cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 143 เหตุไม่คาดฝัน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 143 เหตุไม่คาดฝัน
Prev
Next

บทที่ 143 เหตุไม่คาดฝัน

บทที่ 143 เหตุไม่คาดฝัน

ต้นไม้อ่อนมีขนาดเท่าฝ่ามือ เรียวและเล็ก เพิ่งผลิใบออกมาเพียงสามใบเท่านั้น ทุกใบมีสีเขียวสดดั่งอัญมณีมรกต ปราณพฤกษาที่สองที่อยู่ในนั้นหนาแน่นมากจนถึงขนาดไหลทะลักออกมา ก้อนเมฆเขียวปานหยกสามก้อนดูมีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์ล่องลอยอยู่เหนือใบไม้ทั้งสามใบ พวกมันอุดมไปด้วยพลังและบริสุทธิ์อย่างยิ่ง

เฉินซีมั่นใจได้ในทันใดนั้นเองว่าต้นไม้ใบโกร๋นต้นใหญ่เป็นเพียงเปลือกหุ้มดุจปราการป้องกันชั้นหนึ่งเท่านั้น ส่วนปราณพฤกษาที่สองก็ถูกปล่อยออกมาจากต้นไม้อ่อน

ชายหนุ่มสูดลมหายใจขณะพยายามข่มความตื่นเต้นที่ท่วมท้นขึ้นมาในใจ เขามองไปยังรากของต้นไม้อ่อนอย่างพิจารณา

เมื่อตรวจสอบอย่างถ้วนถี่ ครั้งนี้ทำให้เฉินซีสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่เขาเองต้องตกตะลึง…ธุลีโกลาหล!

ธุลีโกลาหลเป็นสมบัติล้ำค่าหายากที่ไม่ได้รวมอยู่ในธาตุทั้งห้า ตามตำนานเล่าขานในช่วงเวลาแห่งความโกลาหลเป็นช่วงเวลาที่โลกเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์ สิ่งมีชีวิตในกลียุคล้วนกำเนิดขึ้นมาจากธุลีโกลาหล เมื่อสวรรค์และโลกแยกออกจากกันและสร้างมิติทั้งสามขึ้นมา ธุลีโกลาหลจึงถูกฝังลืมตลอดกาลนานและไม่เคยปรากฏอีกเลย

ตอนที่เขาอยู่ที่ที่พำนักเซียนกระบี่ในดินแดนรกร้างใต้พิภพ เฉินซีเคยพบกับกลิ่นอายของธุลีโกลาหล ณ บริเวณทางเข้าห้องโถงสมบัติมาครั้งหนึ่ง ทว่าน่าเสียดายที่นั่นเป็นเพียงเสี้ยวเดียวของกลิ่นอายเท่านั้น การจะรวบรวมมันจึงเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ที่รากของต้นไม้อ่อนตรงหน้าปิดคลุมด้วยแผ่นดินสีหม่นคล้ำขนาดฝ่ามือ และมันได้ปลดปล่อยกลิ่นอายเก่าคร่ำออกมามากมาย แม้ว่ามันจะอ่อนเบา ทว่าก็สร้างความตกตะลึงในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่ดูเหมือนจะติดมากับร่องรอยของกลิ่นอาย ซึ่งย้อนกลับไปในยุคโบราณ ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายอันเป็นจุดเริ่มต้นของโลกอย่างสมบูรณ์

ไม่ว่าเฉินซีจะเป็นคนใจเย็นสักเพียงใด เขาก็ยังรู้สึกถึงกระแสแห่งความตื่นเต้นที่ได้แผ่ซ่านไปทั้งตัว

ต้นไม้อ่อนต้นน้อยแผ่ปราณพฤกษาที่สองและมีแผ่นธุลีโกลาหลขนาดฝ่ามือออกมา สมบัติล้ำค่าแห่งสวรรค์และโลกสองชิ้นปรากฏต่อหน้าอยู่แค่เอื้อมเท่านี้ ใครบ้างจะไม่ตื่นเต้น

เฉินซีสูดลมหายใจเข้าปอดพลันเขากลับมามีท่าทีระมัดระวัง สถานที่ตรงนี้อยู่ภายในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ท่ามกลางสายตาของคนที่คอยจับจ้องมากมายนับไม่ถ้วน หากมีใครสักคนสังเกตเห็นรัศมีของมันขึ้นมาและหาโอกาสจากสถานการณ์นี้ จะก่อให้เกิดปัญหาได้

เขาจึงล้วงกล่องหยกออกมาก่อนที่จะทรุดนั่งยองลงบนพื้น จากนั้นก็ค่อยกอบโกยธุลีโกลาหลอย่างระมัดระวัง เนื่องจากรากของต้นไม้อ่อนทั้งเล็กและบอบบางราวกับเส้นผม หากไม่ระวังอาจฉีกขาดได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงต้องระวังมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เฉินซีไม่คาดฝันก็บังเกิด ทันทีที่มือเอื้อมออกไปแตะธุลีโกลาหลเท่านั้น ปราณจ้าววิญญาณในร่างกายของเขาพลันมีปฏิกิริยาทันที ราวกับฝูงฉลามที่ได้กลิ่นคาวโลหิต ก่อนที่มันจะพุ่งออกจากร่างกายตรงเข้าปกคลุมธุลีโกลาหลพร้อมกับต้นไม้อ่อนโดยมิทันที่ชายหนุ่มจะดึงขึ้นมาและเก็บเข้าสู่ร่างกายของตนเอง มันได้หายวับไปกับตาเสียแล้ว!

เฉินซีตระหนกในใจวูบเมื่อสังเกตเห็นว่าที่แผ่นหลังตน ตรงจุดที่อักขระจ้าววิญญาณขั้นปฐพีที่ห้าได้ปรากฏเงาสีหม่นคล้ำขึ้นมา ทว่าเลือนรางและไม่ชัดนัก แต่ที่น่าตกใจคือในนั้นมีมวลดินขนาดฝ่ามือที่ลอยอยู่ ในขณะที่บนอักขระจ้าววิญญาณขั้นพฤกษาที่สองก็ปรากฏเงาของต้นไม้อ่อนอยู่ในนั้นด้วย

ชายหนุ่มออกจะงงงัน

เขาสังเกตได้ว่ารูปร่างของธุลีโกลาหลที่ปรากฏขึ้น รวมทั้งต้นไม้อ่อน อาจมีความเกี่ยวข้องกับอักขระจ้าววิญญาณขั้นปฐพีที่ห้าและอักขระจ้าววิญญาณขั้นพฤกษาที่สองอยู่ไม่มากก็น้อย เหมือนมันเป็นสะพานที่เชื่อมโยงสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน กลิ่นอายแห่งอดีตพวยพุ่งออกมาจากธุลีโกลาหล จากนั้นก็ไหลเข้าสู่อักขระจ้าววิญญาณขั้นพฤกษาที่สอง เพื่อที่จะทำให้ต้นไม้อ่อนดูดซับพลังก่อนจะแปรสภาพเป็นปราณพฤกษาที่สองอันบริสุทธิ์ ซึ่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา

ชั่วพริบตาต่อมา เฉินซีรู้สึกได้ถึงโลหิตที่ไหลเวียนตามผิวหนัง เส้นเอ็น อวัยวะภายในและแม้แต่เส้นลมปราณและทวารต่าง ๆ ในร่างกายของเขาก็เปล่งรัศมีและพละกำลังออกมาอย่างท่วมท้น ในกายเต็มไปด้วยพละกำลัง พลังชีวิตและโลหิตล้วนก็พลุ่งพล่านสุดขีด ท่ามกลางสภาพการณ์ที่น่าฉงน เฉินซีรู้สึกว่าร่างกายของตนแข็งแรงขึ้นและมั่งคงขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด และคงมีสักวันที่เขาจะผงาดและยืนหยัดด้วยตนเองโดยไม่มีใครอาจต้านทาน!

เปรี้ยง!

เสี้ยววินาทีนั้นเฉินซีรับรู้ถึงปราณจ้าววิญญาณขั้นพฤกษาที่สองขั้นสมบูรณ์ที่อยู่ในกาย ประกอบกับอักขระจ้าววิญญาณที่หนาทึบและลึกล้ำได้ปรากฏขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่แผ่นหลังของเขา!

ลักษณะของอักขระจ้าววิญญาณชั้นนี้ไม่ได้หนาทึบและหยาบเหมือนอักขระจ้าววิญญาณปฐพีที่ห้า รวมทั้งไม่ได้เบาและอ่อนโยนเหมือนอักขระจ้าววิญญาณแห่งพฤกษาที่สอง แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่เฉียบคมและเยือกเย็นเฉกเช่นดาบหรือกระบี่อันแข็งกร้าว แกร่งกล้าน่าขนลุก สิ้งนี้คืออักขระจ้าววิญญาณทองคำที่เจ็ดนั่นเอง!

ร่างกายขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสามดารา ขอบเขตทองคำที่เจ็ด!

ขณะที่เจ้าตัวนิ่งงันด้วยความตกตะลึง การบ่มเพาะพลังแปรสภาพร่างกายของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปอีกขั้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น!

เขาสัมผัสได้ถึงปราณจ้าววิญญาณภายในได้อย่างชัดเจน นอกจากคุณลักษณะของพลังดาราจักรปฐพีที่ห้าและพฤกษาที่สองที่ว่าแล้ว ร่องรอยอื่นที่ปรากฏขึ้นให้เห็นใหม่คือปราณทองคำที่เจ็ดอันแหลมคม!

ฟิ้ว!

ปราณจ้าววิญญาณที่พัวพันอยู่ในร่างกายพรั่งพรูดั่งแม่น้ำสายใหญ่ เสียงคำรามลั่นด้วยอสนีบาตราวกับความแข็งแกร่งพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า กลิ่นอายที่ดูอ้างว้าง เร้นลับและยิ่งใหญ่แผ่ซ่านออกมาจากรูขุมขนทั่วร่างกาย ทำให้บรรยากาศโดยรอบเกิดการสั่นสะเทือนเหมือนเสียงคนพึมพำ ก่อนจะกระจัดกระจายหายไป

ขณะนี้ปราณพฤกษาที่สองจากต้นไม้อ่อนที่อยู่ในอักขระจ้าววิญญาณพฤกษาที่สองยังคงพวยพุ่งออกมาต่อเนื่อง มันไหลรินเข้าเติมปราณจ้าววิญญาณแก่ร่างกายของเฉินซีอยู่อย่างไม่ว่างเว้น อีกทั้งยังได้พัฒนาพละกำลังแห่งโลหิต กายเนื้อ เส้นเอ็น ผิวหนังและภายในอวัยวะในทั้งหมดของเขา อาจกล่าวได้ว่าเพราะต้นไม้อ่อนต้นนี้ หากเฉินซีจะต่อสู้กับใครสักคนในเวลานี้ เขาไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าปราณจ้าววิญญาณของตนจะแห้งเหือดหายไป!

อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่ต้นไม้อ่อนดูดซับพลังงานในธุลีโกลาหลจนหมดแล้ว มวลพลังที่พวยพุ่งคล้ายกับไม่มีหมดนี้ ซึ่งออกมาจากต้นไม้อ่อนจะลดหลั่นลงไปเช่นกัน แต่เฉินซีได้ข้อสรุปอีกอย่างว่าหากเขาออกแรงใช้ทักษะฝ่ามือมหาดาราอย่างเต็มที่หลังจากนี้ ด้วยการเกื้อหนุนจากต้นไม้อ่อนในปราณจ้าววิญญาณของเขา ถึงแม้ว่าอัตราการผลาญปราณจ้าววิญญาณจะรวดเร็ว แต่ตราบใดที่เขามีช่วงพักหายใจบ้าง เขาจะสามารถฟื้นฟูปราณจ้าววิญญาณให้ฟื้นคืนความสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว

แต่เฉินซีก็ออกจะรู้สึกเสียดายอยู่ที่ต้นไม้อ่อนสามารถเติมเต็มปราณจ้าววิญญาณได้เพียงอย่างเดียว และไม่สามารถเพิ่มพูนระดับการบ่มเพาะของเขาได้ ถ้าเขาอยากบรรลุระดับการบ่มเพาะที่สูงขึ้น เขาต้องใช้ศิลาวิญญาณดาราในการบ่มเพาะพลัง โดยแปลงพลังของมันให้เป็นปราณจ้าววิญญาณขั้นทองคำที่เจ็ด นั่นแหละเขาจึงจะสามารถบ่มเพาะพลังขั้นทองคำที่เจ็ดได้โดยสมบูรณ์

ความรู้สึกอัดอั้นทำให้เฉินซีต้องถอนใจหนัก จากนั้นเขาจึงสะดุ้งตัวแข็งทื่อเหมือนกับถูกสายฟ้าฟาดอย่างแรง ด้วยจู่ ๆ เขากลับนึกอะไรขึ้นมาได้ว่า ที่นี่คือสถานที่แห่งหนึ่งในชั้นสี่สัญลักษณ์ที่ชื่อว่าดินแดนเทพมังกรคราม ซึ่งมีต้นไม้อ่อนที่ปลดปล่อยปราณพฤกษาที่สองดำรงอยู่ ดังนั้นแล้วในดินแดนเทพพยัคฆ์ขาว ดินแดนเทพวิหคเพลิงและดินแดนเทพเต่าทมิฬ ก็ควรมีสมบัติที่ล้ำค่ายิ่งแบบนี้อยู่ด้วยจริงหรือไม่?

เมื่อนึกถึงตรงนี้ หัวใจของเฉินซีพลันเต้นแรงขึ้น เมื่อเขาแยกแยะทิศทางเรียบร้อยแล้วจึงมุ่งหน้าไปยังภูเขาลูกใหญ่สีทองอร่าม อันเป็นที่ตั้งของดินแดนเทพยัคฆ์ขาว

ตลอดทางผ่าน เขาได้พบเห็นการต่อสู้เกิดขึ้นทั่วทุกหนแห่งภายในป่าเขียวทึบ ผู้บ่มเพาะจำนวนสองพันคนที่สามารถเข้าสู่เจดีย์ในชั้นที่สองซึ่งมีทั้งผู้บ่มเพาะที่มีฝีมือเยี่ยมในขั้นพลังระดับเดียวกัน หรือบางพวกที่เคยอาศัยศิษย์พี่นิกายเดียวกันให้ความช่วยเหลือนำพามาที่นี่เมื่อแรก แต่เมื่อมาถึงแล้วต่างคนต่างต้องพึ่งพากำลังของตนเอง

ในที่สุด จะมีคนที่สามารถผ่านเข้าสู่เจดีย์ชั้นที่สามได้เพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น และในหนึ่งร้อยคนเหล่านี้จะถูกจัดอยู่ในหนึ่งร้อยอันดับของงานเทียบอันดับมังกรซ่อน คนเหล่านี้มีสิทธิที่จะได้รับยาสมุนไพรรักษาอาการบาดเจ็บ ทักษะวิชาบ่มเพาะพลัง รวมทั้งสมบัติวิเศษอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นชื่อเสียงของพวกเขาจะขจรขจายไปในโลกแห่งการบ่มเพาะพลังของเขตแดนทางใต้ นั่นคือพวกเขาจะได้ทั้งชื่อเสียงและผลประโยชน์ ด้วยสภาพการณ์เช่นนี้ถึงแม้จะนับถือเป็นศิษย์พี่มาจากนิกายเดียวกัน หากพวกเขาจะต้องต่อสู้ฟาดฟันกันเองเพื่อให้มีชื่ออยู่หนึ่งในหนึ่งร้อยอันดับ คนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าสู่เจดีย์ระดับที่สูงขึ้นต่อไป

“อืม… ที่นี่ก็คึกคักไม่น้อย” ขณะที่เขากำลังจะทะยานพ้นจากป่าเขียวครึ้มนี้ ดูท่าว่าเฉินซีจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้าแล้ว ชายหนุ่มจึงหยุดชะงักทันที พร้อมกับญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาเรืองแสงกระจายไปรอบตัว

ไกลออกไปประมาณห้าสิบลี้ ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังต่อสู้กันกลางอากาศ หญิงสาวมีรูปลักษณ์สวยงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด ผิวพรรณของนางนวลเนียนดั่งเนื้อหยก มือกระชับอาวุธดาบคู่สีฟ้าและม่วง ขณะที่อาวุธคู่นั้นสั่นระริกอยู่ในมือ คมมีดสาดแสงวิบวับดุจเกล็ดหิมะที่พัดโปรยปรายผ่านสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ ห้าวหาญและว่องไว และส่อเจตนาสังหาร หากพินิจมองให้ดีนางคือผู้นำศิษย์รุ่นเยาว์แห่งนิกายกระบี่เมฆาพเนจร… เฟยเหลิ่งชุ่ย

คู่ต่อสู้ของนางคือหนุ่มน้อยรูปงาม บนศีรษะสวมหมวกบัณฑิต คิ้วดำเข้มประดุจสีน้ำหมึก ดวงตาสดใสคมกริบดั่งนัยน์ตาเหยี่ยว ข้างหลังมีกระบี่สามเล่มสะพายเฉียง และเปล่งกลิ่นอายหยิ่งยโสและร้ายกาจออกมาทั่วร่าง คนผู้นี้คือชิวเหลิ่ง สมญานามกระบี่ไร้ลักษณ์…ศิษย์ของนิกายสุริยันคราม

ฉับพลันนั้นเอง กระบี่สองในสามเล่มจากข้างหลังของชิวเหลิ่งก็ทะยานออกจากฝักทันที เล่มหนึ่งมีสีดำ ส่วนอีกเล่มหนึ่งมีสีขาว กระบี่ดำนั้นดำสนิทและลึกล้ำ กระบี่สีขาวสุกใสและแวววาว เมื่อทั้งสองอยู่ในมือเสมือนดั่งอสรพิษเหินทะยาน ขณะที่การต่อสู้กับเฟยเหลิ่งชุ่ยดำเนินมาถึงสถานการณ์เข้าตาจน

ทั้งสองเป็นคนอัจฉริยะที่เข้าใจในเต๋ารู้แจ้ง ก่อนที่พวกเขาจะเข้าร่วมในงานเทียบอันดับมังกรซ่อน ต่างก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองทะเลสาบมังกรแล้ว ก่อนที่จะมายังเจดีย์บำเพ็ญทุกข์พวกเขาเคยได้ชื่อว่าฝีมือร้ายกาจ ซึ่งน่าจะติดสิบอันดับแรกของอันดับมังกรซ่อนเร้น ทันทีที่ทั้งคู่เริ่มลงมือต่อสู้กัน ได้เกิดกระแสลมรุนแรงน่ากลัวพอที่จะฉีกทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสิบลี้ เป็นภาพที่ชวนสยองขวัญสั่นประสาทยิ่ง

การต่อสู้ที่สะท้านฟ้าดินเช่นนี้ได้ดึงดูดความสนใจจากคนส่วนใหญ่ เวลานี้จึงมีผู้บ่มเพาะจำนวนมากเฝ้าดูการต่อสู้อยู่ที่บริเวณโดยรอบ คนที่มีพลังอ่อนด้อยต่างซุ่มดูอยู่ในที่ซ่อนตัว ในขณะที่คนที่มีพลังน่าเกรงขามก็จะยืนอยู่ในตำแหน่งสังเกตการณ์ที่ดี ยามนี้สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังการต่อสู้ของคนทั้งสองอย่างใจจดใจจ่อ บ้างมีสีหน้าตกตะลึง ตื่นเต้น หวาดหวั่น หน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยครุ่นคิดหนัก หลากหลายกันไป

เฉินซีหยุดมองดูการต่อสู้อยู่คนเดียวเงียบ ๆ ครู่หนึ่งต่อมาเขาก็หมุนตัวหันกลับและออกจากสถานที่ไป คนทั้งสองฝ่ายมีพลังแข็งแกร่งเทียบเท่ากันไม่มากก็น้อย ยิ่งกว่านั้นดูท่าว่าทั้งคู่จะยังไม่ได้แสดงพลังออกมาอย่างเต็มที่ ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการต่อสู้เช่นนี้จะดำเนินต่อไปอีกนานเพียงใด และหากจะเทียบกันแล้ว การออกไปตามหาสมบัติล้ำค่าที่กำลังเป็นที่สนใจนั้นน่าจะสำคัญกว่า

ชายหนุ่มคล้อยหลังไปไม่นานนัก ก็มีเงาคนสามคนปรากฏตัวขึ้นในสถานที่ลับสายตาแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่มีการประลองกำลัง

“ต้องขอบใจแผนการเยี่ยมยอดของจงมู่จริง ๆ ที่ปั่นหัวเฟยเหลิ่งชุ่ยให้ต่อสู้กับชิวเหลิ่ง หากการต่อสู้ครั้งนี้จบเมื่อไร คาดว่าพวกเขาทั้งสองน่าจะอ่อนแอลงเป็นอันมากและหมดหวังจะเป็นหนึ่งในสิบอันดับต้นอีกต่อไป” คนพูดเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าซูบซีดและมีผมขาวโพลนไปทั้งศีรษะ ขณะที่เจ้าตัวยกยิ้มที่มุมปาก

“พี่ลู่ผิง ท่านก็ชมเกินไป แค่ลูกไม้ตื้น ๆ เท่านั้น อย่าพูดอย่างนั้นเลย” ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าสีเงินที่ถูกเรียกว่าจงมู่ส่ายหน้าพลางยิ้ม

“ใช่ว่าพวกเราไม่ควรฉวยโอกาสนี้ทำอะไรสักอย่างหรือ ข้าไม่ได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาภูตเงาให้กับพวกเจ้าเอาไว้พูดคุยเฮฮาเป็นที่สนุกสนาน รู้เอาไว้ซะด้วย” ชายหนุ่มแต่งกายสีดำผู้มีรูปลักษณ์ธรรมดาส่งเสียงเป็นเชิงกำราบพลางขมวดคิ้ว

ชายหนุ่มผมขาวที่ชื่อลู่ผิงและคนสวมผ้าคลุมสีเงินที่ชื่อจงมู่ต่างตีหน้าเจื่อนไปตาม ๆ กัน ดูท่าว่าทั้งสองจะเกรงกลัวชายหนุ่มสวมชุดดำคนที่ชื่อจ้านคงอย่างมาก จึงรีบพูดกับฝ่ายหลังด้วยท่าทางนอบน้อม “ขอรับ ๆ พี่จ้านคงพูดถูกแล้ว”

“ดี…งั้นพวกเราลงมือตอนนี้เลย!” จ้านคงสีหน้าเฉยเมย ผงกศีรษะให้สัญญาณ

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ทุกคนกดปลายเท้าแตะพื้นเล็กน้อย ก่อนจะทะยานแยกกันไปทันที โดยต่างคนต่างพุ่งตรงไปยังบริเวณด้านข้าง กลิ่นอายบางเบาเหล่านั้นราวกับดวงวิญญาณที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในยมโลกกระนั้น หากสายตาของคนทั่วไปไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน

แกร๊ก!

เวลานั้นผู้บ่มเพาะที่มัวแต่สนใจดูและไม่ทันตั้งตัวจึงถูกสะบั้นศีรษะหลุดจากบ่าและตายอยู่ตรงนั้นเอง แม้กระทั่งก่อนตาย เขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฆาตกรที่สังหารตัวเองมีหน้าตาอย่างไร

ฉัวะ!

ขณะเดียวกันมีผู้บ่มเพาะอีกคนหนึ่งถูกกระบี่เสียบขั้วหัวใจแค่เพียงครั้งเดียว และกำลังเปล่งเสียงร้องดังโหยหวนทันทีที่ฝ่ามือขนาดใหญ่อุดปากของมันจนแน่น ในที่สุดก็ตายลงอย่างเงียบ ๆ

ภาพเหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏขึ้นในพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว ผู้บ่มเพาะที่เฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างเฟยเหลิ่งชุ่ยกับชิวเหลิ่งจึงไม่ทันสังเกตว่าด้านหลังพวกเขามีสามภูตวิญญาณที่ตามเก็บเอาชีวิตทีละคน ๆ อย่างเงียบงัน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 143 เหตุไม่คาดฝัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved