cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 940 ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  4. ตอนที่ 940 ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว
Prev
Next

ตอนที่ 940: ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว

ตอนที่ 940: ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว

แสงตะวันสดใสสาดส่องลงมาจากรอยฉลุบนหน้าต่าง

ซูอี้นั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะ กำลังดื่มชาอย่างสบายอารมณ์

บางครั้งเขาก็จะเบนสายตามองไปที่เตียงบ้าง เพราะบนนั้นมีสาวน้อยหน้าใสสวยเลิศกำลังนอนหลับฝันหวานอยู่ บนใบหน้างดงามยังคงแดงระเรื่อ

เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้ว ซูอี้อดส่ายหน้าขึ้นมาไม่ได้

พูดให้ชัดเจน เมื่อคืนนี้แทบไม่ได้พักเลย ต้องใช้คำว่าดุเดือดจึงจะเห็นภาพ

แม้กระทั่งซูอี้ก็ยังคาดไม่ถึงว่า เย่อวี๋ผู้มีความอ่อนโยนสงบเงียบ กับเรื่องบนเตียงแล้วจะร้อนแรงเหมือนดั่งเพลิงไฟเช่นนี้

ทว่า แม้กระทั่งซูอี้ก็ยังต้องยอมรับว่า ความสุขแบบซาบซ่านเข้าถึงกระดูกอย่างเมื่อคืน ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายสบายไปทั้งตัว

นี่คงจะเป็นคุณประโยชน์ของการฝึกคู่

หลังจากนั้นสักครู่ ซูอี้ก็ลุกขึ้นเตรียมจะออกจากห้อง

เสียงใสแจ๋วหวานหยดย้อยดังขึ้น

ภูเขาใหญ่งดงามสมดุลได้สัดส่วน อิ่มเอิบอวบอัด พอบีบรัดเอวกลมคอดเว้า ท้องน้อยที่แบนราบก็เกร็งตัว ทุกส่วนที่นูนขึ้นล้วนพอเหมาะได้ขนาด

ไม่นานนัก เย่อวี๋ก็แต่งตัวเสร็จสรรพ

ชุดกระโปรงสีดำที่คล้ายกับมีกลีบดอกไม้แต่งเติมเสริมให้ผิวพรรณขาวเนียนประดุจหิมะกับรูปหน้าที่งดงามประดุจภาพวาดให้สวยโดดเด่นขึ้น

ส่วนขาเรียวงามยาวตรงทั้งสองก็นวลเนียนละเอียดอ่อน ยืดหยุ่นจนน่าตื่นตะลึง

ได้ยินเสียงสาวน้อยสวมใส่เสื้อผ้าแล้ว ในสมองของซูอี้นึกถึงภาพเย้ายวนเมื่อคืนนี้ขึ้นมา

แม้กระทั่งตอนที่มีความสุข เสียงเย็นยะเยือกอ่อนละมุนนั้นก็ยังแฝงไว้ซึ่งความยั่วเย้า นำความกระตุ้นเร่งเร้าอย่างแรงกล้ามาสู่ซูอี้

เมื่ออยู่ต่อหน้าซูอี้ สาวน้อยไม่มีความใจกล้าเอาแต่ใจเหมือนอย่างเมื่อคืนอีก แต่กลับเขินอายทำตัวไม่ถูก

ซูอี้ยิ้ม ๆ พลางกล่าว “ไปกันเถิด”

——

เจ็ดวันให้หลัง

วันที่หนึ่งเดือนเก้า

ชายแดนฝั่งตะวันออกของเขตร้อยลำธาร

เรือล่องสำราญหอเมฆาที่มีขนาดใหญ่เท่าภูเขากดทับชั้นเมฆมุ่งหน้าบินไปสู่ริมฝั่งทะเลทุกข์

เรือล่องสำราญหยุดจอดที่เมืองชายฝั่งชื่อว่า ‘ตังกุย’ ซึ่งติดกับทะเลทุกข์

เมืองตังกุย

เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่ง

ชื่อของเมือง ๆ นี้มีความหมายที่ดีงามแฝงเร้น ส่วนมากแล้วคือหวังว่าผู้ฝึกตนที่เดินทางบุกตะลุยทะเลทุกข์จะสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้

ร่างสูงโปร่งของซูอี้ปรากฏขึ้นท่ามกลางฝูงคนที่เดินขึ้นลงเรือล่องสำราญหอเมฆา มุ่งหน้าเข้าไปในเมืองตังกุย

เมื่อพวกเขามาถึงก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว

กำแพงเมืองโบราณที่ตั้งสูงตระหง่าน อาบไล้ด้วยแสงตะวันยามเย็นสีแดงสดคล้ายกับเลือด บางครั้งลมทะเลก็พัดเอาความชื้นที่มีกลิ่นเกลือของทะเลทุกข์ซึ่งอยู่ไกลโพ้นมา

ฝูงคนเบียดเสียด เดินเข้า ๆ ออก ๆ ประตูเมืองที่อยู่ใกล้ ๆ ผสมผสานกับเสียงคลื่นกระทบฝั่ง เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้คน

ซูอี้เอามือไพล่หลัง เขาเพิ่งอยู่ในกลุ่มฝูงคนเข้าสู่ประตูเมือง

เมื่อเจ็ดวันก่อน เขาอยู่เที่ยวเล่นในเมืองหิมะสวรรค์กับเย่อวี๋และโยวเสวี่ยเป็นเวลาหลายวัน

เมื่อแยกจากกัน ถึงแม้เย่อวี๋จะยังคงทำใจไม่ได้ แต่ซูอี้ก็มองออกว่าแม่สาวน้อยไม่ได้รู้สึกโศกเศร้ามากนัก กลับยังมีความหวังและตั้งสัญญาว่าเมื่อซูอี้กลับมา จะไปพบกันที่เผ่าปีศาจงู

ซูอี้รับปากอย่างรวดเร็ว

จากนั้น เขาก็นั่งเรือล่องสำราญลำนี้มาคนเดียวราวกับนักเดินทางที่เดินทางไปทั่ว มาถึงเมืองตังกุยซึ่งอยู่ติดชายฝั่งทะเลทุกข์แห่งนี้

เมืองตังกุยคึกคักมาก

นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ฝึกตนคนใดก็ตามที่เดินทางบุกตะลุยสู่ทะเลทุกข์ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกเข้ามาพักที่เมืองนี้ก่อนเพื่อสืบข้อมูลและตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้

ส่วนผู้ฝึกตนที่กลับมาจากการบุกตะลุยทะเลทุกข์ก็จะเลือกมาพักที่เมืองตังกุย สิ่งที่พวกเขาพบเห็นในทะเลทุกข์ก็จะกลายเป็นข้อมูลแพร่กระจายออกไป

และในแบบเดียวกัน สมบัติหายากนานาชนิดที่พวกเขานำกลับมาจากทะเลทุกข์ก็ถูกนำออกมาขายที่เมืองตังกุยแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ร้านค้าพาณิชย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในใต้หล้าล้วนมาเปิดร้านอยู่ที่เมืองตังกุยทั้งสิ้น

และยังมีนักค้าข้อมูลที่หาเงินโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำรงชีวิตจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ในเมืองนี้

กล่าวง่าย ๆ ก็คือที่เมืองตังกุยแห่งนี้ สามารถสืบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทะเลทุกข์ได้ และสามารถหาซื้อสมบัติถูกใจนานาชนิดที่นำกลับมาจากทะเลทุกข์ได้ด้วยเช่นกัน

“คุณชาย ต้องการข้อมูลใหม่ล่าสุดของทะเลทุกข์หรือไม่?”

ซูอี้เพิ่งเข้ามาในเมืองได้ไม่นาน ผู้ชายร่างผอมบางก็เดินยิ้มเข้ามาหา

“ไม่ต้องการ”

ซูอี้ปฏิเสธโดยเร็ว

ผู้ที่ทำอาชีพค้าขายข้อมูลเพื่อประทังชีวิตเหล่านี้ ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าถิ่นที่อยู่ในเมืองตังกุย แต่ข้อมูลที่พวกเขารู้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีค่ามากนัก

หลอกได้แต่ผู้ฝึกตนที่ยังไม่ค่อยประสาเรื่องราวในโลกเท่านั้น

“ถ้าเช่นนั้นคุณชายมาเมืองตังกุยครั้งนี้ ต้องการซื้อสมบัติคู่ใจหรือไม่?”

ผู้ชายที่มีท่าทางคล่องแคล่วยิ้มพลางถาม “บอกท่านตามตรง ขอเพียงเมืองตังกุยแห่งนี้มีสมบัติคู่ใจที่ท่านต้องการ ข้าสามารถช่วยท่านหาได้ทั้งหมด!”

ซูอี้ร้องอ้อขึ้นมาทีหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม “เจ้ารู้หรือไม่ว่า ‘วิทยาสถาน’ อยู่ที่ใด?”

ผู้ชายคนนั้นทำหน้างุนงง “วิทยาสถานอะไร?”

ซูอี้ยิ้มพลางกล่าว “เจ้าช่วยข้าไม่ได้ ไปหาคนอื่นเถอะ”

พูดจบ เขาก็ก้าวเดินไปข้างหน้าแล้ว

“คนหนุ่มสมัยนี้กร่างถึงเพียงนี้แล้วหรือ?”

ทว่า เขาพบผู้คนมานับไม่ถ้วน จึงมีสายตาแหลมคม และมองออกว่าถึงแม้ซูอี้จะมีอายุน้อย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน จึงไม่กล้าไปตอแยด้วย

หากว่าเป็นพวกอ่อนหัดเพิ่งหาประสบการณ์ เขาต้องตีงูให้หลังหัก หาวิธีหลอกไปต้มแล้ว

“เมืองตังกุยแห่งนี้ ยังคงคึกคักเหมือนเดิม” ซูอี้ชื่นชม

ตลอดทางเห็นผู้ฝึกตนมากมายหลายประเภท พวกที่มีกลิ่นอายพลังแข็งแกร่งก็มีอยู่ไม่น้อย

ซูอี้ยังรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายพลังของคนที่มีระดับฝึกตนในขอบเขตจักรพรรดิหลายคนปรากฏขึ้นมาและหายไปกับฝูงผู้คน

ไม่นานนัก ซูอี้ก็มาถึงตรอก ๆ หนึ่งที่อยู่ห่างไกลผู้คน

จนกระทั่งมาถึงหน้าอาคารทรงโบราณอันดับที่เก้าของตัวตรอก

ซูอี้เดินตรงไปข้างหน้า เคาะประตูหกครั้ง สี่ครั้งหนัก สองครั้งเบา

ทันใดประตูที่ปิดสนิทก็เปิดออก ผู้เฒ่าผมขาวโพลนหลังค่อมเดินออกมา

เขาพินิจมองซูอี้อย่างละเอียด จากนั้นจึงกล่าว “คุณชายมาที่นี่เพื่อมีเรื่องอันใด?”

ซูอี้ตอบ “สืบหาข้อมูล”

ผู้เฒ่าประสานมือคารวะตอบ “จักจั่นร้องทั้งคิมหันต์”

ซูอี้เอ่ยตอบ “ใบไม้ร่วงจึงรู้ว่าถึงสารทฤดู”

สีหน้าของผู้เฒ่าอ่อนโยนขึ้นไม่น้อย เขาโค้งตัวแสดงท่าเชื้อเชิญออกมา พลางกล่าว “เชิญคุณชายเข้ามาข้างใน”

ซูอี้กล่าว“ข้อมูลที่ข้าต้องการสืบไม่ใช่ข้อมูลทั่วไป ดีที่สุดให้ผู้ดูแลใหญ่มาพบข้า”

ผู้เฒ่าหรี่ตาลงพลางกล่าว “คุณชายมีผู้แนะนำหรือไม่?”

ซูอี้ยิ้มพลางตอบ “ข้าไม่มีผู้แนะนำ แต่ยังคงจำได้อยู่ประโยคหนึ่ง เจ้าสามารถนำไปบอกให้ผู้ดูแลฟังได้”

ผู้เฒ่ารู้สึกตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าว “เชิญคุณชายกล่าวมาได้ ข้าน้อยพร้อมฟัง”

ซูอี้กล่าว “ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว”

ผู้เฒ่าตะลึงไปชั่วครู่ เห็นได้ชัดว่าสับสนมาก กล่าว “คุณชายโปรดรอสักครู่ ผู้น้อยจะรีบกลับมา”

ซูอี้กล่าว “รีบไปเถอะ อย่าได้เสียเวลา”

ผู้เฒ่าปิดประตูแล้วจากไป

ซูอี้หยิบน้ำเต้าสุราออกมาดื่มอย่างสบายอารมณ์

วิทยาสถาน ขุมกำลังโบราณระดับสุดยอดที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วในเรื่องของข้อมูล

ผู้ที่รู้จักวิทยาสถานส่วนใหญ่เป็นบุคคลระดับผู้อาวุโสรุ่นเก่าลายครามของขุมกำลังใหญ่ ๆ แต่ละสายวิถี

ทว่า ต่อให้เป็นผู้อาวุโสรุ่นเก่าลายครามก็ยังไม่มีใครรู้ว่า ที่ตั้งของวิทยาสถานนั้นอยู่ที่ใด และมีขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่เพียงใด

ซูอี้รู้เรื่องของ ‘วิทยาสถาน’ มาบ้างจากปากของชุยหลงเซี่ยง

ว่ากันว่า วิทยาสถานในช่วงแรกเริ่ม เดิมทีเป็นหน่วยงานเก่าแก่หน่วยงานหนึ่งของ ‘ดินแดนปรภพ’ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเก็บรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล และอยู่ในความควบคุมของ ‘อ๋องฉินก่วง’ หนึ่งในยมบาลสิบตำหนักมาโดยตลอด

จนกระทั่งดินแดนปรภพพินาศ ขุมกำลังเก่าแก่ที่อยู่ในความควบคุมของยมบาลสิบตำหนัก จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น ‘วิทยาสถาน’ และใช้มาจนตลอดถึงตอนนี้

ทว่า วิทยาสถานต้อนรับเฉพาะแขกที่มีระดับฝึกตนในขอบเขตจักรพรรดิขึ้นไป อีกทั้งผู้ใดก็ตามที่สืบข้อมูลกับวิทยาสถาน จะต้องช่วยวิทยาสถานปิดเป็นความลับตามข้อตกลง

ด้วยเหตุนี้ น้อยนักที่ผู้ฝึกตนทั่วทั้งภูมิมืดมิดจะรู้ว่ามีหน่วยงานอย่างวิทยาสถานอยู่

เมื่อชาติก่อนตอนที่ซูอี้บุกตะลุยทะเลทุกข์เคยมาสืบข้อมูลที่วิทยาสถาน จึงคุ้นเคยกับขุมกำลังลึกลับนี้เป็นธรรมดา

ในขณะที่ซูอี้กำลังรอ

ณ ลานสวนที่ปกคลุมด้วยร่มเงาไม้ของต้นไผ่และต้นสน มีอาคารตั้งอยู่หลังหนึ่ง

“ข้าเพียงแค่ต้องการสืบข้อมูลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของทะเลทุกข์จากเจ้าเท่านั้น ตื่นเต้นไปไย?”

หญิงสาวในชุดกระโปรงสีดำประดุจหมึกนั่งสงบอยู่ตรงนั้น ดวงตาเรียวยาวแลดูยั่วยวนมองดูผู้เฒ่าชุดสีเทาที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

ขาเรียวยาวของหญิงสาวไขว่กัน ผิวขาวประดุจหิมะ รูปโฉมงดงามสดใสดุจสาวน้อย ปลายหางตางอนแฝงซึ่งเสน่ห์ร้ายบาง ๆ งดงามเลอเลิศ

ทว่าผู้เฒ่าชุดสีเทากลับก้มหน้า จดจ้องดูชาบนโต๊ะ พลางกล่าวอย่างถอนใจ “ใต้เท้ายมบาลมาเยือน ไม่ให้ผู้น้อยตื่นเต้นได้เช่นใด?”

ริมฝีปากแดงอิ่มเอิบของหญิงสาวกล่าวกระแนะกระแหน “ถึงแม้กรมเงาสวรรค์ของพวกเจ้าจะไม่ได้บรรจุเข้าสู่หกกรมวิถีแห่งยมโลก อย่างน้อยก็ยังเป็นขุมกำลังเก่งฉกาจที่สุดของอ๋องฉินก่วง ว่ากันว่าไม่มีเรื่องใดในภูมิมืดมิดที่พวกเจ้าไม่รู้ แต่ทว่าตอนนี้ เหตุใดจึง… ไม่ได้เรื่องแบบนี้ไปได้?”

ผู้เฒ่าชุดสีเทายังคงก้มหน้านิ่ง ถอนใจขึ้นมาทีหนึ่งกล่าว “กรมเงาสวรรค์สูญสิ้นไปนานแล้ว วิทยาสถานในเวลานี้จึงไม่อยู่ในสายตาของใต้เท้ายมบาลเป็นธรรมดา”

หญิงสาวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้น แล้วก็กล่าวขึ้น “วางใจเถอะ ครั้งนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อแก้แค้น เจ้าบอกข้อมูลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของทะเลทุกข์มา แล้วข้าจะรีบไป”

ผู้เฒ่าชุดสีเทากล่าวราวกับไม่เชื่อ “ใต้เท้าพูดจริงหรือ?”

หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เวลาผ่านไปนานมากแล้ว ดินแดนปรภพก็สูญสลายไปแล้ว ข้ายังไม่ถึงกับต้องมาระบายเอากับวิทยาสถาน”

ผู้เฒ่าชุดสีเทาแอบโล่งอก และกล่าวขึ้น “ใต้เท้าโปรดรอสักครู่”

แต่ในขณะนี้เอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น

ผู้เฒ่าผมขาวโพลนที่เคยออกไปต้อนรับซูอี้เมื่อก่อนหน้านี้ปรากฏตัวอยู่ด้านนอกอาคาร เขาโค้งคำนับพลันกล่าว “ใต้เท้า มีแขกสำคัญมาหา บอกว่าต้องการจะพบท่านขอรับ”

ผู้เฒ่าชุดสีเทาขมวดหัวคิ้ว

ผู้เฒ่าชุดสีเทาสูดหายใจลึก ๆ ทีหนึ่ง ระงับความกระสับกระส่ายในใจ เบนสายตามมองดูผู้เฒ่าผมขาวโพลนที่อยู่ด้านนอกอาคาร “อีกฝ่ายมีผู้แนะนำหรือไม่?”

ผู้เฒ่าผมขาวโพลนกล่าว “คุณชายท่านนั้นแจ้งว่า ขอเพียงบอกกับท่านหนึ่งประโยค ท่านอาจจะเข้าใจได้”

ผู้เฒ่าชุดสีเทากล่าวอย่างคาดไม่ถึง “คือประโยคใด?”

“ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว”

เพียงแค่ไม่กี่คำ กลับทำให้ผู้เฒ่าชุดสีเทาตัวแข็งกระด้างในทันที

หญิงสาวที่กำลังยกจอกชาขึ้นดื่มถึงกับชะงัก ใบหน้าที่งดงามผุดสีหน้าประหลาดขึ้นมา

ในโลกนี้ ยังมีอีกคนหนึ่งที่รู้ประโยคนี้?

ช่างน่าสนุกเสียแล้ว!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 940 ด้ามกระบวยชี้บูรพา วสันตฤดูมาถึงแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved