cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 142 ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนาม

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 142 ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนาม
Prev
Next

บทที่ 142 ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนาม

บทที่ 142 ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนาม

จากเบื้องบนท้องฟ้า เฉินซีก้มลงมองบริเวณพื้นดินซึ่งมีขนาดราวหนึ่งหมื่นลี้เห็นจะได้ ผืนดินถูกแบ่งออกเป็นแนวนอนและแนวตั้งคลับคล้ายกับตัวอักษรคำว่า ‘田’ ขนาดมหึมา

ตรงกลางปรากฏแท่นสูงตระหง่านสูงถึง 1.5 ล้านจั้ง พื้นผิวดำสนิทประหนึ่งทำมาจากหยกสีดำ เมื่อมองจากระยะไกลจะพบว่ามีลักษณะคล้ายแท่นบูชาที่คนในยุคโบราณใช้ในการพิธีบูชายัญเพื่อสังเวยต่อเทพเจ้าหรือบูชาบรรพบุรุษ ให้ความรู้สึกวังเวงน่าสลดหดหู่ เร้นลับและดูเป็นพิธีกรรม

บริเวณตามมุมทั้งสี่ทิศไม่ว่าจะเป็นเหนือ ใต้ ตะวันออกและตะวันตก ล้วนเต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ เทือกเขาลดหลั่นสีทอง ป่าไม้หนาทึบเขียวขจีและมหาสมุทรหินเพลิงหลอมละลายบนพื้นพิภพตามลำดับ

สถานที่แห่งนี้คือเจดีย์บำเพ็ญทุกข์ชั้นที่สอง ชั้นสี่สัญลักษณ์!

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ในที่ที่ไกลโพ้น ลำแสงจำนวนมากกำลังพุ่งจากท้องฟ้าร่อนลงไปบนพื้นดินซึ่งเสมือนหนึ่งตัวแทนของสัญลักษณ์ทั้งสี่ทิศ ก่อนที่พวกมันจะหายวับไป

ภายในบริเวณเจดีย์ชั้นสี่สัญลักษณ์ที่ว่านี้ ผู้บ่มเพาะจำนวนหนึ่งพันเก้าร้อยคนจากทั้งหมดสองพันคนที่เข้ามาในนี้ ต้องถูกกำจัดและจะเหลือผู้บ่มเพาะเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้นที่จะได้ผ่านเข้าสู่ชั้นที่สาม โดยทั้งหนึ่งร้อยคนนี้จะกลายเป็นผู้ติดอันดับหนึ่งในร้อยคนของงานเทียบอันดับมังกรซ่อน

‘ดูเหมือนการแข่งขันจะทวีความหฤโหดมากขึ้นทุกขณะ เคราะห์ดีที่มีคนถูกกำจัดออกไปบ้างอย่างตระกูลซู ตอนนี้พวกมันไม่สามารถมาทำอันตรายข้ากับเฉินฮ่าวได้อีกต่อไป และข้ายังได้ยึดยันต์เคลื่อนย้ายอันใหม่จากศิษย์ตระกูลซูมาให้น้องชายแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของเฉินฮ่าวอีกต่อไป’

เฉินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ร่อนลงไปที่ป่าเขียวขจีสีหยกข้างล่างทันที เมื่อเทียบกับสถานที่แห่งอื่น ป่าเขียวหยกดูจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด

อย่างไรก็ตาม เฉินซีลืมคิดไปว่าผู้เข้าร่วมทั้งสองพันคนที่เข้าสู่ชั้นสี่สัญลักษณ์อาจจะมีความคิดคล้ายคลึงกับเขา ทุกคนต่างก็เลือกพักที่ป่าเขียวหยกกัน คนเหล่านี้ก็รู้สึกว่าตรงนี้น่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัยเหมือนกับเฉินซีนั่นเอง

ส่วนพื้นที่อีกสามแห่ง ทั้งทะเลเพลิงที่เต็มไปด้วยหินร้อนหลอมละลายไหลนอง ดินแดนน้ำแข็งที่ก่อให้เกิดหายนะเมื่อมันแผ่คลุมไปทั้งแผ่นฟ้า หรือเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยอย่างยิ่ง หากตัดสินใจพลาดผิดไปเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ถึงตายได้ นั่นย่อมไม่ใช่ตัวเลือกที่ชาญฉลาดหากไปพักอยู่

“เฉินซี! ใช่ไอ้เจ้าเฉินซีจริงด้วย!”

“รีบไปเร็ว! อย่างพวกเราคงรับมือเขาไม่ได้แน่!”

“ให้ตายสิ! ทำไมจึงมีคนที่ร้ายกาจอย่างนี้อยู่ด้วยนะ!”

…

ทันทีที่เฉินซีทะยานลงไปถึงที่ว่างในป่าทึบสีเขียวเข้ม เสียงของผู้บ่มเพาะซึ่งเพิ่งมาถึงพักใหญ่เพียงไม่กี่คนก็สบถออกมาทันที ราวกับว่าพวกเขาเห็นตัวประหลาดน่าสะพรึงกลัว จากนั้นทุกคนต่างพุ่งหายไปในบริเวณโดยรอบประหนึ่งกำลังเผ่นหนีกระนั้น

‘ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าข้าจะเป็นคนดังขนาดนี้…’ เฉินซียกมือขึ้นลูบจมูกพลางหัวเราะหึกับตัวเอง ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกสบายใจมากกว่า

ข้อได้เปรียบของการเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมก็คือ ผู้บ่มเพาะที่อ่อนด้อยกว่าจะไม่กล้าต่อกรกับเขาอย่างเด็ดขาด ในขณะที่ผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งจนน่าเกรงขามก็ต้องชั่งน้ำหนักผลที่จะตามมาก่อนตัดสินใจต่อสู้กับเขา ด้วยเหตุนี้จึงถือว่ามีจุดแข็งทั้งในเชิงรุกและรับพอ ๆ กัน เขาจึงไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเหนื่อยกับสถานการณ์ที่อาจถูกคนรอบข้างจู่โจมเข้ามาพร้อมกัน

แต่แล้วจู่ ๆ ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันเบาบางของปราณพฤกษาที่สองขึ้นมาทันที ถึงแม้จะเป็นแค่เส้นเล็ก ๆ และบอบบาง แต่กลับมีความบริสุทธิ์จนกระตุ้นปราณจ้าววิญญาณในกายของเขาให้ตื่นตัวขึ้นมา

‘เป็นไปได้หรือไม่ว่าสิ่งนี้คือสมบัติล้ำค่าที่เต็มไปด้วยปราณพฤกษาที่สอง’ เฉินซีคิดในใจ จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังต้นตอของเส้นกลิ่นอายนั้นทันที

บัดนี้เฉินซีฝึกวิชาร่างแปลงดาราสังหารเอกภพจนถึงขอบเขตพฤกษาที่สองแล้ว ทว่าในกายไม่เพียงแต่มีปราณจ้าววิญญาณที่เต็มไปด้วยปราณวิญญาณแห่งดวงดาวพิฆาตอันร้ายกาจ ซึ่งอัดแน่นด้วยปราณพฤกษาที่สอง เขายังมีปราณปฐพีที่ห้าสถิตอยู่ในร่างอีกด้วย

ถ้าเขาอยากบรรลุจากขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสองดาราไปสู่ขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสามดารา มันจะมีอยู่สองวิธีด้วยกัน วิธีแรกคือเปลี่ยนปราณวิญญาณแห่งดวงดาวอันร้ายกาจให้เป็นปราณจ้าววิญญาณขั้นพฤกษาที่สองอย่างสิ้นเชิง และอีกวิธีคือวิธีการทั่วไปโดยค้นหาสมบัติล้ำค่าที่ประจุแก่นแท้ของปราณพฤกษาที่สองและนำมาใช้บ่มเพาะ ในตอนนี้เมื่อเฉินซีพบว่าอาจจะมีสมบัติล้ำค่าที่อัดแน่นด้วยแก่นแท้ปราณพฤกษาที่สองอยู่ในป่าทึบสีหยกแห่งนี้ จึงเป็นธรรมดาที่มันจะเย้ายวนความรู้สึกของเฉินซีเป็นอย่างมากนั่นเอง

ชั่วเวลาสองจิบชาผ่านไป เฉินซีมาหยุดบริเวณกลางป่าหนาทึบ พลางกวาดสายตาไปยังต้นไม้ใหญ่ทันที ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้มีความสูงหนึ่งร้อยจั้ง กิ่งก้านของมันประหนึ่งดาบและกระบี่ ด้วยลำต้นแข็งแรงและโค้งคด ทั้งมั่นคงและไม่มีอ่อนข้อ ทว่าความโกร๋นเกร๋นนั้นทำให้มันดูไร้ชีวิตชีวาโดยสิ้นเชิง ดูไม่เข้ากับความเขียวขจีและต้นไม้โบราณที่อยู่รอบ ๆ

ทันทีที่ไปถึง เฉินซีก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณพฤกษาที่สองอันหนาแน่นและบริสุทธิ์ยิ่งนัก แต่ต้นตอของกลิ่นอายกลับแผ่ออกมาจากต้นไม้ใบโกร๋นตรงหน้าเขา!

‘สงสัยนักว่ามันคืออะไรแน่ เห็นอยู่ว่าต้นไม้ใบโกร๋นแต่กลับปลดปล่อยปราณพฤกษาที่สองออกมาแน่นหนาเช่นนี้’ ชั่วขณะหนึ่งเฉินซียืนใช้ความคิดอย่างหนัก

‘ช่างเถอะ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรข้าก็จะถอนรากถอนโคนขึ้นมา จากนั้นจะดูดซับปราณพฤกษาที่สองข้างในให้หมดเพื่อจะได้บรรลุขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสามดาราของการแปรสภาพกายาเสียที’

ดวงตาของเฉินซีฉายแววเหี้ยมเกรียม จากนั้นชายหนุ่มพลันสะบัดแขนเสื้อ ปราณแท้จึงเปลี่ยนเป็นฝ่ามือขนาดมหึมายาวกว่าสิบจั้ง จากนั้นฝ่ามือจึงคว้าหมับไปที่ลำต้นของไม้ใหญ่จับไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะกระชากขึ้นมาสุดแรง

ทว่าสิ่งที่ทำให้เฉินซีชะงักงันด้วยความตกตะลึงเป็นเพราะต้นไม้ไม่ขยับเขยื้อนแม้สักหนึ่งชุ่น จะว่าไปพลังจับของเขาสามารถยกได้กระทั่งก้อนหินมหึมาที่มีน้ำหนักถึงหนึ่งแสนชั่งได้อย่างง่ายดาย ทว่ากลับทำอะไรต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้เลย อย่างนี้แล้วจะไม่ให้เจ้าตัวตกตะลึงได้อย่างไร

‘ฝ่ามือมหาดารา…ดึง!’ เฉินซีกัดฟันแน่นขณะที่ฝ่ามือมหึมาปลดปลดอำนาจรุนแรงคว้าไปยังต้นไม้และดึงอย่างรุนแรง

ทว่าต้นไม้ใหญ่ใบโกร๋นยังไม่ขยับแม้สักชุ่นหนึ่ง!

เฉินซีตะลึงพรึงเพริดไปทันที ฝ่ามือมหาดาราเป็นทักษะไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา เพียงออกแรกบีบครั้งเดียว ต่อให้เป็นสมบัติวิเศษระดับมนุษย์ก็ยังแหลกละเอียดไม่มีเหลือ อย่างไรก็ตามเวลานี้ทักษะที่ว่าร้ายกาจที่ว่ากลับไม่สามารถทำอะไรต้นไม้ต้นนี้ได้เลย

หรือว่าต้นไม้นี้จะเป็นพรรณไม้ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน?

เฉินซีเคยได้ยินมาว่าในสมัยบรรพกาล ในป่าไม้มีพรรณไม้ศักดิ์สิทธิ์มากมายหลายชนิด เช่นต้นหม่อนราชาที่สูงเสียดฟ้าเทียมเมฆา ต้นดวงตะวันที่มีผลดก รูปร่างคล้ายกับพระอาทิตย์ห้อยตามกิ่งก้าน… แต่เขาไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ที่ใบโกร๋นเกร๋นอย่างตรงหน้า ซึ่งปลดปล่อยปราณพฤกษาที่สองหนาแน่นเช่นนี้มาก่อน

เฉินซีไม่ยอมล้มเลิก จากนั้นเขาจึงได้นำกระบี่บินออกมาหวังจะใช้กระบี่ฟันและขุดรากถอนโคน ทั้งยังพยายามจะหักกิ่งของต้นไม้ใหญ่ประหลาดต้นนี้ แต่ก็คว้าน้ำเหลว

‘ข้าควรทำอย่างไรดี?’

‘หรือข้าใช้ที่นี่ในการบ่มเพาะปราณจ้าววิญญาณขั้นพฤกษาที่สองเสียเลยดีไหม?’

หัวคิ้วของเฉินซีขมวดแน่นขณะที่เจ้าตัวครุ่นคิดวนเวียนไปมาอย่างหนักโดยหาข้อสรุปไม่ได้ แถวป่าเขียวขจีแห่งนี้มีผู้บ่มเพาะเดินป้วนเปี้ยนนับพันคน ถ้าเขาบ่มเพาะที่นี่คงไม่ต่างอะไรกับการนั่งท้าหาความตาย

…

“เจ้าหมอนั่นไม่ลงมือสังหารคนอื่นเสียที มัวแต่ไปยุ่งอยู่กับต้นไม้ น่าแปลกจริง ๆ”

“มันอยากได้ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนามต้นนั้นน่ะสิ ไร้สาระสิ้นดีคิดว่าแน่สินะ ช่างน่าขันไม่รู้จักขีดจำกัดของตัวเองเอาเสียเลย”

“จริงด้วย ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนามต้นนี้อยู่ในเจดีย์บำเพ็ญทุกข์มาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี มีคนที่ต้องการจะใช้มันฝึกฝนเยอะแยะ แต่ผลสุดท้ายต้องกลับไปมือเปล่าทุกคนไม่ใช่หรือ”

“พอพูดถึงไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนามนี้ หลังจากผ่านไปหลายปี ก็ยังไม่มีใครรู้ที่มาของมันจริง ๆ มันไม่แปลกหรือ?”

“ไม่ใช่มีแต่ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนามนี้ ยังมีอัญมณีเพลิงนิรนามในดินแดนเทพวิหคเพลิง มุกวารีนิรนามในดินแดนเทพเต่าทมิฬ และแร่โลหะนิรนามในดินแดนเทพพยัคฆ์ขาวเหมือนกันไม่ใช่หรือ แม้ว่าจะไม่มีผู้ใดรู้ที่มาที่ไปของมัน แต่ทุกชิ้นล้วนปลดปล่อยปราณพฤกษาที่สอง ปราณอัคคีที่สาม ปราณวารีที่เก้าและปราณทองคำที่เจ็ดออกมาอย่างหนาแน่น น่าเสียดาย! สมบัติล้ำค่าพวกนี้ไม่เคยมีใครสามารถครอบครองได้สำเร็จมานานนับพันปี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าน่าเสียดายนัก”

คนอื่นที่อยู่ด้านนอกเจดีย์ต่างจับตามองเฉินซีที่ทะยานขึ้นลงไปรอบ ๆ ต้นไม้ใหญ่ด้วยความฉงนสนเท่ห์ สีหน้าท่าทางของแต่ละคนไม่รู้ว่าจะหัวเราะเยาะหรือเสียใจกับชายหนุ่มกันแน่ และมีหลายคนที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของชั้นสี่สัญลักษณ์

“ดูนั่น! เฟยเหลิ่งชุ่ยแห่งนิกายเมฆาพเนจรกับชิวเหลิ่ง…กระบี่ไร้ลักษณ์แห่งนิกายสุริยันคราม เริ่มลงมือต่อสู้กันแล้ว ทั้งสองคนเป็นถึงผู้นำรุ่นเยาว์ของนิกาย พวกเราจะพลาดการต่อสู้ดี ๆ แบบนี้ได้อย่างไรจริงไหม” เสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นท่ามกลางฝูงคน สายตาทุกคู่พลันเบนความสนใจจากเฉินซีไปยังเฟยเหลิ่งชุ่ยและชิวเหลิ่งที่กำลังต่อสู้เป็นจุดเดียว

กระทั่งคนระดับผู้นำบนแท่นหยกหลายคนก็ไม่อาจยับยั้งความอยากรู้อยากเห็นของตนเองได้ จากนั้นจึงเพ่งดูการต่อสู้โดยพร้อมกัน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครสนใจเฉินซีอีกต่อไป

…

หากข้าได้ครอบครองปราณพฤกษาที่สองของต้นไม้ต้นนี้ เมื่อนั้นข้าจะไม่ต้องกังวลเรื่องการบรรลุกายาขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสามดาราอีกแล้วจริงไหม?

‘ตอนนี้ข้าไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าได้ดูดกลืนมันเข้าไปเท่านั้น!’

แรงกระตุ้นขับเคลื่อนใจของเฉินซี… ‘ดูดกลืนเข้าไปในตัวของข้าอย่างนั้นหรือ…ข้าลืมสหายน้อยตัวนั้นไปได้อย่างไร!’

“ไป๋คุย ไปเลย… ไปกินรากของต้นไม้นั่นให้หมด!” เฉินซีส่งเสียงเรียกไป๋คุย สหายน้อยตัวนี้เป็นลูกปี่เซียะที่ชอบลิ้มรสสมบัติล้ำค่าทั้งหลายที่มีอยู่ในโลก และถ้าแม้แต่มันก็ยังทำอะไรต้นไม้ใหญ่นี้ไม่ได้ เฉินซีก็คงต้องยอมล้มเลิก

“โฮก โฮก~” ทันทีที่เจ้าต้วน้อยได้ยินเสียงเฉินซีสั่งให้กัดกินรากไม้ ไป๋คุยจึงจ้องหน้าเฉินซีอย่างไม่พอใจ อย่างไรก็ตามเสี้ยววินาทีถัดมา เมื่อสายตาของมันเหลือบไปเห็นต้นไม้ต้นใหญ่เบื้องหน้าของชายหนุ่ม สีหน้าของมันพลันแปรเปลี่ยนราวกับได้พบเจออาหารโอชะรสเลิศระดับโลกก่อนจะกระโจนเข้าใส่อย่างตะกละ

แกร๊ก! แกร๊ก!

เขี้ยวของไป๋คุยแหลมคมมากเสียจนใครเห็นก็ต้องขนหัวลุก เพียงขย้ำกัดครั้งเดียวก็แทบจะฉีกรากไม้ใหญ่ขาดกระจุย จากนั้นไม่นานรากไม้อันขดงอก็ได้ถูกไป๋คุยกัดออกเป็นชิ้น ๆ และสูบลงท้องที่มีขนาดเล็กเท่ากำปั้นทว่าเหมือนหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง ย่อยเอาทุกอย่างลงไปโดยง่ายดาย

ภายหลังจากผ่านไปนานในที่สุดเฉินซีก็ค่อยถอนใจด้วยความโล่งอก ขณะมองดูไป๋คุยน้อยอย่างใจจดใจจ่อ เขารอคอยเจ้าตัวเล็กกัดกลืนรากไม้ลงท้องจนหมด จากนั้นเขาจะได้เก็บต้นไม้ใหญ่นี้ไป

แกร๊ก! เปรี้ยง!

ไป๋คุยได้ทำอย่างที่เฉินซีคาดหวัง ต้นไม้ใบโกร๋นที่สูงเกือบร้อยจั้งต้นนี้ เมื่อรากของมันถูกไป๋คุยกัดกินจนหมด ลำต้นจึงล้มฟาดลงกับพื้น

ต่อมาเฉินซีก็ต้องตกตะลึงไปทันที เมื่อพบว่าภายหลังจากที่ต้นไม้สูญเสียรากไปทั้งหมด ลำต้นของมันจะกลายเป็นเศษไม้และแปรเปลี่ยนเป็นผงด้วยความรวดเร็วทันตาเห็น จากนั้นก็ค่อย ๆ ละลายหายลงสู่พื้นดิน

‘เฮ้ย!? แล้วปราณพฤกษาที่สองหายไปไหนหมด?’

‘ทำไมจึงเป็นอย่างนี้’ เฉินซีผิดหวังอย่างรุนแรง ชั่วขณะต่อมาเขารู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก ที่ตนกลับไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง น่าเศร้าใจเหลือเกิน!

“โฮก โฮก~” ทันใดนั้น เสียงครวญครางดังผิดปกติของไป๋คุยได้เรียกความสนใจของเฉินซีให้กลับมา ชายหนุ่มจึงก้มหน้าลงไปมองและภาพของต้นอ่อนสีเขียวชอุ่มก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของเขา ใบของมันมีสีเขียวเข้มจัด ปราณพฤกษาที่สองซึ่งแน่นหนาเสียจนไหลล้นออกมาเหมือนกับวัตถุแผ่ขยายเป็นเมฆหยกขนาดเล็ก!

ไม่ไกลนัก นัยน์ตาของไป๋คุยลุกวาวด้วยความละโมบขณะที่กระโจนเข้าหาต้นอ่อนของต้นไม้อย่างดุดัน…

“กลับมา!” เฉินซีรีบเอื้อมมือออกไปคว้าเจ้าตัวเล็กด้วยสัญชาตญาณ เวลานั้นปากที่เต็มไปด้วยฟันเขี้ยวของสหายน้อยอยู่ห่างจากต้นอ่อนนั้นเพียงครึ่งชุ่น ไป๋คุยถูกเฉินซีกระชากตัวกลับเสียก่อนที่มันจะทันได้กัดกินต้นอ่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“โฮก~” ไป๋คุยหันมาจ้องเฉินซีอย่างขัดเคือง ด้วยความที่รูปร่างเล็กนิดเดียวจึงทำให้ยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ากินทิ้งกินขว้างอีกแล้ว กลับไปนอนเล่นกินสมบัติวิเศษเสียเถอะ” จากนั้นเฉินซีก็จับมันโยนกลับเข้าไปในแหวนมิติของเขา ส่วนที่ว่าเจ้าตัวเล็กนั่นจะกินทิ้งกินขว้างสมบัติวิเศษที่เขาเก็บเอาไว้ในแหวนมิติอย่างไรนั้น ชายหนุ่มหาได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เพราะคุณูปการของสหายน้อยนั้นมีมากมายเหลือล้น ดังนั้นการปล่อยให้ไป๋คุยกินสมบัติวิเศษก็เท่ากับชดเชยในสิ่งที่เจ้าตัวเล็กควรได้รับ

ถึงแม้สมบัติวิเศษภายในแหวนมิติเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่เฉินซีคัดเลือกแล้วทั้งสิ้น และทุกชิ้นก็เป็นสมบัติระดับมนุษย์ขั้นสูงสุดหรือต่ำกว่า แต่มันไม่มีประโยชน์สำหรับเขา ดังนั้นถึงไป๋คุยจะกินของเหล่านั้นก็ไม่เป็นไร เพราะสมบัติวิเศษทุกชิ้นเตรียมไว้เพื่อเป็นอาหารของหลิงไป๋และไป๋คุยอยู่แล้ว

ครู่ต่อมา เฉินซีหันไปสนใจต้นไม้อ่อนต้นเล็กนั้นต่อ สัญชาตญาณบางอย่างบอกกับเขาว่าต้นไม้อ่อนนี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่ยากจะหาใดเปรียบอย่างแน่นอน!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 142 ไม้ศักดิ์สิทธิ์นิรนาม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved