cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 941 เคาะหน้าผาก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 941 เคาะหน้าผาก
Prev
Next

ตอนที่ 941: เคาะหน้าผาก

ตอนที่ 941: เคาะหน้าผาก

“คุณชายท่านนั้นมีลักษณะเช่นใด?”

จู่ ๆ หญิงสาวก็ถามขึ้นมา

ผู้เฒ่าผมขาวโพลนที่อยู่ด้านนอกอาคารลังเลชั่วครู่จึงกล่าว “อายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี รูปลักษณ์หล่อเหลา มีระดับการฝึกตนในขอบเขตวงล้อวิญญาณ…”

เมื่อได้ยินรูปพรรณสัณฐานเช่นนี้แล้ว หญิงสาวถึงกับนิ่งตะลึง ดวงตาสวยผุดประกายประหลาด นางพอจะรู้คร่าว ๆ แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร!

หญิงสาวครุ่นคิดสักครู่จึงเอ่ยพูดขึ้นมาช้า ๆ “เจ้าไปเชิญคุณชายท่านนั้นมา”

หญิงสาวครุ่นคิดสักครู่จึงเอ่ยพูดขึ้นมาช้า ๆ “เจ้าไปเชิญคุณชายท่านนั้นมา”

“เช่นนี้… ไม่เหมาะกระมัง?”

ผู้ชายชุดสีเทาที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวขมวดคิ้วพลางกล่าว

เขาคือผู้ดูแลใหญ่ของวิทยาสถาน นามว่า ‘อวิ๋นหรง’

“ข้ากับคุณชายท่านนั้นสนิทสนม หากว่าข้าเดาไม่ผิด เขาก็มาเพื่อสืบความเปลี่ยนแปลงในทะเลทุกข์เช่นกัน”

หญิงสาวกล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “ดังนั้น เจ้าคิดว่ามีอะไรไม่เหมาะเช่นนั้นหรือ?”

คำกล่าวราบเรียบประโยคเดียว ทว่าสร้างแรงกดดันให้แก่อวิ๋นหรงไม่น้อย

เขาสูดหายใจลึก ๆ ไปทีหนึ่ง จากนั้นชายชราจึงพูดเสียงเข้ม “ไปเชิญคุณชายท่านนั้นมา”

“ขอรับ!”

ผู้เฒ่าผมขาวโพลนคนนั้นน้อมรับคำสั่งแล้วรีบออกไปโดยเร็ว

หญิงสาวใช้นิ้วมือเรียวงามลูบผมสลวยสีน้ำเงินที่ข้างหู ทว่าในใจครุ่นคิดอยู่ว่าอีกประเดี๋ยวหากเป็นคนผู้นั้นจริง ควรจะถือโอกาสนี้กดเขาลงไปบ้างจะดีหรือไม่?

เมื่อซูอี้ก้าวเดินมาด้วยท่าสองมือไพล่หลังจนมาถึงด้านหน้าหออาคาร เขาก็หรี่ตาลง

ยมบาล!

เพียงแค่แวบเดียวเขาก็จำได้ หญิงสาวในชุดกระโปรงสีดำผู้มีรูปโฉมงดงามเป็นที่หมายปองของคนทั้งหลาย ทว่ากลับมีท่าทีเย็นชาประดุจเทพนางฟ้า ก็คือยมบาล!

ผู้หญิงคนนี้หลุดพ้นจากการกักขังในนภาโกลาหลตั้งแต่เมื่อใดกัน?

ถึงแม้สีหน้าของซูอี้จะยังคงราบเรียบเหมือนดังเคย ทว่าในใจนั้นมีแต่ความตื่นตะลึง

“สหายเต๋าซู เหตุใดข้าจึงรู้สึกเหมือนเป็นพรหมลิขิต จึงทำให้เราทั้งสองได้มาพบกันที่วิทยาสถานแห่งนี้?”

ริมฝีปากแดงอิ่มเอิบของยมบาลสาวเผยอยิ้มน้อย ๆ ดวงตาส่องสว่าง ใช่เขาจริง ๆ เสียด้วย!

“สำหรับข้าแล้ว บางทีอาจจะเป็นกรรมมากกว่า”

ซูอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ชั่วขณะนี้ เมื่อสงบใจลงมาได้แล้ว เขาก็รู้สึกตะหงิด ๆ ว่ากลิ่นอายพลังในตัวคนตรงหน้าผิดปกติ ไม่มีกลิ่นอายพลังอันยิ่งใหญ่ของผู้ชี้ชะตา

‘ดูท่าแล้ว นางคงสูญเสียไปมากเพื่อให้หลุดพ้นจากการกักขัง หรือไม่เช่นนั้นร่าง ๆ นี้คงจะมีสิ่งอื่นซ่อนเร้น’ ซูอี้ครุ่นคิด

“กรรมเช่นนั้นหรือ?”

ยมบาลสาวอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ “เจ้ากล่าวไม่ผิด ระหว่างข้ากับเจ้ามีเวรมีกรรมติดค้างกันจริง ๆ”

อวิ๋นหรงถือโอกาสนี้ลุกขึ้นผงกศีรษะน้อย ๆ เพื่อแสดงความคารวะ “คุณชาย เชิญมาพูดคุยกัน”

ในใจของเขาก็อยากจะรู้เช่นกันว่าที่แท้แล้วซูอี้เป็นใครกันแน่ ทั้งยังรู้รหัสลับของวิทยาสถานอีก!

ซูอี้พยักหน้าและตรงเข้าไปในอาคารนั่งลงในตำแหน่งที่ว่างอยู่โดยไม่เกรงใจ

ยมบาลพินิจมองซูอี้ที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมอย่างละเอียด “สหายเต๋าซู หากให้ข้าเดา เจ้ามาวิทยาสถานในครั้งนี้ ก็เพื่อมาสืบเรื่องความเปลี่ยนแปลงของทะเลทุกข์ ใช่หรือไม่?”

ซูอี้ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เช่นเคย “ไร้สาระ สถานที่แห่งนี้อยู่ติดกับทะเลทุกข์ ใครบ้างจะเดาไม่ออก?”

ยมบาล “…”

นางไม่คิดเลยสักนิดว่าซูอี้จะไม่เกรงใจถึงเพียงนี้

ดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นเกิดประกายแห่งความบ้าคลั่งสีเลือดขึ้นมาในทันใด

ทว่าสุดท้ายนางก็ยังคงสะกดกลั้นไว้ได้ มือเนียนขาวทั้งสองวางซ้อนกันตรงหน้า ทำท่าราวกับไม่ตั้งใจพูดขึ้นมา “แต่ข้ายังรู้มาอีกว่า สหายเต๋าซูมาทะเลทุกข์ในครั้งนี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับชุยหลงเซี่ยงด้วย”

ประโยคเดียวเท่านั้น ซูอี้ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “เรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า ดีที่สุดอย่าได้ข้องเกี่ยว”

ยมบาลสาวยิ้มน้อย ๆ พลางกล่าว “ข้าไม่ใส่ใจเรื่องของชุยหลงเซี่ยงหรอก แต่ข้าสนใจเรื่องของสหายเต๋าซูมากกว่า ข้าขอบอกกับเจ้าตามตรง สาเหตุที่ข้ามาปรากฏตัวที่ทะเลทุกข์ในครั้งนี้ ก็เพราะเจ้า”

พูดถึงตรงนี้ นางก็โน้มตัวมาข้างหน้าน้อย ๆ ใบหน้างดงามอยู่ห่างจากซูอี้เพียงแค่ปลายจมูก ดวงตาเย้ายวนคู่นั้นจับจ้องดูตาของชายหนุ่ม และกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หากจะบอกว่า ข้าเพียงแค่เป็นห่วงว่าเจ้าจะตายในทะเลทุกข์เท่านั้น เจ้าจะเชื่อหรือไม่?”

วิธีการนั่งโน้มตัวมาข้างหน้าเช่นนี้ทำให้อวิ๋นหรงถึงกับตัวแข็งทื่อ รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก

ทว่าซูอี้กลับยกมือขวาขึ้นมา จากนั้นงอนิ้วดีดลงบนหน้าผากของยมบาลสาว “เขยิบออกไป”

นางตะลึง ใบหน้างดงามแสดงความตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

คนผู้นี้กล้าดีดหน้าผากข้า?!

ความเป็นจริงแล้ว ชั่วขณะที่ซูอี้จะดีด เขาไม่ได้ใช้ระดับวิถี และก็เป็นเพราะเหตุนี้ ยมบาลจึงไม่ได้หลบในทันใด เพราะเข้าใจว่าเขาเอื้อมมือออกมาเพียงแค่อยากจะหยิบจอกชาเท่านั้น

ใครกันจะคาดคิดว่านิ้วของเขาจะเคาะลงบนหน้าผากของตัวเอง!!

ความรู้สึกไม่พอใจยากจะปกปิดผุดขึ้นบนใบหน้างามของยมบาลสาว นางกำลังจะอ้าปากพูด

ก็เห็นซูอี้กล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าต้องกลัวว่าข้าจะเกิดเรื่องอยู่แล้ว ในจุดนี้ ข้าไม่เคยแม้แต่จะสงสัย”

“…”

เมื่อเห็นท่าทีมั่นอกมั่นใจของซูอี้แล้ว นางก็รู้สึกแน่นหน้าอก อยากจะฆ่าผู้ชายคนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

อวิ๋นหรงผู้ดูแลใหญ่ของวิทยาสถานเห็นแล้วถึงกับตาค้าง หัวใจสั่นสะท้าน นึกไม่ถึงเลยว่า คนหนุ่มขอบเขตแค่วงล้อวิญญาณกล้าพูดเช่นนี้กับยมบาลได้

อีกทั้ง ยังกล้าเคาะหน้าผากของอีกฝ่ายด้วย!!

ตามที่ทราบกันดีว่า เมื่อสมัยบรรพกาล ยมบาลเป็นตัวตนน่ากลัวที่เปรียบได้ดั่งผู้ชี้ชะตา ความแข็งแกร่งของนางทำให้ทั่วทั้งดินแดนปรภพมองนางเป็นศัตรูตัวร้ายที่ผู้ใดก็หวาดกลัว

ทว่าตอนนี้ เพียงแค่หนุ่มน้อยคนหนึ่งเท่านั้น กลับไม่มองยมบาลอยู่ในสายตา!

เขาคือใคร?

ไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน?

ทว่าซูอี้ไม่ได้คิดมากถึงเพียงนั้น เขาเบนสายตามองไปที่อวิ๋นหรง จากนั้นจึงกล่าวขึ้นว่า “จุดประสงค์การมาของข้า ท่านคงจะทราบแล้วกระมัง”

อวิ๋นหรงลอบสูดหายใจลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ น้ำเสียงแฝงไว้ซึ่งความเคารพโดยไม่รู้ตัว “เรื่องความเปลี่ยนแปลงของทะเลทุกข์ อีกประเดี๋ยวผู้น้อยจะตอบและมอบให้คุณชาย”

ซูอี้พยักหน้าพร้อมกับกล่าว “รบกวนด้วย”

“ในเมื่อคุณชายรู้รหัสลับ ‘ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว’ แล้ว นั่นก็แสดงว่าเป็นแขกอันมีเกียรติอย่างที่สุดของวิทยาสถานของข้า การขจัดปัญหาข้อสงสัยของคุณชาย เป็นหน้าที่ของพวกเรา”

อวิ๋นหรงพูดถึงตรงนี้ เขาก็กล่าวลองเชิงขึ้นมาอย่างระมัดระวัง “เพียงแต่ไม่รู้ว่า คุณชายมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอันใด?”

ไม่รอให้ซูอี้ตอบ ยมบาลก็หัวเราะเย็นชากล่าวขึ้นมา “คนผู้นี้เป็นใครไม่สำคัญ เพราะไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องตกอยู่ในกำมือข้าอยู่ดี!”

นางกล่าวมาเช่นนี้ เผยให้รู้ถึงการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

ประกายแสงสีเลือดในดวงตางดงามคู่นั้นวาววับ

ซูอี้หัวเราะกล่าวขึ้นมา “หากว่าเจ้าคิดว่าสามารถจับข้าได้ เหตุใดจึงไม่ลงมือเล่า?”

ประโยคเดียวเช่นนี้เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

ยมบาลสาวเม้มริมฝีปาก สีหน้าราบเรียบและเย็นชาขึ้นมา

บรรยากาศในสถานที่แห่งนั้นกดดันตึงเครียดขึ้นมาในทันใด

อวิ๋นหรงรู้สึกหนาวสันหลังราวกับนั่งอยู่บนพรมตะปู

ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากพูด ยมบาลก็หัวเราะขึ้นมาก่อนแล้ว นางพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ พลางกล่าว “จะกินข้าวก็ต้องค่อย ๆ กินทีละคำจึงจะอร่อย เจ้าใจร้อน แต่ข้าจะร้อนใจไม่ได้”

น้ำเสียงไพเราะเสนาะยังคงดังกึกก้อง บรรยากาศตึงเครียดในอาคารหายไปในทันใด

ซูอี้มองดูอีกฝ่ายอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วไม่ได้พูดท้าทายอะไรอีก

หากไม่จำเป็น ซูอี้ก็ไม่อยากจะถึงขั้นแตกหักกับผู้หญิงเสียสติคนนี้เช่นกัน

อวิ๋นหรงแอบโล่งอก จากนั้นรีบหยิบแผ่นหยกสองแผ่นออกมาจากแขนเสื้อ มอบให้ยมบาลสาวกับซูอี้คนละแผ่น “ใต้เท้ายมบาล คุณชาย ในนี้มีจดบันทึกเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของทะเลทุกข์ ท่านทั้งสองโปรดเก็บรักษาไว้ให้ดี”

ตอนนี้เขามีแค่ความคิดเดียวเท่านั้น วิทยาสถานนั้นคับแคบเกินไป ไม่อาจรองรับเสือใหญ่สองตัวนี้ได้ จะต้องคิดหาวิธีรีบไล่พวกเขาออกไปโดยเร็ว!

ซูอี้เก็บแผ่นหยก ไม่ได้รีบร้อนนำออกมาอ่าน แต่ถามขึ้นมาว่า “นอกจากนี้แล้ว ข้ายังมีบางเรื่องอยากจะสอบถามจากเจ้า”

อวิ๋นหรงนิ่งตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะเบนสายตามองไปที่ยมบาลสาว

ยมบาลขมวดคิ้วดำดกราวกับน้ำหมึก และกล่าวขึ้นมาว่า “เจ้าหมายความว่าให้ข้าหลบไปก่อนเช่นนั้นหรือ?”

อวิ๋นหรงถึงกับไอแห้ง ๆ ขึ้นมาแล้วรีบตอบ “มิบังอาจ มิบังอาจ”

ซูอี้เริ่มหมดความอดทนแล้ว เขากล่าวขึ้นมาตรง ๆ “ลำดับถัดมา เจ้าตอบคำถามของข้าก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องสนใจคนอื่น”

ขาเรียวยาวทั้งคู่ของยมบาลซ้อนทับกัน มือถึงเท้าคาง นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสบายอารมณ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “พวกเจ้าคุยกันไปเถอะ ข้าจะคอยฟัง”

ชั่วขณะนี้ นางแลดูใจเย็นมาก ถึงแม้จะถูกซูอี้มองว่าเป็น ‘คนอื่น’ แต่ก็ไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย

อวิ๋นหรงเห็นเช่นนี้แล้วก็พยักหน้าพลางกล่าว “คุณชายได้โปรดชี้แนะ”

ซูอี้กล่าว “เมื่อสิบปีก่อน เรื่องที่ชุยหลงเซี่ยงไปยังทะเลทุกข์ วิทยาสถานของพวกเจ้ารู้รายละเอียดอันใดบ้างหรือไม่?”

อวิ๋นหรงถึงกับหนังตากระตุกขึ้นมา “สิ่งที่ยมราชพิพากษาพบเจอ จนถึงบัดนี้ทั่วทั้งภูมิมืดมิดต่างก็รู้กันว่า ถึงแม้วิทยาสถานของข้าจะเคยทำการสืบอยู่หลายครั้ง ทว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรือยมโลกลึกลับลำนั้น กลับไม่รู้อะไรเลยสักอย่างเดียว”

ซูอี้ชี้ไปที่แผ่นหยกในมือ และกล่าวอีกว่า “ในนี้มีบันทึกเกี่ยวกับเรือยมโลกลำนั้นหรือไม่?”

อวิ๋นหรงรีบตอบ “มีขอรับ”

ซูอี้ถามอีก “ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้เรื่องที่จ้าวบรรพตเมืองท้อไปทะเลทุกข์หรือไม่?”

อวิ๋นหรงตอบ “เรื่องนี้ วิทยาสถานพอจะรู้เรื่องภายในอยู่บ้าง เพราะตอนที่จ้าวบรรพตเมืองท้อเดินทางไปทะเลทุกข์ในตอนนั้น เคยมาสืบข่าวคราวที่วิทยาสถานเช่นกัน”

ซูอี้ดูตกตะลึงขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้นไก่แจ้เฒ่าสืบเรื่องอันใด?”

อวิ๋นหรงตอบอย่างระมัดระวัง “ขอเรียนถามว่าคุณชายเกี่ยวข้องอันใดกับจ้าวบรรพตเมืองท้อ?”

“เป็นสหาย”

ซูอี้ตอบเสร็จก็เอาไม้ของต้นศักดิ์สิทธิ์เมืองท้อออกมาจากแขนเสื้อ “สิ่งนี้สามารถเป็นหลักฐานได้”

อวิ๋นหรงรู้สึกวางใจขึ้นมา จากนั้นจึงกล่าว “เรียนคุณชายตามตรง เรื่องที่จ้าวบรรพตเมืองท้อสืบนั้นเกี่ยวข้องกับกู้จื้อหมิงศิษย์ของผีหมัว”

ซูอี้หรี่ตาลง

ยมบาลสาวก็แสดงสีหน้าสนอกสนใจขึ้นมาเช่นกัน

นางเคยรู้เรื่องในอดีตของซูเสวียนจวินจากอีกาเก้ามืดมิด จึงรู้เป็นธรรมดา ว่าผีหมัวคือศิษย์เอกของซูเสวียนจวิน!

“เหตุใดเขาจึงสืบเรื่องนี้?”

ซูอี้ขมวดคิ้ว

อวิ๋นหรงส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่อาจทราบได้ แต่ข้าน้อยรู้ว่า เมื่อประมาณสามปีก่อน กู้จื้อหมิง ซั่งกวนเจี๋ย หนีซวง เฉิงเทียนคุน ศิษย์ของผีหมัวสี่คนเคยนำพากลุ่มพลังผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งของตนเองเข้าไปในทะเลทุกข์ ว่ากันว่าเพื่อเสาะหาความลับของพิภพยมราชฝังวิถี”

ซูอี้ฟังแล้วตกอยู่ในภวังค์

เมื่อตอนอยู่ที่เมืองตาข่ายม่วง เขาสืบมาได้ว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน ผีหมัวเคยส่งศิษย์หกคนในสำนักไปยังภูมิมืดมิด

ศิษย์ทั้งหกคนนี้ต่างก็นำกำลังจากสำนักหกมหาวิถีแห่งมหาแดนดินของตนเองไปสืบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเชื้อสายโคมผีเก็บโลงศพ!

ในจำนวนนี้ เถาเชียนชิวตายด้วยฝีมือของเขา

ตอนที่อยู่ในเผ่าปีศาจงู เจียงอิ้งหลิ่วก็พ่ายแพ้แก่เขาอย่างย่อยยับ

และตอนนี้ ศิษย์สี่คนที่เหลือของผีหมัวกลับรวมพลังกันเดินทางไปทะเลทุกข์ เพื่อสืบความลับของพิภพยมราชฝังวิถี จะไม่ให้ซูอี้รู้สึกระแวงได้อย่างไร?

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 941 เคาะหน้าผาก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved