cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 112 ทำลายสิ้นซาก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇]
  4. บทที่ 112 ทำลายสิ้นซาก
Prev
Next

บทที่ 112 ทำลายสิ้นซาก
บทที่ 112 ทำลายสิ้นซาก

พลังของซูเหลิ่งที่บรรลุขอบเขตแกนทองคำหยินหยางแล้วน่ากลัวอย่างแท้จริง กระบี่บินทั้งห้าที่สร้างจากวิญญาณอาฆาตที่ตายลงด้วยกิเลสมาบรรจบกัน ปราณกระบี่หนาแน่นเสียจนแทบหลั่งไหล ส่งกลิ่นสาบของปีศาจร้ายและความตายออกมาอย่างรุนแรง ราวกับฝูงปีศาจที่กำลังแตกฮือไปพร้อมกับเปล่งเสียงร้องโหยหวน เพียงแค่นี้ก็พอที่จะทำให้ผู้บ่มเพาะขอบเขตตำหนักอินทนิลธรรมดารู้สึกหวาดกลัว

ยิ่งกว่านั้นซูเหลิ่งที่กำลังเหินไปมามองเห็นเงาวูบวาบขณะอยู่ที่หนึ่ง และต่อมามันก็ไปปรากฏขึ้นอีกที่ห่างไปสิบจั้งเศษ ราวกับภูตผีที่ชำนาญในการหลีกหลบและซ่อนเร้น

ทว่าตอนนี้เฉินซีสนใจเจ้าหนุ่มน้อยหลิงไป๋ต่างหาก

ขณะนี้เขากลายร่างเป็นกระบี่ไผ่ทองคำนิลที่มีความยาวราวห้าสิบชุ่นแล้ว ลักษณะไม่เหมือนกับกระบี่ที่เฉินซีเคยใช้ กระบี่ไผ่ทองคำนิลตอนนี้มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จากนั้นก็แตกเปรี้ยงขณะที่สายฟ้าฟาดลงมา ความเย็นยะเยือกแห่งการทำลายล้างของสายฟ้ากับคลื่นพลังเจิดจ้ามหาศาลของกระบี่แดนนิพพานหลอมรวมเข้าด้วยกัน

มันพุ่งกวาดผ่านอุปสรรคกีดขวางทั้งหลาย ทุกครั้งที่กระบี่ฟาดออกไปจะเกิดสายฟ้าเป็นเส้นโค้ง อีกทั้งพลังหยางที่มีอำนาจทำลายล้างรุนแรงปะทะกับกระบี่ผสานปัญจอสุรีของซูเหลิ่ง กระทั่งฝ่ายหลังสั่นเทิ้มพร้อมกับส่งเสียงโหยหวนดังมาเป็นระยะ

ในสวรรค์และโลก สายฟ้ามีบทบาทในการลงทัณฑ์และชะล้างความชั่วร้ายกับสิ่งอัปมงคล!

กระบี่ไผ่ทองคำนิลที่มียาวราวห้าสิบชุ่นนั้น ทุก ๆ หนึ่งร้อยปีจะยาวขึ้นมาหนึ่งชุ่น เมื่อประสบกับสายฟ้าที่เกรี้ยวโกรธและต้นที่ยังอยู่รอด ภายในจะอัดแน่นไปด้วยพลังสายฟ้าที่ยิ่งใหญ่และไร้ขอบเขต ก่อนหน้านี้เมื่ออยู่กับเฉินซี เขายังใช้มันไปไม่ถึงเศษเสี้ยวของพลังที่มีเลยด้วยซ้ำ

ขณะที่กระบี่แดนนิพพานไม่ใช่ทั้งเป็นหรือตาย ทว่าเป็นนิรันดร์ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ทุกครั้งที่จู่โจมด้วยกระบี่ทุกอย่างจะสงบนิ่งและปรากฏเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อีกทั้งยังไม่อาจป้องกันได้

เมื่อนำสองสิ่งนี้มารวมกัน แม้ว่าพลังบ่มเพาะของหลิงไป๋จะไม่น่าประหวั่นพรั่นพรึงเท่าพลังของซูเหลิ่ง แต่ในฐานะที่เป็นสายใยทางจิตวิญญาณกระบี่ที่สืบทอดเต๋ากระบี่แห่งแดนนิพพาน ทั้งยังครอบครองกระบี่ไผ่ทองคำนิลดุจกายาของตนเอง ทำให้เขาระเบิดพลังการต่อสู้ออกมาได้อย่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเฉินซี ที่ครอบครองทักษะการบ่มเพาะพลังมากมายและมีความสามารถเปี่ยมล้น!

เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง สถานการณ์การต่อสู้ระหว่างหลิงไป๋กับซูเหลิ่งก็เข้าสู่ภาวะจนมุม ทำให้เฉินซีกับพวกซูติงอี้ถึงกับจิตใจไหววูบ

“เจ้านั่นมันเป็นสมบัติวิเศษหรือเป็นคนกันแน่ น่ากลัวอะไรเช่นนี้ กระบี่ผสานปัญจอสุรีของท่านลุงซูเหลิ่งเป็นสมบัติล้ำค่าจากความพินาศร้ายกาจมากมาย เหตุใดตอนนี้ยังทำลายคู่ต่อสู้ไม่ได้”

“มันเป็นจิตวิญญาณกระบี่อย่างนั้นหรือ ดูเหมือนไม่น่าจะใช่ จิตวิญญาณกระบี่จะควบคุมตัวเองได้อย่างไร เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะเป็นสมบัติวิเศษที่มีสติปัญญา แต่… ดูเหมือนจะมีแต่วัตถุโบราณในตำนานเท่านั้นที่สามารถครอบครองพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ จริงไหม”

“มันต้องเป็นสมบัติวิเศษที่มีความพิเศษอย่างแน่นอน! เมื่อใดที่ท่านลุงซูเหลิ่งปราบมันได้สำเร็จ ข้าเชื่อว่าพลังความแกร่งกล้าของเขาจะพุ่งทะยานขึ้นอีก!”

“ถูกต้อง การบ่มเพาะพลังเต๋าแห่งการต่อสู้ของท่านลุงซูเหลิ่งบรรลุขอบเขตเต๋าแห่งรู้แจ้งแล้ว ทั้งยังถ่องแท้ในมรรคายมโลกสามารถควบคุมดวงวิญญาณและสิ่งอัปมงคลได้ ก็เหมือนกับการมาเยือนของเทพแห่งภูตผีนั่นแหละ เป็นพญายมกลับชาติมาเกิด ช่างน่าเกรงขามนัก ถ้าถามความเห็น …ข้าคิดว่าอีกไม่นานหรอกเขาต้องเป็นฝ่ายชนะ!”

พวกซูติงอี้สื่อสารผ่านทางกระแสปราณพลางก็กวาดสายตาสังเกตไปทั่วบริเวณอย่างระมัดระวัง ขณะจับตามองฉากการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกถ่ายทอดความรู้สึกข้างใน ตอนนี้พวกเขาหยุดค้นหาเฉินซีชั่วครู่

นี่คือมรรคายมโลก ไยคนผู้นี้จึงเข้าถึงวิถีที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเคยไปเยือนยมโลกและได้พบกับพญายมมาแล้ว นึกแล้วเฉินซีก็ตกใจไม่น้อย ภายในมิติที่สาม ถ้าจะพูดถึงสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริงก็เห็นจะเป็นมิติเซียน และถ้าจะพูดถึงสถานที่ที่น่ากลัวและสยดสยองที่สุด เห็นจะเป็นยมโลกนั่นเอง

การเวียนว่ายตายเกิดในยมโลกมีด้วยกันหกภูมิ แดนปรภพลำน้ำโลหิต หอส่องบาป พิจารณาโทษทรมาน เผชิญหน้ากับพญายม …และสรรพสัตว์เวียนว่ายไม่รู้จบ

เรื่องเหล่านี้เฉินซีเคยแต่ได้ยินมาทั้งสิ้น มุมมองและประสบการณ์ของเขายังไม่อาจเข้าไปสัมผัสกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้

“พวกโง่! มัวยืนทำอะไรกันอยู่ มาช่วยข้าจับมันเร็วเข้า!” เสียงของซูเหลิ่งระเบิดออกมาด้วยความโกรธ เพราะความอวดเก่งและถือดี แรกเริ่มไม่คิดว่าจะต้องอาศัยความช่วยเหลือจากพวกซูติงอี้

แต่จวบจนตอนนี้ เขาพบว่าพลังของตนเองถูกคนหรืออะไรสักอย่างต้านทานได้อย่างแข็งขัน ทว่าสิ่งนั้นกลับไม่ใช่คน ดูเหมือนกระบี่แต่ก็ไม่ใช่กระบี่ แม้ว่าจะไม่ถึงกับพ่ายแพ้ ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างน่าประหลาด ครั้นเหลือบไปก็เห็นว่าซูติงอี้กับพวกยืนดูเฉย ๆ นั่นทำให้โทสะเดือดพล่านพลุ่งจนสุดจะยับยั้งจึงระเบิดเสียงคำรามดังลั่น

“แต่ว่า…”

“ท่านลุงซูเหลิ่ง ตอนนี้เฉินซียังซ่อนตัวไม่ปรากฏออกมา…”

“ใช่ ๆ จริงด้วย”

ซูติงอี้และคนของเขานึกไม่ถึงว่าจะถูกซูเหลิ่งตวาดใส่เพื่อขอความช่วยเหลือเช่นนั้น เมื่อได้ยินเสียงตะโกนจึงพากันตกใจและรีบไขความกระจ่างด้วยท่าทีลนลาน

ชั่วขณะนั้น…

โอกาสนี้แหละ! ประกายเยือกเย็นพุ่งวาบออกจากดวงตาของเฉินซี ขณะที่โคจรปราณจ้าววิญญาณให้แผ่ไปทั่วร่างกาย พร้อมกับฝ่ามือสีเหลืองหม่นผสมสีเขียวขนาดใหญ่ราวสามสิบจั้งพุ่งขึ้นไปบนอากาศอย่างรวดเร็ว

ฝ่ามือใหญ่ราวภูเขาปัดกวาดทั่วผืนฟ้าแผ่นดิน หมู่ดาวมากมายหมุนโคจรไปรอบ ๆ ฝ่ามือ บังเกิดเสียงดังเปรี้ยงปร้างในบริเวณที่อ้างว้างและหม่นมัวขณะเปล่งคลื่นพลังกระจายออกมา

พลังอิทธิฤทธิ์ — ฝ่ามือมหาดารา!

ระหว่างที่ปิดทวารการบ่มเพาะพลังเพื่อผ่านบททดสอบแห่งสรวงสวรรค์ขั้นที่หนึ่ง ไม่เพียงแต่เฉินซีจะได้ขัดเกลาอักขระจ้าววิญญาณพฤกษาที่สองกับก้าวขึ้นสู่ขอบเขตตำหนักอินทนิลขั้นสองเท่านั้น แต่พลังอิทธิฤทธิ์เช่นฝ่ามือมหาดารายังเกิดการบ่มเพาะในขอบเขตพฤกษาที่สองอีกด้วย

เวลานี้เท่ากับว่าปราณจ้าววิญญาณขั้นปฐพีที่ห้าและปราณจ้าววิญญาณขั้นพฤกษาที่สองของเขาได้เข้าไปอยู่ภายในฝ่ามือมหาดาราแล้ว ทำให้พลังอิทธิฤทธ์เพิ่มขึ้นอีกเกือบสองเท่า ทั้งที่พลังที่มีอยู่หากปะทะกันซึ่งหน้าก็มากพอที่จะต้านทานสมบัติวิเศษระดับมนุษย์ได้อยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อกระหน่ำจู่โจมอย่างเต็มกำลัง มันจะสามารถบดขยี้สมบัติวิเศษระดับลึกล้ำจนไม่เหลือซากได้อย่างแน่นอน!

อย่างไรเสียฝ่ามือมหาดาราถือเป็นพลังอิทธิฤทธิ์ที่สืบทอดมาจากที่พำนักเซียนกระบี่ และมาจากยุคโบราณจนทั่วโลกต้องตะลึงเช่นนี้แทบจะมลายหายสูญไปแล้ว อีกทั้งในเขตแดนของราชวงศ์ซ่งก็ไม่เคยมีปรากฏให้เห็นมาก่อน

เปรี้ยง!

ทันทีที่ฝ่ามือมหาดาราปรากฏออกมา ฝ่ามือพลันกวาดไปจับตัวพวกซูติงอี้มากำไว้อย่างแน่นหนา โดยไม่เปิดโอกาสให้ต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ก่อนจะบีบบี้อย่างโหดเหี้ยม จากนั้นมีเสียงกระดูกลั่นกร๊อบและแตกโผละ ตามมาด้วยการเปล่งเสียงร้องโหยหวนลั่นไปทั้งโถงใหญ่ทันที!

ร่างกายของผู้ฝึกพลังแปรสภาพนั้นเปราะบางแค่ไหนเล่า พวกซูติงอี้สวมทั้งชุดป้องกันอันตรายและผ้าคลุมสำหรับต่อสู้ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติวิเศษระดับมนุษย์ แต่ความแข็งแกร่งของฝ่ามือมหาดารา ทำให้พวกมันไม่ต่างอะไรกับแผ่นกระดาษ

ติ๋ง! ติ๋ง!

เมื่อฝ่ามือมหาดาราคลายฝ่ามือออก ทั้งหยดเลือดเหนียวหนืดและชิ้นเนื้อหล่นลงมากองเป็นเศษเหลวเละอยู่กับพื้นดิน กลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งกระจายทั่วห้องโถงกว้างใหญ่

ผู้บ่มเพาะพลังขอบเขตเคหาทองคำทั้งสี่ถูกฝ่ามือมหาดาราเพียงข้างเดียวบดขยี้เละ!

กระทั่งเฉินซีที่เห็นดังนั้นยังอดหัวใจกระตุกวูบไม่ได้ แม้จะเคยรู้มานานแล้วว่าฝ่ามือมหาดารามีพลังแกร่งกล้าน่ากลัวเพียงใด… กระนั้นเมื่อได้มาเห็นกับตาว่าผู้บ่มเพาะพลังทั้งสี่คนกลายเป็นเศษแหลวแหลก เขาจึงเข้าใจในพลังฝ่ามือมหาดาราได้อย่างที่แท้จริง!

แต่เนื่องจากเขาไม่ได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อย ทำให้ปราณจ้าววิญญาณที่ปลดปล่อยออกมาน่ากลัวเช่นกัน เพียงแค่ลงมือจู่โจมครั้งเดียวก็สูญเสียพลังไปเกือบหมดและใกล้จะเหือดแห้งเต็มที

“พลังอิทธิฤทธิ์!”

“สิ่งนี้เป็นพลังอิทธิฤทธิ์ชนิดไหนกันแน่”

ไกลออกไป ซูเหลิ่งที่กำลังกระโดดหนีจากลานกว้างไปได้อย่างหวุดหวิดแผดเสียงดังขึ้น สีหน้าเรียบนิ่งแววตาเย็นชาฉายความประหลาดใจ ก่อนหน้านี้เหตุการณ์เกิดเร็วนัก จนไม่อาจให้ความช่วยเหลือคนทั้งสี่ พวกซูติงอี้จึงถูกบดขยี้แหลกเหลวไปเช่นนี้ เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาเลยจริง ๆ

“ให้ตายเถอะ! สู้กับข้าแต่ยังกล้าวอกแวกไปทางอื่นอย่างนั้นหรือ โอหังเกินไปแล้ว!” เสียงใสแจ๋วของเด็กชายที่ยังไม่โตเต็มวัยของหลิงไป๋พูดขึ้น อีกทั้งท่าทางโกรธขึ้งเป็นฟืนเป็นไฟ ขณะนั้นตัวเองได้กลายสภาพเป็นสายฟ้ากระบี่ฟาดออกไปอีกครั้ง

ฉับพลันนั้นเองเฉินซีก็ออกคำสั่ง ต่อมาฝ่ามือมหาดาราได้แผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นฝ่ามือยักษ์ตวัดตบไปที่ซูเหลิ่งอย่างรุนแรง! อันที่จริงเขาตั้งใจจะจู่โจมด้วยฝ่ามือยักษ์ไปพร้อมกับหลิงไป๋ เพื่อหวังจะบดขยี้ซูเหลิ่งในคราวเดียว!

แม้จะไม่รู้ว่าซูเหลิ่งเป็นใคร แต่รู้ว่าคนผู้นั้นเป็นคนของตระกูลซูแห่งเมืองทะเลสาบมังกร เป็นคนที่บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยาง ทำให้เป็นที่เคารพนับถืออย่างมาก ถ้าตอนนี้ตนสามารถสังหารคนผู้นี้ได้ เช่นนั้นจะเป็นสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้แก่ตระกูลซู!

“อยากจะจัดการข้าสินะ เฮอะ… ฝันไปเถอะ!” ซูเหลิ่งเปล่งเสียงตะโกนกึกก้อง จากนั้นผู้พูดโบกมือครั้งหนึ่งพลันปรากฏร่างของร่มมังกรยักษ์เก้าปรก มีอักขระหนาทึบโคจรไปรอบ ๆ ตลอดเวลา และที่ปรกมังกรทั้งเก้าก็เปล่งแสงเป็นประกายเจิดจ้าปกคลุมร่างของซูเหลิ่ง พวกมันอยากจะทะยานออกไปเต็มทนแล้ว

ในเวลาเดียวกันเขาถ่มน้ำลายลงพื้น พลันประกายพร่าวพราวของพลังขอบเขตแกนทองคำหยินหยางที่กำลังหมุนวนก็เหินออกไป ครึ่งหนึ่งดำอีกครึ่งขาวเป็นตัวแทนของการรวมพลังหยินหยาง พวกมันปลดปล่อยพลังจิตวิญญาณและแก่นแท้ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีทองพุ่งตรงเข้าหาฝ่ามือมหาดาราด้วยเจตนาสังหารแรงกล้า

สมบัติวิเศษระดับปฐพีขั้นกลาง!

พลังแก่นทองคำ!

ใครก็ตามที่ได้มาเห็นภาพนี้เป็นต้องตกตะลึง ไม่มีทางที่ใครจะคิดว่าชายหนุ่มเฉินซี ซึ่งแท้จริงแล้วมีพลังในขอบเขตตำหนักอินทนิลจะสร้างแรงกดดันให้แก่ผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางได้ถึงเพียงนี้

แน่ละ ส่วนหนึ่งเพราะหลิงไป๋ที่ทำงานอย่างหนัก หากไม่มีเขาไม่ต้องสงสัยเลยว่าวันนี้เฉินซีจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะอย่างแน่นอน

เปรี้ยง!

ยามนี้พลังขอบเขตแกนทองคำหยินหยางของซูเหลิ่งช่างน่ากลัวนัก เพียงชั่วขณะมันทำลายฝ่ามือมหาดาราให้แหลกสลายจนหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยง่ายดาย

เปรี้ยง!

ทันใดนั้นร่างลำแสงกระบี่ของหลิงไป๋ประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงมา ด้วยพลังสายฟ้ารุนแรงและกระบี่แดนนิพพานเฉือนลงไปบนร่มมังกรยักษ์เก้าปรก มันถึงกับสั่นสะเทือนอย่างแรงและเริ่มส่งเสียงร้องคร่ำครวญ มังกรทั้งเก้าถูกจามจนส่วนแขนขาขาดด้วน ก่อนแปรเป็นกระแสลมผนึกแนบอยู่ภายในปรกของมัน ทว่าพลังฟาดในครั้งนี้หาได้ทำลายการต้านทานของซูเหลิ่งแต่อย่างใด พลังน่าเกรงขามของสมบัติวิเศษระดับปฐพีจึงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตา

“ฆ่ามัน!” สีหน้าของเฉินซีเรียบนิ่ง แม้ว่าฝ่ามือมหาดาราจะถูกทำลายลงแล้วก็ตาม กระบี่ท่องปรภพแปดเล่มพลันก่อค่ายกลกระบี่ธารประทีปเลือนกระแสทันที และเข้าจู่โจมซูเหลิ่งอีกครั้ง มันคงน่าแปลกถ้าผู้บ่มเพาะขอบเขตแกนทองคำหยินหยางถูกสังหารโดยง่ายดายนัก

“ให้ตายสิ! เห็นทีว่าข้าต้องเผยไม้ตายของตัวเองบ้างแล้ว!” พลังฟาดของหลิงไป๋ไม่ได้ระคายผิวของมังกรเลย จนทำให้เขาทั้งโกรธและอับอายนัก จากนั้นก็พุ่งวาบพร้อมกับแปลงร่างเป็นหนุ่มน้อยสูงราวสิบชุ่น

“ทุกสิ่งย่อมแปรเปลี่ยน มีชีวิตและไม่มีชีวิต เมื่อปราศจากชีวิตจึงเป็นนิพพาน…” เสียงบทสวดงึมงำดังออกมาจากปากของหลิงไป๋ทันที

พร้อมกันนั้นพลังที่น่าสะพรึงกลัวบางอย่างพรั่งพรูจากทั่วทุกสารทิศไหลเข้าสู่ภายในห้องโถงกว้างใหญ่ พลังที่ว่านี้ไม่ได้ถูกสร้างหรือถูกทำลาย ไม่มีชีวิตหรือตาย ทันใดนั้นบรรยากาศก็กลับสู่สภาวะเงียบสงบ เมื่อโลกถูกสร้างขึ้น ทุกสิ่งล้วนหมดอาลัยตายอยาก อับจนหนทาง ท้อแท้สิ้นหวัง…

เฟี้ยววว!

ร่างของหลิงไป๋ที่สูงสิบชุ่นค่อย ๆ สูงขึ้นทุกขณะ พร้อมกันนั้นรัศมีก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างอย่างหนักหน่วง เพียงชั่วพริบตาร่างนั้นก็กลายเป็นชายร่างสูงราวจั้งเศษ มีดวงตาสีเทาหม่น กลิ่นอายที่แผ่ออกมาปานคลื่นพลังแห่งเทพเป็นนิรันดร์และไม่เอนเอียง!

ขณะนั้นซูเหลิ่งเพิ่งรอดพ้นจากการจู่โจมด้วยค่ายกลกระบี่ของเฉินซี ยังไม่ทันได้หยุดหายใจก็ได้สัมผัสถึงภยันตรายอย่างยิ่งยวดที่โถมใส่ทั้งร่างกายจนหายใจยาก

“นี่มันทักษะชนิดใดกัน” ขณะนั้นสายตาพุ่งตรงไปยังร่างสูงกว่าจั้งเศษของหลิงไป๋อย่างพิจารณา ดวงตาทั้งสองข้างที่ยังหลุบหรี่เป็นช่องว่าง พร้อมกันนั้นก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่น่ากลัวพุ่งวาบออกมาจากร่างของหลิงไป๋ บัดนี้ซูเหลิ่งผู้เต็มไปด้วยความยโสโอหังอยู่เป็นนิจรู้สึกเย็นวาบไปทั่วสันหลังขึ้นมา

‘หนี!’ ฉับพลันความคิดผุดเข้ามาในหัว ซูเหลิ่งทะยานวาบออกไปทันทีโดยไม่ลังเล ในมือกำไข่มุกเร้นนิรันดร์ลับดาราที่ปล่อยแสงระยิบระยับเป็นผนังโปร่งแสง เปิดช่องทางรูปโค้งบิดเบี้ยวทันที

“คิดจะหนีหรือไร” หลิงไป๋เห็นดังนั้นก็ยกยิ้มเย็นเยือก จากนั้นเขาก็ยกฝ่ามือสองข้างมาประกบเข้าหากัน

ฉับพลันของทุกอย่างที่อยู่ภายในบริเวณถูกพลังลึกลับดูดออกไป กระทั่งช่องอากาศก็ค่อยยุบตัวทีละน้อย ๆ ก่อนที่กระบี่สีเทาโปร่งแสงขนาดใหญ่จะพุ่งวาบออกมา

“อภิมหากระบี่แดนนิพพาน!” ขณะนั้นหนุ่มน้อยหลิงไป๋คำรามเสียงกร้าว พลางเผยฝ่ามือที่ดึงเข้าหากันผลักออกไปข้างหน้าอย่างดุดัน!

เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!

ทันทีที่กระบี่โปร่งแสงสีเทาฟาดลงไป เสียงระเบิดของช่องว่างอากาศดังจนแก้วหูสะเทือนกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้า เดิมทีเฉินซีตั้งใจจะออกไล่ตามซูเหลิ่งไป ทว่าต้องชะงักฝีเท้ากะทันหันด้วยความประหลาดใจ ทักษะกระบี่… สามารถฉีกช่องอากาศออกจากกันได้อย่างนั้นหรือ

โอ้ สวรรค์!

เวลานี้ร่างของซูเหลิ่งยืนอยู่ห่างจากผนังโปร่งแสงและโค้งงอไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น ทว่าระยะทางดูใกล้แต่กลับไกลมาก แม้ว่าเขาจะใช้ความพยายามสักเพียงใดก็ไม่สามารถก้าวผ่านไปได้

ด้วยเหตุว่าบัดนี้ทั้งเส้นผม แขนขา เลือดเนื้อ ร่างกาย… เริ่มแห้งเหี่ยวลงด้วยความเร็วอย่างน่าตกใจ ทั้งยังเป็นไปอย่างเงียบเชียบทว่าน่าสะพรึงกลัว ปราศจากสุ้มเสียงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่ากำลังถูกอสูรที่มองไม่เห็นค่อยเขมือบกลืนร่างอย่างช้า ๆ เพียงพริบตาเดียวทั้งร่างก็หายวับไป

เคร้งงงง!

ขณะนี้ไข่มุกเร้นนิรันดร์ลับดารากลิ้งหลุน ๆ ไปบนพื้น

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 112 ทำลายสิ้นซาก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved