cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 292 กรรมตามสนอง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 292 กรรมตามสนอง
Prev
Next

บทที่ 292 กรรมตามสนอง

บทที่ 292 กรรมตามสนอง

หนิงอี้ หลัวกุ้ย และซิวซานเหนียงมีประสบการณ์การลอบสังหารมากมาย ดังนั้นเมื่อพวกเขาโจมตีเต็มกำลัง ไม่เพียงแต่มันจะมีพลังทำลายล้างที่น่าตกใจ แต่ยังทำได้ดั่งใจหมาย สกัดการเคลื่อนไหวทั้งหมดได้อย่างเงียบเชียบ การควบคุมพลังของพวกเขาบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว

ในชั่วพริบตา ห้องที่เฉินซีพักอยู่ก็พังยับเยิน มันเต็มไปด้วยรอยร้าวนับไม่ถ้วน ไร้สิ่งใดสมบูรณ์เหลืออยู่ จริง ๆ แล้วหากทั้งสามคนไม่อาจคุมพลังตนได้ แค่แรงระเบิดก็มากพอจะทำลายโรงเตี๊ยมทั้งหลังได้แล้ว

“โอ้ ให้ข้าดูหน่อยซิว่าเหยื่อตัวน้อยของเราตายสนิทหรือยัง นายน้อยใหญ่สั่งให้เรานำศพเขากลับไปด้วยถึงเขาจะตายแล้วก็เถอะ” หลัวกุ้ยผู้มีแผลเป็นมองไปยังห้องที่เงียบสนิท จากนั้นก็เดินเข้าไปพร้อมถูมือไปด้วย

“เจ้าวิปริตบัดซบนั่นกระทั่งศพก็ยังสนใจนัก” ซิวซานเหนียงสบถด้วยความขยะแขยงแล้วเข้าไปในห้องกับหนิงอี้

‘หืม? มีบางอย่างผิดปกติ ทำไมข้าหาศพเขาไม่เจอ ไม่มีแม้แต่รอยเลือดด้วยซ้ำ… หรือไอ้หนูนั่นถูกแรงโจมตีเราซัดจนร่างระเหยไปแล้ว?’ หลัวกุ้ยค้นทุกซอกทุกมุมห้อง แต่ก็ไม่พบร่องรอยเศษชิ้นเนื้อและศพไร้แขนขาอย่างที่คาดหวัง จึงรู้สึกงุนงงนัก

“ระเหยหรือ? ถึงจะระเหยไป แต่คลังสมบัติมิติก็ยังอยู่ใช่ไหมเล่า?” ซิวซานเหนียงหัวเราะเยาะ

“ขอให้ทุกคนค้นหาให้ดี กระทั่งผู้บ่มเพาะขอบเขตจุติก็อาจบาดเจ็บได้หากจู่ ๆ ถูกเราโจมตีเต็มแรงเข้าไปเช่นนี้อย่างไม่รู้ตัว หากไม่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เจ้าเด็กนั่นไม่รอดแน่” หนิงอี้พูดเสียงขรึม

ทันทีที่พวกเขาทั้งสามคนเคลื่อนไหว แสงหนึ่งก็พลันเปล่งออกมาในอากาศ ส่วนเสียงก็เบาจนฟังไม่ออก คล้ายกับเสียงใบมีดคมกริบเฉือนผ่านกระดาษแผ่นบาง

ทว่าสีหน้าของพวกเขากลับทะมึนลงพร้อมกัน

“ระวัง!” ดวงตาของหนิงอี้พลันหรี่ลงเล็กจนเหมือนเข็มสองเล่ม เขาเห็นแสงกระบี่ที่จางจนแทบมองไม่ออกพลันปรากฏห่างจากลำคอของหลัวกุ้ยไม่เท่าไร ราวกับมันหายตัวมาแล้วซัดเข้าหาอย่างดุดันอย่างไรก็อย่างนั้น

ฉัวะ!

รวดเร็วเหนือใคร!

เมื่อถูกโจมตีฉับพลัน หลัวกุ้ยไม่อาจตอบสนองทัน ลำคอจึงถูกกระบี่กรีดไปทันใด

ในเวลาเดียวกัน กระบองหนามสีดำขนาดมหึมาที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งแหลมคมเย็นยะเยือกก็พุ่งผ่านอากาศและซัดเข้าใส่ซิวซานเหนียง มันเร็วมากจนเกิดภาพซ้อนทับ รุนแรงดั่งทุ่มขุนเขาลงมา แต่กลับรวดเร็วนัก มันซัดเข้ามาอย่างดุดันเกินทน ถึงขั้นอากาศแยกดินแดนถล่ม

ซิวซานเหนียงที่สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติมานานแล้วจึงเผยทักษะนักฆ่าออกมาเต็มที่ นางยกสมบัติวิเศษที่มีรูปร่างคล้ายกระจกที่มีคุณสมบัติในการป้องกันที่คละเคล้าไอสีแดงขึ้นมาเบื้องหน้าอย่างไม่ยั้งคิด

ผัวะ!

เสียงปะทะหนักหน่วงดังขึ้น ร่างเล็กของซิวซานเหนียงราวกับถูกภูเขากระแทกอย่างแรง ทำเอานางซวนเซยืนไม่มั่นคง แต่นางก็ไม่ได้อ่อนแอ ทั้งยังมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์สูงมาก นางกลิ้งไปข้างหลังพร้อมแรงกระแทก เกือบหลบแรงกระแทกน่าผวาที่ซัดเข้าหาร่างไม่ได้

“หลัวกุ้ย ซิวซานเหนียง พวกเจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” หนิงอี้ระแวดระวังรอบกาย ขณะปล่อยกลิ่นอายพลังน่ากลัวออกมา ทว่าในใจรู้สึกตกใจยิ่ง แสงกระบี่และกระบองหนามจู่ ๆ ก็ซัดเข้ามา และพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อถูกเป้าหมาย!

การโจมตีที่จู่ ๆ ก็มาและหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้จะไม่ทำให้หวาดกลัวในหัวใจได้อย่างไรกัน?

หนิงอี้พลันใจหล่นวูบ

“ข้าสบายดี” สีหน้าของซิวซานเหนียงดูประหลาดใจและงุนงงเมื่อมองรอบกาย เหมือนนกตกใจเสียงธนู ภายใต้การถูกศัตรูโจมตีเช่นนี้ วิชาคลื่นจิตสะท้อนที่นางภูมิใจนักหนาได้สูญเสียผลอันน่าอัศจรรย์ไปครั้งแรก ไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง

“จะเกิดอะไรขึ้นกับข้าได้อย่างไร? จะสังหารข้าไม่ง่ายนักหรอก แปลงศพ!” จังหวะนั้นเอง หลัวกุ้ยที่ถูกใบมีดบั่นคอก็พลันเปล่งเสียงดุร้ายเกรี้ยวกราดออกมา

ตู้ม!

ทันใดนั้น ร่างกายของหลัวกุ้ยพลันระเบิดออกเป็นสามส่วน ส่วนตรงกลางลำคอที่ถูกบั่นนั้นได้ตายไปนานแล้ว ส่วนอีกสองส่วนที่เหลือไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด ทว่ากลับเกิดแสงสีเลือดสว่างจ้าขึ้น และเชื่อมพวกมันกลับมาเป็นร่างกายเดิมอีกครั้ง

หนิงอี้กับซิวซานเหนียงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร หลัวกุ้ยเป็นผู้บ่มเพาะกายาขอบเขตแกนทองคำหยินหยางขั้นต้น ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่ง มีพลังชีวิตสูงดั่งหินหลอมเหลวเดือด อีกทั้งเขายังมีวิชาแปลงศพซึ่งเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่เขาฝึกฝนด้วย

ตราบเท่าที่ศีรษะและหัวใจไม่ถูกบดขยี้จนแหลก เขาก็จะฟื้นฟูกลับมาได้อย่างรวดเร็ว

แท้จริงแล้ว หากซิวซานเหนียงถือเป็นฝ่ายสอดแนมในหมู่คนทั้งสาม เช่นนั้นหลัวกุ้ยก็เหมือนโล่มนุษย์ที่ทำหน้าที่คู่กับหนิงอี้ซึ่งมีความคล่องตัวและพลังโจมตีสูง เมื่ออยู่ในการต่อสู้ ทั้งสามก็ยืนตำแหน่งเป็นสามเหลี่ยม สนับสนุนกันและกัน ทำให้สามารถปลดปล่อยพลังออกมาได้อย่างเต็มที่

ตู้ม!

ทว่าจังหวะที่ร่างกายของหลัวกุ้ยเพิ่งจะฟื้นตัว แสงกระบี่ดุดันที่แทบมองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นข้างศีรษะของหลัวกุ้ยอีกครั้ง แสงนั้นเต็มไปด้วยความเฉียบคม ทั้งยังเคล้าไปด้วยสายฟ้าที่กลั่นตัวอยู่ภายในยามมันซัดเข้ามา ท่ามกลางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ศีรษะของหลัวกุ้ยพลันถูกสับเป็นชิ้น ๆ ทันใด

หมอกโลหิตยังหมายจะควบแน่นเข้าด้วยกัน แต่ก็ถูกสายฟ้าในพลังนั่นทำลายจนมันจางหายไป ในชั่วพริบตา หลัวกุ้ยก็กลายเป็นศพหัวขาด

การโจมตีครั้งนี้ทำลายพลังชีวิตของหลัวกุ้ยไปหมดสิ้น ไม่ว่าการบ่มเพาะกายาและพลังอิทธิฤทธิ์ของเขาจะกล้าแกร่งเพียงใด หากศีรษะถูกทำลายจนหายไปเช่นนี้ อย่างไรก็ไม่อาจรอดชีวิต

“หลัวกุ้ย!” หนิงอี้ร้องออกมาด้วยความตกใจ พลันเห็นแสงกระบี่ที่ซัดเข้ามาจากจุดที่หลัวกุ้ยสิ้นใจ

ชิ้ง!

เขาฟันดาบพิภพมารในมือออกไปอย่างไม่ลังเล แสงดาบสีดำสนิทซัดออกไปราวกับจันทร์ทมิฬ ฉีกอากาศและรุดหน้าออกไปด้วยความเร็วแสง

ทว่าท่าโจมตีที่เต็มไปด้วยความชังท่านี้กลับซัดไม่ถูกสิ่งใด แม้อากาศจะถูกสะบั้นเป็นพันชิ้น แต่กลับไม่เผยแววศัตรูแต่อย่างใด

‘มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?’

‘หรือจะมีผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนปฐพีที่เชี่ยวชาญมหาเต๋าแห่งมิติอยู่แถวนี้?’

หนิงอี้ตกตะลึงจนภายในใจปั่นป่วนดั่งพายุ เขารู้สึกได้ถึงความกลัวที่คืบคลานเข้ามา

มหาเต๋าแห่งมิติคือเต๋าแห่งการรู้แจ้งสูงสุดในเหล่ามหาเต๋าทั้งหลาย ไม่ว่าคนธรรมดาจะมีทักษะความเข้าใจมากเพียงใด อย่างไรก็ไม่อาจทำความเข้าใจมันได้แน่ มีเพียงผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนปฐพีที่ข้ามพ้นทัณฑ์สวรรค์ขั้นที่หกอย่างทัณฑ์สวรรค์แห่งความว่างเปล่ามาแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถเชี่ยวชาญและหยั่งรู้ถึงความล้ำลึกของมหาเต๋าแห่งมิติจากสายฟ้าที่ฟาดลงมาแห่งทัณฑ์สวรรค์แห่งความว่างเปล่า

นี่เป็นพลังที่มีเพียงผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนปฐพีระดับ 6 เท่านั้นที่สามารถควบคุมได้ และเป็นกฎเหล็กที่ไม่อาจข้ามผ่านไปได้ เช่นเดียวกัน นี่ก็เป็นวิธีพื้นฐานในการวัดว่าผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนปฐพีได้ข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์มากี่ระดับขั้น

หนิงอี้คิดเช่นนี้ก็ไม่ผิด แต่ที่ผิดคือเขาเข้าใจผิดว่าเฉินซีเป็นคนอื่น อาจไม่มีใครคิดว่าเฉินซีจะสามารถสร้างยันต์สมบัติถุงเมล็ดห้าธาตุที่สามารถทำให้มิติเวลาทับซ้อนกันได้ ด้วยวิธีนี้ ตราบใดที่เขาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ที่ใช้ยันต์สมบัติเปิดขึ้นมา ก็จะสามารถหลบทุกการโจมตีได้

มิติเวลาทับซ้อนคือพื้นที่ที่มีอยู่คู่ขนานกัน ทว่าเป็นอิสระ ทั้งยังมีความลึกล้ำแห่งมิติที่มีเพียงผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนปฐพีหรือเหนือขึ้นไปเท่านั้นจึงจะสามารถเรียกใช้ได้ดั่งใจหมาย

‘เราติดกับดักอย่างนั้นหรือ?’ ความเยียบเย็นในใจของหนิงอี้พลันหนาแน่นขึ้นพอรู้สึกว่าตนกระโดดเข้ามาสู่กับดัก กลิ่นอายแห่งความตายก็เข้าปกคลุมร่างกาย เขาไม่กล้าลังเลอีกต่อไป ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตะโกนขึ้นด้วยเสียงต่ำ

“ถอย!”

ซิวซานเหนียงนั้นกลัวจนตัวสั่นไปตั้งแต่เห็นหลัวกุ้ยตายไปแล้ว นับตั้งแต่ที่ทำการลอบสังหารมา นี่เป็นครั้งแรกที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ ดังนั้นเมื่อได้ยินหนิงอี้สั่งถอย นางจึงไม่ลังเล รีบรุดหน้าออกจากห้องไปทันใด

ตอนนี้โรงเตี๊ยมวิหคทะยานอันมืดมิดแห่งนี้น่าสยดสยองยิ่งนักในสายตาของพวกเขา ไม่อาจปิดกั้นความเย็นยะเยือกเสียดกระดูกที่คืบคลานเข้าร่างได้เลย จิตสังหารนั้นซุกซ่อนอยู่ในเงามืดดั่งกับดักที่ถูกถักทอเข้าด้วยกันนานแล้ว รอเพียงแต่ให้พวกเขาเข้าไปก็เท่านั้น

แต่เจ้าของกับดักดูจะไม่แยแสกับการจากไปของพวกเขาเลย

‘เกือบถึงแล้ว อีกแค่สิบจั้งเราก็จะหนีออกจากโรงเตี๊ยมทมิฬนี่ได้แล้ว’ พวกเขาเห็นกระทั่งพายุฝนที่กระหน่ำอยู่ด้านนอกเมื่อมองออกไปทางประตูหน้า ทั้งยังเห็นสายฟ้าซัดเปรี้ยงลงมาจนเกิดแสงวาบ ค่ำคืนเช่นนี้ทั้งดุดันและเหน็บหนาว ทว่าก็ยังเทียบกับกลิ่นอายมฤตยูในโรงเตี๊ยมนั่นไม่ได้

แต่ไม่ว่าอย่างไร ใจของหนิงอี้และซิวซานเหนียงก็คิดว่าหากออกไปได้ก็หมายความว่าจะปลอดภัย หลุดออกจากการอยู่ในที่เปิดและถูกศัตรูโจมตีจากเงามืดได้

ชิ้ง!

พริบตาที่กำลังจะพุ่งออกจากประตูหน้าไป เสียงอากาศถูกเฉือนอันแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง

“ระวัง!” หนิงอี้กลัวจนหน้าซีด เขาร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก หมายเตือนซิวซานเหนียงที่อยู่ข้างกาย ทว่าภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพลันเกิดขึ้น

ตู้ม!

ซิวซานเหนียงตบฝ่ามือกระแทกอกเขา ซัดเขากระเด็นไป ส่วนนางใช้แรงกระแทกพุ่งตัวออกไปราวกับศรหลุดจากคันธนู หายวับไปในความมืดพร้อมกับฝนกระหน่ำทันที

“โหดเหี้ยมจริง ๆ! ช่างเป็นสตรีที่ร้ายกาจอะไรเช่นนี้! นางกล้าลงมือกับข้าเพื่อหนีเอาชีวิตรอดเช่นนี้ ถึงตายข้าก็ไม่ปล่อยนางไปแน่!” หนิงอี้ทั้งกลัวทั้งโกรธ สีหน้าวูบไหวด้วยอารมณ์หลากหลาย ทันใดนั้นก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง การโจมตีกะทันหันของซิวซานเหนียงทำอวัยวะภายในเขาฉีกขาด เหลือพลังต่อสู้เพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น

ชิ้ง!

จังหวะนั้นเองที่หนิงอี้เห็นเงาร่างเยือกเย็นวาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว พุ่งออกจากประตูหน้าไป

‘หรือว่าคนผู้นี้จะเป็นเป้าหมายลอบสังหารของเราในครั้งนี้? ดูท่าเขากำลังไล่ยัยสตรีชั่วร้ายซิวซานเหนียงไปอยู่’

‘ฮ่า ๆ! ดีมาก ข้าจะได้ใช้โอกาสนี้ออกไปได้อย่างปลอดภัย…’ ใบหน้าของหนิงอี้พลันเผยรอยยินดีที่ร่างนั้นไม่สนใจเขา พยายามยันร่างที่บาดเจ็บหนักตนให้ลุกขึ้นช้า ๆ

“อะไรกัน? เจ้ายังอยากมีชีวีตอยู่อีกหรือ?” น้ำเสียงหนักหน่วงพลันดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาร่างของหนิงอี้สะท้านราวกับถูกฟ้าผ่า ความหวังในใจที่ผุดขึ้นมาพลันดับมอดไปทันที

หนิงอี้หันกลับมา เขาอยากรู้ว่าใครกันที่ทำให้การลอบสังหารต้องล้มเลว อยากรู้ว่าจะใช่ผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนปฐพีระดับ 6 ที่เข้าใจเต๋ารู้แจ้งแห่งมิติหรือไม่

ทว่ากลับเห็นเพียงกระบองหนามที่ซัดผ่านฟ้าเข้ามาเท่านั้น พื้นผิวสีดำเยือกเย็นของมันปกคลุมไปด้วยหนามแหลม ‘นี่มันสมบัติที่นายน้อยใหญ่บอกให้เราเอากลับมาให้ได้นี่?’

นี่คือความคิดสุดท้ายของหนิงอี้ พริบตาต่อมา ทั้งร่างนั้นก็กลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

“เพ่ย! เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครถึงกล้าคิดลอบสังหารนายท่านของข้ากัน? รนหาที่ตายนัก ความตายของเจ้ามันสมควรแล้ว” มู่ขุยถือกระบองหนามยักษ์เดินเข้าไปข้างศพหนิงอี้ ก่อนจะถุยน้ำลายใส่ด้วยสีหน้าดูถูก แต่ไม่นานเขาก็เริ่มปล้นสมบัติของหนิงอี้

ดาบพิภพมารระดับปฐพีขั้นสุดยอด โอสถกลั่นแรกเริ่มแปดหมื่นเม็ด ทั้งยังมีทองและเงินอีกกองหนึ่ง นอกจากนั้นแล้ว หนิงอี้ก็ไม่มีสมบัติใดอีก

มู่ขุยเก็บของไปอย่างไม่เหนียมอาย จากนั้นเขาก็คิดอะไรครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปในห้องและเริ่มปล้นของจากหลัวกุ้ย เจ้านี่จนกว่าหนิงอี้เสียอีก มีโอสถกลั่นแรกเริ่มกว่าสี่หมื่นเม็ดเท่านั้น และมีพลังอิทธิฤทธิ์ชื่อร่างแปลงสวรรค์อยู่เท่านั้น ส่วนพลังอิทธิฤทธิ์แปลงศพที่เขาใช้ก่อนหน้านี้ มู่ขุยไม่ได้ได้ของมาด้วย ดูท่าหลัวกุ้ยจะไม่ได้เก็บไว้กับตัว

หลังจากปล้นของเสร็จสิ้นแล้ว มู่ขุยก็พุ่งออกจากโรงเตี๊ยมไปอย่างไม่ลังเล พริบตาเดียวก็แปลงกายเป็นหมาป่าปีกเงิน ฉีกผ่านฟ้าที่ฝนกำลังกระหน่ำลงมาแล้วพุ่งไปยังประตูที่อยู่ห่างไกลลิบ

‘ความเข้าใจในสถานการณ์การต่อสู้ของนายท่านเกินหยั่งจริง ๆ หากใช้ภาษามนุษย์ก็คือการวางกลยุทธ์ จัดการกองกำลังได้ดั่งเซียน ใช้ยันต์สมบัติขั้นสูงเพียงชิ้นเดียวก็พลิกสถานการณ์กลับมาได้เปรียบขั้นสุด ประการแรก ทำลายหลัวกุ้ยเพื่อให้ศัตรูหวาดกลัวจนหมดใจสู้เสียก่อน เมื่อใจสู้เลือนหาย การสังหารพวกเขาก็ง่ายดั่งพลิกฝ่ามือ… น่าหัวเราะนักที่สองคนนั่นกลับทะเลาะกันเอง เป็นพวกขยะเสียจริง นักฆ่าเช่นนี้สมควรที่จะถูกเรียกว่านักฆ่าอย่างนั้นหรือ?’ มู่ขุยนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าระหว่างรุดหน้าไป ความชื่นชมในหัวใจของเฉินซียิ่งสูงถึงขั้นไม่ลืมหูลืมตา

ไม่นาน มู่ขุยก็เห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่บนกำแพงเมืองไกล ๆ พายุฝนที่เทลงมาก็ไม่อาจสยบเงาร่างที่ยืนตรงดั่งหอกตั้งด้วยท่าทางไม่ธรรมดาเช่นนี้ได้ นั่นคือนายท่านของเขา เฉินซีนั่นเอง

“นายท่าน เราฉวยโอกาสนี้ก่อนตระกูลซือคงจะลงมือ รีบจากไปโดยเร็วดีกว่าขอรับ” เมื่อมู่ขุยเห็นเฉินซี เขาก็รู้ในใจทันทีว่าซิวซานเหนียงที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ต้องตายไปแล้วเป็นแน่

“ไม่ต้องรีบหรอก ตอนนี้เรามาพักผ่อนนอกเมืองกันก่อน ในเมื่อตระกูลซือคงอยากเล่นกับข้า ข้าจะไม่เล่นไปกับพวกเขาจนจบได้อย่างไร?” เฉินซีเอามือไพล่หลังพลางพูดอย่างไม่รีบร้อน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 292 กรรมตามสนอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved