม

“ไม่ใช่หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากเป็นดวงตาค่ายกลจริง ก็น่าจะเป็นสิ่งของจริงๆ ไม่น่าจะเยียบเย็นเสียดกระดูกเหมือนกับต้นไผ่เหล่านั้นหรอก”

“ดวงตาค่ายกลไม่ได้อยู่ที่นี่เหมือนกันหรือ” เจ้าคำรามน้อยพูดอย่างผิดหวังอยู่บ้าง

“ไม่หรอก อยู่ที่นี่แหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างมั่นใจ“เจ้าเตะก้อนหินก้อนนี้ออกมาได้หรือไม่”

“เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง” เจ้าคำรามน้อยเหาะไปอยู่บนขอบของก้อนหินแล้วใช้เท้าน้อยๆ เตะเบาๆ ก้อนหินยักษ์ก็ถูกมันเตะกระเด็นไปไกล

ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูพื้นใต้ก้อนหินที่ถูกเตะลอยไป เห็นก้อนหินขนาดเล็กราวๆ กำปั้นเด็กทารกที่เปล่งประกายสีดำก้อนหนึ่งอยู่

“คงเป็นสิ่งนี้กระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์ก้มลงไปดูก้อนหินสีดำแล้วเอ่ยว่า “หยิบเจ้านี่ทิ้งไปก็ใช้ได้แล้วใช่หรือไม่ ไม่รู้ว่าจะเจอกับระเบิดเปล่า แต่ข้าไม่สนอะไรทั้งนั้น ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว”

พูดจบเธอก็โยนลูกกลมสีขาวเข้าไปภายในมณีวิญญาณ หลังจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ คราหนึ่ง แล้วยื่นมือไปคว้าศิลาวิญญาณก้อนนั้นเอาไว้

“ครืนๆ ครืนๆ”

ทันใดนั้นป่าไผ่อันเงียบสงบกลับมีพายุก่อตัวอย่างบ้าคลั่งขึ้นมารอบด้าน พื้นดินสั่นสะเทือนไม่หยุดคล้ายกับจะปริแตกออกอย่างไรอย่างนั้น

“แคว่ก…”

ป่าไผ่ถูกพายุคลั่งพัดกระหน่ำ แต่ละกิ่งก้านส่งเสียงฉีกขาดดังแคว่กๆ

ซือหม่าโยวเย่ว์ถูกลมพัดกระหน่ำเสียจนลืมตาไม่ขึ้น เธอใช้มือที่กุมก้อนหินสกัดเอาไว้ข้างหน้า แต่ก็ยังต้านแรงลมเอาไว้ไม่ได้อยู่ดี

“ปังๆๆ”

พื้นดินแยกออกในทันใด รอยแยกขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบไม้ที่ร่วงอยู่รวมถึงต้นไผ่จมหายลงไปในนั้นจนหมด

“ข้าไป…” ตอนที่ร่วงหล่นลงไปในรอยแยก ซือหม่าโยวเย่ว์คว้าก้อนหินในมือเอาไว้แน่นเพื่ออาศัยสิ่งนี้บรรเทาความตื่นตระหนกภายในจิตใจ

หยาดโลหิตซึมเข้าไปภายในก้อนหิน ซือหม่าโยวเย่ว์เกิดความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจขุมหนึ่งแพร่ผ่านจากฝ่ามือไปทั่วสรรพางค์กาย ทำให้เธอหมดสติไปในทันที ก่อนที่จะสิ้นสติลง เธอมีความคิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นว่าถ้าหากพื้นดินกลับมาผสานติดกันอีกครั้ง เธอจะถูกหนีบแบนจนกลายเป็นเนื้อแผ่นหรือไม่

สติรับรู้เข้าสู่ความสับสนอลหม่าน เธอไม่รู้ว่าตัวเองล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเป็นเวลาเนิ่นนานเพียงใด เมื่อสติรับรู้ของเธอค่อยๆ ฟื้นกลับมา เธอก็ลืมตาขึ้นแล้วค้นพบว่าตนเองอยู่ในแก่งหินแห่งหนึ่ง ด้านล่างของตัวเธอเป็นทุ่งหญ้าหนาทึบ บนเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านราวกับว่าคราบดินโคลนที่เปื้อนอยู่ตอนที่พื้นดินแยกออกก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริงเธอลุกขึ้นนั่งแล้วนวดคลึงศีรษะที่เจ็บปวดอยู่เล็กน้อยพลางสงสัยอยู่บ้างว่าประสบการณ์ของตนก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ความฝันตื่นหนึ่งใช่หรือไม่

“พรึ่บ…”

ความเจ็บปวดขุมหนึ่งส่งผ่านมาจากฝ่ามือ เธอแบมือออกก็เห็นว่าบนฝ่ามือมีรอยแผลอยู่หลายรอยปากแผลยังมิได้สมานติดกันดี แค่การเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้ก็ทำให้บาดแผลปริออกมาอีกครั้ง

“ดูท่าทางนั่นคงจะมิใช่ความฝันสินะ” เธอหยิบมีดออกมาแล้วตัดชายเสื้อคลุมตัวนอกออกมาเส้นหนึ่งก่อนจะพันแผลให้เรียบร้อยแล้วใช้ปากและมือซ้ายช่วยผูกปม

หลังจากทำทั้งหมดนี้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยเริ่มสำรวจภายในแก่งหินแห่งนี้

ที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยเหมือนกับป่าไผ่ก่อนหน้านี้ ไม่เห็นแม้แต่เงาของไข่สัตว์อสูรแม้แต่ฟองเดียว ก่อนหน้านี้เป็นป่าไผ่ทั้งหมด แต่ที่นี่ยังมีต้นไม้ใบหญ้านานาชนิดอยู่มากมาย

“หรือว่าข้าหลุดจากค่ายกลเก่าเข้าสู้ค่ายกลใหม่?” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างสงสัย

“น่าจะไม่ใช่ ข้าสัมผัสกลิ่นอายของค่ายกลไม่ได้เลย” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“ไม่มีค่ายกลอย่างนั้นหรือ ไม่ได้บอกว่าอย่างน้อยภายในนี้ก็ต้องมีค่ายกลลวงตาอยู่หรอกหรือ”

“ไม่มีเลย ที่นี่คือโลกแห่งความจริง” เจ้าวิญญาณน้อยพูดด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง

“เช่นนั้นข้าจะกลับไปได้อย่างไรกันเล่า ที่นี่มิใช่ค่ายกล ไข่สัตว์อสูรที่หาพบก็ย่อมไม่เป็นไปตามกฎของการส่งตัวออกไป” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างปวดหัวอยู่บ้าง “ใช่แล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าศิลาวิญญาณก้อนเมื่อครู่นี้หล่นไปอยู่ที่ไหนแล้ว”

“อยู่กับข้านี่” เจ้าวิญญาณน้อยพูดด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก

ซือหม่าโยวเย่ว์พบว่ามีบางอย่างผิดปกติจึงถามว่า “มีอะไรหรือ”

“ของสิ่งนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้องอยู่บ้าง รอเจ้าออกไปแล้วค่อยบอกเจ้าก็แล้วกัน” เจ้าวิญญาณน้อยตอบ

“เช่นนั้นข้าไปหาทางออกก่อนดีกว่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด

เธอเดินตรงไปตามแก่งหิน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเรียกเสียงนั้นขึ้นมาอีกครั้ง

………………………

Related

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 32 สลายค่ายกล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved