cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 273 ภรรยาของฉันรู้แจ้งแล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  4. ตอนที่ 273 ภรรยาของฉันรู้แจ้งแล้ว
Prev
Next

    ตอนที่ 273 :ภรรยาของฉันรู้แจ้งแล้ว

    

    ได้ยินเจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าไม่มาแล้ว เจียงเสี่ยวเฟิงก็เริ่มตื่นตระหนก

    

    “พี่ ไหนเราตกลงกันว่าผมจะรับผิดชอบแค่เรื่องดูแลโรงงานเท่านั้น ส่วนพี่จะรับผิดชอบเรื่องการขาย ทำไมพี่ถึงให้ผมดูแลร้านล่ะ ? ”

    

    “ผมกลัวว่าผมจะทำได้ไม่ดี ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า: “เมื่อก่อนนายก็เคยรับซื้อกุ้งเครย์ฟิชมาก่อนไม่ใช่หรือ มันก็คล้ายกันนั่นแหละ นายก็แค่ขายไปตามสถานการณ์”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงส่ายหน้า แล้วพูดว่า “มันไม่เหมือนกัน คนที่ผมรับซื้อกุ้งล้วนเป็นคนในเจียงวานทั้งนั้น ผมคุ้นเคยกับพวกเขาดี แต่……” จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่คิวยาวด้านนอก “คนเยอะขนาดนี้ ผมไม่รู้จักพวกเขาเลยสักคน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ได้แต่ทอดถอนใจ ในใจคิดว่าหากให้เจียงเสี่ยวเหลยมา เขาจะต้องรับปากดูแลร้านให้อย่างแน่นอน เขาจะไม่กลัวและไม่ขี้อายเหมือนเจียงเสี่ยวเฟิงแน่ ๆ

    

    พวกเขาทั้งสองเกิดมาจากแม่คนเดียวกัน ทำไมบุคลิกของพวกเขาจึงแตกต่างกันขนาดนี้นะ?

    

    ปัญหาใหญ่ของเจียงเสี่ยวเฟิงคือเขาไม่เก่งในการพูดคุยกับคนแปลกหน้า

    

    สิ่งนี้ส่งผลเสียต่อการพัฒนาธุรกิจในอนาคตของเขาอย่างมาก เจียงเสี่ยวไป๋ตบบ่าน้องชายและพูดอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้นายเป็นผู้จัดการโรงงานแล้ว และนายต้องทำหลายอย่างด้วยตัวเอง นี่เป็นโอกาสในการฝึก ฉันเชื่อว่านายทำได้”

    

    “อีกอย่าง ฉันต้องไปพบรองนายกเทศมนตรีจางบ่ายวันนี้ ฉันไม่อยู่ ถ้านายไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงมองไปที่พวกหลี่ลี่ทั้งหกคน สี่คนเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาและอีกสองคนเป็นลูกจ้าง ถ้าเขาทำไม่ได้ ก็ไม่มีใครทำได้จริง ๆ

    

    เขาพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “งั้น……ตกลง ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างพอใจและพูดว่า “พวกนายเปิดร้านถึงแค่สองทุ่มพอ พรุ่งนี้ค่อยมาเปิดร้านใหม่”

    

    พูดจบ เขาก็พูดเสริมว่า “หลังจากปิดร้านแล้ว สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือการนับสินค้าที่เหลือในร้าน เพื่อดูว่าพอเหลือขายสำหรับพรุ่งนี้ไหม สิ่งที่สองคือทำความสะอาดใบปลิวที่มีคนนำมาแลก แล้วจดว่าใบปลิวของใครดึงดูดลูกค้ามาได้เท่าไหร่ จากนั้นก็แจกใบปลิวคืนให้พวกเขาเพื่อไว้นำไปแจกต่อ”

    

    หลังจากแจกแจงงานแล้ว เขาหยิบเมล็ดแตงโม 5 รสไปหลายถุงแล้วออกจากร้านไป

    

    เขากลับมาถึงห้องทำงานโรงงานผลิตเครื่องปรุงรส หลินเจียอินจึงถามว่า “ทำไมคุณถึงกลับมาล่ะ ? วันนี้ร้านโยวผิ่นเปิดกิจการวันแรกไม่ใช่หรือ ทำไมคุณไม่อยู่ที่ร้านล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ “ที่ร้านมีเสี่ยวเฟิงดูแลอยู่ ผมกลับมากินข้าวกลางวันกับคุณไง”

    

    ต่อให้ฟ้าสูงแผ่นดินใหญ่ขนาดไหน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการอยู่เป็นเพื่อนภรรยาแล้ว

    

    หลินเจียอินมุ่ยปาก ทว่าในใจของเธอกลับรู้สึกหอมหวานอย่างบอกไม่ถูก

    

    “เสี่ยวเฟิงคอยดูแลร้านคนเดียว เขาจะไหวหรือ ? ”

    

    เห็นได้ชัดว่าหลินเจียอินรู้จักนิสัยของเจียงเสี่ยวเฟิงเช่นกัน เธอจึงถามด้วยความกังวล พอถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็นวันเปิดร้านโยวผิ่นวันแรก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่มีใครเกิดมาแข็งแกร่งเลย ผู้ที่แข็งแกร่งทุกคนล้วนถูกสถานการณ์บีบบังคับทั้งนั้น เสี่ยวเฟิงค่อนข้างขี้อาย ถ้าเราให้โอกาสเขาได้ฝึกตัวเองบ่อย ๆ เขาก็จะเติบโตขึ้น”

    

    หลินเจียอินพยักหน้ารับ เพราะมันก็เป็นเช่นนั้นจริง

    

    ขนาดเฉินหยวนเฉา ตอนแรกเขาก็ทำอะไรไม่เป็น แต่หลังจากที่เขาได้มีโอกาสฝึกฝนตนเองภายใต้คำแนะนำของเจียงเสี่ยวไป๋ ตอนนี้เขาสามารถดูแลทุกอย่างได้แล้ว

    

    “งั้นวันนี้เราจะไปกินข้าวกลางวันที่ไหนดี ? ” หลินเจียอินถาม

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ไปที่ถนนกวนโปแล้วกัน ที่อยู่ใกล้กับทางใต้ของเรา”

    

    หลินเจียอินเห็นด้วยทันที “ได้ ฉันฟังคุณ คุณให้ไปกินที่ไหน ฉันก็จะไปกินที่นั่น”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คุณจะไปตรวจสอบการบริหารร้านไม่ใช่หรือ เราไม่ได้ไปที่ร้านสาขา 13 บนถนนกวนโปมาเกือบเดือนแล้ว”

    

    หลินเจียอินหัวเราะ “ฉันนึกออกแล้ว คุณพูดถูก ตราบใดที่ยังมีระบบอยู่ เราก็ไม่จำเป็นต้องดูลูกน้องทำงานทุกวัน แค่สุ่มตรวจสอบเป็นครั้งคราวก็พอแล้ว”

    

    นับตั้งแต่เจียงเสี่ยวไป๋อธิบายเรื่องระดับของผู้บริหารให้เธอฟังในครั้งนั้น เธอก็ไม่เป็นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ที่หากไม่ไปตรวจสอบด้วยตนเองแล้วจะไม่วางใจ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มองหลินเจียอินด้วยความประหลาดใจ คิดไม่ถึงเลยว่าภรรยาของเขาจะเปิดใจแล้ว มันทำให้เขามีความสุขมากจริง ๆ

    

    “เอาล่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เราจะกินข้าวที่โรงอาหารของที่นี่”

    

    “กินกุ้งเครย์ฟิชทุกวันแบบนั้น ฉันหายอยากแล้ว”

    

    “เดี๋ยวผมจะให้เชฟหลิวทำอาหารบำรุงให้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋บอก

    

    โรงงานผลิตเครื่องปรุงรสมีคนงานประมาณสิบกว่าคน จึงมีโรงอาหารด้วย เมื่อก่อนเป็นเพราะหลินเจียอินอยากไปตรวจสอบที่ร้านสาขากุ้งอบน้ำมันทุกวัน พวกเขาถึงไม่ได้ไปกินข้าวที่โรงอาหาร

    

    ตอนนี้เธอคิดได้แล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ย่อมดีใจเป็นธรรมดา

    

    เขาชอบที่จะทำอาหารกินที่โรงอาหารมากกว่าไปกินที่ร้านทุกวัน จะได้ไม่ต้องขับรถกลับไปกลับมา แถมยังได้กินอาหารที่มีโภชนาการยิ่งกว่าด้วย

    

    เพราะถึงอย่างไร ร้านกุ้งอบน้ำมันก็ไม่ได้มีอาหารมากมายขนาดนั้น

    

    “ได้สิ ฉันฟังคุณ ! ”

    

    หลินเจียอินตอบด้วยรอยยิ้ม

    

    เฝิงเยี่ยนหงไม่คัดค้านและกล่าวว่า “ไม่ต้องให้เชฟหลิวทำอาหารให้เราโดยเฉพาะหรอก คนงานกินอะไร เราก็กินอันนั้นแหละ”

    

    แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

    

    พวกเธอสองคนกำลังตั้งครรภ์อยู่ จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องโภชนาการ

    

    พรุ่งนี้เขาจะเป็นคนจัดการเรื่องอาหารการกินของพวกเธอเอง วันนี้มันเที่ยงวันแล้ว ไปกินที่ร้านก่อนดีกว่า

    

    หลังจากกินข้าวกลางวันแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋เล่นหมากรุกเป็นเพื่อนเจียงชานกับหวังกังสักพัก เขาก็ได้รับสายจากติงจวิ้นเจี๋ย ทั้งสองนัดพบกันที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร

    

    ในตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋มาถึง ติงจวิ้นเจี๋ยก็มารออยู่ก่อนแล้ว

    

    “เมล็ดแตงโม 5 รสของคุณเป็นที่นิยมอีกแล้ว ! ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยมองดูกลุ่มคนที่เข้าคิวยาวเหยียดพลางพูดด้วยความทึ่ง

    

    “ขอให้สมพรปากคุณนะ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยพูดติดตลกว่า “รอให้ท่านรองนายกกลับมาแล้ว พอเขามาเห็นว่ากิจการเมล็ดแตงโมของคุณไปได้ดีขนาดนี้ คุณคิดว่าเขาจะชมหรือหมั่นไส้คุณกันนะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หมดคำจะพูด

    

    เพราะโครงการโรงงานเมล็ดแตงโมเป็นโครงการที่หลุดมือของรองนายกเทศมนตรีจาง และถูกพ่อตาของเจียงเสี่ยวไป๋แย่งไปตั้งโรงงานที่เจี้ยนหยางแทน

    

    เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่สำคัญ

    

    แต่บังเอิญวันนี้ร้านโยวผิ่นเปิดทำการวันแรก คนจึงมาเข้าแถวรอรับเมล็ดแตงโม 5 รสฟรี

    

    รองนายกเทศมนตรีจางเดินทางไปเจียงเฉิงเพื่อทำธุระให้เจียงเสี่ยวไป๋โดยเฉพาะ และเมื่อเขากลับมาและเห็นฉากนี้ ไม่รู้ว่ารองนายกเทศมนตรีจางจะคิดอย่างไร !

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ทำหน้าเหยเก เขาหัวเราะและตบไหล่เขา “ผมล้อเล่นน่ะ ท่านรองนายกเทศมนตรีจางไม่ถือสาหรอก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเจื่อน

    

    ดูเหมือนว่าเขาจะเลือกวันเปิดกิจการได้ไม่ดีนัก

    

    ต่อไปนี้ เขาคงต้องใส่ใจกับรายละเอียดเหล่านี้แล้ว

    

    ใครว่าคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องใหญ่จะไม่ยึดติดกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะแท้จริงแล้วคนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องใหญ่ ๆ มักจะให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กน้อยมากกว่า

    

    “ขอบคุณที่เตือนผม”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว

    

    ถ้าติงจวิ้นเจี๋ยไม่พูดถึง เขาคงไม่คิดเรื่องนั้นจริง ๆ

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยหัวเราะ เจียงเสี่ยวไป๋ฟังคำเตือนของเขา แล้วเตรียมใจให้พร้อมก็พอแล้ว เขาพูดพึมพำว่า “รออยู่ตรงนี้เฉย ๆ คงเบื่อแย่ ไม่สู้คุณไปเอาเมล็ดแตงโม 5 รสมา พวกเราแทะเมล็ดแตงโมไปด้วยรอท่านรองนายกไปด้วยดีไหม ? ”

    

    ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เขากินเมล็ดแตงโม 5 รสไป เขาก็เริ่มคิดถึงรสชาติของมันแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะแล้วหยิบถุงเมล็ดแตงโม 5 รสออกมา “ผมเตรียมไว้แล้ว ! ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยดีใจมาก เขารีบหยิบไปเปิดถุงและเริ่มกินอย่างอร่อย

    

    อร่อยมาก !

    

    ยังหอมอร่อยเหมือนเดิม ! !

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คว้าไปกำมือหนึ่งด้วย และทั้งสองก็เริ่มพูดคุยกันขณะกินเมล็ดแตงโม

    

    ติงจวิ้นเจี๋ย “ทำไมคุณทำธุรกิจอะไรก็ขายดิบขายดีไปหมดเลยล่ะ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คิดกับตัวเองว่า: ฉันผู้กลับมาเกิดใหม่จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจเป็นอย่างไร ?

    

    แต่เขาพูดสิ่งนี้ออกมาไม่ได้

    

    เขาหัวเราะแล้วพูดว่า “การทำธุรกิจต้องใช้คำสามคำนี้ ‘ยอมสละ’ เราต้องยอมสละก่อน แล้วถึงเก็บเกี่ยวภายหลัง”

    

    “ผมแจกเมล็ดแตงโม 5 รสให้พวกเขาฟรี คนที่มารับย่อมมีเป็นจำนวนมาก”

    

    “แบบนี้เรียกว่าการสร้างแรงดึงดูดให้กับร้าน”

    

    “หากเราสร้างแรงดึงดูดให้ร้าน มันก็ไม่ยากแล้วที่ร้านของเราจะกลายเป็นที่นิยม”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยพยักหน้า “เราทุกคนต่างเข้าใจว่าต้องสละก่อนถึงจะได้รับคืนมา แต่เมื่อลงมือทำจริง จะมีสักกี่คนที่ทำได้ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พูดง่ายกว่าทำ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยเชื่ออย่างสุดใจ ก็เหมือนคำพูดที่ว่าเรารู้ความจริงมากมาย แต่ก็ยังใช้ชีวิตดี ๆ ไม่ได้ นั่นเพราะเราเข้าใจความจริงดี แต่มีน้อยคนนักที่จะเข้มงวดกับตัวเองได้จริง ๆ และนำความจริงเหล่านั้นมาปฏิบัติจนเกิดผล

    

    ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนต่างก็มีความปรารถนา ต่างละโมบในความสุขสนุกของตนเอง

    

    พูดอย่างสรุปก็คือ ผู้คนจะตามใจตัวเองได้ง่ายกว่ามีวินัยในตนเอง

    

    ขณะที่ทั้งสองพูดคุยกัน เวลาก็ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว และในไม่ช้าก็เป็นเวลาบ่ายสามโมง

    

    เดิมทีรถโดยสารรับส่งที่รองนายกเทศมนตรีจางขึ้นมาจะต้องถึงที่สถานีตอนบ่ายสามโมง แต่ในเวลานี้ยังไม่มีแม้แต่เงาของรถโดยสาร

    

    “น่าจะมาช้าหน่อย ! ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วพูด

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ: “ไม่เป็นไร รอต่อไป แต่หวังว่ารถจะไม่มาช้าเกินไป”

    

    ในยุคนี้ สภาพถนนไม่ดี เป็นเรื่องปกติที่รถโดยสารจะล่าช้าไปบ้าง

    

    อีกทั้งยังไม่มีการติดต่อกันด้วยโทรศัพท์มือถือ หากรถโดยสารยังไม่เข้ามาจอดที่สถานี พวกเขาก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ารถมาถึงไหนแล้ว

    

    ทั้งสองยังคงคุยกันต่อไปในขณะที่กินเมล็ดแตงโมไปด้วย

    

    กระทั่งเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง รถโดยสารที่ระบุไว้ข้างตัวรถว่า “เจียงเฉิง↔ชิงโจว” ก็ได้ค่อย ๆ ขับเข้ามาจอดในสถานีขนส่ง

    

    “มาแล้ว ! ”

    

    ติงจวิ้นเจี๋ยเก็บเมล็ดแตงโม 5 รสที่ยังเหลืออีกครึ่งถุงใส่กระเป๋า แล้วปรบมือไล่เศษเปลือกเมล็ดแตงโม พลางพูดขึ้นมา

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ก็รีบเก็บเมล็ดแตงโมที่ยังกินไม่หมดเข้าไปในกระเป๋า และตบมือของเขาให้สะอาด

    

    อีกเดี๋ยวเขาต้องจับมือทักทายรองนายกเทศมนตรีจาง

    

    อืม สิ่งสำคัญคือเขาต้องรีบถามทันทีว่ารถบรรทุก 40 คันที่เขาขอได้รับการอนุมัติหรือไม่

    

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 273 ภรรยาของฉันรู้แจ้งแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved