cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 31 ติดกับดักค่ายกลลวง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. สลับชะตา ชายามือสังหาร
  4. ตอนที่ 31 ติดกับดักค่ายกลลวง
Prev
Next

ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูสถานที่ที่ตนอยู่ ซึ่งเป็นป่าไผ่เขียวขจี กิ่งไผ่ทุกกิ่งดูคล้ายกับเปล่งประกายสีเขียวจางๆ บนพื้นดินมีใบไม้ร่วงกองอยู่อย่างหนาทึบชั้นหนึ่ง

เธอมาถึงตรงหน้าต้นไผ่ต้นหนึ่งแล้วยื่นมือไปสัมผัส ก็รู้สึกว่าปลายนิ้วเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง คล้ายกับว่าสิ่งที่สัมผัสถูกนั้นคือก้อนน้ำแข็งใหญ่ก้อนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น

“เย็นจังเลย!” เธอรู้สึกว่านิ้วมือของเธอคล้ายกับถูกแช่แข็งจนแทบจะไร้ความรู้สึกอยู่แล้ว จึงรีบชักมือกลับมา

เธอเดินไปมารอบหนึ่งแล้วก็ค้นพบว่าป่าแห่งนี้ใหญ่โตเหลือคณา เธอเดินมาครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังเดินวนอยู่ภายในป่าไผ่อยู่เลย

“นี่มันสถานที่ผีบ้าอะไรกันแน่ มิได้บอกว่านี่คือภาพลวงตาหรืออย่างไร ทำไมจึงรู้สึกว่าใบไม้ก้อนหินเหล่านี้ช่างสมจริงเสียเหลือเกิน” เธอหย่อนก้นลงนั่งบนก้อนหินก้อนหนึ่งแล้วนวดทุบท่อนขาที่อ่อนล้าของตน “ร่างกายนี่ก็ช่างอ่อนแอเหลือเกิน เพิ่งจะเดินมาเพียงแค่ครู่เดียวก็เหนื่อยล้าถึงขนาดนี้แล้ว ห่างชั้นกับชาติก่อนไกลโขเลย ถ้าหากหลังจากนี้ต่อตีกับผู้อื่นขึ้นมาก็คงจะเสียเปรียบมากทีเดียว! ดูท่าหลังจากนี้ไปคงต้องออกกำลังสักหน่อยแล้ว”

พักผ่อนครู่หนึ่งแล้วเธอก็เดินเตร่ในป่าต่อไป ไม่ต้องพูดถึงไข่สัตว์อสูรเลย แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตสักตัวหนึ่งเธอก็ยังไม่พบเจอเลยเสียด้วยซ้ำ

“โอ๊ย… นี่มันสถานที่ผีบ้าอะไรกันแน่! มิได้บอกว่าถ้าหาไข่สัตว์อสูรพบจึงจะออกไปได้หรอกหรือ ที่นี่ไม่มีไข่แม้แต่ฟองเดียวเลยด้วยซ้ำ แล้วจะให้ฉันหายังไงล่ะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์เตะกองใบไผ่ที่นูนขึ้นมาตรงหน้าทีหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะเตะเอาสิ่งที่อยู่ใต้กองใบไม้กลิ้งหลุนๆ ออกมาสองตลบ

“กะโหลกศีรษะหรือ!” เมื่อมองเห็นของที่ลอยมาตรงหน้า ซือหม่าโยวเย่ว์ก็หนาวยะเยือกไปทั้งตัว ในขณะนี้เองเธอจึงค้นพบว่าบริเวณที่ตนยืนอยู่นั้นมีชิ้นส่วนกะบังลมอยู่ด้วย

เธอก้มหน้าลงมอง เพราะเพิ่งจะออกแรงไป ใบไผ่ที่อยู่ใต้เท้าจึงถูกเตะเปิดออกไปไม่น้อย นอกจากกะโหลกศีรษะที่เพิ่งถูกเตะออกไปแล้ว ใต้ฝ่าเท้าของเธอยังมีชิ้นส่วนอื่นๆ ของร่างกายอยู่อีกไม่น้อย

เธอถอยหลังไปสองก้าว ลงมาจากบนกองกระดูก แล้วแหวกกองใบไม้ออกจนหมด จึงเห็นภาพรวมทั้งหมดของโครงกระดูกได้อย่างชัดเจน

“บนกระดูกไม่มีรอยแผลเป็นอยู่เลย ดูท่าทางตอนที่คนคนนี้ตายจะไม่ได้เผชิญอันตรายจากภายนอกแต่อย่างใด” เธอตรวจดูอย่างละเอียดรอบหนึ่ง เมื่อคิดถึงว่าเมื่อครู่ตนเองเพิ่งจะเดินวนในป่าไปได้ครึ่งรอบ จึงเอ่ยพึมพำว่า “หรือว่าคนคนนี้จะหิวตาย หรือว่าขาดน้ำจนตายกันล่ะ”

“เจ้านาย นี่คือค่ายกลอันหนึ่ง” เสียงของเจ้าวิญญาณน้อยดังขึ้น

“ค่ายกลหรือ ก่อนหน้านี้คล้ายจะได้ยินว่าภายในนี้คือค่ายกลที่ทำให้คนเห็นว่าไข่สัตว์อสูรที่มีอยู่เหมือนกันทั้งหมด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด

“เจ้าบอกว่านั่นคือค่ายกลลวงตา ทว่าค่ายกลนี้ไม่ใช่ค่ายกลลวงตา หากแต่เป็น…ค่ายกลลวงต่างหากเล่า” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“ค่ายกลลวงหรือ นั่นคือค่ายกลอันใดกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม

“ก็คือค่ายกลชนิดหนึ่งที่ทำให้คนสูญเสียสติสัมปชัญญะไปอย่างไรเรา” เจ้าวิญญาณน้อยพูด “เมื่อครู่เจ้าถูกค่ายกลทำให้หลงผิดไปเหมือนกัน ดังนั้นเจ้าก็เลยเร่งร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าเมื่อครู่ข้าจะเรียกเจ้าหลายครั้ง แต่เจ้าก็ไม่ได้ยินข้าเลย”

“เมื่อครู่เจ้าเรียกข้าแล้วหรือ ในเมื่อก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ยินเลย แล้วเหตุใดตอนนี้จึงได้ยินขึ้นมาเล่า ค่ายกลสลายเสียแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงว่าเมื่อครู่นี้หุนหันพลันแล่นมากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ มิได้สงบเยือกเย็นเหมือนก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ก็เกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาวูบหนึ่ง

“โชคดีที่กะโหลกศีรษะที่เจ้าเตะนั้นไปกระตุ้นเส้นประสาทของเจ้า ทำให้สมองของเจ้าปลอดโปร่งขึ้นมาในทันใด ข้าจึงฉวยโอกาสเข้าไปได้” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“ค่ายกลนี้ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้ เพราะเหตุใดวิทยาลัยจึงได้ติดตั้งค่ายกลเช่นนี้เอาไว้กัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างไม่เข้าใจ

“นี่ไม่ใช่เวลาให้เจ้ามาคิดเรื่องนี้หรอกนะ ถ้าหากเจ้าอยากออกไป ก็ต้องทำลายค่ายกลนี้เสียก่อน มิฉะนั้นจะติดอยู่ในนี้ มิอาจออกไปได้ตลอดกาล” เจ้าวิญญาณน้อยเอ่ยคำราม

“เช่นนั้นคนผู้นี้คงจะถูกขังเอาไว้จนตายอยู่ที่นี่กระมัง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้าวิญญาณน้อย ในเมื่อเจ้ารู้จักค่ายกลนี้ เช่นนั้นเจ้าทำลายมันได้หรือไม่”

“ข้ามิใช่ปรมาจารย์ค่ายกลเสียหน่อย แล้วข้าจะทำลายมันได้อย่างไรเล่า!” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“เจ้ามิใช่ปรมาจารย์ค่ายกล เช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไรกันว่านี่คือค่ายกลลวง” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม

“ทุกคนที่กินข้าวได้ทำกับข้าวเป็นกันหมดเลยหรือไม่เล่า!” เจ้าวิญญาณน้อยกล่าวประชดประชัน “ไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เห็นหมูวิ่งอยู่บ่อยๆ”

“เออ… เจ้าไม่รู้ว่าจะสลายค่ายกลได้อย่างไร ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แล้วจะทำเช่นไรกันดีเล่า”

“ทำอย่างไรดี!”

“เย่ว์เย่ว์ ข้ารู้ว่าจะทำอย่างไร” เจ้าคำรามน้อยพูดแทรกขึ้นมา

ซือหม่าโยวเย่ว์เรียกเจ้าคำรามน้อยออกมาแล้วถามว่า “ทำอย่างไรหรือ”

“ก่อนหน้านี้เจ้ามีพี่ชายคนหนึ่งที่เป็นปรมาจารย์ค่ายกลผู้เก่งกาจ ข้าเคยได้ยินเขาบอกเจ้ามาก่อนว่าปกติค่ายกลนี้จะสลายได้ในสองสถานการณ์ หนึ่งคือวิธีสลายทางตรง ส่วนอีกอันหนึ่งคือวิธีสลายทางอ้อม”

“วิธีสลายทางตรงกับวิธีสลายทางอ้อมอย่างนั้นหรือ”

 “ใช่แล้ว วิธีสลายทางตรงคือรู้กฎเกณฑ์การโคจรของค่ายกล แล้วแก้ค่ายกลออก วิธีการสลายเช่นนี้จะไม่ทำลายค่ายกล คนในค่ายกลจะไม่ได้รับบาดเจ็บ” เจ้าคำรามน้อยพูด

“วิธีการนี้ไม่ได้ ในบรรดาพวกเราไม่มีใครรู้เรื่องค่ายกลเลย ลองบอกอีกวิธีหนึ่งมาสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด

“วิธีสลายทางอ้อมนั้นง่ายดายยิ่งนัก” เจ้าคำรามน้อยพูด “พี่ชายเจ้าเคยบอกว่าค่ายกลทุกอันล้วนมีดวงตาค่ายกลอยู่ ขอเพียงแค่หาดวงตาค่ายกลพบแล้วดึงทิ้งเสีย ค่ายกลก็จะสลายไปแล้ว”

“วิธีนี้ง่ายดีนี่!” ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปรอบทิศเพราะอยากจะดูเสียหน่อยว่าดวงตาค่ายกลของค่ายกลแห่งนี้อยู่ที่ไหน

“ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ!” เจ้าคำรามน้อยพูด “วิธีสลายทางอ้อมนี้ถึงแม้จะง่าย แต่เมื่อใดที่ทำลายดวงตาค่ายกล ค่ายกลก็อาจพังทลายลง เมื่อค่ายกลแต่ละอันพังทลายลงแล้วมีผลลัพธ์แตกต่างกัน บ้างก็แตกกระจายไปเหมือนน้ำแข็งโดยไม่เป็นอันตรายกับคนในค่ายกลแต่อย่างใด บ้างก็ราวกับระเบิดที่อาจทำให้คนภายในค่ายกลได้รับบาดเจ็บหรือแม้กระทั่งถึงแก่ความตายได้ ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ติดตั้งค่ายกลติดตั้งไว้อย่างไร”

“บ้าเอ๊ย อันตรายอะไรอย่างนี้!” ซือหม่าโยวเย่ว์คำราม

“ใช่แล้ว ดังนั้นคนทั่วไปจึงไม่เลือกวิธีที่สองกันหรอก” เจ้าคำรามน้อยพูด

ซือหม่าโยวเย่ว์ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ถ้าหากจะต้องระเบิดจริงๆ ข้าก็หมดหนทางแล้ว ใช้วิธีสลายทางตรงไม่ได้ ก็ได้แต่ใช้วิธีสลายทางอ้อม วิธีสลายทางอ้อมนั้นเสี่ยงไปบ้างแต่ก็อาจจะมีชีวิตรอดออกไปได้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างก็ได้แต่รอความตายอย่างเดียวเท่านั้นแล้วนะ”

“ก็ดูเหมือนจะใช่ เช่นนั้นพวกเราไปหาดวงตาค่ายกลด้วยกันเถิด” เจ้าคำรามน้อยเหาะมาอยู่เหนือศีรษะซือหม่าโยวเย่ว์ ดวงตากลมโตมองไปทั่วทุกทิศทาง

“ปกติแล้วดวงตาค่ายกลมักจะไม่สะดุดตาสักเท่าใดนัก อยากจะหาดวงตาค่ายกลของค่ายกลใหญ่ขนาดนี้ออกมาก็เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร มิได้ง่ายดายถึงเพียงนั้นหรอก” เจ้าวิญญาณน้อยพูด

“เช่นนั้นก็ต้องหาอยู่ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์ยักไหล่ “นี่เป็นเพียงวิธีเดียวในตอนนี้ ถึงอย่างไรที่เจ้านั้นก็มีของให้กินให้ดื่ม ถึงออกไปไม่ได้ก็ไม่ตายหรอกน่า สิ่งที่พวกเรามีคือเวลาที่ค่อยๆ เสียกับมันไปอย่างช้าๆ”

เจ้าวิญญาณน้อยไม่เอ่ยวาจาอีก ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าคำรามน้อยค้นหาภายในค่ายกลด้วยกัน

พอหิวแล้วเธอก็ไปทำอาหารกินภายในมณีวิญญาณ พอกระหายน้ำก็เอาน้ำออกมาจากในมณีวิญญาณ พอง่วงเธอก็เข้าไปนอนในมณีวิญญาณ เดิมทีเธอคิดจะนอนหลับภายในป่าเลย แต่เจ้าวิญญาณน้อยบอกว่าหลังจากหลับแล้วสติรับรู้ของมนุษย์จะค่อนข้างอ่อนแอ ถ้าหากถูกค่ายกลหลอนประสาทอีกครั้งก็ไม่แน่ว่าเธอจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้อีกคราได้

เธอไม่รู้ว่าตัวเองเดินอยู่ในป่านานเท่าใด ภายในป่ามืดทึบอยู่ตลอด และมีประกายสีเขียวเล็กน้อย ถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะมิได้มืด แต่เธอกินข้าวไปเจ็ดมื้อและนอนหลับไปตื่นหนึ่งแล้ว ต้องผ่านไปสองถึงสามวันแล้วแน่ๆ

“เย่ว์เย่ว์ ไม่เห็นจะพบดวงตาค่ายกลที่ไหนเลยนี่!” เมื่อหาดวงตาค่ายกลไม่เจอมาโดยตลอด เจ้าคำรามน้อยหดร่างกายลงอย่างท้อแท้ ก่อนจะเอนตัวลงบนหัวไหล่ของซือหม่าโยวเย่ว์

“เราจะต้องหาพบสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์เองทอดถอนใจอยู่บ้าง ที่นี่นอกจากใบไม้แล้วก็มีแต่ใบไม้ และระหว่างที่ค้นหาก็พบโครงกระดูกอื่นๆ อีกสองร่าง

“ค้นหาแบบตาบอดไปเช่นนี้ก็ไม่ใช่หนทางหรอก” เธอหยุดฝีเท้าลงแล้วพูดว่า “ในเมื่อเป็นดวงตาค่ายกลก็ต้องมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน หรือไม่ก็ต้องมีจุดที่พิเศษอยู่เป็นแน่ พวกเราไปสังเกตดูกันอย่างละเอียดสักรอบหนึ่งก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่”

พูดจบแล้วเธอก็ไปยังก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วนั่งลงสำรวจต้นไผ่และใบไม้ที่ร่วงอยู่บนผิวดินเหล่านี้ต่อไป

……………………

Related

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 31 ติดกับดักค่ายกลลวง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved