cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 113 รางวัลหลังจากการต่อสู้

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 113 รางวัลหลังจากการต่อสู้
Prev
Next

บทที่ 113 รางวัลหลังจากการต่อสู้
บทที่ 113 รางวัลหลังจากการต่อสู้

การโจมตีด้วยกระบี่เพียงครั้งเดียวทำให้พื้นที่ยุบลงไปทีละนิด และผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง จึงถูกพลังของมันกำจัดและตายไปอย่างเงียบ ๆ ไม่เหลือไว้แม้แต่ซากศพ!

เหตุใดกระบวนท่ากระบี่นี้ถึงน่าสะพรึงกลัว?

การบ่มเพาะในเต๋าแห่งกระบี่ได้บรรลุถึงระดับใด?

แม้ว่าฉากนี้จะเกิดขึ้นในทันที แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อหัวใจของเฉินซีเป็นอย่างมาก และจิตใจของเขาก็สั่นคลอน จนไม่อาจกล่าวอันใดอยู่เป็นเวลานาน

เต๋าแห่งกระบี่เช่นนี้คู่ควรแก่การเป็นมหาเต๋าที่ไม่ผู้ใดเทียบได้ภายในสวรรค์และโลก!

แฮ่ก! แฮ่ก!

หลิงไป๋หอบหายใจอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร่างสูงจั้งเศษของเขากลับคืนสู่ขนาดเดิม ใบหน้าเล็ก ๆ ของเขาซีดเผือดและเหนื่อยล้าสุดขีด แต่หว่างคิ้วยังคงปรากฏความเย่อหยิ่งที่ดูแคลนต่อทุกสิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาพึงพอใจเป็นอย่างมากที่สามารถฆ่าซูเหลิ่งได้

“รีบออกไปเร็ว! หากไม่รีบออกไป ทางออกจะหายไปแล้ว!” หลิงไป๋กระโดดขึ้นไปบนไหล่ของเฉินซี ก่อนที่จะโบกมือรวบรวมเหล่าสมบัติที่เหลือทิ้งไว้ หลังจากที่ซูเหลิ่งและกลุ่มของคนซูติงอี้ได้ตายไป

เฉินซีแหงนหน้ามองผนังห้องโถงใหญ่ที่กว้างใหญ่ไพศาล เสาหิน และพื้นดินเหมือนกำลังจะล่มสลาย ขณะที่พวกมันสั่นสะเทือนไปมาอย่างรุนแรงจนเกิดรอยแตกจำนวนมาก พวกมันใกล้จะที่พังทลายแล้ว!

บริเวณที่ซูเหลิ่งเสียชีวิต ปรากฏทางเดินที่ผันผวนและโปร่งแสงนำไปสู่ภายนอก เห็นได้ชัดว่านี่เป็นรอยแยกที่ถูกเปิดออกจากพลังกระบี่ที่รุนแรงของหลิงไป๋

ฟิ้ว!

เฉินซีไม่กล้าลังเลอีกต่อไป เขารีบใช้เคล็ดวาตะเหินทะยานทันที ตัวเขาดูคล้ายสายฟ้าในขณะที่พุ่งผ่านทางเดินไปอย่างรวดเร็ว

โครม!

เมื่อร่างของเฉินซีได้จากไป ห้องโถงใหญ่ก็พังทลายลงในทันที กระดูกและซากศพบนพื้นถูกกลืนกินโดยกระแสมิติที่รุนแรงและปั่นป่วน จากนั้นไม่นานก็ถูกสลายจนไม่เหลือซาก

ด้วยเหตุนี้ สุสานกระบี่แดนนิพพานที่ดำรงอยู่นับหมื่นปีจึงได้หายไปอย่างสมบูรณ์ ซูเหลิ่งที่เป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางที่อายุน้อยที่สุดแห่งตระกูลซู และผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำทั้งหกคนต่างก็ล้มตายไปแล้ว หลังจากที่ถูกกลืนกินโดยกระแสมิติที่ปั่นป่วน พวกเขาก็ได้หายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เลย

…

ลึกเข้าไปในห้วงทะเลทรายมรณะที่สายลมและพายุทรายโหมกระหน่ำ!

รอยแยกมิติที่มีขนาดยาวหกร้อยจั้งปรากฏขึ้นมาและมีร่างหนึ่งพุ่งออกมา และค่อย ๆ ยืดหยัดบนพื้นอย่างมั่นคง

ช่างน่าหวาดเสียวเหลือเกิน หากไม่ใช่เพราะหลิงไป๋เตือน ข้าคงต้องตายอยู่ข้างในแน่ กระแสมิติที่ปั่นป่วนเช่นนั้นน่าสยดสยองเหลือเกิน!

เฉินซีถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ด้วยความรู้สึกหวาดกลัว ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ในใจ ‘ข้าสงสัยว่าปรมาจารย์เหล่านั้นจะสามารถเปิดช่องว่างภายในมิติได้อย่างไร? ความสามารถระดับนี้เปรียบได้กับการย้อนกระแสของมิติ’

“โอ้ พวกเรารวยแล้ว พวกเราเป็นเศรษฐีแล้ว!!” หลิงไป๋บินไปมาอย่างมีความสุขขณะที่กำลังรวบรวมสมบัติวิเศษที่ล้ำค่าเช่นแหวน เข็มขัดและกำไล

สมบัติของคนทั้งหมดถูกรวมเข้าด้วยกัน รัศมีของสมบัติต่างส่องประกายระยิบระยับ และพวกมันก็แกว่งไปมาอยู่ที่ข้างหลังหลิงไป๋คล้ายกับหาง

“โฮก! โฮก!” ไป๋คุยที่ดูเหมือนสิงโตตัวน้อยคำรามราวกับเห็นอาหารอันโอชะชวนน้ำลายสอ และไล่ตามหลิงไป๋อย่างกระตือรือร้น

สมบัติวิเศษมิติกักเก็บที่เก็บมาจากผู้บ่มเพาะขอบเขตเคหาทองคำทั้งหกคน และกำไลหยกสีเขียวนี้เป็นของซูเหลิ่งที่เป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง แล้วสมบัติที่ถูกเก็บไว้ภายในจะมีมากมายถึงเพียงใด? เพียงแค่คิดเฉินซีก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว!

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ มุมปาก ด้วยการโบกมือ สมบัติวิเศษมิติกักเก็บเหล่านี้ก็ลอยลงมาบนฝ่ามือของเขาและเริ่มจัดเรียงของที่ริบมา

หลิงไป๋กับไป๋คุยหันมามองอย่างกระตือรือร้นด้วยแววตาเป็นประกาย และเจ้าตัวเล็กพวกนี้ก็ชมชอบสมบัติเป็นพิเศษ

กำไลมิติของซูเหลิ่งมีสีเขียวราวกับทางช้างเผือกสีเงินที่มีแสงดาวกระจายซึ่งก่อตัวค่ายกลขึ้นมากมาย เช่น รูปแบบของความเงียบสงบ รูปแบบของการกันธุลี รูปแบบของเพลิงวารี ฯลฯ พลังของรูปแบบเหล่านี้ยังไม่อาจกล่าวได้ว่ายิ่งใหญ่ แต่พวกมันทั้งหมดเป็นรูปแบบที่สามารถใช้งานได้จริง

แต่เฉินซีกลับไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ก่อนที่จะคว้ามันด้วยมือซ้าย และถ่ายเทปราณแท้ลงบนกำไลเพื่อลบตราประทับวิญญาณออกไป ซูเหลิ่งได้ตายไปแล้ว และตราประทับวิญญาณที่เหลืออยู่บนกำไลย่อมไม่อาจต้านทานพลังของเฉินซีได้

ทันทีที่กำไลมิติถูกเปิดออก หลิงไป๋ก็รีบเข้ามาดูใกล้ ๆ

ฟิ้ว!

เมื่อกำไลมิติถูกเปิดออก ประกายแสงเจิดจ้าที่เกิดจากสีขาวและดำก็สาดแสงออกมา จากนั้นก็กลายเป็นตำราหยกขาวและพู่กันหยกดำ พุ่งเข้าใส่ดวงตาของหลิงไป๋จนทำให้เขาต้องสะดุ้งและรีบถอยกลับอย่างรวดเร็ว

ตำราและพู่กัน?

เฉินซีรู้สึกตกตะลึง เมื่อเห็นสมบัติทั้งสองที่ดูเหมือนจะต้องการหลบหนี เขาก็รีบเอื้อมมือคว้าจับพวกมัน จู่ ๆ พู่กันหยกดำหันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะฟันปลายพู่กันที่แหลมคมใส่ฝ่ามือของชายหนุ่มอย่างรุนแรง

พลังที่เย็นยะเยือกและดุร้ายฟาดฟันกระแสลมบนท้องฟ้าแตกเป็นเสี่ยง ๆ!

‘สมบัติเช่นนี้คืออะไร? มันรู้วิธีจู่โจมด้วยหรือ?’ แววตาของเฉินซีส่องประกาย แต่ไม่รีรอรีบกำหมัดแน่น และปราณจ้าววิญญาณก็พลุ่งพล่านในขณะที่ชกออกไปเต็มเหนี่ยว

ตู้ม!

พู่กันหยกดำกระแทกลงกับพื้น ท่าทางของมันส่ายไปมา และดูเหมือนอยากจะบินขึ้นไปอีกครั้ง แต่ก็ถูกมือของเฉินซีกำไว้แน่น

ในเวลาเดียวกัน มือซ้ายของเขาเหยียดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นตาข่ายขนาดใหญ่ที่ควบแน่นจากปราณจ้าววิญญาณก็ปรากฏขึ้น ก่อนจะห่อหุ้มตำราหยกขาวที่กำลังหลบหนี ด้วยการกระชากมันกลับมา ทำให้ตำราหยกขาวอยู่ในฝ่ามือของเขาแล้ว และไม่ว่าจะดิ้นรนสักแค่ไหนก็ไม่อาจหลบหนีจากมือของเฉินซีได้อีกต่อไป

‘พวกมันมีสติปัญญาที่น่าอัศจรรย์ ข้าสงสัยนักว่าพวกมันเป็นสมบัติประเภทไหน?’ ชายหนุ่มเพ่งพิศไปที่สมบัติเหล่านี้

ในขณะเดียวกัน ตำราหยกขาวกับพู่กันหยกดำก็ได้เปิดเผยรูปร่างที่แท้จริงของพวกมัน

ตำราหยกขาวม้วนตัวอยู่ในหมอกที่ส่องแสง มันส่งกลิ่นอายประหลาดแผ่ซ่านไปทั่ว บนพื้นผิวของตัวตำรามีอักขระสองตัวที่เขียนไว้ว่า ‘ระเบียนแดนมรณะ’ ลายมือมีความเป็นระเบียบและพิถีพิถัน ให้ความรู้สึกถึงความเที่ยงธรรม และความเคารพอย่างแรงกล้าเอ่อล้นออกมา

ระเบียนแดนมรณะ ถ้อยคำนี้ทำให้หัวใจของผู้ที่จ้องมองต้องเย็นเยียบ และนึกถึงบางสิ่งที่น่าสยดสยอง อย่างไรก็ตามตำราหยกขาวที่วางอยู่ตรงหน้าเฉินซีนั้นกลับสูงส่งและเที่ยงธรรม มันสง่างาม ผ่าเผย และตรงไปตรงมา

ในขณะที่พู่กันหยกสีดำนั้นเย็นยะเยือกและทำจากวัสดุที่ไม่อาจทราบ ซึ่งดูคล้ายเหล็กแต่ก็ไม่ใช่ แลดูคล้ายหยกก็ไม่เชิง มันมีสีดำสนิทหมดจด บนพู่กันนั้นมีถ้อยคำสลักไว้ว่า ‘ทัณฑ์อธรรม’ ที่เขียนด้วยลวดลายที่ห้าวหาญและทรงพลัง

ในทันใดนั้น จู่ ๆ ก็มีจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวและไม่อาจอธิบายได้จู่โจมไปยังใบหน้าของเฉินซี

“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!” ชายหนุ่มรู้สึกว่าทะเลจิตสำนึกของเขาเต็มไปด้วยถ้อยคำนับไม่ถ้วนที่มีแต่คำว่า ‘ฆ่า!’

มีเสียงโห่ร้องดังประสาน เสียงศัสตรากระทบ โลหิตหลั่งริน และสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบราวกับต้องการลงทัณฑ์ความชั่วร้ายในโลกา

“ฟู่วว!” เฉินซีรีบละสายตาออกจากมัน ร่างกายกำยำชุ่มไปด้วยเหงื่อที่เย็นเฉียบ ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก! ‘…ตำราระเบียนแดนมรณะนั้นเที่ยงธรรมและซื่อตรง พู่กันทัณฑ์อธรรมก็เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสังหารสิ่งชั่วร้าย พวกมันเป็นสมบัติประเภทไหนกันแน่?’

“มันอาจจะเป็นสมบัติที่ล้ำค่าจากหกภูมิแห่งยมโลกหรือไม่? ไม่สิ ดูเหมือนว่าสมบัติเช่นนี้จะมีอยู่ในสมัยของเซียนปราชญ์ในสมัยโบราณ…” หลิงไป๋ที่อยู่ใกล้เคียงขมวดคิ้วขณะที่เขาคิดหนักและบ่นพึมพำ เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จักสิ่งนี้เช่นกัน

“ลองมาเปิดดูกัน” เฉินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพลิกเปิดระเบียนแดนมรณะ แต่เขาสัมผัสได้ถึงข้อจำกัดที่ไร้ลักษณ์ได้ปรากฏขึ้นในทันที และพลังของมันก็กระแทกนิ้วเขาจนชา

“เหตุใดถึงเปิดมันไม่ได้?” เฉินซียังคงไม่ยอมแพ้และพยายามใช้ปราณแท้ ปราณจ้าววิญญาณ และแม้แต่ญาณจิต แต่ไม่ว่าจะพยายามเพียงใดก็ถูกสะท้อนกลับด้วยข้อจำกัดที่ไร้ลักษณ์ และมันทำให้เฉินซีต้องรู้สึกงุนงงและหดหู่อย่างช่วยไม่ได้

“โฮก!” ไป๋คุยที่อยู่ใกล้เคียงไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป ราวกับมันได้เห็นอาหารอันโอชะอยู่ตรงหน้า มันคำรามขณะที่พุ่งออกไป และอ้าปากเพื่อจะกลืนกินระเบียนแดนมรณะ

แต่มันกลับถูกเฉินซีจับได้ก่อนและไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ดวงตาสีหยกของมันยังคงจ้องไปที่ระเบียนแดนมรณะอย่างกระหาย

แม้แต่ไป๋คุยผู้รักในการกินสมบัติล้ำค่าก็ไม่อาจยับยั้งต่อความตะกละ เห็นได้ชัดว่าตำรากับพู่กันเล่มนี้เป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน

ข้าไม่รู้ว่าซูเหลิ่งผู้นี้ไปเอามันมาจากไหน? แต่คิดว่าตัวเขาก็คงไม่อาจทำความเข้าใจความลึกซึ้งของพวกมันได้

เฉินซีรู้สึกหดหู่ใจอย่างมากเนื่องจากไม่สามารถทำอะไรกับพวกมันได้ เขาจึงทำได้เพียงวางตำราระเบียนแดนมรณะและพู่กันทัณฑ์อธรรมลงในแหวนมิติ ก่อนที่จะมองไปยังกำไลหยกในมืออีกครั้ง

ในครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดพุ่งออกมาจากกำไลหยกอีก

อย่างไรก็ตาม ภายในกำไลมิติกลับไม่พบสมบัติใดที่ล้ำค่าพอจะทำให้เฉินซีตกตะลึง

ภายในกำไลมิติมีวารีวิญญาณเพียงสิบห้าจิน โอสถและสมุนไพรกองใหญ่ และวัตถุวิญญาณล้ำค่าบางส่วน สภาพของพวกมันล้วนไม่ธรรมดา และถือได้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าของสวรรค์และโลกซึ่งนับว่ามีราคาอยู่บ้าง

แต่หลังจากนั้น เฉินซีค้นพบเคล็ดวิชากระบี่ ซึ่งมันน่าตกตะลึงมาก มันเป็นเคล็ดวิชาการขัดเกลาและการบ่มเพาะของกระบี่ผสานปัญจอสุรีที่ชั่วร้ายและอันตรายอย่างยิ่ง

เฉินซีรีบทำลายเคล็ดวิชากระบี่นี้ในทันที เพราะในใจของเขารังเกียจความชั่วร้ายและความเลวทราม ยิ่งไปกว่านั้นการฝึกวิชานี้ต้องทรมานและสังหารผู้คนถึงหนึ่งหมื่นห้าพันชีวิต แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ก็ไม่อาจทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน

หลังจากที่โยนโอสถกว่าสิบเม็ดไปให้ไป๋คุย เฉินซีก็จ้องมองไปที่สมบัติมิติกักเก็บของที่ได้มาจากกลุ่มซูติงอี้ทั้งหกคน

สมบัติวิเศษระดับมนุษย์ขั้นต่ำแปดสิบสี่ชิ้น สมบัติวิเศษระดับมนุษย์ขั้นกลางสิบสองชิ้น สมบัติวิเศษระดับมนุษย์ขั้นสูงหกชิ้น และสมบัติวิเศษระดับมนุษย์ขั้นสูงยอดหนึ่งชิ้น …

ผ่านไปสักพัก เฉินซีก็คัดแยกสมบัติวิเศษเสร็จสิ้น และนอกจากค้นพบสมบัติวิเศษจำนวนมากแล้ว ยังมีโอสถ วัตถุดิบวิญญาณ และวารีวิญญาณอีกด้วย มูลค่าพวกมันนับว่าใกล้เคียงกับมูลค่าสมบัติของซูเหลิ่งแต่เพียงผู้เดียว

สมบัติวิเศษเหล่านี้มีทั้งกระบี่ หอก แส้หางม้า… แต่มีเพียงกระบี่บินระดับมนุษย์ขั้นสูงทั้งหกเล่มเท่านั้นที่พอจะมีประโยชน์ นอกเหนือจากนั้นก็ไร้ประโยชน์ ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวที่น่าอนาถจริง ๆ!” เฉินซีส่ายศีรษะขณะที่มองไปยังไป๋คุยซึ่งกำลังกินสมบัติวิเศษทีละชิ้นและกระดิกหางไปมาอย่างมีความสุข ความหดหู่ในใจของเฉินซีก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น ‘เขาทำงานอย่างหนักเพื่อเติมเต็มความหิวโหยให้กับเจ้าตัวเล็กสินะ’

เคร้ง! เคร้ง!

เสียงกังวานที่คมชัดดังก้องอยู่ข้างหูของเฉินซี เขาจึงหันไปมองและเห็นหลิงไป๋กำลังถือกระบี่บินระดับมนุษย์ขั้นต่ำไว้ในอ้อมแขน เจ้าตัวเล็กเขมือบมันราวกับกำลังเคี้ยวเต้าหู้ด้วยสีหน้าที่สำราญใจ

‘ข้า… หรือว่าข้ากำลังเลี้ยงตัวตะกละสองตัว?’ เฉินซีรู้สึกแย่เล็กน้อย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต แล้วเขาจะต้องใช้สมบัติวิเศษมากถึงเท่าใดเพื่อให้เจ้าตัวเล็กสองตัวนี้อิ่มหนำ?

“หลิงไป๋ เหตุใดเจ้าถึงเริ่มกินด้วยล่ะ” เฉินซีชี้ไปที่กระบี่บินในมือของหลิงไป๋ที่ถูกแทะเป็นชิ้น ๆ

“อ๋อ ข้ากำลังบ่มเพาะอยู่” ขณะที่กล่าว หลิงไป๋ก็จัดการกระบี่บินในมือด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว จากนั้นโบกมือไปมา กระบี่บินอีกเล่มก็ลอยเข้าไปในปาก

ถึงแม้จิตใจของเฉินซีจะมั่นคงสักเพียงใด แต่เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ มุมปากของเขาก็กระตุกยิก ๆ และทันใดนั้นก็นึกถึงบางสิ่งออก “ใช่แล้ว ในเมื่อเจ้าสามารถบ่มเพาะได้แล้ว ดังนั้นเจ้าบ่มเพาะเคล็ดวิชาใดกัน?”

“มันเป็นคัมภีร์กระบี่แดนนิพพาน ที่เจ้าเคยเห็นก่อนหน้านี้ ตอนที่ข้าฆ่าผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง!” หลิงไป๋แหงนหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ และกล่าวเน้นทีละคำราวกับว่ามันคือผลงานชิ้นเอก

“สิ่งนั่นคือพลังของสุสานกระบี่แดนนิพพานที่อาจารย์ของเจ้าเหลือทิ้งไว้เพียงเพื่อปกป้องเจ้า เจ้าแค่ใช้มันเท่านั้นเอง” เฉินซีกำลังพยายามทำความเข้าใจ

ก่อนที่จี้อวี๋จะออกจากเคหา เขาเคยกล่าวไว้ว่า ‘…กุญแจสำคัญในการออกจากสุสานกระบี่แดนนิพพานคือการทำให้หลิงไป๋ดูดซับพลังที่อาจารย์ของหลิงไป๋เหลือทิ้งไว้ให้’ หากสรุปด้วยวิธีนี้ เขาก็ได้ดูดซับพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไว้จริง ๆ แต่ก็ได้ใช้พลังทั้งหมดเพื่อฆ่าซูเหลิ่งไปแล้ว

“อย่างไรก็ตาม ข้าเป็นคนฆ่ามัน” หลิงไป๋ยิ้มเยาะและไม่รังเกียจที่เฉินซีเปิดเผยสิ่งที่เขากระทำ

“หากเป็นอย่างนั้น เจ้าต้องกลืนกินสมบัติวิเศษอย่างไม่รู้จบเพื่อพัฒนาการบ่มเพาะหรือ?” เฉินซีถามคำถามที่สำคัญที่สุด

“ย่อมเป็นเช่นนั้น เช่นเดียวกับผู้บ่มเพาะลมปราณที่สูดพลังวิญญาณเข้าไป และใช้ร่างกายเป็นเตากลั่นเพื่อแปลงเป็นปราณจ้าววิญญาณ ร่างกายของข้าเป็นสมบัติวิเศษ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องกินสมบัติวิเศษให้มากขึ้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง นอกจากการบ่มเพาะที่เพิ่มขึ้นแล้ว ระดับกับขั้นของสมบัติวิเศษที่ข้าต้องการก็จะเพิ่มขึ้นด้วย” ขณะที่กล่าว หลิงไป๋ก็เคี้ยวสมบัติวิเศษตุ้ย ๆ และเรอออกมาอย่างสบายใจ

หลังจากที่เฉินซียืนยันนิสัยตะกละของเจ้าตัวน้อยทั้งสองแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอามือกุมหน้าผากและถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน และทำให้เขาก็นึกถึงบางสิ่งที่ต้วนมู่เจ๋อเคยกล่าวไว้ ‘ผู้ใดจะเข้าใจความรู้สึกของน้ำตาที่ไหลอาบหน้า?’

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 113 รางวัลหลังจากการต่อสู้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved