[นิยายแปล] I’m the Evil Lord of an Intergalactic Empire! - ตอนที่ 11
บทที่ 11 ขุมสมบัติ
พวกโจรสลัดต่างพากันหนีตาย
อัศวินโจรสลัดบางคนก็พยายามขัดขืนแต่สุดท้ายก็โดนพวกทหารล้อมแล้วก็ถูกยิงตายไปตามๆกัน
ในตอนนี้ที่พวกเขาโดนล้อมซะเองแล้วหนทางรอดที่คิดได้ก็คงมีแค่ต้องยอมแพ้เท่านั้น
รองหัวหน้านั้นวิ่งเต้นไปทั่วยาน
“ไอ้บัดซบโกอาซนั่นมันคิดจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวนี่หว่า!”
หลังจากที่หน่วยภาคพื้นดินของศัตรูบุกเข้ามาในยานได้โกอาซก็หายตัวจากสะพานเรือในทันที
ขณะที่วิ่งหนีสุดชีวิตรองหัวหน้าก็พยายามหาทางรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้
เขาดึงแผนที่ยานมาจากอุปกรณ์ส่วนตัวของเขา
“…ไม่เหลือที่ให้หนีแล้วนี่หว่าบัดซบเอ้ย”
เขาหันหลับไปแล้วก็ทรุดตัวลงกับพื้น
เบื้องหน้าของเขาคือกองทหารที่นำโดยอัศวินร่างเล็กที่ถือดาบคาตานะ
เขาพยายามหนีแล้วแต่ไม่ว่าจะไปทางไหนก็มีแต่ทหารศัตรูรอต้อนรับเขาหมดทุกทาง
เขายกมือยอมแพ้
“ดะ ได้โปรดรอก่อน ฟังเรื่องที่ชั้นจะพูดก่อน”
อัศวินร่างเล็กที่เอาคาตานะพาดบ่าก็หยุดเดินแล้วออกคำสั่งกับให้คนของเขา “หยุดยิงก่อน”
ตัวอัศวินนั้นฟังจากเสียงแล้วค่อนข้างจะเด็กอยู่มาก
(นี่เป็นโอกาศรอดสุดท้ายแล้ว มีอะไรจะทำให้รอดได้ก็ต้องงัดมาใช้ให้หมดละวะ)
“ชั้นก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกันนะ โดนไอ้โกอาซมันกดขี่ข่มเหงมาให้ทำงานให้มัน ได้โปรดเถอะไว้ชีวิตชั้นด้วยเถอะ”
ตัวอัศวินนั้นใส่หมวกอวกาศอยู่เขาจึงอ่านสีหน้าไม่ได้
“ชะ ใช่แล้ว สมบัติไง! ชั้นรู้ว่าไอ้โกอาซมันเก็บสมบัติไว้ที่ไหน ถึงจะไม่มีคีย์เปิดแต่ชั้นก็พาไปได้นะว่ามันอยู่ที่ไหน เชื่อชั้นเถอะ!”
รองหัวหน้านั้นคุกเขาอ้อนวอนต่อหน้าพวกทหาร
แต่อัศวินตรงหน้าก็ยังไม่มีท่าทีอะไร
เพียงแต่ลูกน้องของอัศวินนั้นเปิดเครื่องมือสื่อสารแล้วก็รายงานให้หัวหน้าของตน
“ท่านเลียมครับ ชายคนนี้เป็นรองผู้บังคับการเรือของกลุุ่มโจรสลัดโกอาซครับ ผมไม่คิดว่าจะเป็นเพียงแค่เหยื่อยที่โดนบังคับมาใช้แรงงานหรอกนะครับ”
พอได้ยินชื่อของเลียมเขาก็เงยหน้าขึ้นมาทันที
“เลียมเหรอ ไอ้เด็กเปร- ไม่สิแน่นอนอยู่แล้วสิที่จะเป็นท่านเลียมผู้ยิ่งใหญ่รังสีอันน่าเกรงขามนี่แค่หมวกมันปิดไม่มิดจริงๆ ไม่คิดจะลองจ้างชั้นดูเหรอถ้าพวกเราร่วมมือกันละก็–”
ไม่ทันไรภาพตรงหน้าเขาก็เปลี่ยนไป
เขาไม่ได้ขยับตัวเลยแท้ๆแต่ภาพที่เขาเห็นก็กลับมาจากมุมสูง
ทำให้ในสภาพที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์นี้เขามองเห็นร่างของทหารหลายนายจากมุมสูง
แม้กระทั่งร่างของตัวเอง
“..หะ?”
แล้วสติของเขาก็หลุดไป
***
ผู้นำทางนั้นตัวค้างกับสถานการณ์ของสนามรบในตอนนี้
เขานั้นยืนอยู่บนซากของยานโจรสลัด
“ปะ เป็นไปได้ยังไงกันครับเนี้ย ไอ้ความแข่งแกร่งแบบบ้าบอของเขาเนี้ย?!”
ผู้นำทางได้แต่ตาค้างกับพลังที่เลียมไม่น่าจะมีได้
ไอ้สำนักดาบประกายแสงอะไรนั่นมันไม่มีหรอกในจักรวาลนี้
ตั้งแต่แรกมันเป็นแค่เรื่องที่ยาสุชิโม้ไว้เท่านั้นเอง
แต่ด้วยเหตุผลบ้าบออะไรก็ไม่อาจทราบได้ที่เลียมดันทำให้มันเกิดขึ้นจริงได้
“ถ้าจะบอกว่าเขาเป็นอัจฉริยะมันก็ควรมีลิมิตบ้างสิครับ ไอ้นักต้มตุ๋นนั่นมันสอนอะไรให้กันแน่ครับเนี้ย”
ในช่วงที่เขาไม่ได้จับตาดูเลียม เขาก็ดันแข่งแกร่งเกินกว่าที่ผู้นำทางจะคาดได้ไปซะแล้ว
ไม่มีทางเลยที่เขาจะรู้ว่าเลียมจะแข่งแกร่งได้ถึงขนาดนี้
ผู้นำทางได้แต่เอามือกุมหัวอย่างเจ็บปวด
“เจ็บ เจ็บไปถึงทรวงเลย บ้าเอ้ย!”
นั่นก็เพราะความรู้สึกด้านดีของเลียมนั้นถูกส่งมาที่เขาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง
รวมไปถึงความเชื่ออย่างสุดก้นบึ้งหัวใจของเลียมีเพิ่มเข้ามาปนอีกด้วย จนผู้นำทางคลื่นไส้จนแทบทนไม่ไหว
“ไม่ได้แล้วครับ ผมจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว คงต้องไปช่วยไอ้โกอาซนั่นซะหน่อยแล้ว”
ผู้นำทางสะบัดมือแล้วก็สร้างหมอกสีดำขึ้นมารอบตัวเขา
“ถึงมันจะขัดกับแนวทางของผมไปสักหนักแต่ก็ช่วยไม่ได้ละครับ นี่จะเป็นจุดจบของคุณแล้วละคุณเลียม”
ผู้นำทางนั้นแค่นึกว่าต้องมาลงมือเองแล้วก็อยากจะอาเจียนแล้ว
***
โกอาซนั้นนั่งหลบตัวสั่นอยู่ที่มุมหนึ่งของยาน
เขากุมกล่องแปรธาตุไว้แน่นอยู่บนมือ
ไม่อยากตาย ไม่อยากตาย ยังไม่อยากตาย
หัวหน้าหกลุ่มโจรสลัดที่ถูกยำเกรงไปทั่วตอนนี้กลับนั่งตัวสั่นร้องไห้เป็นเด็กๆซะแล้ว
แต่แรกเริ่มอาวุธเพียงหนึ่งเดียวของเขานั้นก็มีเพียงเงินที่ไม่จำกัดก็เท่านั้นเอง
ด้านโจรสลัดเขาก็แค่เก่งกว่าทั่วไปเล็กน้อย เขาจึงมั่นใจเลยว่าถ้าโดนเจอตัวเขาก็ตายแน่นอน
“มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่ๆ เรื่องบ้าๆแบบนี้ ข้าต้องรอด ข้าต้องรอดแล้วได้ใช้ชีวิตอันสุขสบายนี่ต่อไปสิ ใช่ ใช่แล้วถ้าแค่มีเจ้านี่ละก็-”
กล่องแห่งการแปรธาตุ ใช่ถ้าแค่เขามีกล่องนี่กับมีหัวคิดในการใช้มันสักหน่อย โกอาซก็น่าจะมีชีวิตอันสุขสบายได้ง่ายๆแล้ว
โดยที่ไม่ต้องมาเป็นโจรสลัดเสียด้วยซ้ำ
เรื่องทั้งหมดนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นผลจากการกระทำของเขานั่นเอง
หรือก็คือเขาหาเรื่องใส่ตัวนั่นเอง
แต่จะให้พูดก็ไม่มีใครคิดหรอกว่าเขาจะมาแพ้ให้กับเลียม
แล้วในตอนนั้นเองควันสีดำก็พากันมาปกคลุมตัวของโกอาซ
“อะ- เกิดบ้าอะไรขึ้นอีก?!”
แล้วเสียงของผู้นำทางก็ดังขึ้น
“โกอาซ กระผมจะมอบโอกาศให้กับสวะอย่างคุณเป็นครั้งที่สองเองครับ”
“เสียงใคร?! เสียงจากไหนอีกวะเนี้ย?!”
ควันดำนั้นก็ต่างพากันเข้าไปในปากที่โหวกเหวกของโกอาซจนเขาได้แต่สั่นไปด้วยความกลัว
เมื่อผู้นำทางปรากฏตัวขึ้น ร่างของโกอาซก็ได้ดิ้นทุรนทุรายไปกับพื้นพลางเอามือกุมไปที่คอตัวเอง
ผู้นำทางก็พูดขึ้น
“โอกาศสุดท้ายยังไงละครับ กระผมจะมอบหนทางในการจัดการเลียมให้คุณเอง อยากชนะใช่ไหมละครับ”
แล้วโกอาซก็พยายามพยักหน้าตอบกับข้อเสนอตรงหน้า ทำให้ผู้นำทางนั้นฉีกยิ้มกว้างดุจเสี้ยวพระจันทร์
“เยื่ยมมากครับ”
ควันสีดำพลันหายไป โกอาซที่ตกใจว่าอยู่ๆความเจ็บปวดก็หายไปเผลอปล่อยกล่องแปรธาตุจนหล่นลงไป
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น พลัง ข้าสัมผัสได้ถึงพลังมันพุ่งพล่านออกมาเลย แค่มีพลังนี่ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว!”
ถึงร่างกายเขาจะเปลี่ยนไปออกสีฟ้า-ดำ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจอะไรกับร่างกายตอนนี้อีกเลย
ตรงกันข้ามเขารู้สึกดีสุดยอดไปเลยต่างหาก
โกอาซได้ยิ้มขึ้น
ผู้นำทางก็เช่นกัน
“เพียงเท่านี้ผิวหนังของคุณก็แข่งแกร่งดุจอดามันเทียม ไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกแล้วเมื่อตอนนี้คุณก้ามข้ามขีดจำกัดของมนุษย์แล้ว ดังนั้นได้เวลาออกไปอาลวาดให้หน่ำใจแล้วละครับ”
“ใช่เรื่องมันก็เพราะไอ้เด็กเปรตนั่น ต้องฆ่ามันให้ได้!”
ผู้นำทางที่มองส่งโกอาซวิ่งออกไปอาละวาดนั้นได้แต่เอามือก่ายหน้าผาก
“…ค่อนข้างจะกินพลังงานเลยนะครับ เหมือนผมจะเล่นมากเกินไปหน่อย”
ถ้านับรวมที่ว่าช่วงนี้เขาเปิดประตูมิติติดต่อกัน การเข้ามายุ่งในครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นการเดินหมากที่แย่สุดๆ
ร่างของผู้นำทางนั้นให้ได้ชัดว่าเหนื่อยหอบเป็นอย่างมาก
“แต่ เพียงเท่านี้ก็การันตีได้แล้วว่าโกอาซจะฆ่าเขาได้แน่ๆ คุณเลียมครับเตรียมจมอยู่กับห้วงแห่งความสิ้นหวังและนอนโทษที่ตัวคุณมาทำให้ผมต้องมาเหนื่อยและเบื่อกับเรื่องราวของคุณได้เลยครับ”
พลันที่ผู้นำทางหายตัวไป กลุ่มก้อนแห่งแสงก็ได้เข้าใกล้ที่่ตัวกล่องแห่งการแปรธาตุ
แสงนี้คือแสงเดียวกับที่จ้องมองการกระทำของผู้นำทางและได้แอบเข้าไปในตัวเอวิดด้วยนั่นเอง
พลันแสงนั่นก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นหมาสีน้ำตาลดำ แล้วรีบวิ่งไปยังที่อยู่ของเลียม
***
ขณะที่เดินอยู่บนระเบียงทางเดินภาพที่ชวนคิดถึงก็พัดมาหาชั้น
“…หืม”
เหมือนชั้นจะเห็นภาพหางของหมาสีน้ำตาลผ่านไปที่เมื่อกี้
และพวกทหารของชั้นก็ดูเหมือนจะจับสังเกตุชั้นได้
“เป็นอะไรไปเหรอครับท่านเลียม”
“เมื่อกี้พวกนายเห็นเหมือนหมาวิ่งผ่านไปไหม”
“หมาเหรอครับ ไม่นะครับเพราะสัญญาณตรวจจับไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตเลย แล้วถึงจะมีอยู่จริงหมาก็อยู่บนสภาพนี้ไม่ได้หรอกครับเพราะพวกมันใส่ชุดอวกาศไม่ได้”
งั้นมันเป็นภาพหลอนเหรอ
แล้วทำไมชั้นถึงหวนคิดถึงขนาดนี้กันทั้งๆที่เห็นแค่หางละ
-นึกออกแล้ว
มันเหมือนกับหมาที่เคยเลี้ยงในชาติที่แล้วนั่นเอง
และชั้นก็นึกถึงภาพของสัตว์เลี้ยงนานาชนิดที่ชั้นพยายามเลี้ยงมันแล้วพวกมันก็ตายไปกันหมด
ถ้าชั้นจำเรื่องในชาติก่อนไม่ได้ก็คงคิดว่าเป็นภาพหลอนหรือพวกเรื่องเหนือธรรมชาติไร้สาระอะไรนั่น
แต่ชั้นรู้ว่าชั้นมีผู้นำทางคอยหนุนหลังอยู่และเขาก็ชวนชั้นมานักต่อนักแล้วนั้น
“นึกว่าบริการหลังการขายเขาจะหมดไปแล้วนะเนี้ย…”
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
“เปล่าไม่มีอะไร เราจะเปลี่ยนเส้นทางไปทางนั้นกันแทน”
พอเดินไปตามทางที่ชั้นเห็นหางวิ่งผ่านไปก็มาถึงในห้องที่ถูกเอาของต่างๆมาวางกองไว้
ข้าวของต่างๆถูกวางไว้ราวกับเป็นห้องเก็บของ
เพราะมีมุมให้ซ่อนอยู่มากมายถึงให้ทหารของชั้นเดินรุนหน้าอย่างระมัดระวัง
ดูเหมือนว่าหมาเมื่อกี้จะไม่อยู่จริงๆ
ก็ค่อนข้างผิดหวังอยู่นิดๆละนะ
ขณะที่ชั้นถอนหายใจแล้วมองไปที่พื้นชั้นก็เห็นบางอย่างตกอยู่
“อะไรละเนี้ย”
สิ่งที่ชั้นหยิบขึ้นมามันคือกล่องสีทอง
เป็นกล่องที่มีขนาดเล็กพอที่จะถือได้ด้วยมือข้างเดียว
และมันก็ถูกประดับประดาด้วยรูปร่างที่ดูซับซ้อน แต่ชั้นก็ค่อนข้างชอบ
“ของที่ตกอยู่คนเก็บได้ก็ได้เป็นเจ้าของละนะ”
แล้วพวกทหารต่างพากันมองมาทางชั้นด้วยสายตาที่แลดูอบอุ่น
“ดูเหมือนข่าวลือที่ว่าท่านเลียมชอบจะเป็นเรื่องจริงสินะครับ”
“ก็ต้องชอบแหงอยู่แล้วสิ”
“แล้วพวกมิทริลหรืออดามันเทียมละครับ”
“หืม ก็ชอบนะแต่ทองมันต้องดีกว่าไม่ใช่รึไง”
ดูเหมือนพวกทหารจะสับสนกันนิดหน่อยกับคำตอบชั้น ก็ไม่ใช่ว่ามิทริลมันก็แค่ชื่อเอาไว้เรียกแร่เงินแบบเท่ห์ๆหรอกเรอะ
ส่วนอดามันเทียมก็แลจะเอาไว้ทำอาวุธอย่างเดียว
เพราะแบบนั้นทองมันก็ต้องมีค่ามากกว่าอยู่แล้วสิ
ขณะที่ชั้นตรวจสอบกล่องที่เพิ่งหยิบมาได้ชั้นก็เห็นหางของหมาวิ่งผ่านไปที่หางตาอีกครั้ง
“-อีกแล้วเหรอ”
“ท่านเลียมอย่าไปไหนตัวคนเดียวสิครับ”
พอชั้นทิ้งพวกทหารแล้วตามทางที่เห็นหมานั่นไปชั้นก็พบกับทางตัน
แต่ชั้นก็รู้สึกแปลกๆกับไอ้ทางตันนี่อยู่
พอใช้ระบบสแกนในหมวกก็พบว่ามันเป็นประตูลับนั่นเอง
“ได้กลิ่นสมบัติโชยมาเลย”
พอให้พวกทหารที่ตามมาระเบิดประตูทิ้งก็พบกับกองสุมกันราวกับเป็นกองสมบัติสูงเป็นภูเขา
เพียงแต่มันไม่ใช่กองเงินกองทองแต่เป็นพวกกองภูเขาของพวกโบราณวัตถุ
“…ดูเหมือนจะพลาดสินะ”
แต่พวกทหารก็ต่างพากันตื่นตกใจ
“ไม่สิครับนี้มันแจ็คพอตเลยนะครับ ไม่ใช่ว่าของพวกนี้มันมีค่ามหาศาลเลยเหรอครับ”
“ยังไงมันก็ของปลอมนั่นแหละ”
โบราณวัตถุของพวกโจรสลัดมันจะไปเป็นของจริงได้ไง ของส่วนใหญ่ที่ตระกูลบลันฟิลด์มียังมีแต่ของปลอมทั้นนั้นเลย
เอาเถอะก็ลองหาดูสักหน่อยน่าจะมีของมีค่าบ้างนั่นแหละ
“โอ๊ะ ผมเจอดาบคาตานะด้วยครับ”
เป็นดาบคาตานะที่ดูหลุดมาจากเกมแฟนตาซี
ทั้งดีไซน์และตัวก่นดาบนั้นช่าง
เรียบง่ายและสง่างาม
พอชั้นเอามันมาตรวจสอบดูก็เหมือนว่ามันจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมสุดๆ
“อยากจะลองใช้ฟันอะไรดูเหมือนกันนะ”
“ไม่สิครับถ้าเอาไปขายไม่ใช่ว่าถ้าเอาไปขายจะดีกว่าเหรอครับ ดูจะมีราคามากด้วยนะครับ”
“ถ้าจำเป็นชั้นก็เอามาใช้สิ ยังไงมันก็แค่ของที่เอามาจากพวกโจรสลัดอยู่ดีคิดมากทำไม”
ชั้นก็เอากล่องสีทองเก็บไปที่กระเป๋าเขมขัดด้านหลังแล้วก็โยนปืนไรเฟิลให้ทหารชั้นเพื่อจะได้ใช้ดาบคู่ได้สะดวก
แต่มาคิดดูชั้นก็ไม่น่าจะจำเป็นต้องสู้อะไรมากแล้วจะมีโอกาศได้ลองไหมละเนี้ย
“เอาละ เราจะไปสำรวจที่ไหนกันต่อ-”
“ท่านเลียม มีสัญญาณฉุกเฉินส่งมาครับ”
ทหารของชั้นตะโกนขึ้น
***
หน่วยภาคพื้นดินหน่วยหนึ่งนั้นได้ไปเจอกับโกอาซเข้า
ทั้งที่พวกเขาสวมชุดเพาเวอร์สูทแต่กลับถูกเหวี่ยงปลิวโดยแขนของโกอาซเพียงข้างเดียว
“บ้าเอ้ย ทำไมกระสุนถึงยิงมันไม่เข้าเลยละ?!”
“อาวุธถ้าเป็นบีมก็ยิงไม่เข้าเหมือนกัน!”
“ชั้นจัดการเอง”
ทหารอีกนายก็ยิงบาซูก้าใส่โกอาซ แต่อีกฝ่ายกลับเดินผ่านออกมาจากม่านควันโดยที่ไร้รอยขีดข่วน
ทหารต่างพากันหน้าถอดสี
“บุกยานส่วนตัวของข้าแล้วพวกเอ็งคงไม่คิดจะกลับไปแบบไร้รอยขีดข่วนหรอกใช่ไหม”
โกอาซในตอนนี้นั้นมัวเมาในพลังที่ได้มาจนคิดว่าเขาทำได้ทุกอย่างแล้ว
ในตอนนี้แม้แต่อัศวินก็ไม่อาจจะขวางเขาได้แน่นอน
เมื่อเขากำหมัดเสียงที่ส่งออกมาไม่ใช่เสียงที่มนุษย์จะทำได้แต่เป็นเสียงที่เหมือนราวกับเหล็กเสียดสีกัน
“ข้าจะจับพวกเอ็งทุกคนมาทำเป็นของเล่นให้หมดเลยว้อย”
โกอาซนั้นซัดพวกทหารปลิวได้โดยง่ายด้วยพลังที่ได้มาจากผู้นำทาง
กระสุนเอย เลเซอร์เอย หรือแม้แต่ระเบิดก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้
หรือพวกทหารต่างพากันประยุกใช้ท่อแรงดันของยานก็ทำอะไรเขาไม่ได้เช่นกัน
“จะคิดว่าข้าไปเสริมแกร่งร่างกายมาก็ได้นะ”
“มันไปเปลี่ยนให้ตัวเองเป็นไซบอร์กมางั้นเรอะ”
พอพวกทหารเริ่มจะถอยหนี โกอาซก็วิ่งตามมาอัดพวกเขาจนปลิว
เขานั้นทั้งจับทั้งโยนพวกทหารอย่างสนุกสนานด้วยพลังที่เขาเพิ่งได้มา
“ไปเรียกไอ้เด็กเปรตนั่นมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลยสิวะ”
แล้วทหารคนหนึ่งก็ตะโกนคำสั่งออกมาให้ได้ยินโดยรอบกัน
“ส่งข้อความไปว่าให้พาท่านเลียมออกไปจากยานเดียวนี้เลยจะให้สองคนนี้เจอกันไม่ได้เด็ดขาด!”
พอโกอาซรู้ว่าการโจมตีของพวกทหารนั้นทำอะไรเขาไม่ได้ก็เริ่มออกวิ่งอย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้ความกล้าเมื่อกี้มันหายไปไหนหมดซะละ เก่งจริงก็ดาหน้าเขามาสิวะ”
ทุกครั้งที่เขาออกแรงต่อยใส่หัวของทหาร หัวพวกนั้นก็ถูกบี้เละไปพร้อมกับหมวกที่ใส่
แล้วเขาก็ดึงร่างของทหารอีกคนมาใช้เป็นโล่จนกระระดมยิงต้องหยุดลง
“คราวนี้แหละถึงตาของ-”
พอโกอาซขว้างทหารที่ใช้เป็นโล่เมื่อกี้แล้วเดินได้ไม่กี่ก้าวเขาก็รู้สึกเจ็บปวดทั่วทั้งร่าง
“…อะไรวะ”
พอโกอาซหันไปมองร่างตัวเองก็ต้องตกใจว่าเห็นแผลโดนฟันหลายที่
แล้วก็มีร่างมนุษย์กระโดดข้ามหัวที่ตัวเขายังงุนงงไป
คนที่เพิ่งกระโดดถึงพื้นก็ยืนมองไปที่ดาบที่บิ่นแล้วก็โชกเลือด
“แข็งไม่เบาเลยนะ”
คนตรงหน้านั้นดูเหมือนจะกำลังหัวเราะอยู่
เพราะเขาสวมหมวกอยู่ โกอาซจึงมองไม่เห็นหน้า
เขารีบยื่นมือหมายจะคว้าคนตรงหน้าแต่พลันเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างกระแทกพื้นดัง ‘ตึง’
แขนขวาของเขานั่นเองที่โดนฟันไปจนถึงศอก
“…ห๊ะ”
ขณะที่โกอาซตกใจอยู่คนร่างเล็กตรงหน้าเขาก็โยนคาตานะบนมือทิ้ง
แล้วหยิบคาตานะที่ตัวเขาก็คุ้นเคยขึ้นมาใช้
มันเป็นของที่เขาเอาไปเก็บไว้ในห้องโบราณวัตถุของเขา
เป็นดาบที่มีมูลค่ามาก
“หะ เฮ้ย นั่นมันของๆข้านะเว้ย”
ชายตรงหน้านั้นขำตอบเขา
“ไม่มั้ง ชั้นคิดว่ามันเป็นของชั้นแล้วละนะ อีกอย่างถึงไม่ต้องมีมันก็ไม่เป็นไรไม่ใช่รึไงยังเห็นวิ่งอาละวาดได้อยู่เลยนะเมื่อกี้น่ะ”
พอกับที่ชายตรงหน้าเขาเอาดาบพาดไหล่พลางหัวเราะเยาะโกอาซ เขาก็ยื่นมือซ้ายหมายจะคว้าคนตรงหน้าอีกครั้ง
แต่ห็เหมือนเคยแขนของเขากลับหล่นลงพื้นแทน
“-อะไรวะ”
โกอาซไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ตรงกันข้ามชายตรงหน้านั้นมองไปที่คาตานะในมืออย่างทึ่ง
และดูเหมือนเขาจะพอใจกับดาบในมือเป็นอย่างมาก
“ยอดเยี่ยมไปเลย ไม่แม่แต่มีหยดเลือดติด ช่างเป็นรอยตัดที่สวยสุดยอดจริงๆ”
โกอาซในตอนนี้นั้นเสียแขนไปแล้วทั้งสองข้าง
ขณะที่เขากำลังงุนงงอยู่ควันสีดำก็ออกมาจากรอยฟันแล้วกลายสภาพเป็นสิ่งที่เหมือนกับหนวด
“เกิดบ้าอะไรขึ้นอีกวะเนี้ย”
โกอาซไม่อาจควบคุมร่างกายตัวเองได้แล้วเข้าไปโจมตีชายตรงหน้า
แต่คนที่เขาเข้าไปโจมตีก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาเลยแม้แต่น้อย
“เป็นดาบที่ดี ตัดสินใจแล้วชั้นจะใช้แกตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แหมโชคดีจริงๆที่เจอแกในกองสมบัตินั่นได้เนี้ย”
หนวดพวกนั้นต่างโดนฟันเป็นชิ้นๆรวมไปถึงขาข้างหนึ่งของโกอาซก็ด้วย
ถึงเขาจะต้องล้มลงแต่หมอกสีดำก็ยังพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา
“อา อาาาาาาาา”
โกอาซได้แต่สั่นกลัวเพราะเขาไม่อาจเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เลือดสีดำนั้นไหลออกมาตามรอยที่เขาโดนฟัน
และกลุ่มทหารก็วิ่งเข้ามาล้อมเป็นขบวนป้องกันรอบตัวชายตรงหน้าเขา
“ท่านเลียมครับ”
พอโกอาซได้ยินชื่อนั่นเขาก็เงยหน้าขึ้นในทันที
เขาได้แต่หวาดเกรงราวกับมองไปที่ชายที่ราวกับปีศาจร้ายตรงหน้าเขา
“แกเอง เหรอไอ้เด็กเปรตเลียมนั่น”
เจ้าของชื่อนั่นก็ยังไม่มีทีท่าสนโกอาซแล้วตรวจดูดาบที่อยู่ในมือของเขา
“ใช่ๆ ชั้นนี้แหละเลียม แล้วก็อย่าลืมเติมคำว่า ‘ท่าน’ นำหน้าด้วยนะไอ้ขยะ แล้วไอ้ก้อนดำตรงหน้านี่มันตัวอะไรกันแน่มนุษย์ดัดแปรงอะไรเทือกนั้นรึไง”
ทหารก็ตอบกลับในทันทีแต่ก็ยังมีทีท่าประหลาดใจเช่นกัน
“ถึงสีผิวจะไม่เหมือนกับในรายงานแต่พวกเราคิดว่าเขาคือโกอาซครับ”
“ไอ้ก้อนขยะเนี้ยอะนะ”
แขนของโกอาซก็เปลี่ยนรูปไปเป็นเขาแหลม
“อย่ามาเมินกันนะว้อย”
เขาหมายมั่นจะเอาแขนไปเสียบให้ทะลุหัวใจเลียม-แต่คราวนี้แขนซ้ายทั้งแขนเขากลับโดนฟันขาดไปแทน
เลียมนั้นเดินมามองโกอาซที่ได้แต่นั่งกองอยู่กับพื้น
เลียมพาดดาบไว้ที่ไหล่แล้วก็มองหน้าโกอาซให้ชัดขึ้น
“แกคือโกอาซจริงๆใช่ไหม”
โกอาซได้แต่ตัวสั่น
(อะ อะไรวะ มันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นไปได้ยังไงที่ร่างกายของข้าที่แม้แต่กระสุนยังยิงไม่เข้าถึงได้โดนฟันไปง่ายๆแบบนี้ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ไม่งั้นมันจะมีเรื่องบ้าๆแบบนี้ได้ยังไง)
โกอาซที่เริ่มหวาดกลัวได้อ้อนวอนต่อเลียม
“…ดะ ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย”
“หา?”
“ไว้ชีวิตข้าด้วยขอร้องละ แล้วจะไม่หือไม่อือกับนายท่านอีกเลย ชะ ใช่ ถ้าไว้ชีวิตข้าละก็สมบัติไง จะยกสมบัติที่มีให้ทั้งหมดเลย”
เลียมนั้นยิ้มแล้วก็หัวเราะให้กับข้อเสนอของโกอาซ
เขาหัวเราะและก็พุดกลับไป
“–ชั้นจะทำไปเพื่อ”