[นิยายแปล] I’m the Evil Lord of an Intergalactic Empire! - ตอนที่ 9
9. ศึกแรก
หลังจากจัดขบวนรบเสร็จกองเรือของฝั่งชั้นมียานอยู่ทั้งหมด 5พันลำ
ถึงชั้นจะมียานในครอบครอง 8พัน ก็จริงแต่มีปัญหาหลายๆอย่างทำให้ยานที่ใช้การไม่ได้ก็มีอยู่เยอะ
แต่มีแค่ก็น่าจะพอแล้วยังไงก็ชนะใส
ชั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เตรียมไว้แบบพิเศษบนเรือธง
ที่สะพานเรือนี่ก็วุ่นวายน่าดูคนเป็นร้อยง่วนกันทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเร่งรีบ
ยิ่งเป็นเรือธงที่ชั้นขึ้นมาด้วยคนก็เลยถูกส่งมาเสริมเยอะเป็นพิเศษ
ชั้นพูดขึ้นขณะที่มองพวกมดงานทำงานกัน
“เราพร้อมที่จะออกเรือได้รึยัง”
ถึงพวกทหารจะอยู่ในอารมณ์ที่เคร่งเครียจกันแต่ก็ใส่อารมณ์กับชั้นที่เป็นขุนนางไม่ได้อยู่ดี
“เราอยู่ในขั้นสุดท้ายของการเตรียมการแล้วครับ แต่ว่าท่านเคานต์แน่ใจจริงๆเหรอครับ”
ชั้นที่มองไปที่สีหน้าเป็นกังวลของผู้การเรือนั้นคิดได้แต่ว่าเขานี่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
เพราะสงครามนี้นะมันเป็นแค่เรื่องตลกเท่านั้นเอง
ยังไงฝ่ายเราก็ชนะใสๆอยู่แล้ว
เอาเถอะก็มีแค่ชั้นคนเดียวที่รู้ละนะ
ทั้งสมบัติและค่าหัวของพวกโจรสลัดมันอยู่ในอุ้งมือชั้นอยู่แล้ว
“ช่างเรื่องนั้นไป แต่นายคิดว่าพวกสลัดอวกาศนี่มันจะมีสมบัติเยอะไหม”
พวกทหารได้แต่งงแล้วมองหน้ากันเอง
“น่า…น่าจะนะครับ”
“แค่คิดว่าของพวกมันทั้งหมดต้องกลายมาเป็นของชั้นในอานาคตอันใกล้ก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้วสิ”
พวกทหารได้แต่มองชั้นอย่างงุนงงที่หัวเราะอย่างสบายใจ
***
ฝั่งกองเรือของโกอาซ
ถึงจะมีกองยานนับไม่ถ้วนแต่นับว่าดูออกง่ายมากว่ายานลำที่ใหญ่ที่สุดเป็นเรือธงของโกอาซ
เป็นยานลำโปรดที่เขายึดมาใช้จากดาวเคราะห์หนึ่งที่เขาได้ทำลายไป
มันถูกปรับปรุงจนถึงขั้นที่ไม่เหลือเค้าเดิมไปแล้ว
โกอาซนั้นนั่งอย่างสบายใจพลางหัวเราะชอบใจกับสถานการณ์ในปัจจุบันอยู่ที่สะพานเดินเรือ
“ไอ้หนุนั่นมันใจกล้าไม่เบาเลยว่ะ เป็นฝ่ายจะบุกมาหาเราถึงที่แบบนี้”
ลูกเรือโจรสลัดต่างก็ร่วมหัวเราะไปกับหัวหน้าของตน
กองเรือของโกอาซนั้นไม่เคยแพ้
เขาจึงคิดว่าฝั่งเลียมจะเลือกยอมแพ้เพราะดาวบุกเบิกนั้นมีกำลังรบที่ไม่มากพอจะต่อกรกับเขาได้
“ต้องยอมรับเลยว่าไอ้หนูนี้มันใจสู้ดีว่ะ เฮ้ย บอกให้ทุกคนรู้ว่าข้าจะให้รางวัลเป็นสองเท่าถ้าใครจับไอ้หนูนั่นมาเป็นๆได้ ข้าว่าจะเอามันมาเป็นของเล่นชิ้นต่อไปสักหน่อย”
รองหัวหน้ากองที่อยู่ข้างเขาก็ยิ้มขึ้น
“ลูกพี่นี่ก็ร้ายใช่เล่นนะครับ”
“นานๆทีมีคู่มือเป็นไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ้นน้ำนมก็ไม่เลวเหมือนกัน ข้าละอยากเห็นสีหน้าของพวกคนในดาวจริงๆว่าจะเป็นอย่างไงตอนที่แนวป้องกันโดนทำลายจนหมด”
โกอาซเป็นชายที่เลวอย่างสุดขั้ว
ชีวิตที่เขาคร่ามาในช่วง 10ปี ก็มีมากจนนับไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะกล่องสีทองที่เขาครอง – 「กล่องแห่งการแปรธาตุ」
มันคืออาติแฟคที่สามารถสร้างทองจากสะสารอะไรก็ได้ยกเว้นสิ่งที่มีชีวิต
มันเป็น 1 ในของที่สร้างโดยเทคโนโลยีที่หายสาบสูญไปแล้ว
ยิ่งไปกว่าทองมันยังสามารถสร้างแร่ล้ำค่าอย่างมิธริลและอดามันเทียมได้อีกด้วย
นับว่าเป็นอาติแฟคที่ทุกคนใฝ่ฝันเลยทีเดียว
“เอาละ เรามาสั่งสอนให้ไอ้หนูที่ไม่เจนโลกนี่ได้รู้จักสงครามที่แท้จริงกันดีกว่า”
เหล่าโจรสลัดนั้นเชื่อมั่นว่าตนจะได้รับชัยชนะแน่นอน
ไม่ว่าใครเห็นก็คิดเช่นนั้น
พวกโจรสลัดนั้นมีจำนวนมากกว่าเป็นหกเท่า
ถึงไม่ต้องวางแผนอะไรแล้วใช้แต่กำลังเข้าสู้ก็ชนะได้อยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทุกคนคิด
***
ตั้งแต่จัดขบวนเรือไปสู้กับพวกโจรสลัดก็ผ่านมาสักสอง สามวันได้แล้ว
ชั้นก็นั่งฟังผู้การออกคำสั่งกับกองเรืออย่างสบายใจบนเก้าอี้สุดหรู
ถึงจะเริ่มง่วงจนฟังไม่รู้เรื่องแล้วก็เถอะ
เพราะเก้าอี้นี่นั่งสบายชวนหลับ จนน่าตกใจเลยทีเดียว
ไม่ว่าจะนั่งนานขนาดไหนก็ไม่ปวดหลังเลย
จะหลับเอามันตรงนี้เลยก็สบายอย่างบอกไม่ถูก
แล้วชั้นก็ปิดตาหลับมันอย่างนั้นจริงๆ
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็มีการจัดเตรียมตัวกันหลายอย่างไม่ว่าจะเรื่องรูปแบบการรบหรือการวางแผนต่างๆ
ไอ้ชั้นก็โยนทุกเรื่องให้คนที่เหมาะกับงานทำไปอย่างพวกทหาร ส่วนชั้นก็แค่นั่งสบายๆรอเอา
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ชั้นก็คิดว่าสงครามคงจะเริ่มในอีกไม่นาน
ถึงชั้นจะพอเข้าใจว่าทุกคนมองว่ามันก็แค่เราไปดิ้นหาที่ตายเพราะความต่างของจำนวนกำลังรบ
“จะเริ่มรึยัง”
“ท่านเคานต์ตอนนี้เรียกว่าเริ่มสงครามกันแล้วนะครับ สงครามสเกลใหญ่ขนาดนี้จะให้เราตรงเข้าไปกลางอวกาศที่มืดรอบด้านแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีด้วยครับ”
“แต่ไม่เห็นศัตรูเลยนะ”
“ช่วยนึกถึงขนาดของจักรวาลนี้ไว้ด้วยนะครับ แล้วตอนนี้ระยะห่างระหว่างกองเรือของเรากับศัตรูก็นับว่าค่อนข้างใกล้แล้วนะครับ”
“พอมาคิดดูแล้วชั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องการสงครามอะไรเลยนี้เนอะ”
เอาเถอะตอนเข้าแคปซูลเรียนรู้ชั้นก็ไม่ได้สนใจไอ้เรื่องพวกนี้สะด้วย
ถึงจะเป็นแบบนั้นทหารตรงหน้าก็ตอบตรงๆกับชั้นที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย
เขาไม่ได้ปั้นคำให้สวยหรูเลยเวลาพูดกับชั้น
แต่เรื่องหยุมหยิมแค่นี้ชั้นยอมได้อยู่แล้วในเมื่อเขาทำงานเพื่อชั้นยังไงละ
แต่ว่าก็ว่า เราจะจ้องหน้ากับศัตรูไปอีกกีวันละเนี้ย
ส่วนผู้การเรือนั้นบ่นพึมพำ
“ด้วยสภาพแนวป้องกันของศัตรูแล้วคงมีระดับหัวหน้ากองอยู่ในนั้นแน่ๆสินะ”
ดูเหมือนเขาจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับการที่พวกโจรสลัดนั้นเป็นปึกแผ่นกันมาก
ชั้นหันไปหาทหารคนเมื่อกี้ที่คุยกับชั้น
ดูจากท่าทางของเขาแล้วคงจะเคยสังกัดกองทัพจักรวรรดิมาก่อนสินะ
“สนามรบนี้เป็นแบบนี้เหมือนกันหมดเลยเรอะ”
“คราวนี้มันไม่ค่อยปรกติครับ ผู้บัญชาการก็เริ่มจะกังวลแล้วเหมือนกัน”
ทั้งสองทัพค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าหากันระหว่างที่คงรูปขบวนไว้
ถึงจะมองด้วยตาไม่เห็นแต่ทั้งสองฝั่งก็จับสัญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้
ไม่นานโอเปอเรเตอร์ยานก็ตะโกนขึ้น
“พวกเราโดนแจมมิ่งสัญญาณสื่อสารครับ! พร้อมกันนั้นยังตรวจจับสัญญาณของฝ่ายศัตรูกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาเหนือกองยาน! จำนวน 500 ลำครับ!”
ดูเหมือนยานโจรสลัด 500 ลำจะบุกเข้ามาเหนือกองเรือเราโดยเลี่ยงเรดาห์ของเรามาได้
ผู้การเรือก็เริ่มออกคำสั่งทันที
“พวกมันเป็นฝ่ายบุกก่อนสินะ เตรียมการตอบโต้ได้แล้วก็อย่าละสายตาจากทัพหลักของศัตรูโดยเด็ดขาด”
กองเรือของเราก็จัดขบวนรับการโจมตีกองเรือโจรสลัดที่เข้ามาโจมตีทันที
ผู้การเรือยังคงสีหน้าเครียจอยู่
ชั้นก็หันไปหาทหารคนเดิมอีก
“พวกนั้นมันไม่บ้าไปหน่อยเหรอ แยกกำลังออกมาตีแบบนั้น”
“ไม่ครับพวกนั้นจงใจเพื่อจะเปิดช่องว่างในขบวนเรือของฝ่ายเรา เพราะไม่ว่าจะตั้งรับเร็วแค่ไหนเราก็จะมีช่องว่างเกิดขึ้นอยู่ดี”
“ไม่ใช่ว่าบุกเข้ามาด้วยกำลังทั้งหมดแต่แรกก็จบเรื่องแล้วรึไงกัน”
ระหว่างที่ชั้นบ่นไปยานศัตรูก็เข้าใกล้จนเห็นได้ด้วยตาเปล่าแล้วสีหน้าของทหารที่ดูมอนิเตอร์ก็เริ่มแย่ลง
“ท่านเคานต์ครับพวกนั้นไม่ใช่ยานโจรสลัด ไม่สิเคยไม่ใช่ครับ พวกนั้นเป็นพวกที่หนีไปร่วมกับโจรสลัดครับ”
ไม่เหมือนยานจากกองทัพจักรวรรดิก็คงมาจากเขตปกครองอื่นสินะ
พวกนั้นคือพวกที่เข้ามาโจมตีเราในตอนนี้
แล้วชั้นก็เหมือนสะกิดใจอะไรบางอย่างได้
“พวกโจรสลัดมันให้คนที่ยอมแพ้กับมันในอดีตมาเป็นหน่วยบุกทะลวงงั้นเหรอถ้างั้นจะส่งสัญญาณแจมมิ่งมาด้วยทำไมล่ะ”
“การสั่งการของเราต่อยานลำอื่นจะล่าช้าลงตอนที่สัญญาณการสื่อสารเราโดนรบกวนครับ พวกโจรสลัดเล็งตรงนี้ไว้แล้วส่งพวกนั้นมาโจมตีครับ”
หรือก็คือคุยกับทหารกันไม่ได้ก็จะเกิดปัญหาสินะ – ยุ่งยากชะมัด
เอาเถอะในมุมของพวกโจรสลัดแล้วไอ้พวกที่โดนส่งมาตอนนี้ก็ไม่ต่างกับหมากใช้แล้วทิ้งนั้นแหละ
พวกนั้นเริ่มโจมตีเราก็เริ่มโจมตีสวนเช่นกัน
พวกเรายิงตอบโต้กันด้วยบีมหรือเลเซอร์เนี้ยละ
ชั้นก็อดคิดไม่ได้ละนะว่าแสงพวกนี้ที่พุ่งผ่านกลางอวกาศมันก็สวยอยู่เหมือนกัน
***
โกอาซปรบมือให้กับการตอบโต้ของเลียมอยู่บนสะพานเรือ
“ไอ้หนูนั่นก็ไม่เลวเลยนี้ ไม่สิลูกน้องดีสินะ”
ยานทั้งห้าร้อยลำที่ส่งไปโดนยิงตกอย่างสวยงาม แต่โกอาซก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก
เสียไปแค่นั้นไม่กระทบกระเทือนกองกำลังอันมหาศาลของเขาแม้แต่น้อย
รองหัวหน้าของเขาก็ยิ้มให้เช่นกัน
“ลูกพี่ตอนนี้น่าฝั่งนู้นน่าจะกำลังสับสนกันได้ที่แล้ว ถึงเวลาจู่โจมแล้วสินะ”
กองกำลังของฝั่งตระกูลบัลนฟิลด์น่าจะกำลังอยู่ในสภาวะสับสนจากการที่สัญญาณสื่อสารโดนรบกวนอยู่ในขณะนี้ – โกอาซที่ได้ยินรองหัวหน้าเขารายงานก็ออกคำสั่งทันที
โดยตอนที่เบี้ยใช้แล้วทิ้งห้าร้อยลำนั้นออกไปโจมตี กองเรือหลักของฝ่ายโจรสลัดก็เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ระยะจู่โจมพอดี
โกอาซตะโกนด้วยเสียงแข็งขัน
“เอาละเด็กๆได้เวลาล่าแล้วโว้ย! ล่าตอนที่ศัตรูกำลังสับสนนี้ละวิธีแห่งโจรสลัด ไปทำให้พวกทหารง่อยพวกนั้นมันจำฝั่งกระดูกกันได้แล้ว!”
โดยคำสั่งคือกองเรือทั้งหมดจะเข้าบุกจู่โจมพร้อมกัน
ฝั่งลูกเรือโจรสลัดดูจะตกใจอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก
เพราะพวกเขาคิดว่ากองเรือศัตรูกำลังสับสนอยู่เป็นแน่
แต่ว่า สิ่งที่รอยานที่บุกเข้าไปก่อนนั้นก็คือกับระเบิด
ยานโจรสลัดหลายลำติดกับเข้าแล้วโดนระเบิดจนจมลงไป
“ก็แค่ลูกไม้ตื้นๆ”
ดูเหมือนฝั่งนั้นจะเตรียมการเอาไว้ก่อนในกรณีแบบนี้
แต่แค่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วง
รองหัวหน้าของเขาก็ยังไม่ตื่นตระหนกเช่นกัน
“ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้อีกนะเนี้ย”
โกอาซเริ่มหัวเราะ
“ถ้าไม่ได้เท่านี้มันก็ไม่สนุกสิว่ะ แต่กะอีแค่นี้มันไม่สะเทือ–”
ไม่ทันที่เขาจะพูดจบทัพหน้าของเขาก็โดนโจมตีจนระเบิดขึ้นตามๆกัน
“เกิดอะไรขึ้นว่ะ”
โกอาซหันไปหารองหัวหน้าแล้วส่งสายตาบังคับให้รีบรายงานมา ถึงจะดูสั่นๆให้กับโกอาซที่เริ่มโกรธเขาก็ตอบกลับไปได้
“ดูเหมือนกองเรือฝั่งนั้นจะโดนฝึกมาอย่างดีนะลูกพี่ แล้วคุณภาพของอุปกรณ์ก็ไม่เลวอีกด้วย”
โกอาซเอามือทุบไปที่ที่วางแขนของเขา
พวกโจรสลัดจับสถานการณ์ของฝั่งเลียมไม่ได้ชัดเจนเพราะการแจมมิ่งแต่ดูเหมือนกองเรือที่โดนโจมตีไปจะกลับมาคงขบวนรบได้อย่างทันท่วงทีแล้วเตรียมตอบโต้พวกเขาไว้อยู่แล้ว
“ก็ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่แล้วไงละวะ”
พวกโจรสลัดยังมีจำนวนที่มากกว่าอยู่ดี
เรือโจรสลัดกับเรือของเลียมเปิดฉากการต่อสู้กัน
ถึงทัพหน้าของอีกฝั่งจะสู้ได้ดีแค่ไหน
การโจมตีของฝั่งนั้นก็ยังไม่แม้แต่จะมาถึงเรือธงที่โกอาซอยู่แม้แต่น้อย
โกอาซนั้นมีเรือคุ้มกันคอยป้องกันอยู๋หลายลำปกป้องอยู่ เขาเลยไม่กังวลเรื่องการโจมตีจะหลงมาโดนแม้แต่น้อย
“บุกให้หนักกว่านี้อีก จำนวนเรามากกว่านะก็ใช้จำนวนขยี้มันเข้าไปสิว่ะ”
ก็เป็นแค่การดิ้นเฮือกสุดท้ายของพวกไร้ทางสู้
นั่นคือสิ่งที่โกอาซมองเห็นอยู่ในตอนนี้
อีกทั้งระยะทางระหว่างสองทัพก็เคลื่อนเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ
จนพวกโจรสลัดสามารถคาดเดาว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้ยังไงได้แล้ว
“ถ้ามันเหมือนพวกกองกำลังของขุนนางทั่วไปไม่ว่าจะตอบโต้ดีแค่ไหนมันก็ต้องมีสักลำที่จะคิดหนีนั้นแหละ”
ถ้ามียานสักลำแตกขบวนออกละก็รูปแบบชบวนรบก็จะเสียหายจนพังทลายในทันที
เพราะการล่ายานที่พยายามหนีนั้นมันง่ายกว่ามาก ฝั่งรองหัวหน้าจึงหวังจะให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก
“สวนไอ้พวกที่ไม่หนีเราก็จะค่อยๆเล่นสนุกกับพวกมันจนมันมอดละนะ”
“เข้าใจแล้วลูกพี่”
กองเรือของพวกขุนนางชั้นน้อยๆนั้นเป็นธรรมดาที่จะมียานสักลำสองลำหนีจากการสู้ที่เสียเปรียบอยู่เป็นปรกติ
เพราะกองกำลังของพวกเขานั้นขาดการฝึกที่ดีนั่นเอง
พวกโจรสลัดจึงคิดว่ากองกำลังของตระกูลบัลนฟิลด์นั้นจะเป็นแบบข้างต้น ที่ทำเหมือนว่าจะสู้แต่ท้ายที่สุดก็จะมียานที่หนีจนทำให้เสียขบวนรบ
พวกโจรสลัดจึงยิ่งบุกเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
แต่ว่าเมื่อการต่อสู้ดำเนินผ่านไปเรื่อยๆและกองเรือของเขาเริ่มเข้าไปใกล้ขึ้น ทั้งโกอาซและรองหัวหน้าต่างรู้สึกได้ว่ามันมีอะไรผิดปรกติ
โกอาซตะลึงและลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเขา
“…บ้าอะไรว่ะ”
สิ่งที่แสดงผ่านหน้าจอคือขบวนรบที่สู้เต็มกำลังของฝ่ายศัตรู
ที่เขาเห็นคือขบวนรบที่ไม่พังทลาย หรือก็คือไม่มียานไหนหนีแตกออกจากขบวนรบเลยสักลำเดียว
ไม่ว่าจะอะไรก็ตามฝ่ายศัตรูนั้นดูไม่สูญเสียกำลังใจในการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
รองหัวหน้าก็ตกตะลึงเช่นเดียวกับโกอาซ
“พวกมันยังไม่เริีมหนีอีกเหรอ ไม่สิยิงไปกว่านั้นพวกมันยังค่อยๆบุกเข้ามาสะอีก”
โกอาซตะโกนใส่รองหัวหน้าเข้าทันที
“ส่งหน่วยไนท์ออกไปสิว่ะ ไปพังขบวนรบของพวกมันเดี๋ยวนี้เลย”
ระยะของสองทัพนั้นกระชั้นชิดจนอยู่ในระดับที่สามารถส่งหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ออกมาร่วมรบได้แล้ว
ราวกับจะเย้ยเขาสั่งของเขา ฝ่ายศัตรูนั้นได้ส่งไนท์ออกมาจู่โจมทัพหน้าของเขาเรียบร้อยแล้ว
“ก็แค่ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่าได้ใจให้มากนักนะว้อย เตรียมตัวรอเป็นของเล่นของกูได้เลย”
โกอาซนั้นรู้สึกหมดท่าให้กับเลียมเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มการรบมา
***
ที่สะพานเดินเรือของฝั่งเลียม นายทหารที่อยู่ข้างๆผู้การเรือก็ออกคำสั่งออกมาเรื่อยๆ
ลูกเรือแต่ละคนหลังจากประเมิณสถานการณ์การรบแล้วก็กระจายคำสั่งต่อในทันที
สถานการณ์ในตอนนี้นั้นเรียกได้ว่าฉุกละหุกมาก
ทหารที่ประจำอยู่ข้างกายเลียมตอนนี้นั้นหันไปมองให้กับเก้าอี้ที่ตอนนี้ไม่มีคนนั่งแล้วพูดขึ้น
“เขาออกไปจริงๆด้วย”
-เขางุนงงอยู่ไม่น้อย
ตัวเขาถูกมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยแก่เลียมบนเรือธง แต่ตัวเลียมกลับบอกเขาว่าจะลงไปสู้ในสนามรบเองในไนท์ส่วนตัวของเขา
เลียมสั่งให้ผู้การออกคำสั่งบุกจู่โจมเพื่อตนจะได้ลงไปรบเองได้
ด้วยคำสั่งนั้นเองที่ทำให้ทั้งผู้การและลูกเรือต่างต้องทำงานกันอย่างฉุกละหุก
“รีบๆส่งไนท์ออกไปสนับสนุนท่านเคานต์เร็วๆเข้าอย่าให้พวกมันทำอะไรเขาได้เด็ดขาด!”
“ไม่ได้ครับหน่วยคุ้มกันยังเตรียมการออกไม่เสร็จเลยครับ”
“พวกนั้นมันชักช้าอะไรกันอยู่ไม่เห็นเหรอท่านเคานต์ออกไปนู่นแล้วนะ!!”
ด้วยคำสั่งนั่นของเลียมทำให้สะพานเดินเรือวุ่นวายเป็นอันมาก
นายทหารหลังจากจับสัญญาณของเอวิดได้ก็เอาภาพขึ้นมอนิเตอร์ยาน
“อัศวินเหรอ”
ตัวตนที่เรียกว่า อัศวิน นั้นพิเศษยิ่งไปกว่านายทหารธรรมดาหลายเท่านัก
พูดแบบง่ายๆคือพวกอัศวินนั้นคือพวกเหนือมนุษย์
อัศวินคือสิ่งที่จะเป็นได้จากการฝึกฝนทั้งร่างกายและจิตใจหลังจากที่เสริมแกร่งร่างกายผ่านในแคปซูลเรียนรู้ตั้งแต่อายุน้อยๆเพียงเท่านั้น ซึ่งทหารส่วนใหญ่นั้นไม่มีโอกาศที่จะได้เข้าไปใช้แม้แต่น้อย
เพียงแค่การบังคับไนท์แค่ขั้นพื้นๆระหว่างอัศวินกับทหารก็ต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด
แล้วยิ่งถ้าพวกอัศวินเริ่มต่อสู้ละก็ทหารธรรมดาไม่มีหวังจะเทียบชั้นได้เลย
ส่วนภาพที่ปรากฏขึ้นนั้นคือภาพของ เอวิดที่ถืออาวุธทั้งสองมือ ข้างซ้ายเป็นปืนบาซูก้า อีกข้างเป็นดาบคาตานะ
คาตานะนั้นฟันไนท์ฝ่ายศัตรูที่บุกเข้ามาส่วนบาซูก้านั้นก็ยิงใส่ยานศัตรู
พอกระสุนบาซูก้าหมดเอวิดก็โยนบาซูก้าทิ้งแล้วยื่นมือเข้าไปในวงเวทย์ที่ปรากฏขึ้นแล้วคว้าอาวุธชิ้นใหม่ออกมา
วงเวทย์ที่เลียมใช้คือเวทย์มิติ โดยเชื่อมต่อไปกับคลังอาวุธที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้า
อาวุธชิ้นต่อชิ้นถูกดึงออกมาใช้อย่างต่อเนื่องกลางสนามรบที่เริ่มเต็มไปด้วยเศษ ซากเรือ
『ว่ะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เก่งจริงก็เข้ามาหยุดชั้นคนนี้ให้ได้สิ!!』
พวกทหารได้แต่ตกตะลึงพลางปาดเหงื่อให้กับภาพของเลียมที่ฟันไนท์ฝ่ายศัตรูออกเป็นสองท่อนพลางจมเรือศัตรูโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
“นี่เขาใช้ชีวิตมาแบบไหนกันแน่เนี้ย”
เลียมที่ยังไม่เข้าพิธีเปลี่ยนผ่านวัยนั้นยังถือว่าเป็นเด็กอยู่ในจักรวาลนี้
แต่เด็กที่ว่านั่นกำลังต่อสู้อย่างสบายอารมณ์กับกองทัพโจรสลัดอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา
ผู้การเรือที่ได้ยินทหารคนนั้นพึมพำขึ้นก็เดินมาหาเขา
“กลัวงั้นเหรอ”
“ผะ ผู้การ เปล่าครับไม่ใช่แบบนั้น”
ตัวผู้การนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตนพลางพูดตอบทหารคนนั้นที่สะดุ้งโหยงจนนั่งตัวตรงว่า “ไม่ต้องคิดมาก”
“ท่านเคานต์นะถ้าแค่ไม่เกิดมาในตระกูลขุนนางแบบนี้เขาก็คงได้ใช้ชีวิตแบบเด็กธรรมดาแล้วนั้นแหละ น่าเห็นใจอยู่นะ”
“น่าเห็นใจเหรอครับ”
ผู้การเรือพยักหน้าให้ทหารคนนั้น
“ตอนท่านเคานต์อายุได้แค่ห้าปี ก็โดนทิ้งโดยครอบครัวแล้วโยนหน้าที่ดูแลดาวบุกเบิกที่ใกล้จะล่มสลายนี่ หลังจากที่ท่านตรากตรำฟื้นชีวิตให้ดาวที่ใกล้ตายได้ก็ต้องมาโดนบังคับให้มาสู้ขับไล่พวกโจรสลัดที่เข้ามาบุกอีก เป็นคนที่สุดยอดจนชั้นละอยากเห็นจริงๆว่าเขาจะโตไปยิ่งใหญ่แค่ไหน”
ผู้การเรือยังมีบ่นแถมอีกว่า “ชั้นละอยากให้พวกเด็กๆของชั้นเอาอย่างท่านเคานต์เป็นตัวอย่างบ้างจริงๆ”
อดีตทหารจักรวรรดิหลายคนถูกบังคับให้มาประจำการที่ดาวของเลียม
คนที่โดนเด้งมานั้นเป็นพวกที่หัวแข็งและไม่ยืดหยุ่น
พวกที่จริงจังมากๆนั้นก็โดนย้ายมาที่นี่
พวกที่คุณธรรมสูงเกิดก็เหมือนกัน
รวมไปถึงพวกที่ไม่รับสินบนก็โดนด้วย
พูดง่ายๆก็คือทหารที่รวมอยู่ที่เลียมนั้นก็คือพวกจริงจังเกินเหตุนั่นเอง
สาเหตุก็มาจากที่ผู้นำทางรวมคนแบบนี้โดยหวังจะให้มาต่อต้านเลียมที่จะพันตัวไปเป็นจอมวายร้ายกดขี่ข่มเหงชาวดาวตัวเองนั้นเอง
และมุมมองของคนที่โดนเด้งมาอยู่กับเจ้าครองดาวที่ชื่อเลียมนั่นก็คือ—
“ชั้นนะน่ะหลังจากที่โดนปลดออกจากกองทัพก็รู้สึกหมดหวังกับมันมากเลยแต่พอมาได้อยู่จุดๆนี้แล้วไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีเจ้าผู้ครองดาวที่น่านับถือขนาดนี้อยู่ในที่ห่างไกลแบบนี้ด้วย”
ทหารรอบๆต่างเห็นด้วยกับเขา
“ใช่ครับเขาช่างเป็นแบบอย่างของผู้ปกครองที่ดีจริงๆ”
ภาพของผู้ปกครองดาวที่ยืนหยัดไปสู้แนวหน้านั้น
ต่อเหล่าทหารที่ร่วมรบไปด้วยแล้วช่างเป็นภาพที่เจิดจ้ากับพวกเข้ายิ่งนัก
ถึงจะเป็นเรื่องที่แย่มากที่แม่ทัพออกมารบแนวหน้าเอง
แต่ภาพเช่นนี้แหละที่ทำให้กำลังใจของทหารนั้นพุ่งถึงขีดสุดและยังฝั่งไปในใจของทหารทุกนายว่า ‘แค่เราตามแผ่นหลังของเขาไม่ว่าศึกไหนก็ชนะ’ลงไปที่หัวใจของทหารทุกนาย
เลียมนั้นได้สแดงภาพเช่นนี้ให้ทหารของเขาเห็นโดยที่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
***
นี้ถ้ามีบรรยายว่ายิงบาซูก้านัดเดียวกองยานศัตรูจมไปหลายลำคงเล่นมุข GP-02 ไปแล้ว :v
…ใกล้จะต้องแปลสภาพของเล่นของโกอาซแล้วสิ orz