cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 305 สตรีสองนาง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 305 สตรีสองนาง
Prev
Next

บทที่ 305 สตรีสองนาง

บทที่ 305 สตรีสองนาง

ทันทีที่แสงแรกของเช้าวันรุ่งขึ้นสาดส่อง หลังจากอาบน้ำอาบท่าแล้วเฉินซีและมู่ขุยได้ออกจากโรงเตี๊ยม ณ ขณะนั้นเมืองนภาครามก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมาพักใหญ่ ตามถนนหนทางที่กว้างขวางมีผู้บ่มเพาะจำนวนมากมายเดินขวักไขว่ไปมา มองเผิน ๆ จะเหมือนกับกระแสน้ำสีดำจากทุกสารทิศไหลมาบรรจบในที่เดียวกัน

ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นต้องสอบถามเส้นทาง เพราะเฉินซีสามารถเดินตามผู้คนที่หลั่งไหลเพื่อไปถึงใจกลางเมืองนภาคราม ที่นั่นมีทะเลสาบกว้างใหญ่ซึ่งกินอาณาบริเวณนับพันลี้ ขณะนั้นเหนือทะเลสาบขึ้นไปมีการสร้างเป็นลานขนาดใหญ่โตโอฬารไว้ก่อนแล้ว บนนั้นคือสังเวียนประลองจำนวนสิบแปดสังเวียน

ลานนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของทะเลสาบ เพื่อให้สามารถรองรับผู้คนนับหมื่นที่มาชมการต่อสู้ประลองได้ พื้นลานปูด้วยโลหะเคลือบเงาสีดำ บนพื้นผิวยังประกอบด้วยค่ายกลป้องกันที่ปรมาจารย์ค่ายกลยันต์อักขระสร้างไว้มากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งสามารถต้านทานการโจมตีผู้บ่มเพาะขอบเขตสถิตกายาได้เป็นอย่างดี เวทีประลองทั้งสิบแปดสังเวียนจึงแข็งแกร่งมาก และเวลาประลอง ผู้เข้าแข่งขันทุกคนก็ไม่ต้องกังวลว่าอาจมีพลังบางอย่างรั่วซึมออกมาหรือเกรงสถานการณ์ที่เวทีอาจพังถล่ม

ดูเหมือนที่นี่จะเต็มไปด้วยฝูงชนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ผู้คนเบียดเสียดยัดเยียดจนจำกัดการมองเห็นของพวกเขา ขณะเดียวกันเสียงโห่ร้องที่เอ็ดอึงดังสนั่นขึ้นไปบนฟ้าทำให้ชั้นก้อนเมฆกระจัดกระจายด้วยแรงสะเทือน

“หึ! แล้วไง…ถ้าผ่านการประลองตัวต่อตัวในรอบแรกไปได้ ผู้บ่มเพาะที่สามารถชนะติดต่อกันสิบรอบรวดก็ไม่ได้ยาก หรือบางคนอาจรวดเดียวยี่สิบรอบก็เป็นได้ แต่เรื่องที่จะชนะต่อเนื่องสามสิบรอบนี่สิยากเอาการ”

“จริงด้วยสิ ดูจำนวนครั้งของชัยชนะที่ได้รับ กระบวนท่า พลังบ่มเพาะ ระดับความเข้าใจเต๋าแห่งการต่อสู้ รวมทั้งการอ่านกลยุทธ์การต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างเด็ดขาด จะทำให้คนอื่นที่มีพลังระดับเดียวสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้”

“แบบนี้การชนะติดต่อกันถึงหนึ่งร้อยรอบจะไม่ยิ่งยากเข้าไปอีกหรือ”

“ไม่ใช่แค่ยากธรรมดา ๆ ต้องบอกว่ายากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก ข้าฟังมาจากผู้บ่มเพาะรุ่นเก่า ๆ พวกเขาบอกว่าใช้ในการชุมนุมธารทองครั้งก่อน ถ้าผลมีผู้ชนะที่ชนะรวดหนึ่งร้อยรอบติดต่อกันสักสองสามคนถือว่าไม่เลวเลย”

“อ๋อ! เห็นเขาว่าผู้บ่มเพาะที่ได้รับชัยชนะหนึ่งร้อยรอบติดต่อกันจะได้รั้งอันดับหนึ่งร้อยคนของการชุมนุมดาวรุ่งในปีหน้าด้วยนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นอย่าบอกนะว่าผู้บ่มเพาะที่รั้งอันดับหนึ่งร้อยคนของการชุมนุมดาวรุ่งเป็นพวกพิสดารน่ะ”

“ก็ทำนองนั้น ถึงอย่างไรโลกนี้ไม่มีวันขาดแคลนอัจฉริยะและยอดฝีมืออยู่แล้ว”

ในขณะที่เฉินซีกำลังต่อแถวนั้น เขาแอบได้ยินบทสนทนาของคนที่อยู่รอบข้าง แต่ไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เป้าหมายของชายหนุ่มไม่ได้จำกัดอยู่ที่การชุมนุมธารทองหรือการชุมนุมดาวรุ่งเท่านั้น ดังนั้นคำพูดเหล่านี้จึงไม่ส่งผลให้เขาเสียสมาธิแต่อย่างใด

ต่อมาไม่นาน เฉินซีก็เดินเข้าสู่บริเวณที่จะจัดการชุมนุมธารทองในรอบคัดเลือก

เขามองเห็นสังเวียนการประลองทั้งหมดสิบแปดสังเวียน ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยบริเวณที่เป็นพื้นที่ของผู้เข้าชม บัดนี้มันเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เข้ามาก่อนหน้านั้นแล้วจำนวนมาก เสียงอึกทึกดังหนวกหูเคล้าไปกับเสียงสนทนาเหมือนจะก้องไปทั่วทั้งชั้นฟ้า

ทั้งที่เฉินซีไม่ได้มาช้าแต่อย่างใด ทว่าที่นั่งด้านหน้ารวมทั้งที่นั่งตรงกลางต่างเต็มเสียแล้ว และเหลือเพียงที่นั่งซึ่งอยู่ห่างออกไปที่ยังว่างอยู่

การจัดที่นั่งของที่นี่จัดว่ามีศิลปะอย่างแท้จริง ด้วยที่นั่งมุมดีจะสามารถมองเห็นการแข่งขันบนเวทีประลองได้ทั้งหมด เชื่อได้ว่าผู้เข้าชมจะไม่พลาดส่วนที่น่าสนใจของการประลองอย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้นคนอื่นยังจะได้โอกาสเรียนรู้อีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ อาทิเช่น ทักษะการต่อสู้ กลยุทธ์และอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เฉินซีสนใจ เขากำลังกวาดสายตามองหาที่นั่งที่ห่างออกไป จากนั้นพลันสังเกตเห็นสตรีผู้หนึ่งทำท่าโบกไม้โบกมือเรียกมาจากที่นั่งด้านหน้า

สตรีสวมผ้าคลุมดำ คิ้วเรียวเข้มและนัยน์ตาเป็นประกายดั่งดวงดาว ผิวขาวราวกับปุยหิมะ เรือนร่างบอบบางทว่าทรงเสน่ห์ หน้าผากกลมมนเกลี้ยงเกลาบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในตัวเองและสติปัญญาของเจ้าตัว… แม่นางย่าชิงแห่งหอขุมทรัพย์สวรรค์

“ท่านก็มาด้วยหรือ” เฉินซีเดินตรงเข้าไปหาก่อนจะเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

“คิดว่าเป็นท่านมาได้คนเดียวหรือไร เร็วเข้า…รีบนั่งลง” ย่าชิงชี้ไปตรงที่นั่งว่างข้างตัวนาง ดูเหมือนว่านางตั้งใจจะเก็บที่นั่งตรงนี้ไว้ให้เฉินซีอยู่แล้ว

“นายท่านไปนั่งกับนางเถอะขอรับ ส่วนข้าจะไปหาที่นั่งที่อื่น” มู่ขุยเป็นผู้มีไหวพริบ เขาพูดไม่ทันขาดคำก็หายตัวเข้าไปในฝูงชนเสียแล้ว

ชายหนุ่มจึงทรุดตัวลงนั่งทันทีอย่างมั่นใจพลางหันไปมองรอบข้างก่อนจะพูดยิ้ม “ที่นั่งตรงนี้ไม่เลวเลย ตั้งอยู่ตรงกลางพอดีทำให้มุมมองกว้างไกล พอจะพิจารณารายละเอียดบนเวทีประลองได้ครบทั้งสิบแปดสังเวียนอย่างชัดเจนทีเดียว”

จากนั้นเขาก็หันกลับมาถามคนนั่งข้าง “จริงสิ ท่านก็มาร่วมประลองด้วยหรือ”

“มิได้ ข้าแค่ผ่านมาจึงแวะเข้ามาชมเท่านั้น นับจากวันที่เราพบกันโดยบังเอิญตอนนั้น ท่านคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญอย่างนั้นหรือ” ริมฝีปากอิ่มสีแดงของย่าชิงคลี่ยิ้มเล็กน้อยขณะจีบปากจีบคอพูด เผยให้เห็นไรฟันยิ่งทำให้น่ารักชวนมอง

“ก็มันบังเอิญจริง ๆ นี่” เฉินซีพยักหน้าง่าย ๆ

“อย่างนี้เขาเรียกว่าพรหมลิขิต…ฟ้าลิขิตให้พวกเราได้พบกันไม่ว่าใครก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้” ย่าชิงจ้องหน้าชายหนุ่มตรง ๆ ดวงตาเป็นประกายพราวราวกับแสงดาวของนางสื่อความหมายที่เข้าใจได้ยาก

“อะแฮ่ม…” ซินฮวนผู้มีรูปลักษณ์ธรรมดาซึ่งนั่งติดกับย่าชิง เมื่อได้ยินเข้าถึงกับขยับนั่งตัวตรง ทั้งยังอดทำเสียงกระแอมออกไปเบา ๆ ไม่ได้พลางนึกในใจ ‘สตรีผู้นี้พูดปดได้หน้าตาเฉย ใครกันเล่าพอรู้ว่าเฉินซี กำลังมาร่วมการชุมนุมธารทองก็รีบแจ้นมาในชั่วข้ามคืนทันที…’

ฝ่ายชายหนุ่มฟังแล้ว แม้เขาจะรู้ถึงความนัยแห่งคำพูดนั้นเป็นอย่างดี ทว่าเขาก็ไม่อาจสนองตอบได้ ด้วยจะทำให้อีกฝ่ายคิดและจินตนาการเตลิดเปิดเปิงกันไปใหญ่ ดังนั้นจึงได้แต่เสเปลี่ยนเรื่องพูดคุยและมองเลยไปทางซินฮวนพลางเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “เขาผู้นี้คือ…”

“อ๋อ เขาเป็นผู้ติดตามของข้า ช่างเถอะ คิดเสียว่าเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน” ย่าชิงยกยิ้มที่มุมปาก สายตาตวัดไปทางซินฮวนโดยมิได้กราดเกรี้ยวแต่อย่างใด ทั้งที่นึกตำหนิอีกฝ่ายอยู่ในใจโทษฐานที่มาขัดจังหวะ ‘เรื่องดี’ ของนาง

เฉินซียิ้ม จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีก เขามีหรือจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าชายวัยกลางคนที่มีลักษณะภายนอกธรรมดาคนนี้เป็นผู้บ่มเพาะที่ไม่ชอบทำตัวโดดเด่น แต่ในเมื่อย่าชิงไม่พูดถึง ครั้นเขาจะถามก็คงไม่ดีนัก

“คู่ต่อสู้ในรอบแรกของเจ้าต้องเจอกับชิวเยี่ยน คนผู้นี้มีนิสัยชั่วเมื่อคืนที่ภัตตาคารบุปผามุก ข้าได้ยินเขาพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับตัวท่านด้วย เจ้าต้องสั่งสอนให้มันได้รู้สำนึกเสียบ้าง” ย่าชิงกระซิบ “คงไม่ต้องบอกนะว่าข้าเดิมพันข้างท่านเอาไว้ด้วยโอสถกลั่นแรกเริ่มหนึ่งแสนเม็ด เพราะฉะนั้นถ้าท่านแพ้จะต้องชดใช้ให้ข้าด้วย!”

คนฟังเลิกคิ้วขณะย้อนถามกลับทันที “แต่ข้าไม่ได้ขอให้ท่านเดิมพันให้ข้าชนะไม่ใช่หรือ”

“ถ้าเช่นนั้นหมายความว่า ถ้าแพ้ท่านจะไม่ชดใช้ให้ข้าสินะ” สตรีทำหน้าน่าสงสารขณะเม้มริมฝีปากเคลือบสีแดงปลั่งดั่งผลเชอร์รีจนแน่น

“ได้ ๆ ข้าจะชดเชยให้” เฉินซีลอบถอนใจขณะเดียวกันก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกออย่างไรพิกล สตรีคนนี้จะเอาอย่างไรแน่ นางไม่เหมือนคนอื่นอย่างกับเด็กที่ถูกตามใจจนเคยตัวกระนั้น

“แน่ใจนะว่าจะชดเชยให้ข้า” ย่าชิงเน้นคำว่า ‘ชดเชย’ ถามมาอีก

“จริง!” ชายหนุ่มพยักพเยิดตอบ โดยไม่ได้นึกถึงความนัยในคำพูดของนางอย่างสิ้นเชิง

“เต็มใจแน่นะ”

“แน่” เฉินซีชักปวดกบาลตงิด ๆ ก่อนจะหันไปย้อนถามอย่างงงงัน “เจ้า…แล้วนี่เป็นอะไรไป”

“ข้ามีความสุขที่สุดที่รู้ว่าเจ้าเต็มใจจะชดใช้ให้ข้าน่ะสิ” ย่าชิงหัวเราะคิก ดวงตาแจ่มกระจ่างดั่งแสงดาวทั้งสองกะพริบวิบวับทำให้ยิ่งสวยงามและมีเสน่ห์ จนคนข้าง ๆ ถึงกับตะลึงพานให้จิตใจเตลิดเปิดเปิงล่องลอยไปไหนต่อไหน

ชายหนุ่มตอบสนองต่อปฏิกิริยาดังกล่าวทันที เมื่อมีกระแสบางอย่างอันยากจะอธิบายพุ่งขึ้นมากลางจิตใจที่เคยสงบนิ่งของเขา เป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยและบอกไม่ถูกเพราะเขาเองก็จนด้วยคำพูดอย่างแท้จริง

“อ้าว เฉินซี เจ้าก็มาด้วยหรือ ช่างบังเอิญนัก” ทันใดนั้นเสียงสูงต่ำราวกับเสียงของดนตรีอีกชนิดก็ดังขึ้นมาพร้อมกับสตรีผู้มีใบหน้าสวยและสวมเครื่องแต่งกายสีฟ้าอ่อนปรากฏตัวออกมา บนศีรษะมวยผมขึ้นไปจนเรียบกริบ กำลังเดินตรงมาด้วยกิริยาแช่มช้อยงดงาม

“เอ๊ะ แม่นางเจิ้น” น้ำเสียงของเฉินซีบ่งบอกถึงความแปลกใจ ที่แท้นางก็คือเจิ้นหลิวชิงซึ่งเคยพบกันในขุมสมบัติของเฉียนหยวน เขาจึงรู้สึกยินดีที่ได้พบนางอีกครั้ง แต่ทั้งสองคนไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัวจึงไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันและเกรงว่านางจะเห็นเขาเป็นเพียงคนเคยคุ้นที่เหมือนคนแปลกหน้าเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่านางจะเป็นฝ่ายริเริ่มเข้ามาทักทายก่อน

ที่น่าประหลาดใจที่สุดในความรู้สึกของเฉินซีคือที่นั่งของเจิ้นหลิวชิงอยู่ติดกับเขาทางด้านขวามือ ซึ่งเดิมเป็นที่นั่งของผู้บ่มเพาะทั่วไปคนหนึ่งแต่บัดนี้ไม่รู้ว่าเจ้าของที่หายหัวไปไหนเสียแล้ว

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ย่าชิงนั่งอยู่ทางซ้ายของเฉินซี ส่วนเจิ้นหลิวชิงนั่งอยู่ทางขวามือ จนดูเหมือนเขาเป็นชายหนุ่มที่รายล้อมไปด้วยอิสตรี ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองนางยังมีความแตกต่างกัน เรียกว่าแต่ละคนสวยไปคนละแบบไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ ภาพที่ปรากฏขึ้นจึงดึงดูดสายตาของพวกอิจฉาตาร้อนให้จับจ้องมายังชายหนุ่มอย่างอยากให้เขาตาย ๆ ไปเสียเพื่อที่มันจะได้เข้าไปนั่งแทนที่…

“เจ้าคือเจิ้นหลิวชิงจากตำหนักวารีหมอกแห่งทะเลตะวันออกใช่ไหม” คนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ย่าชิงหวีเส้นผมเก็บที่ข้างใบหูและขยับนั่งตัวตรงเรียกความมั่นใจในตัวเอง

“เอ๊ะ รู้จักข้าด้วยหรือ” เจิ้นหลิวชิงเหยียดมุมปาก เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ

“ถ้าจำไม่ได้ ข้าคงไล่ตะเพิดคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปนานแล้วสิ” ย่าชิงยกยิ้มที่มุมปาก ทว่ากลับทำให้ดูมีเลศนัยว่าคนพูดตั้งใจจะหยอกเล่น

เจิ้นหลิวชิงชะงักก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะ “ข้าก็รู้สึกเหมือนกับเจ้าเลย แต่กลับไม่คิดที่จะทำอย่างนั้นเพราะข้ากับเฉินซีเคยรู้จักกันมาก่อน”

“อ้อ เช่นนั้นพวกเราก็เหมือนกันสินะ” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“ไม่เหมือน” จากนั้นเจิ้นหลิวชิงก็กล่าวต่อทันทีด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าไม่ได้ไล่ข้าเพราะรู้จักข้า ส่วนข้าไม่ได้ไล่เจ้าเพราะข้ากับเฉินซีรู้จักกัน สองอย่างนี้แตกต่างกันสิ้นเชิง”

“เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าหรือ” ย่าชิงพูดเสียงเรียบเรื่อย

“แล้วกล้าไหมเล่า” คนตรงข้ามย้อนถาม

ยามนั้นบรรยากาศชักจะไม่เข้าทีเสียแล้ว!

ในขณะที่สตรีสองนางตอบโต้กันนั้น เฉินซีนั่งมองด้วยความฉงนว่าเหตุใดพวกนางจึงโต้เถียงโดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้ จะเป็นไปได้ไหมว่าพวกนางอาจเคยกระทบกระทั่งกันด้วยเรื่องราวแต่หนหลัง

ไม่ถูกต้องอยู่ดี ฟังจากคำพูดของย่าชิงแสดงว่านางกับเจิ้นหลิวชิงไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน

อาจเป็นเพราะ…ข้าอย่างนั้นหรือ

เฉินซีนิ่งงันด้วยความตกใจที่ว่าตนเองคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไร้สาระ จากนั้นก็หันกลับไปตั้งจิตทำสมาธิเหมือนพวกนักพรตนักบวชเห็นจะดี ‘ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งกับสตรีสองนางที่กำลังโต้เถียงชิงดีชิงเด่นกัน’

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อต่อมาย่าชิงหันขวับไปทางเฉินซีและยิงคำถามมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม “เฉินซี แล้วท่านล่ะ คิดว่าข้ากล้าหรือไม่”

คนถูกถามแอบถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ข้ามาวันนี้เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมธารทอง…ไม่ได้จะมาเป็นคนตัดสินให้ใครสักหน่อย…’

“ข้าตอบให้ก็ได้” แววตาแจ่มกระจ่างของเจิ้นหลิวชิงเหลือบมองเฉินซีแวบหนึ่ง จากนั้นนางจึงพูดต่อไปว่า “เขากำลังคิดว่าจะตอบอย่างไรให้เราต่างสบายใจ ส่วนเจ้าอาจจะไม่อยากได้ยินคำตอบนั้นก็ได้”

“ใครขอให้เจ้าตอบ” เมื่อได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย ย่าชิงก็ชักสีหน้าเปลี่ยนจากความอายเป็นเคืองใจขึ้นมาทันที นางชำเลืองตามองเจิ้นหลิวชิงก่อนจะเบนสายตาไปทางเฉินซี “ตอบมา…ข้าอยากฟังคำตอบของเจ้า”

เสียงคาดคั้นทำให้เฉินซีครุ่นคิดซ้ำ ๆ อีกทั้งยังทบทวนอยู่หลายตลบจากนั้นจึงพูดช้าชัด “ข้ากับเจิ้นหลิวชิงพบกันครั้งเป็นครั้งที่สอง และเพิ่งได้พูดคุยด้วยเป็นครั้งแรก”

ชายหนุ่มตอบแบบเลี่ยง ๆ แต่กลับทำให้ย่าชิงที่ได้ยินและมีสีหน้าบูดบึ้งขึ้งโกรธเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง และกลายเป็นแววตาสดชื่นร่าเริงออกมาแทน

ตรงกันข้ามกับเจิ้นหลิวชิง แม้สีหน้าจะเฉยเมยและเยือกเย็น ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่าแววตาของนางวูบไหวไปเล็กน้อย

“และก็…ข้ากับเจ้า…แม่นางย่าชิงก็เพิ่งจะพบกันครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเหมือนกัน” เฉินซีไม่ได้หันไปมองหน้าย่าชิงก่อนที่เขาจะพูดต่อมา “เอาล่ะ ข้าพูดในสิ่งที่ควรพูดจบแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะไปประลองเสียที ผู้จัดการเวทีประลองกำลังขานชื่อของข้าอยู่พอดีเชียว”

ว่าแล้วเฉินซีก็รีบผุดลุกขึ้นจากที่และเดินตรงไปที่สังเวียนประลองทันที

สิ่งนี้ทำให้สองสตรี ย่าชิงและเจิ้นหลิวชิงชะงักงันพร้อมกันและต่างพยายามเงี่ยหูฟัง มีการขานชื่อของเฉินซีบนเวทีประลองซึ่งอยู่ไกลออกไปอย่างนั้นหรือ

ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันอย่างหัวเสียเพราะมัวแต่ทะเลาะวิวาทกันจึงเป็นเหตุให้หลงลืมสถานการณ์รอบข้างเสียสนิท ไม่น่าเลยจริง ๆ…

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 305 สตรีสองนาง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved